นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม

นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม

last updateLast Updated : 2026-04-02
By:  วอลจูCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
30Chapters
4.4Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ชาติก่อนนางตายเพราะรัก ชาตินี้เมื่อตื่นกลับมา นางขอไม่รักคนผิด ไม่ยอมเป็นหมาก และไม่ขอเดินตามบทเดิมอีกต่อไป

View More

Chapter 1

๑ นางร้ายในวันประหาร

帰国した外科医、霧島怜(きりしま れい)は同僚と片手で心臓バイパス手術を成功させられるか賭けをした。

結果、手術は失敗した。

怜は自らの面目を失ったと感じ、その場でメスを投げ捨て手術室を飛び出した。

湊詩織(みなと しおり)の母は彼女のミスによって昏睡状態に陥り、植物人間となった。

詩織の兄は弁護士として怜を告訴したが、わずか二日で弁護士資格を剥奪され、偽証罪、贈賄罪、名誉毀損罪など複数の罪で刑務所に送られ、懲役三年という迅速な判決が下された。

詩織が実名で告発すると、彼女の個人情報がネットに晒され、炎上の標的となった。

そしてこの一連の出来事を裏で操っていたのは、詩織が七年前に結婚した夫であり、帝都の全てを掌握する男――鷹司雅臣(たかつかさ まさおみ)だった。

病院で、詩織の母の生命兆候は下降を続け、医療機器が絶えず警報を鳴らしている。

詩織は何度もナースコールを押し、医者を探し回ったが誰一人として現れなかった。

彼女が焦燥に駆られていると、そこに雅臣がオーダーメイドのスーツを纏い、気高く颯爽とした姿で病室の前に現れ、スマートフォンを詩織の目の前に差し出した。

「警察への告訴はすでに取り下げておいた。動画を撮って公に謝罪すれば、義母さんの手術を受けさせよう。植物状態か死か、選べ」

彼の声は低く穏やかだったが、その瞳の奥には拒絶を許さない鋭さが宿っていた。

詩織は血走った目を見開き、全身を震わせながらかろうじていくつかの言葉を絞り出した。「どうして?」

彼女には理解できなかった……

なぜ彼と自分こそが家族であるはずなのに、彼が怜の肩を持つのかを。

詩織の澄んだ瞳から涙が一粒、また一粒とこぼれ落ちる。

雅臣の前で彼女が泣くのはこれで二度目だった。

一度目は結婚した時だ。

雅臣の目に一瞬、不憫の色がよぎり、いつものように彼女の涙を拭おうと伸ばした手は空中で固まり、不自然に引っ込められた。

「詩織、怜は俺と一緒に育ったんだ。手術の件はただの事故だ。たとえ彼女が片手で執刀しなくても義母さんが助かったとは限らない。

今ネット上は彼女を罵るニュースで溢れている。いい子だから動画を撮ってはっきりさせてくれ。そうすればこの件は終わる。医者たちはもう手術室で待っている。その後には兄さんも出してやる。いいだろう?」

雅臣の口調は問いかけるようだったが、その瞳には拒絶を許さない執拗さが宿っていた。

自分に断ることができるだろうか?

自分に断る権利があるだろうか?

もし同意しなければ、次に刑務所に入るか、植物人間になるのは自分自身ではないだろうか?

詩織の心は悲しみに沈んだ。

結婚して七年、雅臣はずっと詩織を可愛がり、一度も厳しく当たったことはなかった。

彼女が少しでも目を向けたり口にしたりしたものは、どんなに高価でもどんなに手に入りにくくても、翌日には彼女の元に届けられた。

彼こそが自分の拠り所だと思っていた。

しかし母の事故以来、詩織は何度も雅臣に助けを求めたが、彼はいつも口ごもるばかりだった。

てっきり介入しにくい事情があるのだと思っていたが、後になって知った。

相手が怜だから、彼にはそれができなかったのだと。

長い間返事を待っても応じない詩織に、雅臣はしびれを切らした。「もし同意しないなら、お前の母親は今日を越せない。お前の兄は永遠に刑務所の中だ。

詩織、俺を非情だと責めるな。怜は子供の頃から俺と一緒に育ち、自閉症だった俺を癒した。俺は彼女を永遠に守ると誓ったんだ。だから、たとえお前であっても邪魔はさせない」

