All Chapters of แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ: Chapter 21 - Chapter 30

30 Chapters

บทที่ 21

หลีปั้นเมิ่งหลับตาลง เธอเอนกายอยู่บนเตียง แผ่นหลังชุ่มเหงื่อจนซึมเข้าชุดคนไข้แล้วราวกับเพิ่งเดินผ่านประตูนรกมาหนึ่งรอบโชคไม่ดีที่สุดท้ายจงเซ่าเหนียนก็ค้นพบความจริงแต่ยังนับว่าโชคดีที่เขาไม่รู้ว่าเธอยังตั้งท้องลูกของเขาอยู่ก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยวันข้างหน้า เมื่อเด็กคนนี้ลืมตาดูโลก จงเซ่าเหนียนจะไม่มีวันนึกถึงเลยว่านี่คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา"ลูกแม่ แม่รักษาหนูไว้ได้แล้วนะ จะไม่มีใครมาแย่งหนูไปจากแม่ได้อีกแล้ว"พอหลีปั้นเมิ่งทาบมือลงบนหน้าท้องน้อย เธอจึงเริ่มสัมผัสได้ถึงพลังที่ช่วยให้เบาใจขึ้นมาบ้างจากนี้ไปเธอจะได้บำรุงครรภ์และพักฟื้นร่างกายได้อย่างสบายใจสักทีที่นอกห้องผู้ป่วยจงเซ่าเหนียนก้าวยาวอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธหลีซวี่ฮั่วรออยู่หน้าลิฟต์ พอเห็นเขาก็รีบวิ่งเข้าไปหา "ประธานจง...""ไปให้พ้น"หลีซวี่ฮั่วลูบจมูกตัวเองอย่างเจื่อน ๆเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ขณะที่จงเซ่าเหนียนกำลังจะก้าวเข้าไป เขาก็หันมามองค้อน "นายนี่มีน้องสาวที่ดีจริง ๆ นะ""เอ่อ..."หลีซวี่ฮั่วเองก็ไม่รู้ว่าประโยคนี้คือคำชมหรือคำด่ากันแน่พอจงเซ่าเหนียนจากไป เหล่าบอดี้การ์ดก็ถอ
Read more

บทที่ 22

เมื่อมองดูเงาร่างของทั้งสองคน หลีปั้นเมิ่งก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่า...ช่างดูเหมาะสมกันดีเหลือเกินถ้าเธอรู้ตัวเร็วกว่านี้สักหน่อยก็คงดี จะได้ไม่ต้องเสียลาวัยสาวห้าปีทิ้งไปเปล่า ๆอายุสิบขวบพบเขาครั้งแรก ถูกจับหมั้นกันอายุสิบแปดเดินตามรอยเท้าเขา สอบเข้ามหาวิทยาลัยหัวชิงอายุยี่สิบสองเรียนจบ แต่งงานสร้างครอบครัว และเริ่มเป็นแม่บ้านเต็มตัวอายุยี่สิบเจ็ด ตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดเดี่ยวหลีปั้นเมิ่งคิดว่า เธอไม่ได้ขาดแคลนความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่ เธอแค่รู้สึกว่า เธอคงจะรักใครไม่ได้อีกแล้วขณะที่เธอกำลังจะหันหลังกลับและทำเป็นมองไม่เห็นอะไร กลับเห็นฟู่อวี๋เหยียนหยุดกะทันหันแล้วลูบแขนตัวเองดูเหมือนจะเป็นเพราะความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่แรงเกินไปจงเซ่าเหนียนยื่นมือไปโอบเธอไว้ ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหยิบผ้าคลุมไหล่ผืนหนึ่งออกมาคลุมร่างฟู่อวี๋เหยียนอย่างเบามือหลีปั้นเมิ่งหยุดชะงักอยู่กับที่ดวงตาของเธอจ้องเขม็งไปที่ผ้าคลุมไหล่ผืนนั้น"อาเหนียน นายใส่ใจจัง" ฟู่อวี๋เหยียนห่อตัวด้วยผ้าคลุมไหล่แล้วยิ้มอย่างออดอ้อน "ตอนนี้ไม่หนาวเลยสักนิด"เธอจงใจบีบเสียงพูด พยายามทำให้เสียงของตัวเ
Read more

