หน้าหลัก / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 131 - บทที่ 140

บททั้งหมดของ ล่ามเมีย : บทที่ 131 - บทที่ 140

155

บทที่ 130 หัวหน้าแก๊งคนใหม่

ดวงตาสีนิลของชายในวัยใกล้ชราฉายวาวพิโรธ มาถึงตรงนี้จนแล้วจนรอดลูกบุญธรรมก็จะฆ่าเขาให้ได้ เขาผิดเอง..ที่ประเมินคนตรงหน้าต่ำไป ทั้งอันที่จริงแผนการเหล่านั้นไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เขาต่างหากที่ชะล่าใจ น่าจะคิดให้ทัน“ถ้าฉันแพ้ จะล้มเลิกการฆ่าเด็กนั่น แหละยุติสัจจะที่มีไว้ทั้งหมด ตามที่แกต้องการเลย”“ต่างคนต่างอยู่สินะครับ”เพราะเขารู้มันทำได้ยาก ถึงได้ยิ้มเย้ยหยันแบบนั้น ที่มาวันนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะให้มีเงื่อนไขนี้ หากแต่อะไรก็ได้แค่ขอให้คนตรงหน้าตาย หรือล้มเลิกในสิ่งที่ทำอยู่ทุกอย่างก็จบ เรื่องฮานะรักเขา จะต้องเจ็บปวดเจียนตายแค่ไหน จะไม่สน ตอนนี้สนแค่ว่าลลิสาจะต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อใช้ชีวิตให้มีความสุขต่อไป...“...ตามนั้น”“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมเห็นด้วย”“เปลี่ยนคำสั่งกับลูกน้องแกด้วย”“ไม่ต้องห่วงครับ ทุกอย่างที่ท่านพูด ลูกสาวท่านก็ได้ยิน ป่านนี้คงซึ้งใจท่านอยู่ มาเริ่มกันเลยไหมครับ”ดาบซามูไรถูกจับด้ามไว้แน่น ดวงตาคมกริบลากไปยังกล่องซามูไรอีกเล่มที่วางอยู่บนหิ้งเหนือหัวเจ้าของ ทันทีที่มันถูกดึงลงมาเพื่อใช้สู้กับเขา ถึงกับยกยิ้ม เนื่องจากอยู่ที่นี่มาหลายปี พอจะรู้จากคำบอกเล่าของลูกน้องเก่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-20
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 131 เจ็บปางตาย

ชัยชนะที่ได้มาอย่างไม่คาดฝัน เหมันต์ไม่ได้ภูมิใจกับสิ่งนี้ การฆ่าคนจากความแค้นอย่างไรก็ย่อมสะใจกว่า แต่การฆ่าแบบจำเป็นต้องฆ่า กลับต้องมาคิดทีหลัง เมื่อเขาคนนั้นที่ตายไปยังมีความดีติดตัวอยู่บ้าง นี่ไม่ใช่เรื่องที่สบายใจ หลังจากนี้สิ่งที่ต้องจัดการประการถัดมา คือการกำราบทายาทคนที่ตายให้อยู่หมัด แน่นอนแหละว่าหล่อนต้องโกรธ ใครบ้างจะไม่เคียดแค้นคนที่ฆ่าพ่อ ยิ่งเป็นคนที่รักมาก และไว้วางใจ หลังจากมอบหมายให้ลูกน้องใหม่ที่เคยเป็นลูกน้องของผู้ตาย อดีตหัวหน้าแก๊งเคนซากิ เรียว ซึ่งตำแหน่งนี้เขาเองไม่ได้ยอมรับมันเท่าไหร่นัก ทว่าผลพ่วงมาจากขนบธรรมเนียมที่เลี่ยงไม่ได้ ตามมายังห้องโถงใหม่ที่สะอาด ปราศจากกลิ่นคาวเลือด เพื่อรอเจรจากับเคนซากิ ฮานะ ลูกสาวคนเดียวของผู้ตาย และเขาไม่ได้ต้องการชีวิตของเธอ ทันทีที่เธอมาถึงสิ่งแรกที่เขาได้ยินคือการเดินที่โขกสับ กระแทกส้นเท้า แรงเกินกว่าจะเป็นกิริยาของหญิงสาวชาวญี่ปุ่นได้ รู้ทันทีหญิงสาวกำลังโกรธ เนื่องจากวินาทีที่กำลังสะสางเธอได้ยินมันทั้งหมด รวมถึงเสียงดาบตอนฟาดฟันกับพ่อเธอ พลั่ก!
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-20
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 132 ใจคนรอ

