All Chapters of นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม: Chapter 11 - Chapter 20

30 Chapters

๑๑ หมากที่คว่ำกระดาน

ไป๋จื่อหรงเคยคิดว่า นางถอยออกมาไกลพอแล้วตราบใดที่ไม่เฉียดเข้าใกล้วังหลวง เส้นทางซึ่งเคยนำพานางไปสู่ลานประหารและชะตากรรมเดิม…ย่อมไม่มีวันหวนกลับมาทว่าไป๋จื่อหรงกลับคิดผิดราวกับสวรรค์ยังไม่ยอมปล่อยนางไปง่ายๆ เมื่อยามเช้าตรู่วันนี้ ก่อนฟ้าจะทันสาง แสงแรกของอรุณยังไม่ทันแตะขอบหลังคาราชโองการฉบับหนึ่งจากวังหลวงก็ถูกส่งมาถึงจวนสกุลไป๋ไม่มีขบวนใหญ่โตเอิกเกริก ไม่มีเสียงฆ้องกลอง มีเพียงขันทีผู้หนึ่งพร้อมกับกล่องไม้สีดำสนิทเดินทางมาอย่างเงียบงัน ทว่ากลับหนักอึ้งยิ่งกว่าสิ่งใดชิงเหอเข้ามาปลุกนางด้วยสีหน้าซีดเผือด เอ่ยเพียงประโยคเดียวว่า…มีราชโองการจากวังหลวงมาส่งมาถึง จำต้องออกไปรับเพียงเท่านั้น ความง่วงงุนที่มีทั้งหมดก็หายไปในพริบตาดวงตาของไป๋จื่อหรงเบิกกว้าง หัวใจร่วงวูบ ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นคว้ากระชากลงเหวลึกยามนี้ นางกำลังคุกเข่าอยู่กลางลานกว้างของจวน พื้นหินที่เย็นเฉียบซึมผ่านเข่าคล้ายแล่นเข้าสู่กระดูกจนร่างสั่นสะท้านลมหายใจแผ่วเบาจนแทบไม่อาจควบคุม ริมฝีปากแห้งผาก ปลายนิ้วเย็นเฉียบ ความรู้สึกภายในเหมือนมีคมดาบคมกริบจ่ออยู่ที่ลำคอ ราวกับว่า…หากนางขยับผิดเพียงเสี้ยวเดียวคมดาบนั
Read more

๑๒ พระชายาที่ไม่สมัครใจ

ตำหนักรัชทายาทเงียบงันกว่าที่ควรจะเป็นกลิ่นกำยานอ่อนๆ ลอยคละคลุ้ง ทว่ากลับกดทับลมหายใจผู้มาเยือนให้หนักอึ้งไป๋จื่อหรงเดินดุ่มๆ ก้าวเข้าไปโดยไม่รอให้ผู้ใดอนุญาต ยามนี้ภายในใจของนางเดือดปุดยิ่งกว่าน้ำต้มในหม้อเสียอีกแม้แต่องครักษ์หรือนางกำนัลหน้าประตูขยับจะขวางทางไว้ แต่เพียงสบสายตาคู่นั้นก็ชะงักมือโดยไม่รู้ตัวประตูตำหนักถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอการอนุญาตเสียงบานไม้กระทบกันดังเพียงครู่เดียว แทนที่ก่อนจะกลับสู่ความเงียบงัน แต่กลับมีเสียงฝีของนางกระทืบย้ำพื้นเดินดังชัดเจนอย่างจงใจ…ราวกับประกาศก้องว่ามารดามาแล้วไป๋จื่อหรงยังคงคว้ามือหลินเยว่ฉิงเอาไว้แน่น พาเดินเข้าไปภายในตำหนักอย่างคุ้นชิน ราวกับเส้นทางเบื้องหน้าเคยย่ำเดินผ่านมานับครั้งไม่ถ้วนก็เป็นเช่นนั้น…มีที่ใดบ้างในวังหลวงที่ไร้ร่องรอยฝีเท้านาง“พี่ใหญ่…แน่ใจหรือว่าเป็นที่นี่”หลินเยว่ฉิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาปลายน้ำเสียงสั่นไหวอย่างกลั้นไม่อยู่ สายตาของนางกวาดมองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่นกลัวว่ากา
Read more