บทที่ 23

ใบหน้าของฟู่อวี๋เหยียนกลับมาประดับด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง "ที่แท้นายก็เป็นห่วงฉันนี่เอง อาเหนียน""เธอไม่จำเป็นต้องทำเรื่องพวกนี้เพื่อเอาใจฉัน"จะสื่อความหมายว่า มีแค่หลีปั้นเมิ่งเท่านั้นที่ทำเรื่องแบบนี้เพื่อเอาใจเขาซึ่งเขาไม่เคยเห็นมันอยู่ในสายตาเลยหลีปั้นเมิ่งรู้สึกหนาวขึ้นมานิดหน่อยอาจเป็นเพราะแอร์ในห้างนี้เปิดแรงและอุณหภูมิต่ำเกินไปจริง ๆเธอไม่ได้อยากอยู่ที่นี่นานนัก และไม่มีอารมณ์จะมาดูอดีตสามีกับเมียน้อยโชว์ความหวานใส่กันด้วย"คุณฟู่คะ" หลีปั้นเมิ่งเอ่ยอย่างสุภาพ "ห้างนี้มีของครบทุกอย่าง เดินเข้าสักร้านซื้อผ้าคลุมไหล่ที่คล้าย ๆ กันมากันหนาวก็ได้แล้ว ผืนที่อยู่บนตัวน่ะ ทิ้งไปตอนนี้เลยเถอะ"เธอมองแล้วรู้สึกเคืองตาของที่เธอถักด้วยมือตัวเอง จะไปอยู่บนตัวฟู่อวี๋เหยียนได้ยังไงแต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือ ฟู่อวี๋เหยียนปฏิเสธ"ของดีๆ ทำไมต้องทิ้งด้วยล่ะคะ น่าเสียดายออก" ฟู่อวี๋เหยียนว่า "ฉันว่ามันใช้ดีออก อีกอย่างเธอถักเองกับมือด้วย มีความหมายจะตาย"ท่าทีของหลีปั้นเมิ่งเริ่มแข็งกร้าวขึ้น "ฟู่อวี๋เหยียน อย่าทำให้ฉันสะอิดสะเอียน อย่าทำตัวให้น่ารังเกียจเองด้วย ดีไหม""ไม่ใช่แบบน
Read more

บทที่ 24

หลีปั้นเมิ่งเงยหน้าขึ้น จ้องเขม็งไปที่ฟู่อวี๋เหยียน"ฉันกำลังคิดว่า..." ฟู่อวี๋เหยียนพูด "หรือว่า ให้ฉันซักให้สะอาดก่อนแล้วค่อยคืนให้เธอดีไหม""ฉันจะทิ้งมันทันที ไม่ต้องซัก""เธออุตส่าห์ลำบากถักมา แถมยังสภาพดีอยู่เลย ทิ้งไปน่าเสียดายออก"หลีปั้นเมิ่งออกแรงแย่งอีกครั้ง "ฉันจะจัดการยังไง มันก็เรื่องของฉัน"ฟู่อวี๋เหยียนเองก็ออกแรงยื้อไว้เช่นกันมิหนำซ้ำ เธอยังยกมืออีกข้างขึ้น พยายามจะง้างนิ้วมือของหลีปั้นเมิ่งออกในขณะเดียวกัน หล่อนก็เหลือบไปเห็นสร้อยข้อมือลูกปัดบนข้อมือของหลีปั้นเมิ่งช่างดูคุ้นตาเหลือเกินตั้งแต่ครั้งแรกที่หล่อนได้พบหลีปั้นเมิ่ง สร้อยลูกปัดนี้ก็สวมอยู่ที่มือของหลีปั้นเมิ่งมาตลอด ไม่เคยถูกถอดออกเลยหลายปีจะต้องเป็นของที่สำคัญและล้ำค่ามากแน่ ๆแววตาของฟู่อวี๋เหยียนมืดหม่นลงวูบหนึ่งในระหว่างที่ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่นั้น หลีปั้นเมิ่งรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างขาดสะบั้นลง ข้อมือพลันรู้สึกหลวมและเบาหวิวทันทีตามมาด้วยเสียงเปรี๊ยะปร๊ะพรั่งพรูดังขึ้น ลูกปัดกระจัดกระจายเต็มพื้นสีหน้าของหลีปั้นเมิ่งเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงเธอรีบก้มมองไปที่พื้นทันทีลูกปัดกลมสิบกว่าเม็
Read more

