All Chapters of นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม: Chapter 1 - Chapter 10

30 Chapters

๑ นางร้ายในวันประหาร

ท้องฟ้าในวันนี้ต่ำลงราวกับต้องการจะกดทุกชีวิตให้แหลกสลาย เมฆสีเทาหม่นเคลื่อนตัวเชื่องช้า ทับซ้อนกันเป็นชั้นหนาหนักอึ้ง ราวกับร่วมกันเป็นพยานรู้เห็นต่อโศกนาฏกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นสายลมหนาวพัดผ่านลานประหารอย่างไร้ความปรานี หอบเอากลิ่นคาวเลือดอันฉุนเฉียวลอยฟุ้งคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ โชยแตะมาปลายจมูกและแทรกซึมลงถึงหัวใจของผู้คนที่ยืนมุงดู จนขนแขนขนคอลุกซู่โดยไม่รู้ตัวเสียงซุบซิบของผู้คนดังระงม บ้างก็แฝงความสะใจ บ้างปนด้วยความสมเพชเวทนา และอีกไม่น้อยคือเสียงด่าทอสาปแช่งนางนางร้ายแห่งราชสำนัก คำเรียกขานที่ถูกตราหน้าไว้ราวตราบาป ไม่มีผู้ใดสนใจจะฟังคำแก้ต่าง และไม่มีผู้ใดอยากรู้ความจริงนางยืนอยู่ตรงกลางลานประหารโดดเดี่ยวและเด่นชัดราวกับจุดศูนย์กลางของความเกลียดชังทั้งหมดสองมือถูกมัดตรึงไว้ด้านหลังด้วยเชือกหยาบ เสียดสีผิวจนเป็นแผล เสื้อผ้าสีอ่อนที่เคยสะอาดสะอ้าน ยามนี้เปื้อนฝุ่นโคลนจนซีดเซียว ขาดวิ่น และไร้ค่า…ยิ่งกว่าขอทานข้างถนนคราบเลือดแห้งกรังติดแน่นตามเนื้อผ้าเป็นร่องรอยของการทรมานและการกล่าวโทษที่นางไม่เคยได้รับโอกาสปฏิเสธเรือนผมงามที่เคยถูกรวบเกล้าอย่างประณีตหลุดลุ่ยยุ่งเหยิงเส้
Read more

๒ ตื่นขึ้นก่อนโศกนาฏกรรม

ความมืดค่อยๆ ถอยห่างออกไป ราวกับมีใครบางคนค่อยๆ ดึงม่านหนาทึบออกจากดวงตาไป๋จื่อหรงสะดุ้งเฮือก ลมหายใจของนางติดขัด หอบถี่อย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจเต้นกระหน่ำจนแน่นอก เจ็บร้าวไปทั้งร่างราวกับยังคงรู้สึกถึงคมดาบที่ฟาดลงบนลำคอแม่นยำอย่างโหดเหี้ยม ความเย็นเฉียบของโลหะ และแรงกระแทกสุดท้าย…ยังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำนาง…ยังไม่ตายงั้นหรือ?เสียงลมหายใจของตนเองดังก้องอยู่ในโสตประสาท หยาดเหงื่อเย็นชุ่มไหลอาบแผ่นหลังจนอาภรณ์แนบชิดผิวกาย สองมือกำผ้าห่มแน่น ราวกับมันคือหลักยึดเดียวที่ยืนยันได้ว่านางยังมีตัวตนนางยังหายใจและยังมีชีวิตกลิ่นฉุนอ่อนๆ ของสมุนไพรลอยมาแตะปลายจมูก อบอวลและอ่อนโยน หาใช่กลิ่นคาวเลือด ไม่ใช่กลิ่นอับชื้นของลานประหารไป๋จื่อหรงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้นางชะงักงันเพดานไม้แกะสลักลวดลายดอกเหมยอย่างประณีตงดงาม ม่านผืนบางสีอ่อนพลิ้วไหวตามแรงลมแผ่วเบาแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาอย่างนุ่มนวล ทั้งอบอุ่น…และดูสงบในคราเดียวกันนี่คือเรือนของนาง ไม่ใช่คุกอับชื้น ไม่ใช่ลานประหารที่เต็มไปด้วยกลิ่นความตาย และไม่ใช่นรกที่เต็มไปด้วยเสียงสาปแช่ง แต่เป็นห้องที่นางคุ้นเคยและในเ
Read more