วันนี้อากาศดี ลลิสาจึงพาตัวเองมาเดินทอดน่องบนชายหาด ก่อนหน้านี้มรสุมเข้าคลื่นลมแรงขึ้นสูงกระทบโขดหินทีน้ำกระเซ็น ถอยลงเหมือนจะลากหินก้อนนั้นลงไปด้วย เธอถึงได้ไม่กล้ามา ทว่าตอนนี้ เขาว่าฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เธอ..ก็อยากให้มันเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แม้ในชีวิตของเธอไม่เคยเชื่อเรื่องนี้ ฟ้าหลังฝนที่ว่า... เนื่องจากสุดท้ายก็คือหินและเม็ดทรายก้อนเดิมที่ถูกฝนกระหน่ำกระทบใส่ก่อนจะโดนแดดแผดเผาตามมา บทสรุปของความหมายก็คือ สิ่งดีๆที่กำลังจะเข้ามา ไม่ใช่เพราะฟ้าโปร่งใส หรือพระอาทิตย์ส่องแสง ทั้งสองอย่างยังคงทำหน้าที่ของมันแบบเดิม มีเพียงสายฝนต่างหากที่พัดผ่านไป ไปตกอยู่ที่ไหนสักแห่งซึ่งเราไม่รู้ ความอดทนของก้อนหินและทรายต่างหาก...ที่เลือกมองมัน กว่าจะยอมรับว่าฟ้าหลังฝนก็สวยงามเหมือนกันนะ ...ก็หลังจากที่อดทนมาจนชินแล้ว ชีวิตของเธอก็เป็นแบบนั้น อยู่ได้เพราะความหวัง อยู่ได้เพราะมีใครคนหนึ่งที่สำคัญมากๆให้คำสัญญา อยู่รอคอยเขาเพราะเขาบอกว่าจะกลับมา แต่ทว่า... “ฝนจะตกอีกแล้วนะคะคุณสา” เธอลากสายตาจากท้องทะเลสีครามกลับมา ก่อนจะส่งยิ้มบ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-20
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 133 รอไม่ไหว

ในที่สุดลลิสาก็ทนการอยู่นิ่งกับที่ไม่ไหว ความดื้อรั้นของเธอทำให้เหล่าคนดูแลต้องยอมแพ้ เนื่องจากว่าพวกหล่อนนั้นมีเหตุจำเป็นต้องขึ้นฝั่งเช่นกัน อีกอย่างสัญญาระหว่างการดูแลสิ้นสุดลงแล้ว แม้ค่าจ้างจะถูกจ่ายครบ ไม่ได้มีปัญหา แต่การไม่ติดต่อมาของผู้เป็นนาย ทำให้คนดูแลไม่กล้าตัดสินใจ พวกหล่อนไม่มีสิทธิ์และอำนาจพอที่จะต่อรองหรือห้ามนายหญิงได้ เพราะไม่รู้ว่าการทำเช่นนั้นจะมีผลเสียมากกว่าผลดีหรือเปล่า เรือลำขนาดกลางออกจากเกาะมุ่งหน้าสู่ฝั่งในเวลาใกล้เที่ยง หญิงสาวก้าวลงจากเรือด้วยการประคองหิ้วปีกของเหล่าคนใช้ ก่อนจะยิ้มบางๆส่งไปให้ “แยกกันตรงนี้เถอะนะ” “จะดีเหรอคะคุณสา” “ดีสิ นี่สัญญาณโทรศัพท์ก็ใช้ได้แล้ว สาจะหาทางกลับกรุงเทพเอง อีกอย่างไปไหนคนเดียวในตอนนี้มันปลอดภัยจะตาย ไม่ตกเป็นเป้าสายตาเหมือนเกาะกลุ่ม ไม่ต้องห่วงนะ สาดูแลตัวเองได้ พี่ๆกลับไปหาครอบครัวกันเถอะค่ะ” “จะเอาอย่างนั้นเหรอคะ” “จ้ะ ขอบคุณมากนะที่อยู่ดูแลสา ระยะเวลาสิบกว่าวันนี้ทุกคนทำงานดีมากนะ น่ารัก เป็นกันเองกับสามากๆ จะไม่ลืมทุกคนเลยนะ”
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-21
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 134 สิ่งที่น่ากลัวพอๆกับความตาย

