Semua Bab กลลวงบุพเพ: Bab 41 - Bab 50

61 Bab

บทที่ 7.2

พี่ชาย!!! เขาเขียนคำว่าพี่ชายเซี่ยเฟิ่งเหยาตระหนกจนเหงื่อซึม คดีทุจริตในกองทัพ หลักฐานการซ่องสุมกำลังพล อาวุธมากมายสำหรับการก่อสงครามพี่ชายของอวี่เสวียน...นั่นไม่ใช่มีถึงสามคนหรอกหรือ หนึ่งองค์ชายรองแต่ตัดออกไปเพราะพี่ชายของนางตั้งใจจะส่งหลักฐานให้อีกฝ่ายสอบสวน ต่อมาก็คือองค์ชายรัชทายาท และสององค์ชายสามระหว่างสองพระองค์ ตกลงผู้ใดกันแน่ที่กำลังคิดก่อกบฏ!!!หลังกินอิ่มเสี่ยวกุ่ยหายไปตอนที่เซี่ยเฟิ่งเหยาเดินค้นไปรอบๆ เรือนว่างเปล่าที่ยังสร้างไม่เสร็จ ไม่ว่านางเรียกเขาอย่างไรเขาก็ไม่ส่งเสียง ไม่ปรากฏตัวนางรู้เรื่องในราชสำนักน้อยมาก ยิ่งรู้เรื่องเชื้อพระวงศ์น้อยกว่าเรื่องอื่น พี่ชายของนางถูกสังหารเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับองค์ชายที่คิดก่อกบฏ อวี่เสวียนเคยบอกนางว่าสงสัยคนตระกูลหวัง ตระกูลหวังเป็นคนขององค์ชายรอง หรือหากเป็นไปได้คือมีคนตระกูลหวังลอบร่วมมือกับหนึ่งในสององค์ชายเพื่อก่อกบฏ นางให้สงสัยว่าอวี่เสวียนจะนึกสงสัยบ้างหรือไม่ว่าอาจเป็นคนใกล้ตัวที่เขาไว้ใจ“ไม่ได้ ข้าจะมาคาดเดาเองโดยที่ไม่รู้รายละเอียดไม่ได้ พี่ชายของเขามีสองคน ไม่สิสามคน แต่องค์ชายรองไม่สนิทสนมกับเขาจนพี่ใหญ่ต้องหวาด
Baca selengkapnya

บทที่ 7.3

หรูเสวียนเลิกคิ้ว “อะไรทำให้เจ้าคิดเช่นนั้น เขาปิดบังอะไรเจ้าหรือ”“ไม่ใช่เพคะ เพียงแต่ตอนที่หม่อมฉันส่งเสด็จกลับองค์ชายรองทรงเข้ามาขอบใจเรื่องในอดีตที่หม่อมฉันเคยหลอมยาถอนพิษให้ ตอนนั้นเหมือนทรงอยากตรัสเรื่องบางอย่างแต่องค์ชายเจ็ดทรงเสด็จมาก่อน”หรูเสวียนพยักหน้ารับรู้“ท่านพ่อเองก็เคยเตือนว่าเรื่องในราชสำนักและเรื่องที่เกี่ยวกับเชื้อพระวงศ์ล้วนเต็มไปด้วยความซับซ้อน หม่อมฉันที่เพิ่งเข้าเมืองหลวงมาต้องระมัดระวังให้มาก”“ก็จริงเพราะบางทีผู้ที่อยู่ในเมืองหลวงและคลุกคลีกับชนชั้นสูงก็มิใช่ว่าจะล่วงรู้หมดทุกเรื่อง” หรูเสวียนถอนหายใจ “เจ้าเป็นถึงคุณหนูใหญ่จวนอัครมหาเสนาบดี ขยับตัวไปที่ใดก็ตกเป็นเป้าสายตา หากพลาดพลั้งไม่เพียงเสียหน้าเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้ท่านอัครมหาเสนาบดีเดือดร้อน ข้าเข้าใจดี เอาละเจ้าอยากให้ข้าช่วยบอกเล่าเรื่องใดก่อน”“ก็...อย่างน้อยควรเริ่มต้นจากคนใกล้ชิดขององค์ชายเจ็ด จะอย่างไรองค์ชายเจ็ดก็ดีต่อหม่อมฉันมาก ให้ดีควรรู้ว่าผู้ใดเป็นมิตรและผู้ใดไม่ควรพาตัวเข้าใกล้ เอาเป็น...เริ่มจากองค์ชายองค์หญิงแต่ละพระองค์ดีมั้ยเพคะ”“เจ้า...” หรูเสวียนเลิกคิ้วมองนาง “ตอนพบกับซ่างเสวียน.
Baca selengkapnya