บทที่ 25

ส่วนหลีปั้นเมิ่งได้เริ่มออกตามหาลูกปัดอีกครั้ง ในที่สุด เธอก็หันไปเจอมันที่ขอบมุมห้องแต่ว่า ลูกปัดนั้นแตกออกเสียแล้วมีรอยร้าวปรากฏให้เห็นเด่นชัดหลายจุด แค่แตะเบา ๆ ก็ดูเหมือนจะแตกสลายกลายเป็นเสี่ยง ๆหลีปั้นเมิ่งหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง วางไว้บนฝ่ามือโดยไม่กล้าออกแรงกดแม้แต่นิดเดียวหาเจอแล้ว แต่กลับมีรอยร้าวจะทำยังไงดีล่ะ จะซ่อมได้ไหมนะ ถ้าซ่อมไม่ได้...หัวใจของหลีปั้นเมิ่งปวดแปลบ เธอเงยหน้าขึ้นมองฟู่อวี๋เหยียนสายตาของเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ จนฟู่อวี๋เหยียนตกใจถอยไปอยู่ข้างกายจงเซ่าเหนียนสร้อยข้อมือนี่มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ สำคัญขนาดที่จงเซ่าเหนียนยอมยืนดูเธอโดนตบหน้าฉาดใหญ่ โดยไม่ยอมออกโรงปกป้องเธอเลยเนี่ยนะ!ฟู่อวี๋เหยียนเองก็ไม่กล้าถาม ได้แต่เอามือกุมแก้มก้มหน้าเงียบ ๆ ปล่อยให้ผมสยายลงมาบดบังใบหน้าเพื่อรักษาภาพลักษณ์ผู้ถูกกระทำต่อไป"อาเหยียนไม่ได้ตั้งใจ" จงเซ่าเหนียนกล่าว "แต่เธอกลับลงไม้ลงมืองั้นเหรอ" "ฉันจะตบเธอ นายจะทำไม เธอไม่ควรโดนเหรอ" หลีปั้นเมิ่งตอบสวนจงเซ่าเหนียนขมวดคิ้วมุ่น "ยัยผู้หญิงปากร้าย""ฉันแค่แค้นที่เมื่อกี้ตบเบาไป น่าจะตบให้ห
Read more

บทที่ 26

ร้านเครื่องประดับพนักงานรับลูกปัดที่หลีปั้นเมิ่งยื่นให้มาดูอย่างละเอียด ก่อนจะส่ายหน้า "ขออภัยด้วยค่ะ ทางเราซ่อมให้ไม่ได้จริง ๆ"หลีปั้นเมิ่งกล่าวขอบคุณเสียงเบา เดินออกจากร้านแล้วเปลี่ยนไปอีกร้านหนึ่งไม่ว่าจะเป็นร้านขายทอง ขายเพชรหรือขายหยก เธอเดินเข้าออกร้านแล้วร้านเล่าจนสุดท้าย ช่างฝีมืออาวุโสคนหนึ่งดูแล้วบอกว่า "ผมจะลองติดกาวซ่อมดูให้ แต่ไม่รับประกันว่าจะสำเร็จนะ""ค่ะ รบกวนช่วยซ่อมให้เต็มที่ก็พอค่ะ"ถ้าไม่ซ่อมให้ดี อีกไม่นานลูกปัดเม็ดนี้คงจะแตกสลายไปทั้งหมดถึงตอนนั้นมันคงจะพังพินาศจนซ่อมไม่ได้อีกช่างอาวุโสหยิบเครื่องมือออกมาอย่างชำนาญ พลางถามขึ้นลอย ๆ "ดูแล้วมันก็ไม่ได้ราคาแพงอะไรนะ สำคัญกับคุณมากเลยเหรอครับ""เป็นของดูต่างหน้าของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ""โธ่เอ๋ย" ช่างชะงักมือ "งั้นถ้าผมซ่อมไม่..."หลีปั้นเมิ่งพูดแทรก "ไม่เป็นไรค่ะช่าง ฉันไม่ตำหนิคุณหรอกค่ะ ฉันเดินบนถนนสายนี้มาครึ่งชั่วโมงแล้ว มีแค่คุณคนเดียวที่ยอมรับงานนี้""ตกลง"ช่างอาวุโสสวมแว่นสายตายาว และเริ่มลงมือซ่อมแซมอย่างตั้งใจเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นกะทันหันหลีปั้นเมิ่งเหลือบมองแล้วกดรับ "ฮัลโหล พี่"
Read more

บทที่ 27

เมื่อส่องดูกับแสงแดด รอยร้าวนั้นยิ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้นแต่ว่าการที่ยังรักษาเอาไว้ได้ก็นับว่าเป็นโชคดีในความโชคร้ายแล้วหลีปั้นเมิ่งจ่ายเงินและกล่าวขอบคุณ ก่อนจะกลับไปยังวิลล่าตระกูลหลีเป็นอย่างที่คิดไว้ หลีซวี่ฮั่วที่ปกติจะเอาแต่นอนอาบแดดบนโซฟาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานแล้วหลีปั้นเมิ่งถอนหายใจ เดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังบ้านเดิมตระกูลหลีพ่อบ้านของบ้านเก่าชะงักไปเมื่อเห็นเธอ "คุณ... คุณปั้นเมิ่งมาแล้วเหรอครับ"ปกติแล้ว หลีปั้นเมิ่งจะแวะมาเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้นเวลาปกติ เธอแทบจะไม่เหยียบเข้ามาที่นี่เลยสักก้าวเดียวเธอและครอบครัวของหลีหงผู้เป็นอารอง มีความสัมพันธ์แบบหน้าชื่นอกตรมอย่างชัดเจนเนื่องจากคุณนายเฒ่าหลียังมีชีวิตอยู่ คนในตระกูลหลีจึงตกลงใจที่จะแสดงละครให้ดูรักใคร่กลมเกลียวกันไว้ เพื่อไม่ให้คนแก่ต้องเสียใจหลีหงยึดครองทรัพย์สิน บริษัทและสินทรัพย์ของพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่เสียชีวิตไป หลายปีมานี้เขาก็คอยเฝ้าระวังไม่ให้หลีซวี่ฮั่วและหลีปั้นเมิ่งกลับมามีอำนาจ คอยกดหัวทั้งทางตรงและทางอ้อมส่วนหลีซวี่ฮั่วก็เป็นคนไม่ได้ความจริง ๆหลีปั้นเมิ่งก็เป็นคนคลั่งรัก หลายปีมานี้มัว
Read more

บทที่ 28

ไม่นาน หลีหงก็ปรับอารมณ์ให้คงที่ได้เขารู้อยู่แล้วว่าถ้าหลีปั้นเมิ่งไม่มีธุระคงไม่มาหาถึงที่นี่แน่หลานสาวคนนี้ของเขา ดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าหลานชายคนนั้นตั้งเยอะน่าเสียดายที่เป็นผู้หญิง แถมยังมีพันธะสัญญาหมั้นหมายติดตัวคงจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มากนักหลีหงกระแอมไอสองครั้งแล้วใช้ข้ออ้างแบบเดิม ปั้นเมิ่งเอ๊ย หลานเป็นผู้หญิงจะไปเข้าใจเรื่องบริหารบริษัทได้ยังไง อีกอย่าง งานเลี้ยงรับรองที่ต้องดื่มเหล้าเมายาน่ะ หลานดื่มไหวเหรอ ไม่จำเป็นต้องไปลำบากขนาดนั้นหรอก ปรนนิบัติท่านประธานจงให้ดี นั่นน่ะดีกว่าอะไรทั้งหมดแล้ว""ผู้หญิงแล้วยังไงคะ ผู้หญิงจะพึ่งพาผู้ชายไปตลอดได้ที่ไหน" หลีปั้นเมิ่งยิ้มตาหยี "อีกอย่าง ชิงเสวี่ยก็เป็นผู้หญิง อาเองก็มีลูกสาวแค่คนเดียว อนาคตก็ต้องให้เธอรับช่วงต่ออยู่ดี"หลีหงมีลูกสาวเพียงคนเดียว ชื่อว่าหลีชิงเสวี่ยเธอไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ ช่วงนี้เพิ่งเรียนจบ อีกไม่นานคงจะกลับประเทศแล้วทันทีที่หลีชิงเสวี่ยกลับมา หลีหงย่อมต้องฟูมฟักสั่งสอนเธออย่างดีแน่นอนถึงตอนนั้นก็คงไม่มีที่ยืนสำหรับหลีซวี่ฮั่วและหลีปั้นเมิ่งอีกต่อไป"เฮ้อ ชิงเสวี่ยไม่ได้ว
Read more