๑๓ วาสนานี้ข้าไม่ขอรับ

“ขออภัย…องค์รัชทายาท”ยังไม่ทันที่บรรยากาศจะกดทับลมหายใจไปมากกว่านี้เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ก้าวขึ้นมาข้างหน้าอย่างไม่ลังเลไป๋จิ้งเหอลุกขึ้นจากโต๊ะหมาก เดินมายืนขวางหน้าร่างบาง หยุดตรงหน้าของไป๋จื่อหรงพอดีแผ่นหลังกว้างตั้งตรงดั่งกำแพงเหล็ก สายตาคมเข้มจับจ้ององค์รัชทายาทโดยที่ไม่คิดหลบเลี่ยงแม้แต่น้อย น้ำเสียงทุ้มหนักแน่น สุขุม หากแฝงความแข็งกร้าวไม่อาจมองข้าม“น้องสาวของข้า…ไป๋จื่อหรง”ไป๋จิ้งเหอเอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงหนักแน่นไร้การหลบเลี่ยง“นางมีนิสัยเอาแต่ใจ ดื้อรั้น ไม่เคยฟังความผู้ใด หาได้วาจาอ่อนหวาน รู้จักประนีประนอมหรือยอมลงให้ผู้ใดได้”ดวงตาของเขายังคงสบกับบุรุษตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา ไม่ถอยแม้แต่น้อย “สตรีเช่นนี้ ไฉนจะมีคุณสมบัติเพียบพร้อมพอจะนั่งข้างองค์รัชทายาทเป็นหงส์เคียงบัลลังก์ได้”คำพูดนั้นไม่ใช่การดูหมิ่นหากเป็นการยอมรับนิสัยแท้จริงของน้องสาวอย่างไม่ปิดบังกล่าวคือไป๋จิ้งเหอกำลังโน้มน้าวบุรุษตรงหน้าต่าหาก!ที่ผ่านมามิใช่ว่าเอาแต่หลีกหนีน้องสาวเบามิใช่หรือ…เหตุใด ยามนี้ถึงเปลี่ยนใจอยากได้กันมิหนำซ้ำเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ เขากลับไม่เคยล่วงรู้มาก่อนแม้แต่น้อย ภายในวังหล
Read more

๑๔ นางร้ายที่ไม่ยอมถอย

เพล้ง!เสียงแตกกระจายดังสนั่นก้องไปทั่วตำหนักแจกันเคลือบปั้นดินเผาราคาสูงลิ่ว ถูกเหวี่ยงลงพื้นอย่างไม่ไยดี แตกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับเศษกระเบื้องไร้ค่า“กรี๊ดดดดด!”น้ำเสียงกรีดร้องแหลมสูงฉีกอากาศแหบพร่า บิดเบี้ยว ปราศจากความงามใดๆ เหลืออยู่กัวหลิงเออร์ยืนตัวสั่นอยู่กลางห้อง ใบหน้าคนงามบิดเบี้ยวจนแทบจำไม่ได้สีหน้าทั้งเขียวคล้ำ ทั้งซีดเผือด สลับกันราวคนใกล้คลั่งดวงตาคู่งามแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปน เต็มไปด้วยไฟโทสะที่ลุกโชนจนไร้การควบคุม มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ“กล้าดีอย่างไร! ไป๋จื่อหรงมันกล้าดีอย่างไร!!”เสียงหวีดร้องแหลมคมจนบาดหู ถ้อยคำขาดๆ หายๆ ราวกับคนเสียสติของกัวหลิงเออร์ยังคงพ่นออกมาไม่หยุดมือเรียวสั่นเทา คว้าสิ่งของบนโต๊ะไม่เลือกหน้าทั้งถ้วยชา เชิงเทียน กล่องเครื่องประดับทุกอย่างถูกเหวี่ยง ปา ฟาดลงพื้นอย่างคลุ้มคลั่งเพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!เสียงแตกกระจายซ้อนทับกันไม่หยุดดังสะท้อนก้องไปทั่วพื้นตำหนักเต็มไปด้วยเศษกระเบื้อง เศษหยก และคราบน้ำชาเกลื่อนจนดูไม่ได้“สตรีผู้นั้นผู้ใด”“ก็แค่บุตรสาวขุนนางอวดดี! กล้าดีอย่างไรมาแย่งทุกอย่างของข้า! กล้าเหยียบหน้าข้า!”หยาดน้ำต
Read more

