Tous les chapitres de : Chapitre 1 - Chapitre 10

30

บทที่ 1

ตอนที่หลีปั้นเมิ่งกลับมาถึงบ้าน ท้องฟ้าก็มืดแล้วเธอผลักประตูห้องนอนใหญ่เข้าไป บนเตียงหลังใหญ่มีเสื้อผ้าและเข็มขัดของผู้ชายวางระเกะระกะ มีเสียงน้ำไหลจ๊อก ๆ ดังแว่วมาจากในห้องน้ำจงเซ่าเหนียนกำลังอาบน้ำ หลีปั้นเมิ่งหลุบตาลง มองดูใบตรวจครรภ์ในมือตอนนี้เธอตั้งครรภ์แล้วทั้งยังเป็นลูกแฝดอีกด้วยตอนที่ได้รับคำยืนยันจากหมอ เธอคิดขึ้นมาโดยสัญชาตญาณว่า บางทีเธออาจจะใช้ลูกรั้งจงเซ่าเหนียนไว้เพื่อกอบกู้ชีวิตคู่ที่ใกล้จะจบลงนี้ได้ทว่าวินาทีต่อมา คุณหมอกลับบอกเธอว่า ตัวอ่อนตัวหนึ่งไม่มีเสียงหัวใจ จำเป็นต้องเอาออกตอนนั้นหลีปั้นเมิ่งตัดสินใจทันที ว่าให้เอาตัวอ่อนที่ไม่มีหัวใจออก และพยายามรักษาตัวอ่อนที่ปกติไว้ให้ดีที่สุดแต่การผ่าตัดจำเป็นต้องมีลายเซ็นของทั้งสามีและภรรยา ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถดำเนินการได้เธอเพียงคนเดียว ไม่สามารถตัดสินใจได้เอี๊ยดประตูห้องน้ำเปิดออก จงเซ่าเหนียนเดินออกมาเขามีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวพันกายท่อนล่างไว้ ผมเปียกชื้น มีหยดน้ำเกาะตามตัว ไหล่กว้างเอวสอบ มีกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ชัดเจนเต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูดทางเพศ เขาทำเหมือนไม่เห็นเธอ เดินผ่านเธ
Read More

บทที่ 2

เมื่อเห็นสีหน้าของเขา หลีปั้นเมิ่งก็รู้ทันทีว่าเขาจำไม่ได้จริง ๆจงเซ่าเหนียนเม้มริมฝีปากบางเมื่อลองนับดูดี ๆ เขาใช้ชีวิตร่วมกับเธอมานานถึงห้าปีแล้วจงเซ่าเหนียนไม่ได้รู้สึกว่าเวลาห้าปีนี้ยาวนานหรือทรมานใจ กลับรู้สึกว่ามันผ่านไปเร็วมากเสียด้วยซ้ำเร็วเสียจนเขาใจลอยไปชั่วขณะนี่มันผ่านไปห้าปีแล้วจริง ๆ เหรอหลีปั้นเมิ่งยิ้มบาง ๆ "ถือว่าฉลองให้พวกเรา ที่วันนี้ตัดสินใจจบชีวิตคู่ที่บั่นทอนกันมาห้าปีก็แล้วกัน"ในขณะที่ยิ้มอยู่นั้น นัยน์ตาของเธอก็เริ่มมีประกายหยาดน้ำตาเธอหยิบเค้กที่เตรียมไว้ตั้งนานแล้วออกมาเป็นเค้กที่เธอทำด้วยตัวเองตั้งแต่ตัวแป้ง ครีม ไปจนถึงผลไม้ ทั้งหมดเธอทำเพียงลำพังทุกขั้นตอนหน้าเค้กถูกตกแต่งด้วยมะม่วงวางเรียงรายจนเต็มชั้นหลีปั้นเมิ่งแพ้มะม่วงแค่กินเข้าไปคำเดียวร้อนในก็จะขึ้นเต็มปากแค่สัมผัสผื่นแดงก็จะขึ้นเต็มมือแต่จงเซ่าเหนียนชอบกินมะม่วงมากเขาเคยเห็นตอนเธอแพ้มะม่วง แต่กลับไม่เคยเก็บมาใส่ใจ หรืออาจจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำเพราะวันต่อมา บนโต๊ะอาหารก็ยังมีมะม่วงวางอยู่เหมือนเดิมวันนี้หลีปั้นเมิ่งสวมถุงมือในห้องครัว ใช้มีดค่อยๆ ปอกเปลือกและหั่นมะม่ว
Read More