บทที่ 29

เขาไม่อยากให้เงินตกไปอยู่ในมือของหลานชายหลานสาวแม้แต่บาทเดียว เพราะในอนาคตตั้งใจจะเก็บไว้ให้หลีชิงเสวี่ยลูกสาวคนเดียวหลีปั้นเมิ่งคนนี้ เจ้าเล่ห์กว่าหลีซวี่ฮั่วมากนักคอยขุดหลุมพรางให้เขาทุกที่ และก็คอยหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเองไว้ทุกทางเช่นกันตอนที่หลีปั้นเมิ่งเดินออกจากบ้านเดิมตระกูลหลี รอยยิ้มของเธอดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อารมณ์ดีสุด ๆหลีหงยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องโถง มองตามหลังเงาร่างของเธอที่เดินจากไปไม่นึกเลยว่า จิ้งจอกเฒ่าอายุรุ่นราวคราวห้าสิบกว่าอย่างเขา จะมาเสียท่าโดนหลีปั้นเมิ่งวางแผนตลบหลังเข้าให้เป็นเพราะเขาประมาทและประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไปไม่เป็นไร นี่มันแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นต่อจากนี้ มาดูกันว่าคลื่นลูกใหม่จะพัดแรงกว่าคลื่นลูกเก่า หรือขิงจะยังเผ็ดกว่าเพราะความแก่หลังจากหลีปั้นเมิ่งได้รับ 'เงินลงทุน' ตามที่หลีหงเรียก เธอก็รีบไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาหนึ่งคันทันทีทั้งยังเป็นรุ่นที่ถูกที่สุด คันเล็ก ๆ สั้น ๆ ราคาประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทเท่านั้นที่เขาเรียกกันทั่วไปว่ารถ 'หัวปลาพริกสับ' ไม่มีรถ ก็ไปไหนมาไหนลำบากเมื่อมีรถขับแล้ว หลีปั้นเมิ่งก็เริ่มตระเวนเลือกสถาน
Read more

บทที่ 30

จงเฉิงเจ๋อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย "พี่ครับ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ พี่ไม่ได้ข่าวบ้างเลยเหรอ"จงเซ่าเหนียนเผยสีหน้าปกติ ตอบกลับว่า "เธออยากทำอะไรก็ปล่อยเธอไป ฉันไม่ก้าวก่าย"เรื่องหย่าร้าง ยังให้คนในตระกูลจงรู้ตอนนี้ไม่ได้เพื่อไม่ให้มีใครหลุดปากพูดต่อหน้าคุณย่าร่างกายของท่านตอนนี้ ยังทนรับอารมณ์โกรธไม่ไหวแม้จงเซ่าเหนียนกับจงเฉิงเจ๋อจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่ความจริงแล้วมีการติดต่อกันส่วนตัวค่อนข้างน้อยตรงกันข้าม จงเฉิงเจ๋อจะสนิทสนมกับเผยไหวเซิงมากกว่ามักจะนัดเจอกันอยู่บ่อยครั้ง"ประเด็นคือ…" จงเฉิงเจ๋อหยั่งเชิง "เผยไหวเซิงคอยช่วยเหลือพี่สะใภ้มาตลอด ออกแรงไปไม่น้อยเลย ในหอศิลป์ก็เห็นเขาป้วนเปี้ยนอยู่บ่อย ๆ"ปากกาหมึกซึมในมือของจงเซ่าเหนียนค่อย ๆ ถูกกำแน่นขึ้นเมื่อเห็นเขาไม่พูดอะไร จงเฉิงเจ๋อจึงพูดต่อ "พี่ครับ พี่ก็รู้ว่าผมกับเผยไหวเซิงสนิทกัน เลยพอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง เขาช่วยพี่สะใภ้ติดต่อจิตรกรดัง ๆ ให้มาช่วยโปรโมตหอศิลป์เพื่อสร้างชื่อเสียง วิ่งเต้นหาเส้นสายไปทั่ว เขาดูจะ...ใส่ใจเกินไปหน่อยนะ""แต่ผมก็พูดอะไรมากไม่ได้ เขาเป็นเพื่อนผม ส่วนพี่สะใภ้ก็เป็นภรรยาพี่ ผมอยู่ตรงกลางมัน
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status