๑๕ ชะตาที่หนีไม่พ้น

หลายวันผ่านไปยามนี้ไม่เพียงข่าวลือเรื่องสมรสพระราชทานของนางจะถูกแผ่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวงขุนนางคนรู้จักก็แวะเวียนมาแสดงความยินดีไม่ขาดสายวันนี้ยังมีคนจากวังหลวงมาถึงหน้าจวนสกุลไป๋ด้วยตนเองทั้งเพื่อดูฤกษ์ยามอันเป็นมงคล ทั้งเพื่อนำบัญชีสินสอดข้าวของบางส่วนมามอบหมายไว้ล่วงหน้าขบวนจากวังหลวงยิ่งใหญ่โอ่อ่าหีบแดงเรียงราย กลิ่นธูปหอมลอยอวลผู้คนสองฟากถนนต่างหยุดยืนมองด้วยสายตาอิจฉา ปนชื่นชม ปนกระซิบซุบซาบไม่ขาดสาย ทว่ากลับไม่มีผู้ใดพบไป๋จื่อหรงอยู่ในจวนราวกับนางจงใจเลี่ยงหนี หรือไม่ก็…ไม่คิดจะรับรู้เรื่องทั้งหมดนี้ตั้งแต่ต้นและไม่มีผู้ใดรู้ว่านางออกจากจวนไปตั้งแต่ยามเช้านางไม่บอกแม้แต่ชิงเกอสาวใช้ใกล้กายยามนี้ไป๋จื่อหรงกำลังนั่งอยู่ในโรงเตี๊ยมน้ำชาเล็กๆ แห่งหนึ่งกลางเมือง เลือกมุมเงียบชิดหน้าต่าง บนชั้นสองที่ไม่สะดุดตาไอน้ำชาลอยกรุ่น เสียงถ้วยกระทบจานดังแผ่วผู้คนมากหน้าหลายตานั่งจับกลุ่มสนทนาอย่างออกรส และหัวข้อสนทนาที่เล็ดลอดเข้าหูของนางก็หาใช่เรื่องอื่นใดไม่“ได้ยินหรือไม่…องค์รัชทายาททรงเลือกคุณหนูสกุลไป๋เป็นพระชายา”“เช่นนั้นหรือ! ช่างวาสนาช่างดีนัก ทั้งบิดาเป็นขุนนางใหญ่ ม
Read more

๑๖ เส้นด้ายแดงที่ผู้ใดเป็นคนผูก

อย่างไรหานเจี้ยนก็ไม่อาจเชื่อได้ว่า บุรุษตรงหน้าคิดจะแต่งภรรยาเพียงเพราะถึงวัยอันควรตลอดเวลาที่ผ่านมา เซียวเหยียนหลงไม่เคยแยแสสตรีผู้ใด ต่อให้เป็นคุณหนูสกุลไป๋ผู้นั้นที่ผู้คนทั้งเมืองกล่าวว่างดงามเพียงใดก็ไม่เคยแม้แต่จะเหลียวตามองด้วยแววตาพึงพอใจสักนิดมีเพียงความเฉยชาเท่านั้นและบางครา ก็คล้ายเจือด้วยความรำคาญเสียด้วยซ้ำเพราะด้วยนิสัยของเซียวเหยียนหลง หากมิใช่ศึกสงคราม ก็ย่อมเป็นผลประโยชน์หากลงมือ ย่อมไม่เคยทำโดยไร้สิ่งตอบแทน ราวกับพ่อค้าที่คิดคำนวณทุกก้าวเดิน ไม่มีสิ่งใดเรียกว่า สูญเปล่าได้งานสมรสครั้งนี้ก็เช่นกัน ดูเผินๆ เหมือนยินดีรับเป็นภรรยา ทว่าหานเจี้ยนกลับเห็นชัดว่าในสายตาของเซียวเหยียนหลงนั้นคุณหนูไป๋มิใช่สตรี หากเป็นหมากตัวหนึ่งบนกระดาน!แต่งนางเข้ามา มิใช่เพื่อร่วมเตียงเคียงข้างไปจนผมขาวหากเพื่อกุมอำนาจสกุลไป๋ทั้งตระกูลไว้ในมือช่างเจ้าเล่ห์สมกับเป็นเซียวเหยียนหลงจริงๆ!มุมปากของหานเจี้ยนกระตุกยกขึ้นยิ้มเยาะ สายตาคมกริบทอดมองบุรุษตรงหน้าราวกับต้องการขุดลึกลงไปให้ถึงจิตใจ ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยนั้นกำลังคิดอันใดอยู่กันแน่หานเจี้ยนเอ่ยขึ้นช้าๆ “นึกไม่ถึงว่าองค์รัชทายาทจะ
Read more