บทที่ 7.4

หืม?? ก็แสดงว่าเป็นเพียงพี่ชายต่างมารดา?“แล้วองค์ชายสามเล่าเพคะ”“เริ่นเสวียน? อืม...จะกล่าวถึงเขาอย่างไรดี เขากับอวี่เสวียนนับว่าเป็นแม่ทัพที่เก่งกาจทั้งคู่ ปราชญ์ซีฉู่เคยกล่าวเอาไว้ว่ามีเหนือย่อมมีใต้ มีอวี่เสวียนย่อมต้องมีเริ่นเสวียน ชายแดนเหนือเสด็จพ่อทรงยกให้หย่งผิงหวางปกป้อง อวี่เสวียนเองก็นับว่าครึ่งชีวิตหลังๆ มานี้ประจำอยู่ชายแดนเหนือ ส่วนทางใต้ก็มีเริ่นเสวียนและตระกูลเซิงของเสด็จแม่”“ดูเหมือนองค์ชายแต่ละพระองค์หากจะออกนอกเมืองหลวงล้วนแล้วต้องมีตระกูลใหญ่สนับสนุน?”“หาไม่เจ้าคิดว่าอิทธิพลภายใต้ตำหนักต่างๆ มาจากที่ใดเล่า โบราณก็มีมาให้เห็นอยู่ องค์ชายที่ไร้ผู้อุปถัมภ์ หากเกิดการแก่งแย่งมักถูกกำจัดโดยง่าย แม้เสด็จพ่อไม่ทรงอยากให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น แต่ตระกูลใหญ่ต่างๆ ในเมืองหลวงก็มิใช่ว่าจะควบคุมโดยง่าย ที่ทำได้ตอนนี้คือถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายต่างๆ ฝ่ายหนึ่งจับตามองฝ่ายหนึ่ง หยั่งเชิงกันไปมา ขอเพียงอีกฝ่ายคิดหาผลประโยชน์ส่วนตนอีกฝ่ายก็คอยจับตามอง แม้กล่าวได้ว่าต่างฝ่ายต่างทำเพื่อบ้านเมือง แต่ที่ข้าเห็นคือหากมีโอกาสผู้ใดบ้างไม่หยิบฉวย ดังนั้นขอเพียงแข็งแกร่งแม้ในยามที่เกิดการเปล
Baca selengkapnya

บทที่ 7.5

เซี่ยเฟิ่งหลิงมองไม่เห็นว่าเป็นผู้ใดโยนมา แต่ระยะที่นางอยู่ห่างจากกำแพงของจวนไม่มาก เดาว่าอาจมีคนปีนกำแพงแล้วโยนมายังจุดที่นางนั่งอยู่จดหมายยับย่นมีอักษรเพียงไม่กี่ตัว... ‘หลังอารามฮั่วจวินกลางยามอู่[1]’เซี่ยเฟิ่งเหยามองลายมือโย้เย้ไม่เป็นระเบียบพร้อมกับดวงตาเบิกกว้าง ด้านล่างบรรทัดสุดท้ายมีผีเสื้อวาดกำกับเอาไว้ “เสี่ยวกุ่ย...”เนื้อกระดาษมีแม้กระทั่งคราบเลือด นางครุ่นคิดด้วยความร้อนใจ ตอนนี้ล่วงเข้ากลางยามซื่อ[2] หากจะไปยังมีเวลา เพียงแต่...นางจะให้ใครรู้ไม่ได้ หากท่านป้าลู่กับเสี่ยวอิงล่วงรู้ว่านางออกนอกเมือง อวี่เสวียนก็ต้องรู้เสี่ยวกุ่ยต้องการส่งหลักฐานให้องค์ชายรอง สาเหตุเพราะผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้มีความเกี่ยวพันกับอวี่เสวียน หากอวี่เสวียนได้ตัวเสี่ยวกุ่ยไป นางเองก็ไม่มั่นใจความปลอดภัยของเสี่ยวกุ่ยเซี่ยเฟิ่งเหยาบอกเสี่ยวอิงกับท่านป้าจูว่ารู้สึกไม่สบายจะนอนสักงีบ ห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนนางจนกว่านางจะตื่นและจะเรียกหาเมื่อคนสนิททั้งสองออกไปจากห้อง หญิงสาวรีบเขียนจดหมายขึ้นฉบับหนึ่งเปลี่ยนชุด พับจดหมายใส่เข้าไปในแขนเสื้อ จากนั้นปีนหน้าต่างออกมาด้านหลังเรือน แอบลอบออกมา
Baca selengkapnya

