LOGINหลีปั้นเมิ่งสูญเสียพ่อแม่ไปอย่างน่าเศร้าตั้งแต่อายุสิบขวบ คุณย่าของทั้งสองตระกูลตัดสินใจให้เธอกับจงเซ่าเหนียนหมั้นหมายกันตั้งแต่เด็ก จงเซ่าเหนียนในวัยสิบสี่ปีเคยพูดว่า 'ต่อไปเธอจะมีฉัน' แต่ในภายหลัง คนที่ให้คำมั่นสัญญาไว้คือเขา และคนที่ฉีกมันทึ้งก็คือเขาเช่นกัน แต่งงานกันมาห้าปี หลีปั้นเมิ่งไม่เคยละลายหัวใจที่เย็นชาของสามีได้เลย เธอเคยคิดว่าจงเซ่าเหนียนเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจตั้งแต่เกิด แต่เธอกลับเห็นว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคนในใจ เขานั้นอ่อนโยนและยอมสยบเพียงใด เธอจึงเปลี่ยนใบตรวจครรภ์ในมือเป็นหนังสือสัญญาหย่า จากนี้ไปขอให้จากกันด้วยดี หลังจากหย่ากัน ชีวิตของจงเซ่าเหนียนก็วุ่นวายไปหมด เนกไทอยู่ที่ไหน ที่ชาร์จแบตล่ะ? ทำไมกาแฟถึงรสชาติเปลี่ยนไปจากที่เขาเคยดื่ม แวดวงสังคมชั้นสูงในเมืองหลวงต่างเฝ้ารอหัวเราะเยาะหลีปั้นเมิ่ง แต่เธอดันพิสูจน์ตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม เธอกลับสู่สนามการทำงานอย่างเฉิดฉาย สร้างสถิติใหม่ในประเทศครั้งแล้วครั้งเล่า จนกลายเป็นจิตรกรดาวรุ่งหน้าใหม่ที่ใคร ๆ ก็ต้องการตัว ทว่ามีคนบังเอิญไปเห็นว่าในมุมหนึ่ง จงเซ่าเหนียนผู้เป็นอดีตสามีกำลังโอบรัดเอวของหลีปั้นเมิ่งไว้แน่น พร้อมพร่ำเพ้ออย่างต่ำต้อยว่า "เมิ่งเมิ่ง เธอไม่ชอบฉันตรงไหน บอกมาเถอะ ฉันจะเปลี่ยนแปลงให้" "ฉันไม่ชอบ...ที่นายยังชอบฉันอยู่" "ถ้างั้นต่อให้ตายก็เปลี่ยนไม่ได้หรอก"
View Moreจงเฉิงเจ๋อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย "พี่ครับ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ พี่ไม่ได้ข่าวบ้างเลยเหรอ"จงเซ่าเหนียนเผยสีหน้าปกติ ตอบกลับว่า "เธออยากทำอะไรก็ปล่อยเธอไป ฉันไม่ก้าวก่าย"เรื่องหย่าร้าง ยังให้คนในตระกูลจงรู้ตอนนี้ไม่ได้เพื่อไม่ให้มีใครหลุดปากพูดต่อหน้าคุณย่าร่างกายของท่านตอนนี้ ยังทนรับอารมณ์โกรธไม่ไหวแม้จงเซ่าเหนียนกับจงเฉิงเจ๋อจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่ความจริงแล้วมีการติดต่อกันส่วนตัวค่อนข้างน้อยตรงกันข้าม จงเฉิงเจ๋อจะสนิทสนมกับเผยไหวเซิงมากกว่ามักจะนัดเจอกันอยู่บ่อยครั้ง"ประเด็นคือ…" จงเฉิงเจ๋อหยั่งเชิง "เผยไหวเซิงคอยช่วยเหลือพี่สะใภ้มาตลอด ออกแรงไปไม่น้อยเลย ในหอศิลป์ก็เห็นเขาป้วนเปี้ยนอยู่บ่อย ๆ"ปากกาหมึกซึมในมือของจงเซ่าเหนียนค่อย ๆ ถูกกำแน่นขึ้นเมื่อเห็นเขาไม่พูดอะไร จงเฉิงเจ๋อจึงพูดต่อ "พี่ครับ พี่ก็รู้ว่าผมกับเผยไหวเซิงสนิทกัน เลยพอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง เขาช่วยพี่สะใภ้ติดต่อจิตรกรดัง ๆ ให้มาช่วยโปรโมตหอศิลป์เพื่อสร้างชื่อเสียง วิ่งเต้นหาเส้นสายไปทั่ว เขาดูจะ...ใส่ใจเกินไปหน่อยนะ""แต่ผมก็พูดอะไรมากไม่ได้ เขาเป็นเพื่อนผม ส่วนพี่สะใภ้ก็เป็นภรรยาพี่ ผมอยู่ตรงกลางมัน
เขาไม่อยากให้เงินตกไปอยู่ในมือของหลานชายหลานสาวแม้แต่บาทเดียว เพราะในอนาคตตั้งใจจะเก็บไว้ให้หลีชิงเสวี่ยลูกสาวคนเดียวหลีปั้นเมิ่งคนนี้ เจ้าเล่ห์กว่าหลีซวี่ฮั่วมากนักคอยขุดหลุมพรางให้เขาทุกที่ และก็คอยหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเองไว้ทุกทางเช่นกันตอนที่หลีปั้นเมิ่งเดินออกจากบ้านเดิมตระกูลหลี รอยยิ้มของเธอดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อารมณ์ดีสุด ๆหลีหงยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องโถง มองตามหลังเงาร่างของเธอที่เดินจากไปไม่นึกเลยว่า