تسجيل الدخولเมื่อคนสองคนที่เกลียดการคลุมถุงชน แต่กลับต้องมาเกี่ยวข้องกันด้วยคำคำนี้ ความสัมพันธ์ที่เรียกว่า "คู่หมั้นปลอมๆ" จึงบังเกิด ทว่าระหว่างร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ความใกล้ชิดกลับทำให้ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัว จนใครบางคนชักอยากฉีกสัญญาแล้วเก็บอีกฝ่ายไว้ข้างกายตลอดไป
عرض المزيد“นี่คือเรื่องที่แม่บอกว่าสำคัญหนักหนาเหรอครับ เหอะ เสียเวลาฉิบหาย”
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ ทว่าในจังหวะที่พึมพำประโยคหลังในลำคอนั้น สายตากลับเหล่มองหญิงสาวที่มารดาบังคับให้นั่งเคียงข้าง ทำเอาคนถูกมองฉุนกึกเพราะเป็นคนเดียวที่ได้ยินทุกถ้อยคำอย่างชัดเจน
เออ! เสียเวลาฉิบหายเหมือนกันที่ฉันต้องเอาเวลางานมาเจอกับคนอย่างนายเนี้ย
ทว่าประโยคเหล่านี้จัสมินกลับทำได้เพียงคิดในใจ
หญิสาวก้มหน้าพยายามซ่อนความรู้สึกหงุดหงิดซึ่งจวนเจียนจะระเบิดเต็มทน ไว้ภายใต้หน้ากากที่ฉาบด้วยรอยยิ้มมาตลอดนับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องอาหารแห่งนี้
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัว”
“ดิน อย่าเสียมารยาทกับผู้ใหญ่”
อังคณากดเสียงต่ำพลางใช้สายตามองปรามลูกชายคนเดียวให้สำรวมกิริยามารยาทกว่าที่เป็นอยู่
แต่เมื่ออีกฝ่ายยังคงทำดื้อดึง ไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร ปลายแหลม ๆ ของรองเท้าส้นสูงจึงเหวี่ยงตัวเข้าปะทะ ฝากรอยแผลไว้ที่หน้าแข้งของลูกชายเต็มแรง
ปึก!
“ดิน นั่งลง”
“อา ใจเย็น ๆ กันก่อนนะอัง ลูกอาจจะมีธุระด่วนก็ได้ อะนี่ไวน์ใหม่มาพอดี ลองสักหน่อยไหม เพิ่งได้มาวันนี้สด ๆ ร้อน ๆ เลยนะ”
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะทวีความรุนแรงไกรวิชญ์จึงพยายาม ไกล่เกลี่ยและเปลี่ยนหัวข้อที่ใช้พูดคุยระหว่างรออาหาร
แม้จะมีการทาบทามด้วยวาจาไว้ตั้งแต่สิบปีก่อน แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นการพบปะของเด็ก ๆ ครั้งแรก
หากทั้งคู่จะยังไม่รักใคร่ชอบพอกันในวันนี้ก็พอเข้าใจได้ ขอแค่อย่าให้มันกลายเป็นความไม่ประทับใจแรกเจอก็พอ
สีหน้าของอังคณาคลายลงหลายส่วนขณะยื่นมือไปรับของโปรดมาลิ้มลอง กระนั้นก็ยังไม่วายส่งสายตาปรามลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอีกหน
“นั่งลงสิดิน จะยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ทำไม”
ชายหนุ่มสูดหายใจลึก ๆ อยากจะทำตามใจตัวเองต่อ แต่เพราะถูกมารดาตรึงด้วยสายตาขุ่นขวางซึ่งมาพร้อมสัญญาณแจ้งเตือนครั้งสุดท้าย เขาจึงได้แต่ข่มความไม่พอใจ นั่งอย่างไม่มี ทางเลือก
ทำไมต้องมาบังคับกันวะ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นจะสนใจว่าเขาจะโสดไปอีกสักกี่ปี อะไรไปกระตุ้นวันนี้ถึงนึกคึกเข้ามายุ่งวุ่นวาย แถมยังเจาะจงว่าลูกสะใภ้ต้องเป็นคนนี้อีก บ้าบอชะมัด!