บทที่ 3

สำนักงานเขต หลีปั้นเมิ่งมองแวบเดียวก็เห็นจงเซ่าเหนียนยืนอยู่ตรงประตู เขาสวมสูทผูกไท ดูสง่าเรียบร้อยตั้งแต่หัวจดเท้าใบหน้านั้น ไม่ว่าหลีปั้นเมิ่งจะมองสักกี่ครั้ง ก็ยังคงรู้สึกทึ่งอยู่เสมอโครงหน้าคมชัด สันจมูกโด่งเป็นคม แววตาแฝงความเย็นชาและอำนาจของคนที่อยู่เหนือผู้อื่นมานานเด็กหนุ่มผู้ใสซื่อในวันวานเติบโตเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ที่เพิ่งพาตนเองได้ในวงการการเงิน ทั้งตัวดูสุขุมนุ่มลึกขึ้นมากปลายนิ้วของเขาคีบเอกสารไว้ กำลังเหลือบตาขึ้นมองตรงไปข้างหน้าเล็กน้อยหลีปั้นเมิ่งเดินเข้าไปหาเมื่อเห็นเธอ คิ้วที่ขมวดมุ่นของจงเซ่าเหนียนก็คลายออกเขาไม่ได้พูดอะไรสักคำ หมุนตัวเดินตรงไปยังช่องบริการจดทะเบียนหย่าหลีปั้นเมิ่งเดินตามหลังเขาไปทางฝั่งจดทะเบียนหย่าเงียบเชียบจนน่าขนลุก อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเปิดไว้ต่ำมากจนหนาวเข้ากระดูกเจ้าหน้าที่รับเอกสารของทั้งสองฝ่ายไป"ทำไมถึงหย่ากันคะ"คำถามสั้น ๆ เพียงคำเดียว ทำเอาทั้งคู่ถึงกับชะงักไปเหตุผลที่แท้จริงของการหย่าครั้งนี้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่พูดไม่ออกกันทั้งคู่หลีปั้นเมิ่งเป็นฝ่ายตอบก่อน "ความสัมพันธ์ร้าวฉานค่ะ"ในขณะที่พูด นิ้วมือขอ
Read More

บทที่ 4

จงเซ่าเหนียนเอียงศีรษะเล็กน้อย มองไปยังหลีปั้นเมิ่งและเผยไหวเซิงใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งอยู่ในแสงสว่าง อีกครึ่งหนึ่งอยู่ในเงามืดดูน่าเกรงขามจนน่ากลัวเขาไม่ได้พูดอะไร แต่สายตานั้นดุดันและคมกริบเมื่อรถค่อย ๆ แล่นไกลออกไป จงเซ่าเหนียนก็เลื่อนกระจกหน้าต่างขึ้น"ประธานจงครับ" เฉินจิ่งเอ่ยถาม "คุณนายอยู่กับผู้ชายคนอื่นตามลำพังแบบนี้ ถ้าบังเอิญถูกปาปารัสซี่แอบถ่ายไปเขียนข่าวใหญ่โต อาจจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของคุณและบริษัทนะครับ""คนที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด ไม่ใช่ตัวเธอเองหรอกเหรอ""เอ่อ..."จงเซ่าเหนียนสีหน้าเรียบเฉย "เธอควรจะไปเปิดห้องกับเผยไหวเซิงคืนนี้เลยจะดีที่สุด ให้ชื่อเสียงย่อยยับจนคนรุมถ่มถุย ในฐานะฝ่ายที่ทำผิด ตอนหย่าเธอจะไม่ได้เงินจากฉันไปแม้แต่บาทเดียว"หลีปั้นเมิ่งอยากได้เงินไม่ใช่เหรอสิ่งใดก็ตาม ยิ่งเธออยากได้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งไม่อยากให้เท่านั้นเขายอมบริจาคให้องค์กรการกุศลยังดีกว่าจะเอามาเสียให้กับหลีปั้นเมิ่งเขาอยากจะรู้นักว่าถ้าไม่มีเขาแล้ว เธอจะมีจุดจบที่ดีได้อย่างไรด้วยสถานการณ์ของตระกูลหลีตอนนี้ ไหนจะพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องของเธออีก เธอไม่มีวันมีชีวิตที่ดีไ
Read More