その言葉が終わるや否や、ベッドの上の母が突然痙攣を始めた。

医療機器の警報音が鳴り響く。

数人の医者が部屋に駆け込み、母のベッドをそのまま引きずり出していく。

「お母さん!」

詩織はベッドから飛び起き、後を追おうとしたが雅臣に腕を掴まれ止められた。

「動画を撮れ。そうすればお前の母は手術を受けられる」

詩織は信じられないという顔で言った。「雅臣、あなたそれでも人間なの?」

雅臣は彼女の手を振り払い、眉をきつく寄せ、威圧的なオーラで彼女に迫った。「最後の三十秒だ」

詩織の心は冷え切っていた。

初めて、彼がこれほどまでに他人で、恐ろしい存在だと感じた。

これまでの愛情に満ちた日々はすべて自分の錯覚で、初めから存在しなかったかのようだった。

詩織は雅臣の秘書だった。

当時彼は彼女を射止めるために、九十九通のラブレターを書き、九百九十九本の花束を贈って、ようやく彼女は試しに付き合うことを承諾した。

交際して二年、彼は彼女を繋ぎとめるために心を尽くした。

初めて社交界に足を踏み入れた彼女が、名家の令嬢たちに貧乏だと嘲笑された時、彼はオークションで全ての出品物を競り落として彼女に贈り、公に詩織の存在を認めた。

詩織が嫌がらせを受けた時には、何十億ものプロジェクトを放り出し、自ら彼女のために駆けつけた。

詩織が体調を崩した時には、何千キロも離れた場所から彼女の元へ戻り、自ら看病した。

詩織の家柄はあまりにも平凡で、鷹司家は彼女を認めず、雅臣に別れて幼馴染の怜と婚約するよう要求した。

雅臣は必死に抵抗し、監禁され、海外に送られても決して諦めなかった。

鷹司家に認めさせるため、自ら後継者の地位を放棄することさえした。

そして鷹司家はついに妥協し、二人は結婚した。

数々の困難を乗り越え、ついに永遠に結ばれたのだと思っていた。

しかし一年前、怜が留学から帰国するまでは。

怜はわがままで傲慢だったが、雅臣はそれを許し甘やかした。

怜の仕事も私生活も、彼が面倒を見た。

怜が手術に数回失敗した時、雅臣は彼女が医療トラブルに巻き込まれるのを恐れ、毎日夜勤の送り迎えをし、それでも安心できず詩織と相談もなしに彼女を自宅に住わせた。

三ヶ月前、詩織の母が心臓病で病院に運ばれた。

怜は自らの実力を証明するため自分が執刀すると言い張り、同時に帰国した医師と片手で手術を成功させられるか賭けをした。

その夜、母は手術室に運ばれた。

詩織が知らせを聞いて駆けつけた時、目にしたのは泣きながら病院を飛び出していく怜の姿と、慌てふためいて後処理をする数人の医師たちだった。

それでも母は植物人間になってしまった。

彼女は雅臣に助けを懇願した。

しかし雅臣はその話題を避け、彼女が苦しみ打ちひしがれるのをただ見ていた。

三ヶ月が経ち、怜は何の代償も払わなかったが、詩織は家族を失い、兄は刑務所に送られた。

「詩織、決まったか?義母さんはもう待てないぞ」彼は苛立たしげに眉をひそめ、腕時計に目を落とした。

詩織は絶望した。

こらえていた涙が、もう堪えきれずに溢れ出す。彼女は震える手でスマートフォンを受け取り、歯を食いしばって言った。「動画を撮るわ。もう訴えない。あなたの言うこと全部聞くから。お母さんを助けて。本当にもうダメなの」