“คี..” (สา อยู่ไหน) ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่เป็นห่วงกันแบบนี้เธอคงรู้สึกดีไปแล้ว อาจจะเข้าข้างตัวเองด้วยซ้ำ เขานั้นมีใจให้เธอ ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกตื่นเต้นแทน และอึดอัด ไม่อยากคุยด้วยสักเท่าไหร่ เนื่องจากคนที่เธอรักไม่ใช่คนที่เพื่อนๆเธอชอบ มันจึงดูเหมือนเข้ากันไม่ได้ ไม่พอเขาเพิ่งจะสังหารพ่อของเพื่อนสนิทของสองคนนั้นไป คงยากแล้วที่จะปรองดอง “อยู่โรงแรม” ที่โทรมา เพราะโทรศัพท์เธอมีสัญญาณแล้วแจ้งเตือนไปทางข้อความฝั่งนั้นสินะ? (โรงแรมที่ไหน) “คี ใจเย็นๆ” (ติดต่อไม่ได้สิบกว่าวันสา คุณป้าไปแจ้งความแล้ว ตอนนี้ตำรวจหากันให้วุ่น คีกลัวว่าถ้าตำรวจเจอตอนสาอยู่กับมันจะติดร่างแหไปด้วย มันไม่ใช่คนดีอะไรนี่) “คี! โทรมาแล้วก็หาเรื่องกันเลย?” (แยกแยะหน่อยสา คีรู้ว่าสารักมัน แต่กี่ครั้งแล้วที่สาเป็นแบบนี้ หายไปไหนไม่มีสาเหตุ หายไปแบบปิดสวิตซ์ จู่ๆนึกจะเอากลับมาก็โผล่มาเลย บอกตามตรงมันหยามคีกับเหนือเหมือนกันนะ รู้สึกปกป้องไม่ได้ เมื่อไหร่จะตาสว่างสักที ว่ามันคือคนอันตรายต่อสังคม)
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-21
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 135 นิสัยไม่ไดี

เสร็จจากนั่งคุยกับเพื่อนสนิท ที่บรรยากาศไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ลลิสาก็มุ่งหน้าไปหาแม่ของเธอทันที ร่างบางในภาพแว่นกันแดดสีดำคาดหน้า สะท้อนอยู่ในม่านตาผู้หญิงอายุราวห้าสิบ โดยมีกระจกกั้นกึ่งกลางระหว่างคนทั้งคู่ คนนึงนั่งอยู่ในร้านอาหารที่นัดเอาไว้ผ่านข้อความของลูกสาว ส่วนอีกคนยืนพิงประตูรถเบนซ์หลังลงมาจากรถแล้ว ด้วยความไม่สนิททำให้ต่างคนต่างหาเวลาของตัวเอง เวลาเล็กน้อยที่จะสูดลมหายใจเข้าปอดไป ก่อนจะเผชิญหน้ากันแบบจริงจังในรอบหกเดือน “สวัสดีค่ะคุณแม่” บางทีเธอก็แอบคิดว่า พี่ชายบุญธรรมของเธอเป็นลูกแท้ๆ ส่วนเธอเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงหรือเปล่านะ ร่างบางนั่งลงฝั่งตรงข้าม ดวงตาคู่สวยหลังถอดแว่นกันแดดทอดมองใบหน้านั้นว่างเปล่า เข้าใจดีเหตุใดถึงไม่พูด แสดงความยินดีทีได้เจอ คงเป็นเพราะว่าเรื่องของเธอถึงหูหล่อนแล้ว และผลของมัน.. “พ่อของลูกตกเป็นเชลยของคนๆนั้นแล้วสินะ” ก็คือประโยคแดกดัน “คนที่ทำร้ายลูก แต่ลูกกลับเลือก” หญิงสาวไม่มีอะไรจะแก้ตัวถึงได้เงียบ เธอปิดปากสนิท มีแต่สายตาเท่านั้นที่เปิดเผย สมองกำ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-22
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 136 ข่าวร้าย

