ท้องฟ้าในวันนี้ต่ำลงราวกับต้องการจะกดทุกชีวิตให้แหลกสลาย เมฆสีเทาหม่นเคลื่อนตัวเชื่องช้า ทับซ้อนกันเป็นชั้นหนาหนักอึ้ง ราวกับร่วมกันเป็นพยานรู้เห็นต่อโศกนาฏกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นสายลมหนาวพัดผ่านลานประหารอย่างไร้ความปรานี หอบเอากลิ่นคาวเลือดอันฉุนเฉียวลอยฟุ้งคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ โชยแตะมาปลายจมูกและแทรกซึมลงถึงหัวใจของผู้คนที่ยืนมุงดู จนขนแขนขนคอลุกซู่โดยไม่รู้ตัวเสียงซุบซิบของผู้คนดังระงม บ้างก็แฝงความสะใจ บ้างปนด้วยความสมเพชเวทนา และอีกไม่น้อยคือเสียงด่าทอสาปแช่งนางนางร้ายแห่งราชสำนัก คำเรียกขานที่ถูกตราหน้าไว้ราวตราบาป ไม่มีผู้ใดสนใจจะฟังคำแก้ต่าง และไม่มีผู้ใดอยากรู้ความจริงนางยืนอยู่ตรงกลางลานประหารโดดเดี่ยวและเด่นชัดราวกับจุดศูนย์กลางของความเกลียดชังทั้งหมดสองมือถูกมัดตรึงไว้ด้านหลังด้วยเชือกหยาบ เสียดสีผิวจนเป็นแผล เสื้อผ้าสีอ่อนที่เคยสะอาดสะอ้าน ยามนี้เปื้อนฝุ่นโคลนจนซีดเซียว ขาดวิ่น และไร้ค่า…ยิ่งกว่าขอทานข้างถนนคราบเลือดแห้งกรังติดแน่นตามเนื้อผ้าเป็นร่องรอยของการทรมานและการกล่าวโทษที่นางไม่เคยได้รับโอกาสปฏิเสธเรือนผมงามที่เคยถูกรวบเกล้าอย่างประณีตหลุดลุ่ยยุ่งเหยิงเส้
Terakhir Diperbarui : 2026-03-01 Baca selengkapnya