スマートフォンを受け取る時、彼女の手は震えていた。

雅臣は優しく彼女の涙を拭い、自らアプリを立ち上げ録画を始めた。

三十秒の動画。

その中で彼女は責任の追及を放棄し、全てが事故であったと認めた。

スマートフォンを彼に手渡し、詩織は力なく尋ねた。「これで、お母さんの手術をしてもらえるの?」

雅臣もようやく口を開いた。「手術を始めよう……」

その言葉が終わらないうちに、手術室の中から怜が突然叫んだ。「ああ……なんだか頭がくらくらする」

そう言うと、怜はぐらりと倒れ込んだ。

その声を聞いた雅臣は慌てて駆け寄り、彼女の体を抱きかかえて外へ向かった。付き添いの医師たちが一斉に群がり、ベッドに横たわる詩織の母は置き去りにされた。

警報器が鳴り続ける中、詩織の涙がはらはらと流れ落ちた。

彼女は狂ったように叫んだ。「行かないで、お母さんを助けて……雅臣、お母さんを助けるって言ったじゃない。行かないで!」

詩織は雅臣の前に飛び出して立ちはだかったが、彼の目には怜しか映っておらず詩織を一瞥もせず、慌てて医師たちと共に隣の病室へと駆け込んでいった。

慌ただしい足音がまるで絶えずと彼女の体を踏みつけているように、痛みでまともな言葉も発せられない。

もう間に合わない。

詩織は胸が張り裂けるほど泣きじゃくり、なりふり構わず雅臣の足元にすがりついたが、焦る男に蹴り飛ばされた。

「怜、心配するな、今行く」

雅臣は彼女を振り払うため、力一杯蹴りつけた。詩織は吹き飛ばされ、頭を壁に強かに打ち付けた。

その視線の先には、ベッドの上で虫の息となっている母の姿があった。

詩織は心が引き裂かれるのを感じた。

「お母さん、お母さん!」

頭を壁に打ち付けた音で、雅臣も詩織に再び目を留めた。

彼は病室を指差し、研修医を二、三人、母の病室へと向わせた。

「お前の母親は死なない。約束したことは必ず守る。だが今は、誰も俺が怜を助けに行くのを邪魔することはできない」

詩織の目の前が急に暗くなった。

意識を失う前、彼女の頭には一つの考えしかなかった。

ここを去らなければ。

雅臣の世界から姿もなく消え去り、二度と会わないように。

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
30 Chapters
๑ นางร้ายในวันประหาร
ท้องฟ้าในวันนี้ต่ำลงราวกับต้องการจะกดทุกชีวิตให้แหลกสลาย เมฆสีเทาหม่นเคลื่อนตัวเชื่องช้า ทับซ้อนกันเป็นชั้นหนาหนักอึ้ง ราวกับร่วมกันเป็นพยานรู้เห็นต่อโศกนาฏกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นสายลมหนาวพัดผ่านลานประหารอย่างไร้ความปรานี หอบเอากลิ่นคาวเลือดอันฉุนเฉียวลอยฟุ้งคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ โชยแตะมาปลายจมูกและแทรกซึมลงถึงหัวใจของผู้คนที่ยืนมุงดู จนขนแขนขนคอลุกซู่โดยไม่รู้ตัวเสียงซุบซิบของผู้คนดังระงม บ้างก็แฝงความสะใจ บ้างปนด้วยความสมเพชเวทนา และอีกไม่น้อยคือเสียงด่าทอสาปแช่งนางนางร้ายแห่งราชสำนัก คำเรียกขานที่ถูกตราหน้าไว้ราวตราบาป ไม่มีผู้ใดสนใจจะฟังคำแก้ต่าง และไม่มีผู้ใดอยากรู้ความจริงนางยืนอยู่ตรงกลางลานประหารโดดเดี่ยวและเด่นชัดราวกับจุดศูนย์กลางของความเกลียดชังทั้งหมดสองมือถูกมัดตรึงไว้ด้านหลังด้วยเชือกหยาบ เสียดสีผิวจนเป็นแผล เสื้อผ้าสีอ่อนที่เคยสะอาดสะอ้าน ยามนี้เปื้อนฝุ่นโคลนจนซีดเซียว ขาดวิ่น และไร้ค่า…ยิ่งกว่าขอทานข้างถนนคราบเลือดแห้งกรังติดแน่นตามเนื้อผ้าเป็นร่องรอยของการทรมานและการกล่าวโทษที่นางไม่เคยได้รับโอกาสปฏิเสธเรือนผมงามที่เคยถูกรวบเกล้าอย่างประณีตหลุดลุ่ยยุ่งเหยิงเส้
