Semua Bab กลลวงบุพเพ: Bab 21 - Bab 30

61 Bab

บทที่ 4.1

“ท่านพ่อต้องระวังสุขภาพให้มาก อาการป่วยทางใจผู้คนอาจคิดว่ารักษาง่ายกว่าการป่วยทางกาย แต่ข้ารู้ดีว่าไม่ใช่”อาจารย์เคยเล่าว่ามารดาของนางป่วยสะสมมาจากโรคทางใจ ความคะนึงหา ความโศกเศร้า ยิ่งร่างกายของมารดาอ่อนแอมาก หลังคลอดบุตรก็ออกเดินทางไกลทันที เพราะเป็นเช่นนี้แม้มีเทพโอสถอยู่ข้างกายก็ยังไม่อาจรั้งชีวิตของมารดาให้ยืนยาวอีกหน่อย...“ได้ พ่อเชื่อฟังเจ้า เจ้าเป็นศิษย์เทพโอสถนี่นะ พ่อต้องมีอายุยืนยาวอีกหน่อย จะคอยปกป้องดูแลเจ้าแทนแม่กับพี่ใหญ่ของเจ้า”จบประโยคนั้นของเซี่ยจิ้ง เซี่ยเฟิ่งเหยารู้สึกขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกแล้ว ก่อนหน้านี้นางมีเพียงท่านอาจารย์ที่คอยห่วงใย ต่อมานางรู้ว่ามีพี่ชายฝาแฝดก็ตอนที่เขาสิ้นใจแล้ว ตอนนี้มีบิดาที่แม้ล้มป่วยแต่กลับกล่าววาจาจะดูแลปกป้องนาง...หัวใจของนางอ่อนยวบ“ท่านพ่อ เมื่อครู่หย่งอันโหวมาเคารพศพพี่ใหญ่ พวกเขากล่าวถึงการหมั้นหมายระหว่างบุตรสาวตระกูลเซี่ยและองค์ชายเจ็ด เรื่องเป็นมาอย่างไรเจ้าคะ”เซี่ยจิ้งขมวดคิ้วมีท่าทีไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย เขาสบตากับหญิงสาว “พวกเขาไม่ได้กล่าววาจาอะไรให้เจ้าขุ่นเคืองใช่หรือไม่”เซี่ยเฟิ่งเหยาเพียงยิ้มและส่ายหน้าเซี่ยจิ้งถอน
Baca selengkapnya

บทที่ 4.2

เซี่ยจิ้งถอนหายใจออกมาเสียงเบา “ใช่ เพิ่งหมั้นหมายได้ไม่นาน บุตรสาวเจ้ากรมพิธีการ คุณหนูสามตระกูลเฉา นางเองก็...ล้มป่วย”ขอบตาของเซี่ยเฟิ่งเหยาร้อนผ่าว คนรักมาสิ้นใจจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย นางไม่รู้เลยว่าคุณหนูเฉาผู้นั้นจะรู้สึกเช่นไรตอนครุ่นคิดหญิงสาวก็ช่วยบิดาสวมเสื้อคลุมและประคองเขาเดินออกมาจากเรือนหลัก เดินช้าๆ พูดคุยสนทนาเรื่องต่างๆ กระทั่งถึงเรือนตะวันออก ห้องหนังสือกว้างขวางเต็มไปด้วยตำราล้ำค่า บนผนังมีภาพเหมือนของสตรีงดงามนางหนึ่งในที่สุด...นางก็มีโอกาสได้เห็นว่ามารดาหน้าตาเช่นไรด้านนอกมีเสียงฝีเท้าเซี่ยเฟิ่งเหยาหันไปมองพบว่าเป็นท่านป้าลู่และเสี่ยวอิง ทั้งสองช่วยกันยกชาและของว่างเข้ามา เห็นชัดว่าหวังซื่อล่วงรู้เรื่องที่นางต้องเข้ามาอยู่ในเรือนตะวันออก ดังนั้นจึงส่งคนติดตามของนางเข้ามาก่อนแล้ว“ตำราเหล่านี้พ่อเคยยกให้เฟิ่งสิง ในเมื่อเขาตั้งใจจะส่งต่อให้เจ้า เช่นนั้นเจ้าผู้เป็นเจ้าของจะทำเช่นไรก็ตามแต่ใจเถิด ยังมี...” กล่องไม้ลงรักขนาดใหญ่วางอยู่บนโต๊ะ เซี่ยจิ้งเดินไปเปิดออก“นี่เป็นจดหมายของมารดาเจ้า นับตั้งแต่นางออกจากเมืองหลวงนางก็แอบติดต่อกลับมา ถามไถ่ถึงเฟิ่งสิง บอกเล่าเ
Baca selengkapnya