บทที่ 5

คุณนายเฒ่าจงนอนอยู่บนเตียงคนไข้ กำลังให้น้ำเกลือและสวมหน้ากากออกซิเจนเมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ท่านก็ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หนูปั้นเมิ่งมาใช่ไหม ใช่ไหมลูก""คุณย่าคะ" หลีปั้นเมิ่งรีบตรงไปที่ข้างเตียงแล้วกุมมือท่านไว้ "หนูเองค่ะ หนูมาเยี่ยมคุณย่าแล้วนะคะ"ดวงตาที่พร่ามัวของคุณย่าค่อย ๆ แจ่มใสขึ้น ท่านมองมาที่หลีปั้นเมิ่งแล้วยิ้มให้อย่างเมตตา"ได้เห็นหน้าเธอ ย่าก็สบายใจขึ้นเยอะ""คุณย่าคะ หนูอยู่ตรงนี้เสมอนะ ถ้าคุณย่าอยากเจอ หนูจะรีบมาหาทันทีเลย" หลีปั้นเมิ่งตอบรับ "คุณย่าต้องดูแลสุขภาพให้ดีนะคะ จะได้มีอายุยืนหมื่นปี""ย่าคนนี้น่ะ ขอแค่ได้อยู่จนถึงวันที่เธอคลอดลูก ได้อุ้มเหลนตัวน้อย ย่าก็ตายตาหลับแล้ว"แพขนตาของหลีปั้นเมิ่งสั่นไหวเล็กน้อย"แต่งมาห้าปีแล้ว ควรจะมีข่าวเรื่องท้องบ้างแล้วนะ" คุณนายเฒ่าจงหันไปมองจงเซ่าเหนียน "เจ้าเด็กแสบ แกว่าจริงไหม"จงเซ่าเหนียนไม่พูดอะไรสักคำ"ฉันถามแกอยู่นะ! แก... แค่ก ๆ ๆ ๆ ๆ..."คุณนายเฒ่าจงเริ่มไอหนักจนใบหน้าแดงก่ำหลีปั้นเมิ่งรีบช่วยลูบหลังผ่อนลมหายใจให้เธอสถานการณ์แบบนี้ ยังต้องพูดความจริงอยู่อีกไหม ถ้าคุณย่ารู้ว่าทั้งคู่ไปเ
Read More

บทที่ 6

พอสังเกตเห็นสายตาของหลีปั้นเมิ่ง จงเซ่าเหนียนก็ก้มลงมองตัวเองแวบหนึ่งไม่นานเขาก็เข้าใจแล้วคิ้วของเขาขมวดแน่นยิ่งขึ้น แสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมาเมื่อไม่มีหลีปั้นเมิ่ง ชีวิตในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาของเขาเรียกได้ว่าค่อนข้างย่ำแย่หลังจากเสร็จการประชุมออนไลน์ในห้องทำงานและกลับมาที่ห้องนอน มือถือของเขาก็แบตเตอรี่หมดแต่ว่า สายชาร์จอยู่ไหนล่ะ?เขาหาจนทั่วรอบหนึ่งแล้วก็ยังหาไม่เจอมื้อเช้าเขาต้องดื่มกาแฟหนึ่งแก้ว เป็นอเมริกาโน่เย็น เป็นแบบนี้มานานหลายปีแล้วแต่กาแฟที่สาวใช้ยกมาเสิร์ฟ รสชาติกลับไม่ใช่แบบที่เขาเคยดื่มเลยสักนิดเปลี่ยนเมล็ดกาแฟก็แล้ว เปลี่ยนเครื่องชงกาแฟก็แล้ว จนสุดท้ายถึงขั้นจ้างบาริสต้าเฉพาะทางมาที่บ้าน แต่ก็ยังไม่ใช่รสชาติที่คุ้นเคยเรื่องนี้ส่งผลให้จงเซ่าเหนียนรู้สึกเพลียได้ง่ายในเวลาทำงาน ไม่กระปรี้กระเปร่ายิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการแต่งกายเลยเมื่อก่อน หลีปั้นเมิ่งจะจับคู่เสื้อผ้าที่เขาต้องใส่ในวันรุ่งขึ้นไว้ให้ก่อนนอน รีดจนเรียบกริบ และแขวนไว้ข้างกระจกในห้องแต่งตัวเนกไท กระดุมข้อมือ ถุงเท้า นาฬิกา หรือแม้แต่เข็มขัดและเครื่องประดับต่าง ๆ เธอก็จะเตรียมไว้ให้
Read More

