เสี่ยงรักเดิมพันหัวใจ의 모든 챕터: 챕터 41 - 챕터 50

140 챕터

ตอนที่ 41

ในที่สุดช่วงเวลาแห่งความทรมานก็สิ้นสุดลง ความเครียดเกร็งพลันมลายหายไปหลายส่วนในตอนเห็นนายแพทย์หนุ่มวางอุปกรณ์ทำแผลลงบนถาดสแตนเลสก่อนดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้บิดาจัสมินคลี่ยิ้มอย่างกักเก็บความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ รอกระทั่งชายหนุ่มหันมาสบสายตาจึงถลันเข้าไปหา ละล่ำละลักถามทุกข้อสงสัยที่อัดแน่นอยู่ด้านใน“พี่หมอ ป๊าเป็นยังไงบ้างคะ เพราะอะไรถึงเป็นลม แล้วแผลที่หัวนี่ต้องเย็บอีกไหม ต้องไปทำซีทีสแกน หรือเอ็มอาร์ไออะไรที่โรงพยาบาลต่อไหมคะ”“คงยังไม่ต้องถึงขั้นนั้นครับ เบื้องต้นหมอทำแผลตรงหน้าผากให้แล้วนะครับ ภายนอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่อาการด้านอื่นหมอยังตอบอะไรมากไม่ได้จนกว่าจะเห็นผลตรวจอย่างอื่นโดยละเอียด”นทีพยายามตอบอย่างเป็นกลางด้วยทั้งไม่อยากโกหกและไม่อยากละเมิดข้อตกลงที่ทางคนไข้ได้ทำไว้กับบิดาของตนทว่าในตอนที่หันไปเห็นใบหน้าทุกข์ระทมของหญิงสาวเต็ม ๆ ตาอีกครั้ง วูบหนึ่งเขาก็มีความคิดที่จะโพล่งความเป็นจริงออกไปให้เธอได้รับรู้เพราะอย่างน้อย ๆ เธอคือญาติใกล้ชิด อีกทั้งยังอาจเป็นประโยชน์ต่อคนไข้เมื่อได้รับกำลังใจและการดูแลที่เหมาะสมกว่านี้หลังครุ่นคิดและชั่งน้ำหนักระหว่างผลดีกับผลเสียอยู่ชั่ว
더 보기

ตอนที่ 42

ทันทีที่รถยนต์สีดำคันหรูแล่นจากไปจัสมินก็วิ่งแจ้นไปรับรองเท้าและชุดใหม่ที่รัดกุมกว่าเดิมจากมือแม่บ้าน ก่อนจะตะกายขึ้นรถตู้ซึ่งจอดติดเครื่องรออยู่ไม่ไกลแต่ยังไม่ทันที่สะโพกจะได้สัมผัสกับเบาะร่างก็ทรุดฮวบจนใบหน้าเกือบพุ่งเข้ากระแทกกับกระจกดูเหมือนว่าพอหายตกใจแล้ว ประสาทการรับรู้ก็กลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพเชียวนะ!เธอมุ่ยหน้า หลุบตาลงมองข้อเท้าที่เริ่มประท้วงด้วยอาการบวมแดงและเจ็บแปลบยามลงน้ำหนักอย่างขัดใจครั้นจะบอกให้เด็กช่วยไปหยิบหยูกยามาให้ ตอนนี้เธอก็เร่งรีบและไม่อยากเสียเวลาแม้เพียงครึ่งวินาที สุดท้ายจึงเลือกกัดฟันข่มความรวดร้าวแล้วร้องบอกให้ออกรถ“ไปโรงพยาบาลเลยค่ะลุงจิต!”จากนั้นก็ก้มลงมาเจรจาขอติดสินบนกับข้อเท้าบวม ๆ“ส่วนแกก็อดทนก่อนนะ อย่าเพิ่งหัก อย่าเพิ่งร้าว อย่าเพิ่งสร้างเรื่องเพิ่ม ไว้ฉันจัดการเรื่องห้องให้ป๊าเสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะพาแกไปหาหมอหล่อ ๆ โอเคไหม!”โชคดีที่เวลานี้เป็นช่วงที่คนทั่วไปกำลังหลับใหลอยู่บนเตียงนุ่ม ท้องถนนจึงแทบไม่มีรถราวิ่งสัญจร ทำให้จัสมินสามารถเดินทางมาถึงโรงพยาบาลได้ภายในเวลาเพียงสี่สิบนาทีแต่เพราะกระบวนการตรวจร่างกายของบิดายังไม่แล้วเสร็จ ครั้น
더 보기

