เฟิ่งหลิว ปาดหยาดน้ำตาอาดูรทิ้งไปใบหน้าซีดขาวสะท้อนความเจ็บปวดที่ยากจะกลบเกลื่อน หมิงซื่อกอดร่างของหยิ่วเย่วแนบอกแน่นราวไม่ยอมปล่อย แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีวันกลับมาแล้วลู่กัง ดึงตัวลู่ตั๋ว ออกจากตรงนั้นทันทีเช่นกันเมื่อรู้ว่าหยิ่วเย่ว หมดลมหายใจแล้ว อวิ้นกุ้ยสะอึกหมายจะตามไปหมิงซื่อโบกมือห้าม“ปล่อยพวกเขาไป”เฟิ่งหลิว ยืนนิ่งน้ำตายังไหลอาบแก้ม สงสารหยิ่วเย่วจับใจ"ปล่อยพวกเขาไปนะ"เสียงนั้นต่ำและนิ่ง แต่แฝงความเหนื่อยล้าหมิงซื่อลุกขึ้นทันที ก่อนจะคว้าข้อมือบางของเฟิ่งหลิวแน่น"ฝ่าบาทปล่อยเฟิ่งหลิวเดี๋ยวนี้"แต่คำพูดนั้นไร้ผล ร่างบางถูกดึงขึ้นหลังม้าในพริบตาม้าพุ่งทะยานออกไปจากตรงนั้นทันทีสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นหลิว ใบเขียวอ่อนลู่ลมไหวงดงามราวภาพวาด แต่บรรยากาศกลับเงียบงัน ม้าที่ควบมาด้วยความเร็วสูงกลับถูกกระตุกบังเหียนให้เหยาะย่างไม่มีคำพูดใดใดหลุดออกมาจากปากคนทั้งสอง มีแต่เพียงความคิดเท่านั้นที่แล่นวนอยู่ในหัวเฟิ่งหลิวก้มหน้า นางคิดว่าหมิงซื่อคงเสียใจไม่น้อยกับการจากไปของหยิ่วเย่ว ความเงียบของเขาทำให้นางยิ่งสงสาร แต่หมิงซื่อกลับคิดอีกแบบเขาคิดว่านางกำลังเสียใจที่ถูกเขาชิงตัวก
Read more