ครั้นพอตวัดสายตาไปมองคนที่นั่งสงบเสงี่ยม เงียบเหมือนไม่ได้พกปากมาด้วย แววตาวาวโรจน์ก็ยิ่งกรุ่นด้วยความโมโหมากกว่าเดิมอีกเท่าตัว
หน้าก็สวย หุ่นก็ดี ดูมีการศึกษา แต่ทำไมถึงไม่มีปัญญาหาผัวเอง วะยัยตัวซวย!
และใช่ว่าจัสมินจะไม่สัมผัสถึงคำก่นด่าที่แฝงมากับสายตาหยามหยัน ดูแคลน ใบหน้าเธอตึงขึ้นหลายส่วน
สองมือกำชายกระโปรงแน่นจนมันยับยู่ พยายามนับหนึ่งถึงร้อยในใจ เพื่อข่มอารมณ์ไม่ให้ลุกขึ้นเอาน้ำสาด ใส่หน้าคนที่มันบังอาจมาใช้สายตาดูถูกกับเธอแบบนั้น
แต่อีกฝ่ายก็ยังคงจดจ้อง ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเหมือนอยากจะเขมือบหัวเธอเข้าไปเสียเต็มประดาไม่เลิก
สุดท้ายจัสมินจึงอาศัยจังหวะที่บทสนทนาหยุดชะงักลงเพราะพนักงานเข้ามาเสิร์ฟอาหาร หนีออกมาสงบสติ อารมณ์ที่ห้องน้ำด้านนอกก่อนจะควบคุมสีหน้าและแววตาไม่อยู่
ร่างเพรียวระหงบนรองเท้าส้นสูงกว่าสามนิ้ว ก้าวฉับ ๆ ผ่านผู้คนอย่างรีบร้อน และทันทีที่ผลักบานประตูให้ปิดลงได้มือเรียวก็ปลดหน้ากากที่ใช้ยามเข้าสังคม รวมทั้งกระเป๋าสะพายราคาแพงออกจากหัวไหล่ เหวี่ยงมันลงกับเคาน์เตอร์สุดแรง
“บ้าเอ้ย! คิดว่าตัวเองเป็นใครกันถึงมาใช้สายตาแบบนี้! หล่อแล้วไง รวยแล้วไง คิดว่ามันทำให้ฉันอยากได้นายจนตัวสั่นหรือยังไง ฮึ้ย! ป๊านะป๊า ไหนบอกว่าจะพามาฉลองที่สอบเสร็จไง แล้วนี่อะไร แบบนี้มันคือการ หลอกมาดูตัวกันชัดๆ!”
มือเรียวยกขึ้นดึงทึ้งผมเผ้า ปากก็พร่ำบ่นต่ออีกยาวเหยียดโดยไม่นึก สนใจเลยว่าเสียงของเธอจะดังเล็ดลอดออกไปด้านนอกหรือไม่ เพราะหากไม่ได้ระบายออกบ้างล่ะก็ มีหวังได้หลุดปรี๊ดแตกกลางโต๊ะแน่
คนจุดเดือดต่ำฟาดงวงฟาดงาสลับกับโทรไปก่นด่าให้เพื่อนสนิทฟัง กระทั่งผ่านไปได้สิบนาทีอาการหัวร้อนก็ทุเลาลงจนเกือบเป็นปกติ
จัสมินสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ช้อนสายตาขึ้นมองเงาสะท้อนผ่านกระจกเงา แล้วบังคับริมฝีปากให้ฉีกยิ้ม สวมบทบาทเป็นคุณหนูผู้แสนเรียบร้อยอีก ครั้ง
“อดทนนะมิน อดทน อย่าทำให้ป๊าขายหน้า ท่องไว้ ... แกทำ ได้ แกต้องไม่โมโห แค่สองชั่วโมงเท่านั้น คิดซะว่าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คือเจ้าไบรอัน หมาพิทบูลที่น้าอังเลี้ยงไว้ก็แล้วกัน!”