บทที่ 4.3

ในทุกวันนางเดินวนไปมารอบเรือนตะวันออก พยายามมองหาสิ่งผิดปกติ มองหาอะไรก็ได้ที่คิดว่าพี่ชายอาจเป็นคนซุกซ่อนเอาไว้ หลักฐานสำคัญที่อวี่เสวียนเคยบอกนางว่าเซี่ยเฟิ่งสิงซ่อนเอาไว้ในจวนหากแต่ในเรือนตะวันออกกลับไม่มีสิ่งใดใกล้เคียงกับข้าวของที่นางมองหา ปัญหาก็คือ...นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลักฐานนั่นคืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร กระทั่งไม่รู้เลยว่านางกำลังมองหาสิ่งใดอยู่นึกขึ้นได้ว่าเจียงหลีรั้งอยู่ที่จวนนี้ดังนั้นนางจึงเดินไปยังหน้าจวน พบว่าเจียงหลีกำลังแปรงขนเจ้าม้าสีดำตัวใหญ่“องครักษ์เจียง”“คุณหนูใหญ่” เขาประสานมือคารวะนาง“ข้า...” นางมองซ้ายขวาจากนั้นกระซิบเสียงเบา “ข้าค้นเรือนตะวันออกจนทั่วแต่ไม่พบอะไรเลย ท่านพอจะทูลถามองค์ชายเจ็ดได้หรือไม่ว่าหลักฐานนั่นคืออะไรข้าจะได้เจาะจงถูก”เจียงหลีเองก็จมวดคิ้ว “เรื่องนี้...”ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา กลุ่มคนสี่ห้าคนเดินเข้ามาพร้อมกับเซี่ยหลันอวี๋ในชุดไว้ทุกข์สีขาว อีกฝ่ายเห็นนางก็เลิกคิ้วสบตากับคนที่พากลับมาด้วย“ดีเหลือเกิน ปากก็บอกจะไว้ทุกข์ให้พี่ใหญ่ แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม สวมชุดไว้ทุกข์แต่ลอบพบกับคนคุ้มกัน ไม่รู้จักสำรวมสักนิด อ้อ ข้าลืมไป
Baca selengkapnya

บทที่ 4.4

“ลุงกับป้าสะใภ้ของเจ้าคือคนตระกูลหวัง! ที่นี่คือตระกูลเซี่ย คือจวนอัครมหาเสนาบดี เจ้าเลือกมาว่าจะเป็นคนตระกูลหวัง หรือยังอยากเป็นคุณหนูรองตระกูลเซี่ย หากอยากเป็นคนตระกูลหวังข้าจะให้อี๋เหนียงส่งเจ้าไปที่นั่น เปลี่ยนแซ่ของเจ้าให้เป็นคนของจวนหย่งอันโหวเสีย หาไม่อย่าได้กล้ากล่าวอ้างจวนหย่งอันโหวมาข่มขู่ข้า บิดาของเจ้าคืออัครมหาเสนาบดีแคว้นซีฉู่ จะกล่าวอ้างก็สมควรกล่าวอ้างถึงเขา เว้นเสียแต่เจ้าไม่เคยคิดว่าเจ้าเป็นคนตระกูลเซี่ย!”เซี่ยหลันอวี๋อ้าปากพะงาบๆ กลัวจนตัวสั่น นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตากับอีกฝ่าย กลัวเหลือเกิน...ทั้งท่าทาง ดวงตา เหมือน...ช่างเหมือนพี่ชายใหญ่ที่แสนดุดันเข้มงวดที่เพิ่งจากไป“มีใครอยู่บ้าง!”พ่อบ้านที่แอบดูอยู่ไกลๆ รีบวิ่งเข้ามา “คุณหนูใหญ่”“กักบริเวณนางให้อยู่แต่ในเรือนสิบวัน หากยังกล้าออกไปจากจวน เช่นนั้นก็ไม่ต้องให้นางกลับเข้ามาอีกแล้ว!”เซี่ยหลันอวี๋คอหดเมื่อได้ยินเสียงเย็นเยียบนั้น นางได้แต่ร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น มองหาความช่วยเหลือก็ไม่มีใครเพราะบิดาไม่อยู่ มารดาเองก็ติดตามบิดาออกไปยังไม่กลับจวน“ขอรับ” พ่อบ้านรับคำสั่งจากนั้นให้สาวใช้สองสามคนพาเซี่ยหลัน
Baca selengkapnya