๓ บทบาทที่นางไม่ต้องการ

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้น บุรุษในชุดขุนนางก้าวเข้ามา แผ่นหลังเหยียดตรงสง่า ใบหน้าเคร่งขรึม“เกิดอะไรขึ้น”เสียงนั้นทำให้ไป๋จื่อหรงยิ่งตัวสั่นทว่าหาใช่เพราะหวาดกลัว บิดาของนางในความทรงจำเคยถูกปลด ยึดทรัพย์และส่งไปยังชายแดน ก่อนที่สุดท้ายจะสิ้นใจท่าม กลางความหนาวเย็นไป๋จื่อหรงเงยหน้าขึ้น น้ำตาพร่าพรูจนมองแทบไม่ชัดนางเห็นบิดายืนอยู่ตรงนั้น ตรงหน้ายังมีชีวิตและลมหายใจ“ท่านพ่อ…”น้ำเสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบา แทบกลายเป็นเพียงสายลมไป๋จงซานขมวดคิ้ว ก่อนจะก้าวเข้าใกล้“เหตุใดวันนี้เจ้าจึงแปลกนัก”แปลกหรือ…หากบิดารู้ว่าในความทรงจำของนาง นี่คือการได้พบหน้าครอบครัวอีกครั้ง ภายหลังจากถูกฝังกลบทั้งตระกูลจนไม่เหลือแม้แต่หลุมศพยังจะนับว่าแปลกอีกหรือไป๋จื่อหรงคลายอ้อมกอดจากมารดาเดินเข้าไปหาบิดาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะนางคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว“หรงเออร์”ทั้งสองเอ่ยขึ้นแทบพร้อมกันไป๋จื่อหรงก้มศีรษะลงต่ำ หน้าผากแนบกับพื้นเย็นเยียบเสียงกระทบเบาๆ นั้น กลับดังราวกับฟาดลงบนหัวใจของผู้เป็นบิดามารดา“ข้าผิดไปแล้ว…” น้ำเสียงของนางสั่นเครือ“ผิดต่อพวกท่าน…ผิดต่อสกุลไป๋…”ไป๋จงซานเห็น
Read more

๔ ความผิดปกติแรก

ภายหลังจากคุณหนูใหญ่ล้มป่วยหนัก และเพิ่งฟื้นหายดีได้เพียงสองสามวันไม่ว่าผู้ใดในจวนสกุลไป๋…ล้วนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติตั้งแต่สาวใช้ใกล้ชิดไปจนถึงสาวใช้ซักล้าง หรือแม่บ้านจวนไปจนถึงบ่าวรับใช้ที่แทบไม่เคยมีโอกาสเข้าใกล้เรือนหลักทุกคนต่างพูดไม่ออก แต่ต่างก็รู้สึกได้ตรงกันคุณหนูใหญ่เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ที่ดูซูบซีดลงเล็กน้อย หากแต่เป็นท่าทีที่นิ่งเฉย สงบเสงี่ยม และเย็นเงียบเกินวัย ราวกับสตรีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานปี หาใช่ดรุณีน้อยที่เพิ่งพ้นวัยปักปิ่นไม่กี่วันดังเช่นก่อนหน้านางไม่อารมณ์ร้อน ไม่แสดงความเอาแต่ใจ ไม่ถามไถ่เรื่องที่เคยใส่ใจ รอยยิ้มที่เคยฉายชัดกลับจางลงสายตาที่เคยสดใส บัดนี้กลับลึกล้ำ จนยากจะคาดเดาแม้ยามเอ่ยวาจา น้ำเสียงยังคงอ่อนโยน สุภาพและไร้ความดุดัน แต่กลับทำให้ผู้ฟังรู้สึก…เหมือนกำลังยืนอยู่ต่อหน้าผืนน้ำลึกสงบนิ่ง…ทว่าไม่อาจหยั่งถึงก้นบึ้งหลายคนกระซิบถามกันเบาๆว่าโรคภัยครั้งนี้อาจทำให้คุณหนูใหญ่โตขึ้นก่อนวัยหรือบางที…อาจมีสิ่งใดบางอย่างติดตามกลับมาพร้อมกับการฟื้นตื่นไม่มีผู้ใดรู้คำตอบ มีเพียงความรู้สึกเดียวที่ค่อยๆ ฝังรากในใจผู้คนว่า นับจากวันนี้เป็
Read more