ตอนที่ 43

“ฮึ คนประหลาด”ส่ายหัวให้คนแปลกประหลาดแล้วจัสมินก็มุ่งความสนใจไปที่บานประตู นั่งชะเง้อชะแง้อยู่ที่เดิมไม่ไปไหนไม่ใช่ว่ารอตามคำสั่งของเขาแต่เพราะเธอต้องการทราบอาการของบิดาแล้วรอขึ้นไปยังห้องพักฟื้นพร้อม ๆ กันต่างหากผ่านไปไม่กี่อึดใจชายหนุ่มก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งที่หน้าประตู ข้างกายมีนางพยาบาลหนึ่งคน ทั้งสองหยุดพูดคุยกันครู่หนึ่งก่อนคนตัวสูงจะพยักพเยิดมาทางเธออะไรอะ เขาเข้าไปถามอาการของป๊าให้เธอเหรอ?แม้ไม่แน่ใจนักว่าไอ้สองสามประโยคที่เขาพูดกับพยาบาลนั้นจะเกี่ยวข้องกับเธอไหม แต่กิริยาสบสายตากันก่อนที่อีกฝ่ายจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องฉุกเฉินมันทำให้อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ครั้นพอเผยอปากหมายจะถามคนรู้ที่เพิ่งเดินกลับมาหา ความสนใจก็ถูกดึงไปที่บานประตูห้องฉุกเฉินอีกครั้งเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นว่าพยาบาลคนเดียวเดินออกมาเพียงเท่านี้อัตราการเต้นของหัวใจก็เร็วแรงขึ้น ยิ่งพอเห็นอีกฝ่ายคลี่ยิ้มแล้วเดินตรงมาหาพร้อมรถเข็นผู้ป่วยหัวใจก็แทบกระดอนออกมานอกอกแต่เดี๋ยวนะ รถมันว่างนี่ ทำไมเขาไม่พาป๊าเธอออกมาด้วยกัน?“คุณเกวลินใช่ไหมคะ?”“ใช่ค่ะ เกวลิน กีรติรุ่งเรือง เป็นญาติของคนไข้ที่ชื่อไกรวิชญ์
더 보기

ตอนที่ 44

“ฝากด้วย”“เออ จะไปไหนก็ไปเหอะครับ อย่ามายืนเกะกะคนอื่นเลยครับ”“หมายถึงตัวเอง?”“ปากดีนะครับ รู้งี้เมื่อกี้ผมน่าจะเย็บปากคุณมึงไปด้วย ฮึ!”เสียงถกเถียงในระดับที่พอให้ได้ยินกันแค่สี่ชีวิตเพราะรวมพยาบาลที่กำลังตระเตรียมอุปกรณ์อยู่ข้างเตียง ดังต่ออีกครู่หนึ่งก็จบลงที่คนหน้าดุถูกชายหนุ่มในชุดกาวน์โบกมือ ไล่ตะเพิดออกไปด้านนอกเมื่อความสงบสุขหวนกลับคืนสู่ห้องฉุกเฉินอีกครั้งวรวิทย์ก็ปรับสีหน้า หันมาส่งยิ้มบาง ๆ ให้คนเจ็บ แม้ในใจจะยังมีข้อกังขามากมายติดอยู่“อะ ลืมแนะนำตัวเลย หมอชื่อเกมส์นะครับ เป็นหมอเวรวันนี้แล้วก็เป็นเพื่อน ไม่สิ แค่คนรู้จักก็พอ หมอไม่ค่อยอยากคบกับคนบ้า ๆ บอ ๆ แบบมันสักเท่าไหร่”จบสเต็ปการแนะนำตัวอันแสนแปลกใหม่จัสมินก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ชัดเจนแล้วว่าเธอไม่ได้ใส่ความเขาหรือคิดไปเองคนเดียว“ขอโทษค่ะมินอดไม่ไหว” พยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดกำลังแล้วแนะนำตัวกลับบ้าง“สวัสดีค่ะ ชื่อจัสมิน เป็นแค่คนรู้จักของคุณชายบดินทร์เหมือนกัน”จัสมินคลี่ยิ้มหวาน หยิบเอาคำพ่วงท้ายที่ถูกอกถูกใจมาพูดบ้าง แต่สุดท้ายพอมีใบหน้าบึ้ง ๆ ของใครบางคนลอยแวบเข้ามาหัว เธอก็กลั้นขำไม่ไหวอีกต่อไป ป่านนี้น
더 보기