บทที่ 4.5

สายลมเย็นเยียบบาดผิวกายแม้สวมเสื้อคลุมตัวหนาสีขาว เงาวูบไหวตัดผ่านสวนตรงไปยังห้องหนังสือ เซี่ยเฟิ่งเหยาแอบตามไปด้วยหัวใจที่เต้นรัว หากเป็นเสี่ยวกุ่ยจริงๆ บางทีนางอาจบอกเขาว่านางก็คือเสี่ยวเตี๋ยทว่า...ยังไม่ทันได้ก้าวออกไปต่อผงยากลิ่นฉุนก็ถูกซัดมาตรงหน้า มันคือ...ยาสลบ!!ตอนกำลังครุ่นคิดเร็วรี่เพราะผงยาพวกนี้ไม่มีผลต่อนาง เซี่ยเฟิ่งเหยาก็มองเห็นบุรุษแต่งกายมอซอผมเผ้ายุ่งเหยิงเขาก็คือเสี่ยวกุ่ย? นางแสร้งทำเป็นหมดสติและรับรู้ว่าเขาปราดเข้ามารับร่างของตนไม่ให้ล้มลงบนพื้นนางเป็นหมอ เป็นศิษย์ของเทพโอสถ ยาสลบทุกขนานหากไม่จำนวนมากพอจริงๆ ไม่มีทางทำอะไรนางได้ บุรุษผู้นี้ใช้แต่เพียงน้อยเห็นชัดว่าไม่มีจิตคิดปองร้ายนาง หากเขาคือเสี่ยวกุ่ย...สมองยังไม่ทันได้ใคร่ครวญดีเสียงฝีเท้าที่กระทบลงบนพื้นก็ทำให้บุรุษมอซอสะดุ้ง เซี่ยเฟิ่งเหยาแอบหรี่ตามองตอนที่ถูกแบกขึ้นบนไหล่ให้ตาย...จวนอัครมหาเสนาบดีนี่คุ้มกันกันยังไงนะ คนมากมายบุกเข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้กลับไม่มีใครล่วงรู้เลย!!หญิงสาวถูกแบกขึ้นบ่า ร่างกระเด้งกระดอนไปมาจนเวียนศีรษะ เสี่ยวกุ่ยผู้นี้วิชาตัวเบาเป็นเลิศขนาดที่ว่าแบกนางเอาไว้ก็ยังเหินกายอย่า
Baca selengkapnya

บทที่ 4.6

อวี่เสวียนย่อตัวลงช้อนร่างของเซี่ยเฟิ่งเหยาขึ้น เหินกายไปยังม้าสีขาวที่ส่งเสียงดังลั่น เขาตวัดเสื้อคลุมบดบังหญิงสาวเอาไว้ทั้งตัว คว้าสายบังเหียนกระตุ้นเจ้าม้าตัวโตให้หันกลับไปยังกำแพงเมืองเสียงการต่อสู้ยังคงไล่หลังมาพร้อมอาวุธที่แหวกอากาศตามมาติดๆ เซี่ยเฟิ่งเหยาเกาะไหล่กว้างแน่นหลับตาลงด้วยความตื่นตระหนก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ส่งเสียงร้องโวยวาย ไม่ได้แสดงท่าทีที่ทำให้ชายหนุ่มพะว้าพะวง กระทั่งไม่นานเสียงด้านหลังก็เงียบลงหากแต่เจ้าม้าก็ยังไม่หยุดวิ่งเจียงหลีรออยู่ที่ประตูเมืองพร้อมกับทหารกว่าสามสิบคน เมื่อม้าของอวี่เสวียนผ่านเข้าประตูเมืองก็วิ่งช้าลงจนกลายเป็นวิ่งเหยาะๆอวี่เสวียนสอดมือเข้าไปเปิดผ้าคลุม สบตากับเซี่ยเฟิ่งเหยาที่เงยขึ้นมองเขา ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเสียงเบา “เจ้าไม่ได้รับบาดเจ็บกระมัง ไม่ตกใจใช่หรือไม่”เหงื่อผุดพรายตามไรผมของเขากระทบแสงจากคบเพลิง นางกะพริบตามองเขา “นี่เป็นกลลวงหรือเพคะ”“ใช่ แต่ไม่ใช่ของข้า”นางขยับเพราะนั่งไม่สบายตัว อีกทั้งพิงเขาเช่นนี้อาจกดทับแผลของเขาเข้าอวี่เสวียนเองก็ช่วยประคองไม่ให้นางตกลงไปจากหลังม้า มองไปรอบๆ ที่ทั้งมืดและเงียบ นี่ไม่ใช่เส้นทางกล
Baca selengkapnya