“ก็เป็นซะแบบนี้”คล้ายจะตำหนิ หากแต่ดวงตาสีนิลกลับเปี่ยมด้วยความรักใคร่เอ็นดู เพราะถึงแม้คนของเขาจะซุกซนและเอาแต่ใจไปบ้าง ทว่าส่วนหนึ่งก็มาจากเขาด้วยที่พอเธออยากได้อะไรถึงจะมีทักท้วงแต่สุดท้ายปลายทางเขาก็ยินดีจะตามใจเธออยู่ดี ขอเพียงได้เห็นว่ามันทำให้เธอมีความสุข มีรอยยิ้มสดใส มีเสียงหัวเราะอย่างที่กำลังมีอยู่ในตอนนี้“มินจะเล่น จะกอดจะฟัด จะหอบหิ้วมันไปไหนด้วยพี่ไม่ว่า แต่พี่ขออย่างเดียว อย่าพามันขึ้นมาบนเตียงอีกนะ เพราะที่ตรงนี้มันควรเป็นของพี่แค่คนเดียว”“ค่า มินไม่พาขึ้นมาแล้ว มินรู้ว่าแฟนของมินขี้หวง”“ก็ต้องหวงสิ นี่เมียพี่ทั้งคนนะ”คนถูกเรียกว่าเมียก้มงุด หน้าแดงก่ำ จนถึงบัดนี้หัวใจเธอหวิวไหวในทุกครั้งที่ได้ยินคำคำนี้ ไม่ชินเสียทีแต่หากถามว่าเธอปฏิเสธตำแหน่งที่เขามอบให้ไหม ก็ไม่ เธอยินดีและเต็มใจน้อมรับมาก ๆเฉกเช่นตอนที่เธอรับแหวนวงนี้มา ...ดวงตาคู่สวยหลุบลงมองพันธนาการบนนิ้วนางข้างซ้ายของตนแวบหนึ่ง ก่อนจะสอดเรียวนิ้วเข้าประสานกับมือข้างที่มีแหวนซึ่งเธอเพิ่งซื้อมาสวมให้เขาเองกับมือประดับอยู่ เงยขึ้นมาส่งยิ้มหวานละมุนให้คนของใจ“มินดีใจนะคะที่วันนี้มินมีพี่ดินอยู่ข้าง ๆ ขอบค
@หลายวันถัดมา“อื้ออ”เสียงครางเบา ๆ ดังลอยออกมาจากร่างของชายหนุ่มที่กำลังนอนตะแคง คิ้วหนาคมเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันแน่นขณะขยับตัวด้วยความอึดอัด ในหัวก็พานคิดสงสัยทำไมวันนี้เมียของเขาถึงได้ตัวหนักกว่าเก่านัก แถมยังนอนเบียด กินที่จนอีกนิดจะทำเขาตกเตียงอีกด้วย“อื้อ มินครับ กระเถิบไปหน่อยครับพี่จะตก” คนที่ปกติมักตื่นช่วงบ่ายงึมงำบอกทั้งที่สองตายังปิดสนิท“คะ? เมื่อกี้พี่ดินว่าอะไรนะคะ?”เสียงหวานขานรับหากแต่ทำให้คนฟังยิ่งขมวดคิ้วหนัก เพราะฟังดูแล้วคล้ายว่าเสียงมันมาจากที่ไกล ๆ ครุ่นคิดครู่หนึ่งชายหนุ่มก็ทนสงสัยไม่ไหว ยอมปรือตาขึ้นมามองใบหน้ายิ้ม ๆ ของหญิงสาวเป็นสิ่งแรกที่มองเห็น ซึ่งมันจะไม่ทำให้เขาประหลาดใจเลยหากไม่ใช่เป็นเพราะตอนนี้เธอกำลังนั่งทาครีมอยู่หน้ากระจก ห่างจากจุดที่เขานอนอยู่เป็นเมตรซึ่ง! ถ้าเมียของเขานั่งอยู่นู้น แล้วไอ้ที่หนัก ๆ ทับแขนเขาอยู่มันคืออะไรวะ?บดินทร์หันขวับ และทันทีที่เห็นบางส่วนของต้นเหตุโผล่พ้นผ้าห่มขึ้นมา แขนและขาก็ทำงานกันอย่างพร้อมเพรียง ผลักเจ้าก้อนขนที่มีน้ำหนักกว่าสี่สิบกิโลกรัมออกให้พ้นตัวราวกับต้องของร้อน“แม่ง! เอาอีกแล้วนะ!”ทั้งแรงผลักและเสียงตวา