ตอนที่ 45

คนที่แวะมาให้เย็บแผลซึ่งเกิดจากลูกหลงของการทะเลาะวิวาทยังคงปักหลัก นั่งทำหน้านิ่งอยู่ที่นี่ ทั้ง ๆ ที่เสร็จธุระของตัวเองไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อนไม่ต้องเอ่ยถามวรวิทย์ก็พอเข้าใจในทุกพฤติกรรมที่เพื่อนแสดงออกแล้วว่า เพราะเหตุใดเพื่อนผู้ไม่แยแสต่อความเป็นอยู่ของใครบนโลกนอกจากเพื่อนสนิทและครอบครัวอย่างบดินทร์ จู่ ๆ กลับมีท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนเดินเข้ามาถามไถ่อาการคนไข้สูงวัยที่บัดนี้ถูกส่งตัวไปเอกซเรย์มือและแขนเสียละเอียดยิบ แถมเมื่อได้คำตอบก็ยังไม่พอใจ ตามมาเจรจากึ่งเซ้าซี้ให้เขาช่วยแวะมาดูคนไข้อีกคนด้วยข้ออ้างว่า‘เป็นคนรู้จัก มึงดูให้ที แม่งนั่งร้องไห้จะเป็นจะตาย สงสัยขาใกล้ขาด’แต่ไป ๆ มา ๆ เขาว่าคนที่อาการหนักและจะเป็นจะตายนั้นน่าจะเป็นมันมากกว่า มิหนำยังไม่รู้ตัวอีกว่ากำลังห่วงคนอื่นจนใจจะขาดเลยล่ะ!วรวิทย์รีบเม้มปากเก็บรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม แล้วทำทีเป็นเบี่ยงรถเข็นไปอีกทาง ส่งผลให้คนหน้านิ่งแปรเปลี่ยนเป็นคนหน้าบึ้ง ผุดลุกพรวดก่อนจะเดินตามหลังพวกเขามาไม่กี่นาทีต่อมาวรวิทย์ก็พาคนเจ็บมาถึงจุดชำระเงิน ชายหนุ่มวางใบแจ้งรายการตรวจลงบนเคาน์เตอร์ ครั้นพอเห็นเพื่อนหน้านิ่งโผล่หน้ามาให้เห็นก็ร
더 보기

ตอนที่ 46

โชคดีที่โรงพยาบาลมีบริการครบครัน นอกจากยาแล้วจัสมินก็ได้ไม้ค้ำยันมาเป็นของสมน้ำหน้าคุณเพิ่มโดยไม่ต้องดิ้นรนไปหาซื้อเองในภายหลังเธอบรรจงวางทุกสิ่งอย่างพาดลงบนหน้าตัก เอื้อมมือไปต่อสู้กับที่หมุนล้อ ทว่าออกแรงดันให้รถเข็นเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เพียงเล็กน้อย เธอก็แขนสั่นระริก ทำได้ยากกว่าที่คิดไว้มากโขจนอดสงสัยไม่ได้ว่า...ตกลงแล้วเจ้านี่จะช่วยทุ่นแรง หรือเพิ่มภาระให้คนเจ็บอย่างเธอกันแน่ถ้าล้อมันจะฝืดขนาดนี้!ยืนมองหญิงสาวพยายามดันตัวเองอย่างทุลักทุเลครู่หนึ่ง บดินทร์ก็อดรนทนไม่ไหว ยื่นมือเข้าไปสะกิดหลังมือเจ้าหล่อนเป็นเชิงบอกให้ปล่อยเพี้ยะ!คนหนึ่งตั้งใจสะกิด ทว่าสำหรับอีกคนนั้น มันเสมือนเป็นการตีเสียมากกว่าแรงปะทะทำเอาคนที่กำลังปลุกปล้ำกับที่หมุนล้อสะดุ้งโหยง หดมือหนีทันควัน บดินทร์จึงสบโอกาสเข้ามาเป็นคนควบคุมรถเข็นแทนอย่างที่ต้องการ“นี่ จะช่วยก็บอกกันดี ๆ สิคะ” ปากก็มี พูดสิพูด ไม่ใช่มาตีกันแบบนี้ ไอ้คนบ้า!“ขี้บ่น”ก็แล้วเขาทำตัวสมควรให้เธอบ่นไหมล่ะ พ่อคนดีศรีสังคม!จัสมินค้อนขวับ ลูบหลังมือตัวเองป้อย ๆ แม้แรงที่เขาใช้จะไม่ทำให้เธอเจ็บมากนัก แต่พอเห็นเขาเดินลอยหน้าลอยหน้า ทำราวกับ
더 보기