Read more
๒ ตื่นขึ้นก่อนโศกนาฏกรรม
ความมืดค่อยๆ ถอยห่างออกไป ราวกับมีใครบางคนค่อยๆ ดึงม่านหนาทึบออกจากดวงตาไป๋จื่อหรงสะดุ้งเฮือก ลมหายใจของนางติดขัด หอบถี่อย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจเต้นกระหน่ำจนแน่นอก เจ็บร้าวไปทั้งร่างราวกับยังคงรู้สึกถึงคมดาบที่ฟาดลงบนลำคอแม่นยำอย่างโหดเหี้ยม ความเย็นเฉียบของโลหะ และแรงกระแทกสุดท้าย…ยังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำนาง…ยังไม่ตายงั้นหรือ?เสียงลมหายใจของตนเองดังก้องอยู่ในโสตประสาท หยาดเหงื่อเย็นชุ่มไหลอาบแผ่นหลังจนอาภรณ์แนบชิดผิวกาย สองมือกำผ้าห่มแน่น ราวกับมันคือหลักยึดเดียวที่ยืนยันได้ว่านางยังมีตัวตนนางยังหายใจและยังมีชีวิตกลิ่นฉุนอ่อนๆ ของสมุนไพรลอยมาแตะปลายจมูก อบอวลและอ่อนโยน หาใช่กลิ่นคาวเลือด ไม่ใช่กลิ่นอับชื้นของลานประหารไป๋จื่อหรงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้นางชะงักงันเพดานไม้แกะสลักลวดลายดอกเหมยอย่างประณีตงดงาม ม่านผืนบางสีอ่อนพลิ้วไหวตามแรงลมแผ่วเบาแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาอย่างนุ่มนวล ทั้งอบอุ่น…และดูสงบในคราเดียวกันนี่คือเรือนของนาง ไม่ใช่คุกอับชื้น ไม่ใช่ลานประหารที่เต็มไปด้วยกลิ่นความตาย และไม่ใช่นรกที่เต็มไปด้วยเสียงสาปแช่ง แต่เป็นห้องที่นางคุ้นเคยและในเ
Read more
๓ บทบาทที่นางไม่ต้องการ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้น บุรุษในชุดขุนนางก้าวเข้ามา แผ่นหลังเหยียดตรงสง่า ใบหน้าเคร่งขรึม“เกิดอะไรขึ้น”เสียงนั้นทำให้ไป๋จื่อหรงยิ่งตัวสั่นทว่าหาใช่เพราะหวาดกลัว บิดาของนางในความทรงจำเคยถูกปลด ยึดทรัพย์และส่งไปยังชายแดน ก่อนที่สุดท้ายจะสิ้นใจท่าม กลางความหนาวเย็นไป๋จื่อหรงเงยหน้าขึ้น น้ำตาพร่าพรูจนมองแทบไม่ชัดนางเห็นบิดายืนอยู่ตรงนั้น ตรงหน้ายังมีชีวิตและลมหายใจ“ท่านพ่อ…”น้ำเสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบา แทบกลายเป็นเพียงสายลมไป๋จงซานขมวดคิ้ว ก่อนจะก้าวเข้าใกล้“เหตุใดวันนี้เจ้าจึงแปลกนัก”แปลกหรือ…หากบิดารู้ว่าในความทรงจำของนาง นี่คือการได้พบหน้าครอบครัวอีกครั้ง ภายหลังจากถูกฝังกลบทั้งตระกูลจนไม่เหลือแม้แต่หลุมศพยังจะนับว่าแปลกอีกหรือไป๋จื่อหรงคลายอ้อมกอดจากมารดาเดินเข้าไปหาบิดาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะนางคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว“หรงเออร์”ทั้งสองเอ่ยขึ้นแทบพร้อมกันไป๋จื่อหรงก้มศีรษะลงต่ำ หน้าผากแนบกับพื้นเย็นเยียบเสียงกระทบเบาๆ นั้น กลับดังราวกับฟาดลงบนหัวใจของผู้เป็นบิดามารดา“ข้าผิดไปแล้ว…” น้ำเสียงของนางสั่นเครือ“ผิดต่อพวกท่าน…ผิดต่อสกุลไป๋…”ไป๋จงซานเห็น