บทที่ 7

หลีปั้นเมิ่งกำโทรศัพท์ในมือแน่น"เข้าใจแล้วค่ะ" เธอตอบรับ "ฉันจะหาเวลาไปโรงพยาบาลภายในสัปดาห์นี้นะคะ""ครับ รีบหน่อยก็ดีนะครับ"หลังจากวางสาย หลีปั้นเมิ่งก็ก้มหน้าก้มตาค้นหาของในกระเป๋าอยู่พักหนึ่งสุดท้ายเธอก็หาใบยินยอมรับการผ่าตัดใบนั้นเจอเธอสอดมันเข้าไปในหนังสือสัญญาหย่าอย่างระมัดระวัง จัดวางให้ขอบกระดาษเสมอกันและเรียบกริบไม่ว่าจะมองผ่านๆ หรือจะเปิดพลิกดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ไม่มีพิรุธใด ๆ เธอถึงได้ชักมือกลับอย่างพอใจเป็นพรุ่งนี้แล้วกันพรุ่งนี้เธอจะเอาสิ่งนี้ไปหาจงเซ่าเหนียนเพื่อให้เขาเซ็นชื่อด้วยระดับความเกลียดชังที่เขามีต่อเธอ เขาคงจะเปิดข้ามไปที่ช่องลงนามแล้วตวัดปากกาเซ็นทันที โดยไม่ยอมเสียเวลาอ่านเนื้อหาแม้แต่นิดเดียว......ช่วงค่ำม่านราตรีมาเยือนแล้วจากตำแหน่งและเลขห้องวีไอพีที่ประธานซุนให้ไว้ หลีปั้นเมิ่งเดินทางมาถึงคลับแห่งนั้นแล้วพนักงานเดินนำเธอมาที่หน้าประตูห้อง "ถึงแล้วครับคุณผู้หญิง""ขอบคุณค่ะ"เป่ยเฉิงเป็นเมืองเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของประเทศ รุ่งเรืองมั่งคั่ง และเต็มไปด้วยชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อมัวเมาหลีปั้นเมิ่งเคยได้ยินชื่อคลับแห่งนี้มาก่อนยอดใช้จ่ายขั้
Read More

บทที่ 8

ร่างสูงโปร่งของจงเซ่าเหนียนยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แสงและเงาที่สลับไปมาทำให้มองเห็นเครื่องหน้าของเขาไม่ชัดเจนนักสัมผัสได้เพียงกลิ่นอายความเย็นเยียบที่แผ่ออกมารอบตัวภายในห้องวีไอพีตกอยู่ในความเงียบงันทันที"พี่ครับ ลมอะไรหอบพี่มาถึงที่นี่ได้ล่ะ" จงเฉิงเจ๋อรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว พวกประธานต่างก็รีบลุกขึ้นยืนด้วยความประหม่าและเกรงกลัวแต่ละองค์ที่เสด็จมานี่ แต่ละองค์ใหญ่กว่าเดิมทั้งนั้นเลย!จงเซ่าเหนียนคนนี้ ปกติพวกถ้าพวกเขาอยากเจอ ขนาดจองล่วงหน้าก็ยังไม่มีโอกาสได้เจอเลยแต่ตอนนี้เขามายืนอยู่ตรงหน้าประตูแล้ว"ผมจะเซ็นกับเธอ ประธานจงมีปัญหาอะไรเหรอครับ" เผยไหวเซิงตอบกลับ "มี""ท่านประธานจงนี่มือยาวจังนะ ชอบยื่นเข้ามายุ่งเรื่องคนอื่นด้วย"จงเซ่าเหนียนเชิดคางขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นชา แฝงไปด้วยแรงกดดันรุนแรง "คุณลองร่วมงานกับเธอดูสิ""ลองก็ลองครับ" เผยไหวเซิงตอบเขาคว้าปากกาในมือหลีปั้นเมิ่งมา แล้วดึงปลอกปากกาออก ทำท่าจะเซ็นสัญญา แต่หลีปั้นเมิ่งเคลื่อนไหวเร็วกว่าฝ่ามือของเธอทาบลงบนช่องสำหรับลงชื่อ"อย่าเลยค่ะ"เธอมองหน้าเผยไหวเซิงแล้วส่ายหน้าเบา ๆเมื่อจงเซ่าเหนีย
Read More