“เด็กเปรตก็คือเด็กเปรตอยู่วันยันค่ำ” เธอไม่ได้รู้สึกโกรธหรือเคืองกลับกัน ยังคงยกยิ้มและแค่นหัวเราะ ครั้งนี้อาคีราไม่ได้มาด้วย เนื่องจากภรรยาท้องโต ต้องอยู่ดูแลภรรยา “ขอบคุณที่ชม” เธอยกเหล้ากระดกเป็นแก้วที่สาม ครั้งนี้ไม่ได้ดื่มเพราะติดเป็นนิสัยชอบดื่ม แต่ดื่มเพราะในใจลึกๆรู้สึกอ่อนแอเหลือเกิน “ด่าก็หาว่าชม คนอะไร..” มีใครบ้างที่จะงงว่าตัวเองนั้นกำลังเผชิญอยู่กับอะไร มีใครบ้างจะนึกสงสัยแต่ไม่ยอมที่จะหาคำตอบ และมีใครบ้างที่รู้ทั้งรู้ว่าเขาโกหก แต่กลับเลือกที่จะเข้าข้างตัวเอง.. เขาก็แค่ยุ่ง ไม่มีเวลา.. ส่วนเรื่องตาย ตัดไปได้เลย ผู้ชายคนนี้เก่งเกินกว่าที่จะมีวันนั้น “ดึกแล้วจะกลับก่อนก็ได้นะ” ร่างบางลากสายตาจากจุดที่มองอยู่หลายนาทีไปมองหน้าคนข้างๆ “นั่น..ร้องไห้เหรอ” พลันชะงักก็ตอนโดนทัก ก่อนหน้านี้เธอรู้สึกแค่อยาก และขอบตาร้อนผ่าว ไม่คิดว่าแค่เสี้ยววินาทีตอนกะพริบตาน้ำตาจะร่วงหล่นลงมาจริงๆ นี่จิตใจเธอเปราะบางขนาดนี้เชียว? “สาเหรอ?”
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-22
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 137 นอนซม

โทรศัพท์ที่ตกหล่นลงพื้นไม่ได้ถูกหยิบกลับขึ้นมา การยืนอยู่ตรงนี้ก็เช่นกันไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนไกล มีเพียงแก้วน้ำก่อนหน้านี้ที่เคยถือไว้โชคดีมากเธอวางลงบนโต๊ะไปก่อนที่จะกดรับสาย ไม่อย่างนั้นคงได้ตกแตกด้วย ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากปากเธอ และเหมือนว่าจะไม่มีน้ำตาภายในวินาทีนั้น เธอลืมวิธีหายใจ ลืมวิธีกลืนน้ำลาย ถึงได้บาดคอจนเจ็บ ไม่มีอะไรเลยในหัว มีแต่ความมืดดำที่ล้อมรอบตัว เป็นแบบนี้อยู่นานพอควรจนกระทั่ง.. “หะ เห เหมันต์...ฮือ...เหมันต์!!”.. แน่นอนว่าเสียงกรีดร้องลอดผ่านสายโทรศัพท์ที่ยังไม่กดวางมาถึงเจแปน คานโลข่มตาแน่น ความเจ็บปวดที่ระบายผ่านน้ำเสียงนั้นกรีดลึกถึงหัวใจของเขา คิดไว้ไม่มีผิดว่าเธอจะต้องเสียใจ และเหมือนจะยิ่งกว่าที่คิด “นายครับ..” “กูได้ยินแล้ว” หันไปเห็นสภาพของนายตัวเองก็ยิ่งเกิดคำถาม เหตุใดถึงต้องทรมานตัวเองด้วย ในเมื่อต่างฝ่ายต่างรักกันทำไมถึงไม่อยู่ด้วยกัน เขากดปุ่มวางสาย “นายครับ..” “กูรู้มึงจะถามอะไร” ดวงตาละห้อยหันกลับมามองลูกน้อง ภายในนั้นเต็มไปด้วยความหมองหม่น
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-24
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 138 ทิ้งกันได้ไง