บทที่ 5.1

หนึ่งเดือนของการไว้ทุกข์กับการค้นหาหลักฐานที่แสนสิ้นหวัง ยังไม่นับรวมการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของเสี่ยวกุ่ย วันแรกที่ครบกำหนดไว้ทุกข์ก็มีขันทีจากวังหลวงนำรถม้ามารอรับ ทั้งยังแจ้งเซี่ยจิ้งว่าฮองเฮามีรับสั่งให้เซี่ยเฟิ่งเหยาเข้าเฝ้าเห็นน้องสาวต่างมารดากัดปากบิดผ้าเช็ดหน้าในมือแทบขาด เซี่ยเฟิงเหยาได้แต่ลอบถอนหายใจ จริงอยู่อีกฝ่ายสงบเสงี่ยมลงมากหลังเหตุการณ์ที่นางสั่งกักบริเวณ รวมไปถึงหวังซื่อที่ลงโทษหนักกว่าด้วยการตีฝ่ามือ กระทั่งมือของเซี่ยหลันอวี๋บวมแดงไปหลายวันได้ยินมาว่าหลังจากวันนั้น หย่งอันโหวตำหนิบิดาของนางต่อหน้าขุนนางมากมาย บิดาของนางตักเตือนอีกฝ่ายให้คำนึงถึงความเหมาะสม การสอดมือเข้าไปยุ่งในจวนหลังของผู้อื่น มิใช่สิ่งที่ขุนนางหรือชนชั้นสูงสมควรกระทำ ที่สำคัญคือแม้จะเกี่ยวดองแต่บิดาของนางก็มีตำแหน่งสูงกว่า...หย่งอันโหวฮูหยินเองก็มาที่จวนด้วยท่าทางมาดร้าย โวยวายจนเสียงแหบขณะที่เซี่ยเฟิ่งเหยานั่งจิบชามองหวังซื่อจัดการปัญหาที่เกิดจากคนบ้านเดิมนึกไม่ถึงว่าวันนั้นหวังซื่อผู้นี้จะกล้าไล่หย่งอันโหวฮูหยินกลับไป แม้ไม่ได้กล่าวออกมาโดยตรง แต่การบอกให้หย่งอันโหวฮูหยินเลิกยุ่งกับเรื่อง
Baca selengkapnya

บทที่ 5.2

องค์หญิงใหญ่เลิกคิ้วมองนาง “เรื่องงมงายเช่นนั้นหรือเจ้าเองก็เชื่อ? เสด็จพ่อยังทรงตรัวว่าเรื่องงมงายนั่นสมควรหายไปได้แล้ว แต่ความเชื่อโบราณห้ามยาก การจะเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ไม่ง่าย สงสารก็แต่ชะตากรรมของเด็กที่เพิ่งลืมตาขึ้นมา เบาหน่อยก็ได้แต่ซ่อนเอาไว้เช่นเจ้า แต่หากไม่โชคดีก็ถูกสังหารตั้งแต่ยังไม่ทันได้รู้เรื่อง เฮ้อ”อยู่ๆ องค์หญิงใหญ่ก็กุมมือนาง “เจ้าไม่ต้องกังวล ถึงมีคนที่ยังเชื่อเรื่องงมงายพวกนั้นอยู่ แต่ข้ากับอวี่เสวียน ไม่สิยังมีเสด็จพี่สามอีกคนที่ไม่เชื่อ พวกเราอยู่ข้างเจ้าเจ้าวางใจได้ เซี่ยฮูหยินเคยใจดีกับเรามาก กล่าวถึงเรื่องนี้ก็น่าเศร้านัก หากมิใช่เพราะเสด็จแม่ทรงพระครรภ์และสูญเสียน้องเล็กไป เจ้ากับเขาคงอายุเท่ากัน”“เอ๋”“เจ้าไม่รู้หรือ” องค์หญิงใหญ่มีท่าทีประหลาดใจ “เพราะเสด็จแม่ทรงตกพระโลหิต เสด็จพ่อพาเซี่ยฮูหยินที่ตั้งครรภ์เจ้ากับพี่ชายเข้าวังมาอยู่เป็นเพื่อนเสด็จแม่ เพราะอยากให้ทรงเบิกบานพระทัย ดังนั้นจึงตรัสเรื่องการหมั้นหมายขึ้น เซี่ยฮูหยินเองก็รับปากเป็นมั่นเหมาะ มอบของหมั้นแล้วด้วยนะ จำได้ว่าเป็นหยกของอวี่เสวียนที่เสด็จย่าพระราชทานให้”“มิใช่ในงานเลี้ยงกุ้ยเฟยทรงตรัส
Baca selengkapnya