Read more
๔ ความผิดปกติแรก
ภายหลังจากคุณหนูใหญ่ล้มป่วยหนัก และเพิ่งฟื้นหายดีได้เพียงสองสามวันไม่ว่าผู้ใดในจวนสกุลไป๋…ล้วนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติตั้งแต่สาวใช้ใกล้ชิดไปจนถึงสาวใช้ซักล้าง หรือแม่บ้านจวนไปจนถึงบ่าวรับใช้ที่แทบไม่เคยมีโอกาสเข้าใกล้เรือนหลักทุกคนต่างพูดไม่ออก แต่ต่างก็รู้สึกได้ตรงกันคุณหนูใหญ่เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ที่ดูซูบซีดลงเล็กน้อย หากแต่เป็นท่าทีที่นิ่งเฉย สงบเสงี่ยม และเย็นเงียบเกินวัย ราวกับสตรีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานปี หาใช่ดรุณีน้อยที่เพิ่งพ้นวัยปักปิ่นไม่กี่วันดังเช่นก่อนหน้านางไม่อารมณ์ร้อน ไม่แสดงความเอาแต่ใจ ไม่ถามไถ่เรื่องที่เคยใส่ใจ รอยยิ้มที่เคยฉายชัดกลับจางลงสายตาที่เคยสดใส บัดนี้กลับลึกล้ำ จนยากจะคาดเดาแม้ยามเอ่ยวาจา น้ำเสียงยังคงอ่อนโยน สุภาพและไร้ความดุดัน แต่กลับทำให้ผู้ฟังรู้สึก…เหมือนกำลังยืนอยู่ต่อหน้าผืนน้ำลึกสงบนิ่ง…ทว่าไม่อาจหยั่งถึงก้นบึ้งหลายคนกระซิบถามกันเบาๆว่าโรคภัยครั้งนี้อาจทำให้คุณหนูใหญ่โตขึ้นก่อนวัยหรือบางที…อาจมีสิ่งใดบางอย่างติดตามกลับมาพร้อมกับการฟื้นตื่นไม่มีผู้ใดรู้คำตอบ มีเพียงความรู้สึกเดียวที่ค่อยๆ ฝังรากในใจผู้คนว่า นับจากวันนี้เป็
Read more
๕ บุรุษที่ไม่ควรใส่ใจ
วันนี้ไป๋จื่อหรงตั้งใจจะออกจากจวนไปตลาดเสียหน่อย ช่วงหลายวันที่ผ่านมา นางเอาแต่อุดอู้อยู่ในเรือน หมกมุ่นกับความทรงจำในชาติก่อนและกังวลถึงอนาคตที่ยังไม่ทันเกิดขึ้นนางยกชายกระโปรงขึ้น เดินนำหน้าสาวใช้ ก้าวเท้าอย่างไม่เร่งรีบ ทว่าราวกับสวรรค์มีตา กลั่นแกล้งมอบเคราะห์แรกให้แก่นางรถม้าคันใหญ่หยุดลงตรงหน้าประตูจวนพอดีเสียงฝีเท้าของทหารนักษาการดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และใกล้เข้ามาไป๋จื่อหรงแทบล้มไปทั้งยืนหากนางรู้ว่าเขาจะมาตั้งแต่แรกก็คงไม่ออกมายืนในจังหวะเช่นนี้เด็ดขาดร่างบางนิ่งงัน ชะงักค้างอยู่กลางอากาศราวกับว่ากลายเป็นก้อนหินไปแล้วถึงแม้จะตาบอดแม้จะมองไม่เห็นใบหน้าแต่เพียงแค่แว่วเดียว…หัวใจของนางก็พลันเต้นกระส่ำอย่างไร้จังหวะ ราวกับมันรู้ดีอยู่แล้วว่า ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นคือผู้ใดบุรุษผู้นั้น…คือผู้ที่เคยลงนามในคำสั่งประหารนางคือผู้ที่นางไม่ควรเข้าใกล้ไปชั่วชีวิตแต่บัดนี้ เขากลับมายืนอยู่ตรงหน้าหากนางยังฝืนก้าวเดินต่อไป ก็มีเพียงหุบเหวแห่งความตายรออยู่ ดังนั้น…นางไม่ควรเข้าใกล้อีก ไม่ควรแม้แต่จะลังเลไป๋จื่อหรงถอยหลังกลับเข้าไปด้านในจวนทันที สีหน้าของนางซีดเผือ
Read more
๖ เลิกเป็นหมาก
ที่ผ่านไม่ว่าผู้ใดต่างก็จับจ้องมองข่าวดีของคุณหนูใหญ่สกุลไป๋กันทั้งสิ้น ด้วยเหตุที่ว่านายท่านไป๋เป็นขุนนางในราชสำนักได้รับความไว้วางใจมาเนิ่นนาน อีกทั้งไป๋ฮูหยินยังเป็นสหายสนิทของอดีตฮองเฮาดังนั้นแล้ว…คุณหนูไป๋และองค์รัชทายาทเซียวเหยียนหลงย่อมมีความเกี่ยวพันกันมาตั้งแต่วัยเยาว์กล่าวได้ว่า หากเห็นองค์รัชทายาทอยู่ที่ใด…ก็ย่อมต้องเห็นคุณหนูไป๋อยู่ที่นั่น ตามติดราวกับเงาไม่ห่างหากเป็นแต่ก่อน ไป๋จื่อหรงได้ยินข่าวลือเรื่องการแต่งงานนี้ ย่อมถือเป็นเรื่องมงคลเพียงได้ฟังก็ทำให้อารมณ์ของนางเบิกบานไปได้หลายวันทว่ายามนี้ สำหรับนางแล้ว มันไม่ต่างจากขุมนรกบรรยากาศภายในห้องโถงจวนสกุลไป๋เงียบงัน กลิ่นหอมชาอ่อนๆ ลอยคลุ้ง อบอวลไปทั่ว ยามนี้ทุกสายตาล้วนจับจ้องมองมาที่นางเพียงผู้เดียว“หม่อมฉันไม่ชอบดื่มชา”ไป๋จื่อหรงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ตรงไปตรงมานางหันกลับไปสบตากับบุรุษตรงหน้าทันที“หากหม่อมฉันจะปฏิเสธ…” นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันบางๆ“องค์รัชทายาทคงไม่ทรงสั่งประหารหม่อมฉัน เพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้กระมัง”แม้ไป๋จื่อหรงจะจ้องสบตา สีหน้าไร้อารมณ์ ทว่าภายใต้
Read more
๗ นางร้ายที่ไหนกัน
หลายวันผ่านไปแม้ไป๋จื่อหรงอยากจะเก็บตัวอยู่ในเรือน ไม่ย่างก้าวออกไปที่ใด ทว่ากลับไม่อาจหลีกเลี่ยงคำคะคั้นคะยอของมารดาได้ สุดท้ายจึงต้องพาหลินเยว่ฉิงออกไปเดินตลาดตามคำสั่งไป๋ฮูหยินกล่าวว่า นางเอาแต่อยู่ในจวนมากเกินไป สมควรออกไปเปิดหูเปิดตาเสียบ้างถ้อยคำนั้นฟังดูอ่อนโยน ทว่ากลับไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธไป๋จื่อหรงได้แต่ถอนหายใจยาวบางทีชีวิต…ก็เหวี่ยงนางกลับไปยังจุดที่ควรหลีกเลี่ยงไม่พ้นจริงๆเหตุการณ์ในชาตินี้ ไป๋จื่อหรงลองไล่คิดดูแล้ว ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนไปจากชาติที่แล้วช่วงเวลานี้ เดิมทีนางควรได้รับราชโองการให้เตรียมตัวเข้าสู่การคัดเลือกเข้าวังหลวงแม้ท้ายที่สุดในชาติก่อน บิดาและพี่ชายจะช่วยเหลือให้นางดึงเข้าไปพัวพันจนยืนอยู่ข้างเขาได้ทว่ายามนี้…ยิ่งนางพยายามถอยออกห่างเหตุการณ์กลับยิ่งบิดเบี้ยว ราวกับมีมือที่ตามองไม่เห็นคอยขยับหมากบนกระดานแทนยามสายของวันนี้ ไป๋จื่อหรงสวมชุดใส่สีอ่อน ไม่ปักปิ่นหรือเครื่องประดับใดเกินจำเป็น คล้ายกับตั้งใจกลืนตัวเองให้จางหายไปกับฝูงชน ตรงกันข้าม…หลินเยว่ฉิงกลับดูสดใส ใบหน้ามีรอยยิ้มบาง ดวงตาเปล่งประกายเมื่อได้ออกมานอกจวนเสียงผู้คนในตลาดจอแจ กลิ่นหอมขอ
Read more
๘ เริ่มจับตามอง
เหตุการณ์กลางตลาดในวันนั้นกลับกลายเป็นข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองเพียงชั่วข้ามคืนเรื่องความมีเมตตาของคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ถูกเล่าขานต่อกันไม่ขาดปาก จนในที่สุดก็เล็ดลอดเข้าไปถึงวังหลวงไป๋จิ้งเหอ…หัวหน้าหน่วยองครักษ์หลวง ผู้ที่แทบไม่เคยก้าวเท้าออกนอกประตูวังหลวง แม้ข่าวลือเช่นนี้ ต่อให้ตั้งใจจะหลีกเลี่ยงเพียงใด ก็ไม่อาจรอดพ้นหูเขาไปได้แม้ระยะหลังจะไม่ได้ใกล้ชิดกับไป๋จื่อหรงมากนัก ทว่ากล่าวได้ว่าสายสัมพันธ์ทางสายเลือดยังคงแน่นแฟ้น ไม่มีผู้ใดจะรู้จักนิสัยแท้จริงของไป๋จื่อหรงดีไปกว่าเขาอีกแล้วภายนอก นางคือคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ เรียบร้อย สง่างาม เพียบพร้อมด้วยกิริยามารยาท ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์นั้น…กลับเป็นเพียงกระเบื้องเคลือบเงาที่ปิดบังความจริงเอาไว้นิสัยแท้จริงของไป๋จื่อหรงนั้น ดื้อรั้น เอาแต่ใจ และร้ายกาจไม่น้อย หากผู้ใดทำให้นางไม่พอใจ ไม่ถูกใจ หรือขัดความต้องการ ก็พร้อมจะถูกโทสะของนางเล่นงานได้โดยง่ายเพราะฉะนั้นแล้ว..ข่าวลือที่ว่า ไป๋จื่อหรงยินยอมควักเงินออกมาช่วยเหลือเด็กหัวขโมย แถมยังปกป้องอีกฝ่ายต่อหน้าผู้คนอีกการกระทำเช่นนี้ จึงผิดแปลกไปอย่างสิ้นเชิงไม่กี่วันก่อน ไป๋จิ้งเหอเพ
Read more
๙ สหายหรือศัตรู