“นะครับ~”น้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานที่สงวนไว้ใช้กับหญิงสาวเพียงคนเดียวถูกงัดเอาออกมาใช้เพียงเท่านี้ท่าทางขัดขืนในคราแรกก็แปรเปลี่ยนเป็นขวยเขิน หัวใจดวงน้อยหลอมละลาย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอแพ้คุณชายบดินทร์ในร่างนี้และเขาก็ดันรู้ข้อนี้ดีเสียด้วย บ้าจริง!“พี่ดินขี้โกง”“เรียกว่าพี่รู้ใจเธอจะดีกว่า”ใบหน้าแดงซ่านผินหนี ไม่เถียงเพราะที่เขาพูดมานั้นไม่เกินจริง เดิมเธอเคยคิดว่าอุปสรรคของความรักครั้งนี้อาจเป็นที่อุปนิสัยซึ่งต้องปรับจูนเข้าหากันพอสมควรแต่กลับกลายเป็นว่าหลังจากผ่านการทะเลาะและปรับความเข้าใจกัน รองจากบิดาก็เป็นเขาที่รู้ใจเธอกว่าใครโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ... เรื่องบนเตียง“อา~”เสียงหวานครวญครางออกมาอย่างสุดกลั้นเมื่อกายแกร่งโน้มลงมาทาบทับ พรมจูบสลับขบเม้มไปตามหัวไหล่และแผ่นหลัง มือหนึ่งสอดมาบีบเคล้นเต้าอวบ อีกมือเอื้อมลงไปมอบความเสียวซ่านให้จุดอ่อนไหวอึดใจจัสมินก็ซวนเซเสียหลัก ทิ้งศีรษะลงนอนตะแคงบนหมอนใบโต เว้นเพียงสะโพกอวบที่แอ่นขึ้น ส่ายร่อนอย่างเชื้อเชิญไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ย ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจในความต้องการของกันแล้วกันบดินทร์แย้มยิ้มมุมปาก ค่อย ๆ ดันตัวตนเข้าจนสุด หลับตาซึ
“ทักทายกันหน่อยสิครับ”บดินทร์ครางบอกเสียงพร่าพลางดึงมือเรียวที่ละล้าละลังอยู่กลางอากาศให้ขยับเข้ามากอบกุมลูกชายสุดที่รัก“ฮืมม”บังเกิดเสียงคำรามในลำคอด้วยความพึงพอใจเมื่อมีเด็กทำตัวว่านอนสอนง่าย แม้จะมีสะดุ้งบ้างในตอนแตะสัมผัสกระนั้นเธอก็ไม่สะบัดมือออกซ้ำเมื่อเขาเริ่มขยับข้อมือนำทาง อีกคนก็แสนหัวไว ไม่นานจังหวะเนิบนาบนุ่มนวลจึงค่อย ๆ ทวีความเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ของคนทั้งคู่“ฮืม แบบนั้นแหละ ใช่แล้ว ดีครับ ทำดีมาก คนเก่งของพี่”ยิ่งได้ยินคำชม ได้ยินเสียงครวญครางของคนตัวโตจัสมินก็ยิ่งรู้สึกฮึกเหิม เร่งความเร็วของข้อมือให้มากขึ้น“อาส์ มะ..