๕ บุรุษที่ไม่ควรใส่ใจ

วันนี้ไป๋จื่อหรงตั้งใจจะออกจากจวนไปตลาดเสียหน่อย ช่วงหลายวันที่ผ่านมา นางเอาแต่อุดอู้อยู่ในเรือน หมกมุ่นกับความทรงจำในชาติก่อนและกังวลถึงอนาคตที่ยังไม่ทันเกิดขึ้นนางยกชายกระโปรงขึ้น เดินนำหน้าสาวใช้ ก้าวเท้าอย่างไม่เร่งรีบ ทว่าราวกับสวรรค์มีตา กลั่นแกล้งมอบเคราะห์แรกให้แก่นางรถม้าคันใหญ่หยุดลงตรงหน้าประตูจวนพอดีเสียงฝีเท้าของทหารนักษาการดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และใกล้เข้ามาไป๋จื่อหรงแทบล้มไปทั้งยืนหากนางรู้ว่าเขาจะมาตั้งแต่แรกก็คงไม่ออกมายืนในจังหวะเช่นนี้เด็ดขาดร่างบางนิ่งงัน ชะงักค้างอยู่กลางอากาศราวกับว่ากลายเป็นก้อนหินไปแล้วถึงแม้จะตาบอดแม้จะมองไม่เห็นใบหน้าแต่เพียงแค่แว่วเดียว…หัวใจของนางก็พลันเต้นกระส่ำอย่างไร้จังหวะ ราวกับมันรู้ดีอยู่แล้วว่า ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นคือผู้ใดบุรุษผู้นั้น…คือผู้ที่เคยลงนามในคำสั่งประหารนางคือผู้ที่นางไม่ควรเข้าใกล้ไปชั่วชีวิตแต่บัดนี้ เขากลับมายืนอยู่ตรงหน้าหากนางยังฝืนก้าวเดินต่อไป ก็มีเพียงหุบเหวแห่งความตายรออยู่ ดังนั้น…นางไม่ควรเข้าใกล้อีก ไม่ควรแม้แต่จะลังเลไป๋จื่อหรงถอยหลังกลับเข้าไปด้านในจวนทันที สีหน้าของนางซีดเผือ
Read more

๖ เลิกเป็นหมาก

ที่ผ่านไม่ว่าผู้ใดต่างก็จับจ้องมองข่าวดีของคุณหนูใหญ่สกุลไป๋กันทั้งสิ้น ด้วยเหตุที่ว่านายท่านไป๋เป็นขุนนางในราชสำนักได้รับความไว้วางใจมาเนิ่นนาน อีกทั้งไป๋ฮูหยินยังเป็นสหายสนิทของอดีตฮองเฮาดังนั้นแล้ว…คุณหนูไป๋และองค์รัชทายาทเซียวเหยียนหลงย่อมมีความเกี่ยวพันกันมาตั้งแต่วัยเยาว์กล่าวได้ว่า หากเห็นองค์รัชทายาทอยู่ที่ใด…ก็ย่อมต้องเห็นคุณหนูไป๋อยู่ที่นั่น ตามติดราวกับเงาไม่ห่างหากเป็นแต่ก่อน ไป๋จื่อหรงได้ยินข่าวลือเรื่องการแต่งงานนี้ ย่อมถือเป็นเรื่องมงคลเพียงได้ฟังก็ทำให้อารมณ์ของนางเบิกบานไปได้หลายวันทว่ายามนี้ สำหรับนางแล้ว มันไม่ต่างจากขุมนรกบรรยากาศภายในห้องโถงจวนสกุลไป๋เงียบงัน กลิ่นหอมชาอ่อนๆ ลอยคลุ้ง อบอวลไปทั่ว ยามนี้ทุกสายตาล้วนจับจ้องมองมาที่นางเพียงผู้เดียว“หม่อมฉันไม่ชอบดื่มชา”ไป๋จื่อหรงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ตรงไปตรงมานางหันกลับไปสบตากับบุรุษตรงหน้าทันที“หากหม่อมฉันจะปฏิเสธ…” นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันบางๆ“องค์รัชทายาทคงไม่ทรงสั่งประหารหม่อมฉัน เพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้กระมัง”แม้ไป๋จื่อหรงจะจ้องสบตา สีหน้าไร้อารมณ์ ทว่าภายใต้
Read more