๑๗ ยิ่งผลักไส ยิ่งถูกครอบครอง

จับคู่ผูกด้ายแดงอย่างตามใจงั้นหรือ!ไป๋จื่อหรงแทบหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น สีหน้าเหยเกไม่รู้ว่าควรจะยิ้มหรือร้องไห้ออกมาดีนางหาได้ทำตามใจตนเองอย่างเดียวไม่ หากแต่ทำตามสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วในชาติที่แล้วต่างหากเพื่อไม่ให้เรื่องราวลุกลามวุ่นวายใหญ่โตเพื่อไม่ให้นางและสกุลไป๋ต้องเดินซ้ำรอยเดิม…ที่นำพาไปสู่ความตายอย่างไร้ทางหนีหนังตาของไป๋จื่อหรงกระตุกริกๆ ลมหายใจติดขัดราวกับมีไฟโทสะคุกรุ่นอยู่ในอก“เหอะ!”ไป๋จื่อหรงแค่นหัวเราะฮึดฮัดในลำคอ เสียงนั้นฟังดูเบา หากกลับแข็งกระด้าง“ไฉนพี่ใหญ่จึงกล่าวหาข้าเช่นนั้น ข้าหวังดีทั้งสิ้น หาไม่แล้วก็หาได้อยากสอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของผู้ใดมากความ” น้ำเสียงหวานเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ ราบเรียบไร้ช่องโหว่ให้โต้แย้งได้เป็นถ้อยคำที่เหมาะสม…เหมาะสมจนไม่มีผู้ใดจับพิรุธได้ทว่าในใจของไป๋จื่อหรงกลับปั่นป่วนยิ่งนักเดิมทีวันนี้นางก็หาได้อารมณ์ดีอยู่แล้ว หลายวันก่อนหน้านี้ นางต้องหาข้ออ้างสารพัดเพื่อเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน อ้างว่าป่วยจับไข้รุมๆ ปวดศีรษะบ้าง หรือไม่ก็อ่อนเพลียจนลุกไม่ไหว ทั้งหมดก็เพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้มารดาจับตัวไปวัด วัดตัว ตัดชุด…ชุดแต่งงาน!เพียงค
Read more

๑๘ ข้าเลือกแล้ว

ยามนี้ผู้คนในวังหลวงแตกตื่นราวกับรังแตนแตกรังตั้งแต่เหล่าขุนนางฐานะต่ำต้อยไปจนถึงกัวไท่ฝู ต่างพากันร่างฎีกาเขียนออกมาเพื่อขอเปิดประชุมเร่งด่วน ณ ท้องพระโรงต้องการกดดันให้องค์รัชทายาทเซียวเหยียนหลงนั้นออกมาชี้แจงเรื่อง สมรสพระราชกับสกุลไป๋!เหตุใดจึงไม่มีการปรึกษาหารือล่วงหน้าเหตุใดจึงกระทำการบุ่มบ่ามตามใจโดยที่ไม่คำนึงถึงบัลลังก์และความสงบสุขของแผ่นดิน และยิ่งไปกว่านั้น…ยามนี้ ช่วงไว้ทุกข์ขององค์จักรพรรดิองค์ก่อนยังมิทันผ่านพ้นอีกทั้งก็ยังมิได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์มังกรไฉนจึงไม่สำรวมระมัดระวังให้ดี แต่กลับปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวมาก่อนบ้านเมือง!ดังนั้น หลายวันมานี้ ทั้งเหล่าขุนนางและกัวไท่ฝูต่างเฝ้ารออยู่ที่ท้องพระโรง ตั้งแต่ยามเช้าตรู่ จนยามพลบค่ำฟ้าเปลี่ยนสี ทว่ากลับไม่มีผู้ใดได้เห็นแม้เงาขององค์รัชทายาท หรือย่างเท้าก้าวออกจากตำหนักสักครามีเพียงคนของตำหนักตะวันออกมาส่งข่าวสั้นๆ เย็นชาว่า…หากอยากรอ ก็รอไป อย่างไรข้าก็ไม่ว่างออกมาถ้อยคำนั้นดุจน้ำเย็นราดใส่หัว ทว่าก็ยังไม่มีผู้ใดกล้าลุกจา
Read more