ตอนที่ 47

คล้อยหลังประตูลิฟต์ปิดสนิท ภายในตัวลิฟต์ที่เคลื่อนขึ้นสูงสู่ชั้นสิบก็ยินเพียงเสียงลมหายใจริมฝีปากเดี๋ยวเม้มเดี๋ยวคลาย รู้สึกไม่สบายกายและไม่สบายใจแบบแปลก ๆ ยิ่งในตอนที่ช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าคมคายของคนด้านหลังผ่านเงาสะท้อนของประตูลิฟต์คำถามมากมายก็ผุดขึ้นเขาจะมาทำดี จะมาตามติดเธอไปเพื่ออะไรในเมื่อเราสองคนไม่ได้สนิทสนม ถึงตอนนี้จะเรื่องให้เกี่ยวพันอันเป็นผลพวงมาจากสถานะปลอม ๆ ที่ฝั่งสหเดชาปล่อยข่าวออกไปหวังกลบกระแสลบ ๆ บนโลกโซเซียล ซึ่งมันได้ผลชะงัดตอนนี้นอกจากจำนวนคอมเมนท์โจมตีลงเริ่มเบาบางลงบ้างแล้ว หลาย ๆ คนยังหันเหไปสนใจข่าวกอสซิปของนางแบบชั้นแนวหน้าท่านหนึ่งมากกว่าแต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะ ในเมื่อเขามีน้ำใจจะช่วยเหลือ เธอก็ยินดีรับ และยินดีจะตอบแทนกลับตามความเหมาะสมในภายภาคหน้าใช้เวลาไม่นานชายหนุ่มก็พาเธอมาถึงจุดหมาย‘ห้องพักพิเศษ 1019’ตัวเลขบนบานประตูพานส่งให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงและเร็วขึ้น ริมฝีปากเม้มแน่นจนแทบเป็นเส้นตรง ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำใดให้เป็นการรบกวนคนป่วย แม้ใจจะอยากกระโจนเข้าหาบิดาตั้งแต่มองเห็นปลายเตียงกระทั่งชายหนุ่มเข็นรถเข้ามาจอดเทียบ ทำให้เธอสามารถมองเห็น
더 보기

ตอนที่ 48

วรวิทย์แทบอยากโบกมือเข้าที่ศีรษะทุย ๆ ของเพื่อน แต่เพราะน้อยครั้งจะได้เห็นสีหน้าแบบนี้จึงยอมทำใจเย็นแล้วรอ กระทั่งเห็นคนที่ยืนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดหยิบเอาของที่พกประจำออกมาสองมือก็รีบตะครุบพร้อมมองตำหนิ“อย่ามาสูบตรงนี้ กูไม่อยากให้บนตัวมีกลิ่นบุหรี่”เดี๋ยวกลับบ้านไปแล้วเมียจะด่า!หากแต่ประโยคนี้พ่อบ้านใจไม่กล้าเลือกพูดต่อในใจเพื่อเลี่ยงการถูกล้อเลียนบดินทร์พ่นลมหายใจฟึดฟัด เขาไม่ได้ถึงกับติดนิโคติน ทว่าในเวลาที่สมองกำลังทำงานหนัก ของพวกนี้ช่วยทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายกระนั้นเมื่อเพื่อนห้ามเขาก็ไม่ดันทุรัง มือคว้าเอาซองสีขาวคาดทองมาเก็บก่อนเปิดปากพูดธุระอย่างตรงไปตรงมา“กูอยากได้ผลตรวจคนไข้ที่ชื่อไกรวิชญ์ กีรติรุ่งเรือง”“ฮะ? เดี๋ยว ๆ มึงจะบ้าหรือเปล่า ญาติก็ไม่ใช่ มึงจะเอาผลตรวจเขาไปทำซากอะไร แล้วอาการเบื้องต้นมึงก็รู้แล้วหนิว่าคนไข้ไม่ได้เป็นอะไรมาก”“อาการวันนี้กูรู้ แต่กูต้องการรู้ว่าเขามีโรคประจำตัวอะไร”แววตาสะท้อนความจริงจังทำเอาวรวิทย์เสียวสันหลังวาบ ตระหนักแล้วว่าเพื่อนพูดจริง“อยากรู้ก็รอถามลูกสาวเขาเอาเองสิวะ อย่าหาภาระมาให้กู ถึงกูจะเป็นเขยของที่นี่ แต่ไอ้นัทมันไม่ได้ใจดีกับก
더 보기