๗ นางร้ายที่ไหนกัน

หลายวันผ่านไปแม้ไป๋จื่อหรงอยากจะเก็บตัวอยู่ในเรือน ไม่ย่างก้าวออกไปที่ใด ทว่ากลับไม่อาจหลีกเลี่ยงคำคะคั้นคะยอของมารดาได้ สุดท้ายจึงต้องพาหลินเยว่ฉิงออกไปเดินตลาดตามคำสั่งไป๋ฮูหยินกล่าวว่า นางเอาแต่อยู่ในจวนมากเกินไป สมควรออกไปเปิดหูเปิดตาเสียบ้างถ้อยคำนั้นฟังดูอ่อนโยน ทว่ากลับไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธไป๋จื่อหรงได้แต่ถอนหายใจยาวบางทีชีวิต…ก็เหวี่ยงนางกลับไปยังจุดที่ควรหลีกเลี่ยงไม่พ้นจริงๆเหตุการณ์ในชาตินี้ ไป๋จื่อหรงลองไล่คิดดูแล้ว ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนไปจากชาติที่แล้วช่วงเวลานี้ เดิมทีนางควรได้รับราชโองการให้เตรียมตัวเข้าสู่การคัดเลือกเข้าวังหลวงแม้ท้ายที่สุดในชาติก่อน บิดาและพี่ชายจะช่วยเหลือให้นางดึงเข้าไปพัวพันจนยืนอยู่ข้างเขาได้ทว่ายามนี้…ยิ่งนางพยายามถอยออกห่างเหตุการณ์กลับยิ่งบิดเบี้ยว ราวกับมีมือที่ตามองไม่เห็นคอยขยับหมากบนกระดานแทนยามสายของวันนี้ ไป๋จื่อหรงสวมชุดใส่สีอ่อน ไม่ปักปิ่นหรือเครื่องประดับใดเกินจำเป็น คล้ายกับตั้งใจกลืนตัวเองให้จางหายไปกับฝูงชน ตรงกันข้าม…หลินเยว่ฉิงกลับดูสดใส ใบหน้ามีรอยยิ้มบาง ดวงตาเปล่งประกายเมื่อได้ออกมานอกจวนเสียงผู้คนในตลาดจอแจ กลิ่นหอมขอ
Read more

๘ เริ่มจับตามอง

เหตุการณ์กลางตลาดในวันนั้นกลับกลายเป็นข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองเพียงชั่วข้ามคืนเรื่องความมีเมตตาของคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ถูกเล่าขานต่อกันไม่ขาดปาก จนในที่สุดก็เล็ดลอดเข้าไปถึงวังหลวงไป๋จิ้งเหอ…หัวหน้าหน่วยองครักษ์หลวง ผู้ที่แทบไม่เคยก้าวเท้าออกนอกประตูวังหลวง แม้ข่าวลือเช่นนี้ ต่อให้ตั้งใจจะหลีกเลี่ยงเพียงใด ก็ไม่อาจรอดพ้นหูเขาไปได้แม้ระยะหลังจะไม่ได้ใกล้ชิดกับไป๋จื่อหรงมากนัก ทว่ากล่าวได้ว่าสายสัมพันธ์ทางสายเลือดยังคงแน่นแฟ้น ไม่มีผู้ใดจะรู้จักนิสัยแท้จริงของไป๋จื่อหรงดีไปกว่าเขาอีกแล้วภายนอก นางคือคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ เรียบร้อย สง่างาม เพียบพร้อมด้วยกิริยามารยาท ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์นั้น…กลับเป็นเพียงกระเบื้องเคลือบเงาที่ปิดบังความจริงเอาไว้นิสัยแท้จริงของไป๋จื่อหรงนั้น ดื้อรั้น เอาแต่ใจ และร้ายกาจไม่น้อย หากผู้ใดทำให้นางไม่พอใจ ไม่ถูกใจ หรือขัดความต้องการ ก็พร้อมจะถูกโทสะของนางเล่นงานได้โดยง่ายเพราะฉะนั้นแล้ว..ข่าวลือที่ว่า ไป๋จื่อหรงยินยอมควักเงินออกมาช่วยเหลือเด็กหัวขโมย แถมยังปกป้องอีกฝ่ายต่อหน้าผู้คนอีกการกระทำเช่นนี้ จึงผิดแปลกไปอย่างสิ้นเชิงไม่กี่วันก่อน ไป๋จิ้งเหอเพ
Read more