ปิ้งป่อง.. ปิ้งป่อง.. คราวนี้เป็นเหนือเมฆที่อาสาเดินไปเปิดประตูให้ เพราะกลัวว่าเจ้าของบ้านที่อยู่ในสภาพใกล้ตายคงจะได้สะดุดอะไรเข้าสักอย่างก่อนจะไปถึงประตู “เอาอะไรมา” “เบียร์น่ะ คิดว่าสามันคงอยากดื่ม” “ไอ้เหี้ย กูรู้ว่ารักเพื่อน แต่ไม่ถึงสนับสนุนแบบนี้ก็ได้มั้ง” “น่า..มึงอย่าขัดดิ้” เสียงเถียงกันของคนทั้งคู่ดังแว่วอยู่นอกห้องก่อนจะเดินมายังเธอ ร่างเล็กที่ไม่ได้แตะมาม่าแม้แต่นิด ทั้งที่เหนือเมฆอุตส่าห์ตักและเลื่อนมาให้ตรงหน้าเป็นคนแรก “มากันทำไม อยากอยู่คนเดียว” พอเห็นคนทั้งสองร่างเล็กจึงทำหน้าเบื่อหน่าย เอาจริงเธอคิดว่าการอยู่คนเดียวมันดีกว่าเยอะ ถึงจะสภาพจะแย่แต่ก็คงจะแค่ช่วงนี้ เธอรู้กลไกของร่างกายและนิสัยตัวเองดี เสียใจแค่ไหนก็จะไม่โทรมนาน หากแต่ครั้งนี้ไม่รู้จะเหมือนกันไหม...เพราะมันไม่ใช่แค่เสียใจ เพียงแค่มองเพื่อนสลับกับมาม่าในชาม ริมฝีปากกลีบสวยก็ถูกเบ้ออกอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงสะอื้น นาทีนั้นเธอยกเข่าขึ้นมากอด กระชับแน่นและซบลงแนบหน้า “.......”
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-24
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 139 เขาคือความฝัน

เสียงฝีเท้าของทนายที่ถูกส่งมาโดยคานโลดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบงันของเขา เขาวางกระเป๋าหนังลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของจอมบงการผู้ล่วงลับ และตอนนี้กลายเป็นที่รับรองลลิสา เนื่องจากว่าถูกนัดหมายมาที่นี่ เธอยังอึ้งกับความใหญ่โตโอ่อ่าไม่หาย ก็ต้องมาตกใจกับทนายที่ถูกส่งมาอีก ผลของความห่างไกลจินตนาการที่คิดไปเองว่าเขาจะต้องแก่หงัก หากแต่ว่าตอนนี้ยังหนุ่มทั้งที่อายุปาเข้าไปสี่สิบแล้ว “คุณคือคุณ..ลลิสา” “ใช่ค่ะ ฉันเอง” “โอเคครับ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา งั้นเรามาเริ่มกันเลย” “ได้ค่ะ” “นี่คือพินัยกรรมฉบับสุดท้ายที่ท่านทำไว้ครับ” หญิงสาวรู้สึกใจหายวาบทันทีหลังจากที่นั่งลงบนโซฟาหรูและได้ยินประโยคนี้ คล้ายกับเป็นการตอกย้ำว่าเจ้าของพินัยกรรมนั้นถึงแก่กรรมแล้ว ทนายหนุ่มในชุดเนี้ยบขยับแว่นตา ก่อนจะคลี่เอกสารที่มีตราประทับออกมา ‘ตามหลักกฎหมายคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องคือทายาทโดยธรรมอันดับแรก ทรัพย์สินทั้งหมดในส่วนของสินสมรสและมรดกส่วนตัวของท่าน จะถูกโอนกรรมสิทธิ์ให้ภรรยาแต่เพียงผู้เดียว’
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-27
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
111213141516
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status