ตอนที่ 49

เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มในช่วงแปดโมงเช้าของวันทำเอาแก้วกาแฟที่กำลังถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากชะงักค้างกลางอากาศ“วันนี้ฉันไม่มีนัดนี่ ไปดูสิว่าใครมา?”สิ้นเสียงนายหญิงของบ้าน หนึ่งในสาวใช้ก็รีบสาวเท้าไปทางประตูใหญ่อย่างรู้งาน ทว่ายังไม่ทันจะก้าวพ้นขอบประตูคำตอบก็พาตัวเองมาเฉลยถึงตรงหน้าอังคณาเลิกคิ้วสูง กะพริบตาปริบ ๆ หันไปมองนาฬิกาแขวนผนังก่อนหันกลับมามองลูกชายที่เพิ่งหย่อนสะโพกลงฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาเหลือเชื่อ“ดิน?”“นอกจากสายตาจะยาวแล้ว ยังเบลอด้วย?”ชัด! ปากคอเราะรายแบบนี้คงไม่ใช่ภาพลวงตา! อังคณาส่งเสียงเหอะในลำคอด้วยความหมั่นไส้แล้วจิกตามองดุ“คนที่เบลอน่าจะเป็นดินมากกว่ามั้ง ไม่คิดจะกลับบ้านจนแม่นึกว่าดินจำทางกลับบ้านไม่ได้แล้ว”“ก็จำไม่ได้หรอกครับ ผมเปิดจีพีเอสมา”“ดูสิดู! ร้อยวันพันปีจะโผล่หน้ากลับมาให้คนเป็นแม่เห็นสักที แทนที่จะพูดจาดี ๆ ไอ้ลูกคนนี้หนิ!”ตำหนิลูกชายอย่างอดไม่ไหว ครั้นพอเห็นอีกฝ่ายป้องปากหาวหวอด ๆ อังคณาจึงเอี้ยวหน้าไปพยักพเยิดให้สาวใช้ไปเตรียมกาแฟและอาหารเช้ามาเพิ่มอีกหนึ่งที่ก่อนดึงสายตากลับมาเพ่งมองลูกชายตัวดีอย่างพินิจพิจารณากึ่งจับผิด“แล้วนี่มีอะไรถึงถ่อมา
더 보기

ตอนที่ 50

‘ไกรเพิ่งตรวจเจอว่าเป็นเนื้องอกในสมอง’คล้ายว่าบดินทร์จะหูดับไปชั่วขณะ เดิมเขาคิดเพียงแค่ว่ามันอาจเป็นการป่วยตามช่วงอายุ ไม่นึกเลยว่าสาเหตุที่แท้จริงจะรุนแรงจนถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตแบบนี้คงไม่น่าจะได้แอดมิทเพียงคืนเดียวแน่พลันหัวใจแกร่งก็กระตุกไหวเมื่อภาพใบหน้าเปรอะน้ำตาของใครบางคนผุดขึ้นมาในห้วงของความคิด“ยัยเด็กนั่นรู้ไหม?”อังคณาส่ายหน้าน้อย ๆ แววตาสะท้อนความเห็นอกเห็นใจ“ยัง ไกรมันปิดไว้อยู่ เห็นบอกว่าไม่อยากให้ลูกเป็นห่วง”ฉิบหาย! แล้วปานนี้เธอจะได้คุยกับหมอยังวะ?แววตาตระหนกหลุบมองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือเพียงนิด เมื่อเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบเก้าโมงเช้า บดินทร์ก็คว้าเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายหา ‘ไอ้หมอเวร’ อีกครั้งโดยมีสายตางุนงงระคนตกใจของอังคณาคอยติดตามอยู่ทุกการกระทำเสียงสัญญาณรอสายดังไม่นานก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงเหนื่อยหน่ายของปลายทาง(มึงนี่มันเจ้ากรรมนายเวรกูจริง ๆ)“ผลตรวจออกหรือยัง?”(ไอ้ห่าน! นี่โรงพยาบาลนะไม่ใช่เดลิเวอรี่ที่สั่งแล้วจะส่งถึงมือภายในสามสิบนาทีน่ะ)“ตกลงยังไม่ออก?”(เออสิวะ ไว้ออกเมื่อไหร่กูจะโทรไป โอเคไหมไอ้ควายเผือก!)ติ้ด!“อะไรดิน ผลตรวจอะไรกัน”
더 보기
이전
1
...
34567
...
14
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status