บทที่ 9

เสียงของฟู่อวี๋เหยียนได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้น ตั้งแต่นั้นมา น้ำเสียงก็แหบพร่า ไม่น่าฟังเป็นอย่างมากแต่ตอนนี้พอกลับมาฟังดูอีกครั้ง กลับใสขึ้นกว่าเดิมมากดูเหมือนว่าหลายปีที่อยู่ต่างประเทศ จงเซ่าเหนียนจะทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจและทรัพย์สินไปไม่น้อยเพื่อรักษาเสียงของฟู่อวี๋เหยียน จนเธอหายดีเกินครึ่งแล้ว"อาเหนียน นายว่าสีนี้สวย หรือว่าแบบนี้สวยกว่ากัน""โอ๊ย ฉันชอบไปหมดเลย จะทำยังไงดีล่ะ""นายช่วยฉันเลือกหน่อยสิคะ อาเหนียน"นั่นคือความออดอ้อนอ่อนหวานที่หลีปั้นเมิ่งเลียนแบบไม่ได้เลยสักนิดต่อหน้าจงเซ่าเหนียน เธอทั้งอ่อนโยน ว่านอนสอนง่าย เป็นกุลสตรีเรียบร้อย แต่กลับไม่มีความสดใสมีชีวิตชีวาแบบเด็กสาวคนนั้นเพราะเธอไม่ได้รับความรักไงล่ะคนที่ถูกรักคือฟู่อวี๋เหยียนต่างหาก"อยู่บนตัวเธอ อะไรก็สวยทั้งนั้นแหละ" น้ำเสียงของจงเซ่าเหนียนอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก นี่คือความอ่อนโยนที่หลีปั้นเมิ่งไม่เคยได้รับเลยเวลาเขาคุยกับเธอ มักจะเย็นชาอยู่เสมอความแตกต่างระหว่างรักกับไม่รักมันชัดเจนแบบนี้นี่เองหลีปั้นเมิ่งหลุบตาลงจู่ ๆ เธอก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาในปีนั้น จงเซ่าเห
Read More

บทที่ 10

จงเซ่าเหนียนมีสีหน้าปกติ มองไม่ออกถึงความเปลี่ยนแปลงใด ๆไม่รู้ว่าในตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่มูลค่าทรัพย์สินของจงเซ่าเหนียนนั้น คนภายนอกต่างเคยประเมินกันไว้ตั้งนานแล้วมากกว่าแสนล้านสิทธิ์ในหุ้นของจงซื่อกรุ๊ปคิดเป็นครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินทั้งหมดของเขาส่วนอีกครึ่งหนึ่งคือการลงทุนส่วนตัว รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ในชื่อของเขาทั่วโลกเขามีคฤหาสน์ส่วนตัวอยู่มากมายในหลายเมืองของยุโรป ตามหลักแล้ว ในฐานะภรรยาตามกฎหมายของจงเซ่าเหนียน ต่อให้หลีปั้นเมิ่งจะแบ่งทรัพย์สินของเขาไปไม่ได้ถึงครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าต้องการสักหมื่นล้าน ก็ถือเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากเลยทว่า เธอกลับต้องการเพียง...ห้าสิบล้านเท่านั้นหลีปั้นเมิ่งกล่าว "ฉันขอเป็นเงินสดห้าสิบล้านโอนเข้าบัญชีฉันได้เลย ส่วนรถก็คือบีเอ็มดับเบิลยูมินิคันที่ฉันขับอยู่ตอนนี้ คันนั้นนายซื้อให้ฉัน ฉันอยากขับมันไปด้วย"ตลอดห้าปีที่แต่งงานกัน ของขวัญชิ้นเดียวที่จงเซ่าเหนียนเคยให้เธอ ก็คือรถคันนี้นี่เองจะเรียกว่าให้ก็ไม่เชิงยิ่งไม่ควรเรียกว่าของขวัญด้วยมันเริ่มจากตอนที่เขาเดินออกมาจากโชว์รูมโรลส์รอยซ์ แล้วฝั่งตรงข้ามเป็นศูนย์บริการบีเอ็มดับเบิลย
Read More
Dernier
123
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status