๙ สหายหรือศัตรู

ณ จวนสกุลไป๋“หมายความว่าอย่างไร…แต่งงานหรือเจ้าคะ”น้ำเสียงของไป๋ฮูหยินสั่นพร่า พลางลุกพรวดพราดขึ้นจากเก้าอี้ทันที ราวกับเพิ่งนั่งทับเหล็กร้อน สีหน้าซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นจนไม่อาจปิดบังได้แม้ฐานะของสกุลไป๋จะสูงส่ง เป็นที่อิจฉาของผู้คนทั้งเมืองทว่า…หากต้องส่งไป๋จื่อหรงเข้าไปในวังหลวงในสายตาของผู้เป็นมารดา นั่นไม่ต่างจากการผลักบุตรสาวลงสู่หุบเหวลึกที่เต็มไปด้วยขวากหนามที่นั่น…เป็นสถานที่ที่ผู้คนอยากหลุดพ้นแต่มีน้อยนักที่ได้ออกมาโดยยังคงเป็นคนเดิม“ข้าไม่เห็นด้วย”ไป๋ฮูหยินเอ่ยเสียงแข็ง มือที่กำชายแขนเสื้อสั่นระริกนางส่ายหน้าไปมา “วังหลวงไม่ใช่สถานที่ของสตรีธรรมดา ต่อให้นางเป็นบุตรสาวสกุลไป๋ ก็หาได้ปลอดภัยไม่!”ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่มีทางเห็นเด้วยยอมให้ไป๋จื่อหรงเข้าไปเด็ดขาด!นายท่านไป๋ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อเห็นท่าทางตื่นตระหนกของภรรยาแล้วก็ถอนหายใจยาว เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ยกแขนโอบไหล่นางไว้ด้วยท่าทีอ่อนโยน“ใจเย็นก่อนเถอะ”น้ำเสียงของเขาแผ่วลง “อย่างไรเสีย…สกุลไป๋ก็ยังมีอำนาจอยู่ในมือ หากคนผู้นั้นคิดจะตัดสินสิ่งใด ก็คงต
Read more

๑๐ กลิ่นอายความตายที่คุ้นเคย

กัวหลิงเออร์แค่นหัวเราะร่อออกมาเบาๆ ทว่ากลับยาวนานเสียจนหางตาเอ่อชื้น น้ำเสียงฟังคล้ายได้ยินเรื่องตลกที่สุดในชีวิต แต่แฝงด้วยบางอย่างที่ยากจะบอกได้ใบหน้าของนางขึ้นสีระเรื่อจางๆ คล้ายบุปผาที่ถูกแดดอ่อนต้อง ไม่แน่ชัดว่าเป็นเพราะโทสะที่พยายามกล้ำกลืน หรือเป็นเพราะความเย้ยหยันที่ไม่คิดปิดบังสายตาของกัวหลิงเออร์ปรายมองไปยังไป๋จื่อหรงอย่างช้าๆ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตนเอง ท่าทางคล้ายกำลังข่มหัวเราะอีกระลอก รอยยิ้มกว้างที่ปรากฏบนใบหน้าคนงามทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงอย่างประหลาด“แน่นอนว่าคุณหนูไป๋…”นางเอ่ยเสียงอ่อน “ย่อมต้องมีอายุยืนยาวแน่”คำพูดนั้นฟังดูเหมือนคำอวยพร ทว่าจังหวะเว้นวรรคกลับทำให้ความหมายบิดเบี้ยวไปอย่างน่าฟังกัวหลิงเออร์หยุดนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะละสายตาจากไป๋จื่อหรง หันไปมองนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าสีอ่อนในยามสายดูสงบเกินไป ราวกับไม่รับรู้ความเชือดเฉือนที่กำลังเกิดขึ้นในเรือน“เกรงว่าปานนี้…” นางกล่าวต่อช้าๆ “สวรรค์คงลำบากใจไม่น้อย ต่อคำขอพรของผู้คนมากมาย”ปลายนิ้วเรียวค่อยๆ ลูบแขนเสื้อของตนเอง น้ำเสียงยังคงนุ่มนวล ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบ“เพราะคุณหนูไป๋เป็นคนจิตใจดี มีเมตตาเสมอ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status