จิ้งจอกเฒ่าอายุรุ่นราวคราวห้าสิบกว่าอย่างเขา จะมาเสียท่าโดนหลีปั้นเมิ่งวางแผนตลบหลังเข้าให้เป็นเพราะเขาประมาทและประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไปไม่เป็นไร นี่มันแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นต่อจากนี้ มาดูกันว่าคลื่นลูกใหม่จะพัดแรงกว่าคลื่นลูกเก่า หรือขิงจะยังเผ็ดกว่าเพราะความแก่หลังจากหลีปั้นเมิ่งได้รับ 'เงินลงทุน' ตามที่หลีหงเรียก เธอก็รีบไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาหนึ่งคันทันทีทั้งยังเป็นรุ่นที่ถูกที่สุด คันเล็ก ๆ สั้น ๆ ราคาประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทเท่านั้นที่เขาเรียกกันทั่วไปว่ารถ 'หัวปลาพริกสับ' ไม่มีรถ ก็ไปไหนมาไหนลำบากเมื่อมีรถขับแล้ว หลีปั้นเมิ่งก็เริ่มตระเวนเลือกสถาน
ไม่นาน หลีหงก็ปรับอารมณ์ให้คงที่ได้เขารู้อยู่แล้วว่าถ้าหลีปั้นเมิ่งไม่มีธุระคงไม่มาหาถึงที่นี่แน่หลานสาวคนนี้ของเขา ดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าหลานชายคนนั้นตั้งเยอะน่าเสียดายที่เป็นผู้หญิง แถมยังมีพันธะสัญญาหมั้นหมายติดตัวคงจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มากนักหลีหงกระแอมไอสองครั้งแล้วใช้ข้ออ้างแบบเดิม ปั้นเมิ่งเอ๊ย หลานเป็นผู้หญิงจะไปเข้าใจเรื่องบริหารบริษัทได้ยังไง อีกอย่าง งานเลี้ยงรับรองที่ต้องดื่มเหล้าเมายาน่ะ หลานดื่มไหวเหรอ ไม่จำเป็นต้องไปลำบากขนาดนั้นหรอก ปรนนิบัติท่านประธานจงให้ดี นั่นน่ะดีกว่าอะไรทั้งหมดแล้ว""ผู้หญิงแล้วยังไงคะ ผู้หญิงจะพึ่งพาผู้ชายไปตลอดได้ที่ไหน" หลีปั้นเมิ่งยิ้มตาหยี "อีกอย่าง ชิงเสวี่ยก็เป็นผู้หญิง อาเองก็มีลูกสาวแค่คนเดียว อนาคตก็ต้องให้เธอรับช่วงต่ออยู่ดี"หลีหงมีลูกสาวเพียงคนเดียว ชื่อว่าหลีชิงเสวี่ยเธอไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ ช่วงนี้เพิ่งเรียนจบ อีกไม่นานคงจะกลับประเทศแล้วทันทีที่หลีชิงเสวี่ยกลับมา หลีหงย่อมต้องฟูมฟักสั่งสอนเธออย่างดีแน่นอนถึงตอนนั้นก็คงไม่มีที่ยืนสำหรับหลีซวี่ฮั่วและหลีปั้นเมิ่งอีกต่อไป"เฮ้อ ชิงเสวี่ยไม่ได้ว
เมื่อส่องดูกับแสงแดด รอยร้าวนั้นยิ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้นแต่ว่าการที่ยังรักษาเอาไว้ได้ก็นับว่าเป็นโชคดีในความโชคร้ายแล้วหลีปั้นเมิ่งจ่ายเงินและกล่าวขอบคุณ ก่อนจะกลับไปยังวิลล่าตระกูลหลีเป็นอย่างที่คิดไว้ หลีซวี่ฮั่วที่ปกติจะเอาแต่นอนอาบแดดบนโซฟาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานแล้วหลีปั้นเมิ่งถอนหายใจ เดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังบ้านเดิมตระกูลหลีพ่อบ้านของบ้านเก่าชะงักไปเมื่อเห็นเธอ "คุณ... คุณปั้นเมิ่งมาแล้วเหรอครับ"ปกติแล้ว หลีปั้นเมิ่งจะแวะมาเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้นเวลาปกติ เธอแทบจะไม่เหยียบเข้ามาที่นี่เลยสักก้าวเดียวเธอและครอบครัวของหลีหงผู้เป็นอารอง มีความสัมพันธ์แบบหน้าชื่นอกตรมอย่างชัดเจนเนื่องจากคุณนายเฒ่าหลียังมีชีวิตอยู่ คนในตระกูลหลีจึงตกลงใจที่จะแสดงละครให้ดูรักใคร่กลมเกลียวกันไว้ เพื่อไม่ให้คนแก่ต้องเสียใจหลีหงยึดครองทรัพย์สิน บริษัทและสินทรัพย์ของพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่เสียชีวิตไป หลายปีมานี้เขาก็คอยเฝ้าระวังไม่ให้หลีซวี่ฮั่วและหลีปั้นเมิ่งกลับมามีอำนาจ คอยกดหัวทั้งทางตรงและทางอ้อมส่วนหลีซวี่ฮั่วก็เป็นคนไม่ได้ความจริง ๆหลีปั้นเมิ่งก็เป็นคนคลั่งรัก หลายปีมานี้มัว