๑๙ ฝันร้ายที่ยังไม่พอ

ไป๋จื่อหรงนอนหลับอยู่บนเตียง ผ้าม่านผืนบางสั่นไหวเบาๆ ตามแรงลมยามค่ำคืน เปลวเทียนบนโต๊ะหัวเตียงใกล้มอดดับ เงาไฟสั่นไหวทอดทับบนใบหน้าซีดเผือดของนางเปลือกตาที่ปิดสนิทกลับสั่นระริก คล้ายห้วงฝันกำลังดำดิ่งลงสู่ความทรงจำที่นางไม่อาจหลีกหนีกลิ่นคาวเลือด…เสียงร้องแผ่วเบาแหบพร่าที่ขาดห้วง…ความเย็นเฉียบของเหล็กคมในฝันนั้น นางนั่งอยู่บนพื้นเย็นเยียบ อาภรณ์สีขาวที่สวมใส่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีแดงฉาน นัยน์ตาเมล็ดซิ่งที่เคยอ่อนโยนงดงามกลับแดงก่ำ มือทั้งสองสั่นเทากุมหน้าแบนราบในนี้...เคยมีลูกของนาง ที่ยังไม่ทันได้มีผู้ใดรู้ ไม่ทันได้ลืมตาออกมาดูความวุ่นวายของวังหลวงก็กลายแค่ก้อนเลือดที่แตกเท่านั้นสายเลือดอุ่นๆ ไหลผ่านทุกซอกนิ้ว ความเจ็บปวดกายยังไม่เท่ากับทรมานใจแทบขาดแม้แต่น้ำไหลที่จะไหลออกมาก็ไม่มีสักหยดฤดูหนาวปีนั้น หิมะตกหนักที่สุดนับตั้งแต่เซียวเหยียนหลงขึ้นนั่งบนบัลลังก์ ยามที่สายลมหนาวพัดผ่านมาราวกับมีใบมีดเฉียดบาดผิวบานประตูตำหนักเย็นถูกเปิดประตูทิ้งไว้อย่างตั้งใจไป๋จื่อหรงถูกลากเข้ามา…ราวกับเป็นรังเกียจทั้งน่าเวทนา สมเพชและน่าดูแคลนอย่างถึงที่สุด!ฐานะของนางที่เคยสูงส่งบัดนี้ กล
Read more

๒๐ ไม่อาจหลุดพ้น

“ปล่อยหรือ?”พอได้ยินประโยคนั้น เซียวเหยียนหลงชะงักไปเพียงครู่หนึ่ง ก่อนมุมปากหนาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา เขาหัวเราะเบาๆ อย่างขบขัน “ยามที่ข้าเคยยื่นมือให้…คุณหนูไป๋กลับสะบัดทิ้งหรือ”ไป๋จื่อหรงเงยหน้าขึ้น ดวงตาสั่นระริกแต่ไม่หลบหนีนางแค่นหัวเราะฮึดฮัดอย่างท้าทาย หาได้สนใจคมดาบเย็นเยียบที่กำลังจ่ออยู่ลำคอไม่“ตอนนั้นข้าไล่ตามท่านแทบสิ้นลมหายใจ”ไป๋จื่อหรงกัดฟันกรอดคล้ายแค่นออกมาจากความรู้สึก นางเอ่ยต่อเสียงแผ่ว “แต่ท่านกลับหันหลังให้ข้าแม้แต่เงา!”ซ้ำยังมอบความตายให้นางอย่างเย็นชา!“แล้วตอนนี้เล่า” เซียวเหยียนหลงเลิกคิ้ว เอ่ยสวน น้ำเสียงราวเรียบไร้อารมณ์จนชวนให้ขุนลุกซู่ “ทั้งที่ข้าเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา เหตุใดคุณหนูไป๋กลับวิ่งหนีไปราวกับข้าเป็นพิษร้าย”พอสิ้นคำนั้น ปลายดาบยิ่งขยับแนบชิดขึ้นอีกนิด ความเย็นเฉียบทำให้นางสะท้าน ความรู้สึกในชาตินั้นก็พลันแล่นแวบเข้ามา จนควบคุมไม่ได้นัยน์ตาเมล็ดซิ่งแข็งกร้าวที่สบเข้ากับดวงตาคู่นั้นอ่อนลง“…”เซียวเหยียนหลงโน้มใบหน้าก้มลงต่ำ น้ำเ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status