บทที่ 5.3

“ช่างเถิดเพคะ หม่อมฉันเพียงพูดไปอย่างนั้นเอง ทรงไปที่กรมตุลาการมาหรือเพคะ” นางเปลี่ยนเรื่องทันที เขายิ้มไม่เซ้าซี้ให้นางหงุดหงิด“ใช่ เมื่อเช้ามีคนพบร่องรอยของเสี่ยวกุ่ย”นึกถึงกระดาษพับที่นางไม่ได้มอบให้เขา กระดาษที่เสี่ยวกุ่ยมอบให้ บนนั้นไม่มีอะไรนอกเหนือจากรูปวาดผีเสื้อ... “องค์ชาย” เซี่ยเฟิ่งเหยาเม้มปากครุ่นคิดตอนนี้เขาอยู่คนเดียวลำพังไม่มีคนติดตาม พี่ชายของนางไว้ใจเขาเสี่ยวกุ่ยเองคราแรกก็หมายจะพานางจากไป แต่เพราะกลัวว่านางจะมีอันตราย หลังรู้ว่าถูกไล่ตามเสี่ยวกุ่ยก็ทิ้งนางเอาไว้กับอวี่เสวียน ดังนั้นเสี่ยวกุ่ยเองก็คงรู้ว่าเขาไม่มีเจตนาร้ายเสียงล้อรถม้าบดกับพื้นถนนเรียกสติของหญิงสาวกลับมา ท่านป้าลู่ยืนรออยู่ข้างๆ รถม้าตระกูลเซี่ย “หม่อมฉันต้องกลับแล้ว”“ได้สิ ข้าไปส่งเจ้าขึ้นรถม้า” แม้สงสัยแต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถาม เพียงเดินไปส่งนางขึ้นรถม้าจริงๆข้างๆ กันนั้นมีรถม้าของอวี่เสวียนวิ่งเข้ามาจอดเช่นกัน องครักษ์ของชายหนุ่มวางบันไดลงจากนั้นรอคำสั่ง อวี่เสวียนประคองหญิงสาวก้าวขึ้นรถม้าตระกูลเซี่ย ทว่าเซี่ยเฟิ่งเหยาก็ยังมีท่าทีสับสนไม่มั่นใจจนนางขึ้นรถม้าก็ยังกัดปากแน่นท่านป้าลู่ไม่ถามเพรา
Baca selengkapnya

บทที่ 5.4

มองน้องสาวต่างมารดาที่เอาแต่ก้มหน้า หากแต่มือกลับกุมกันแน่นจนข้อซีดขาว “วุ่นวายเสียเหลือเกิน”อวี่เสวียนหัวเราะ “จะโทษข้าฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ผู้มีสติย่อมมองความจริงตรงหน้ากระจ่าง หลายปีมานี้ตระกูลหวังเอาแต่อ้างผลงานสารพัด คิดไปเองต่างๆ นานาว่ามีตนความสำคัญ กระทั่งไม่เห็นผู้อื่นในสายตา คุณหนูรองตระกูลเซี่ยเดิมทีเอาแต่คิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูใหญ่จวนอัครมหาเสนาบดี อยากได้อะไรก็ต้องได้ ประสงค์ในสิ่งใดบิดาไม่ตามใจนางก็วิ่งไปจวนหย่งอันโหว เมื่อก่อนมีพี่ชายของเจ้าคอยว่ากล่าว บัดนี้เขาไม่อยู่เกรงว่าการที่เจ้ากลับมาจะยิ่งทำให้ตระกูลหวังร้อนรนอยู่ไม่สุขแล้ว”นางขมวดคิ้วมองเขา “ร้อนรนอยู่ไม่สุข?”“หลายวันก่อนบุตรสาวหย่งอันโหวกลับเมืองหลวงหลังออกเรือนไปแล้วเมื่อปีก่อน ไม่เท่านั้นพวกนางยังพาญาติฝ่ายสามีมาเที่ยวเมืองหลวงด้วย ล้วนเป็นชายหนุ่มที่ยังไม่แต่งฮูหยิน ได้ยินว่าอยากพามาทำความรู้จักกับคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย จะอย่างไรก็เป็นญาติกันทั้งนั้น จริงสิมิใช่ว่าเจ้าพบพวกนางแล้ว?”“มีจวนใดบ้างเพคะที่ไม่มีคนของพระองค์คอยรายงานความเคลื่อนไหว” นางพบสตรีทั้งสามแล้วจริงๆ ที่ตำหนักเฟิ่งหวง เพียงแต่พวกนางยังไม่มีเ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1234567
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status