มิน ช้า ๆ ก่อน เดี๋ยวพี่ไม่ไหว”บดินทร์ปรามเสียงแหบแห้ง ทว่าอีกคนกลับกระหยิ่มใจที่เธอสามารถทำให้เขาเครียดเกร็งจนกายสั่นสะท้านได้เอาวะ มาถึงขั้นนี้แล้ว! ทฤษฎียังสอบได้เกรดสี่ เพราะงั้นแกห้ามมาตกม้าตายเอาตอนปฏิบัติจริง!เร่งทบทวนความรู้ที่เพิ่งลอบศึกษาผ่านภาพเคลื่อนไหวซึ่งได้เพื่อนสนิทอย่างพรลภัสชี้เป้าเมื่อหลายวันก่อนในหัว แล้วสูดลมหายใจเรียกความกล้าหาญให้ตัวเอง ก่อนจัสมินจะทำใจกล้า ประทับจูบเข้าที่ส่วนปลายอันแสนฉ่ำเยิ้มเฮือก!จูบเบา ๆ แต่กลับส่งผลใ
สามนาทีหลังจัดการปรับอารมณ์ได้แล้วจัสมินก็ก้าวยาว ๆ ตามเขาเข้าไปในตึก เธอพ่นลมหายใจฟึดฟัด สีหน้าและแววตายังคงหลงเหลือความไม่พอใจอยู่บ้างกระนั้นในตอนที่เขาดันให้เธอขยับเข้าไปยืนมุมในสุดของลิฟต์ ก่อนจะก้าวตามเข้ามาใช้ร่างกายคอยกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาโดนเนื้อตัวของเธออย่างที่มักทำเป็นประจำ มุมปากของคนไ
“อืม พี่คิดถึงเธอ”คล้ายว่าเสียงเพลงที่ถูกเปิดคลอสร้างบรรยากาศในรถนั้นพลันเลือนหายไปจากโสตประสาทชั่วขณะ จัสมินกะพริบตาปริบ ๆ ค่อย ๆ หยัดกายขึ้นมามองเสี้ยวหน้าของคนพูดอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง“พี่ดิน พูดว่าอะไรนะคะ?”ครั้นพอเห็นความแดงระเรื่อบนข้างแก้มที่ไม่ต่างไปจากเธอเท่าไรนัก มุมปากจัสมินก็ยกตัว
“หลงทางอยู่เหรอคะ ให้น้องมินช่วยบอกทางไหมคะ?”เสียงหัวเราะทุ้มห้าวดังขึ้น ก่อนจะตามด้วยแรงฉุดที่ข้อมือ“ขึ้นมาบอกบนรถสิ”“แหม ๆ ๆ ทีงี้ละไวเชียวนะคะ”จัสมินมองค้อนใส่คนรับมุกตาเขียวขุ่น กระนั้นสองขาก็ก้าวขึ้นรถตามคำเชิญชวนอย่างว่องไว“วันนี้รีบเหรอคะ อื้อ”ทว่าก้นเพิ่งได้สัมผัสกับเบาะหนังเพียงไม่กี
นั่นสินะ ทีตอนตกลงเป็นคู่หมั้น เธอกับเขายังนั่งคุยเรื่องทำสัญญากันได้เป็นจริงเป็นจัง แล้วทำไมคราวนี้เราไม่จับเข่าคุยกันอีกล่ะคล้ายว่าก้อนที่กดทับในอกสลายหายไปในพริบตา รอยยิ้มบาง ๆ หวนกลับมาประดับบนใบหน้าจัสมินอีกครั้ง เธอสูดลมหายใจเข้าปอด เรียกความฮึกเหิมทั้งหมดที่มี ก่อนจะยืดตัวข้ามโต๊ะไปตวัดแขน