ณ จวนสกุลไป๋“หมายความว่าอย่างไร…แต่งงานหรือเจ้าคะ”น้ำเสียงของไป๋ฮูหยินสั่นพร่า พลางลุกพรวดพราดขึ้นจากเก้าอี้ทันที ราวกับเพิ่งนั่งทับเหล็กร้อน สีหน้าซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นจนไม่อาจปิดบังได้แม้ฐานะของสกุลไป๋จะสูงส่ง เป็นที่อิจฉาของผู้คนทั้งเมืองทว่า…หากต้องส่งไป๋จื่อหรงเข้าไปในวังหลวงในสายตาของผู้เป็นมารดา นั่นไม่ต่างจากการผลักบุตรสาวลงสู่หุบเหวลึกที่เต็มไปด้วยขวากหนามที่นั่น…เป็นสถานที่ที่ผู้คนอยากหลุดพ้นแต่มีน้อยนักที่ได้ออกมาโดยยังคงเป็นคนเดิม“ข้าไม่เห็นด้วย”ไป๋ฮูหยินเอ่ยเสียงแข็ง มือที่กำชายแขนเสื้อสั่นระริกนางส่ายหน้าไปมา “วังหลวงไม่ใช่สถานที่ของสตรีธรรมดา ต่อให้นางเป็นบุตรสาวสกุลไป๋ ก็หาได้ปลอดภัยไม่!”ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่มีทางเห็นเด้วยยอมให้ไป๋จื่อหรงเข้าไปเด็ดขาด!นายท่านไป๋ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อเห็นท่าทางตื่นตระหนกของภรรยาแล้วก็ถอนหายใจยาว เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ยกแขนโอบไหล่นางไว้ด้วยท่าทีอ่อนโยน“ใจเย็นก่อนเถอะ”น้ำเสียงของเขาแผ่วลง “อย่างไรเสีย…สกุลไป๋ก็ยังมีอำนาจอยู่ในมือ หากคนผู้นั้นคิดจะตัดสินสิ่งใด ก็คงต
Read more
๑๐ กลิ่นอายความตายที่คุ้นเคย
กัวหลิงเออร์แค่นหัวเราะร่อออกมาเบาๆ ทว่ากลับยาวนานเสียจนหางตาเอ่อชื้น น้ำเสียงฟังคล้ายได้ยินเรื่องตลกที่สุดในชีวิต แต่แฝงด้วยบางอย่างที่ยากจะบอกได้ใบหน้าของนางขึ้นสีระเรื่อจางๆ คล้ายบุปผาที่ถูกแดดอ่อนต้อง ไม่แน่ชัดว่าเป็นเพราะโทสะที่พยายามกล้ำกลืน หรือเป็นเพราะความเย้ยหยันที่ไม่คิดปิดบังสายตาของกัวหลิงเออร์ปรายมองไปยังไป๋จื่อหรงอย่างช้าๆ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตนเอง ท่าทางคล้ายกำลังข่มหัวเราะอีกระลอก รอยยิ้มกว้างที่ปรากฏบนใบหน้าคนงามทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงอย่างประหลาด“แน่นอนว่าคุณหนูไป๋…”นางเอ่ยเสียงอ่อน “ย่อมต้องมีอายุยืนยาวแน่”คำพูดนั้นฟังดูเหมือนคำอวยพร ทว่าจังหวะเว้นวรรคกลับทำให้ความหมายบิดเบี้ยวไปอย่างน่าฟังกัวหลิงเออร์หยุดนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะละสายตาจากไป๋จื่อหรง หันไปมองนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าสีอ่อนในยามสายดูสงบเกินไป ราวกับไม่รับรู้ความเชือดเฉือนที่กำลังเกิดขึ้นในเรือน“เกรงว่าปานนี้…” นางกล่าวต่อช้าๆ “สวรรค์คงลำบากใจไม่น้อย ต่อคำขอพรของผู้คนมากมาย”ปลายนิ้วเรียวค่อยๆ ลูบแขนเสื้อของตนเอง น้ำเสียงยังคงนุ่มนวล ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบ“เพราะคุณหนูไป๋เป็นคนจิตใจดี มีเมตตาเสมอ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status