บทที่ 8.1

มีคนชุดดำผู้หนึ่งวิ่งหายเข้าไปยังด้านหลังแผ่นหิน เกรงว่าเรื่องที่นางกล่าวทำให้เกิดความลังเลขึ้นแล้ว และนั่นยิ่งทำให้นางมั่นใจ การก่อกบฏแท้ที่จริงไม่ใช่นางคิดไปเองเสียแล้ว!“ข้าขอเตือน คนของข้าล้อมที่นี่เอาไว้แล้ว ทางหนีเดียวของเจ้าคือทางตาย คนตายไม่อาจพูดได้ หากเจ้าตายหลักฐานนั่นข้ามั่นใจว่านายของข้าต้องหาพบ ปล่อยคน!”เซี่ยเฟิ่งเหยาแทบจะถอนหายใจออกมา นางมองคนชุดดำสองคนปลดเชือกเสี่ยวกุ่ย ร่างของเขาร่วงลงกับพื้นดูอ่อนแรง พวกนั้นไม่ได้ปล่อยเขามาเพียงลำพัง หิ้วปีกเสี่ยวกุ่ยที่ถูกมัดมือมัดเท้า เดินมายังสะพานเชือกที่มีนางยืนอยู่ตรงกลางสะพานหญิงสาวมองเสี่ยวกุ่ย สบตาหวาดหวั่นของเขา “ไม่เป็นไร ข้าจะไม่เป็นไร เจ้าก็ด้วย” นางยิ้มให้เขา มองท่าทางอิดโรยของเขาและดวงตาที่เต็มไปด้วยความมึนงง“พวกท่านวางยาเขาแล้วไม่จำเป็นต้องมัดมือมัดเท้า ข้าต้องเห็นเขาไปขึ้นม้า จากนั้นจึงจะตามพวกท่านไปยังอีกฟากฝั่ง” นางกล่าวเสียงเรียบ“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาถูกวางยา?” คนหนึ่งอุทานออกมาด้านหลังมีเสียงหัวเราะ “สมกับเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของเทพโอสถ ปล่อยเขา!” เสียงตะโกนดังขึ้น เชือกที่ขาและข้อมือของเสี่ยวกุ่ยถูกตัดขาด
Baca selengkapnya

บทที่ 8.2

การพบกันที่ไม่คาดคิด อดีตที่นางลืมเลือน ตอนนั้นนางเคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ขอทานน้อยที่ถูกแบกเข้าไปในกระโจมโรคระบาด ดูแลสิบวันสิบคืนกว่าที่เขาจะรอดตายมาได้ทว่า...ทำไมขอทานน้อยผู้หนึ่งกลับกลายมาเป็นองค์ชายเจ็ดไปได้เล่าตอนนั้นเซี่ยเฟิ่งเหยาอายุได้เพียงเจ็ดขวบ นางนับเป็น ‘ต้าเกอ[1]’ ของกระโจมเด็กๆ ที่ติดโรคระบาด ทุกคนล้วนเรียกนางอย่างนอบน้อมเพราะนางเป็นศิษย์ของเทพโอสถที่ไปช่วยรักษาชาวบ้าน แม้ว่าเจ้าขอทานน้อยจะอายุสิบสี่สิบห้า แต่นางก็ยังเรียกเขาว่าขอทานน้อยตามท่านอาจารย์อยู่ดี...หมอมากมายต่างส่ายหน้าไม่กล้าเข้าไปในหมู่บ้านเพราะกลัวติดโรคระบาด แต่นางกับอาจารย์อาสาเข้าไปโดยไม่ลังเล พยายามรักษาผู้คนโดยไม่ย่อท้อ ไม่เกี่ยงฐานะ ไม่ทอดทิ้งชาวบ้านที่สิ้นหวังให้หมดหนทางต่อสู้วันนั้นขอทานมอมแมมถูกแบกเข้ามาด้วยบุรุษร่างสูง วันนี้นางจึงเข้าใจท่าทางห่วงใยเกินความจำเป็นของบุรุษร่างสูง เพราะคนพวกนั้นเป็นทหารองครักษ์นี่เอง“ในที่สุดก็จำได้ ข้ายังนึกว่าต้องใช้เวลานานกว่านี้” อวี่เสวียนพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ท่าทีของเขาก็ยังคงน่ามอง แม้ว่าทั้งสองจะเปียกปอนจนเรียกได้ว่าต่างคนต่างก็ทุลักทุเลเซี่ยเฟิ่งเหยานึกถ
Baca selengkapnya

บทที่ 8.3

นางยัดถุงหอมใบนั้นกลับเข้าไปในมือเขา “ไว้จะทำใบใหม่ให้ก็ได้” นางยอมแพ้แล้วเขาช่างดื้อดึงยิ่งนัก หากแต่...นางกลับรู้สึกดีที่เขาเป็นคนดื้อดึงเช่นนี้มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นไม่ไกล อวิ๋นเจี้ยนพาคนตามหาทั้งสองจนพบ อวี่เสวียนส่งเซี่ยเฟิ่งเหยากลับจวน เขาย้ำกับนางว่าคนของเขาได้ตัวเสี่ยวกุ่ยมาแล้วแต่อีกฝ่ายบาดเจ็บหนัก ต้องส่งไปรักษาตัวได้ยินดังนั้นหญิงสาวจะกล่าวคำเพราะนางเป็นหมอ แต่อวี่เสวียนปฏิเสธเพราะนางต้องกลับเข้าจวน“ข้าจะให้เจียงหลีส่งข่าว หากจำเป็นจะมารับเจ้าไปดูอาการเขาในภายหลัง”นางได้แต่ยินยอมและกลับเข้าจวนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า กระทั่งอีกสาเหตุที่นางทำตามเขาโดยดีก็คือข้อความที่เสี่ยวกุ่ยทิ้งเอาไว้ให้‘บนพื้น’นั่นคือสิ่งที่เสี่ยวกุ่ยเขียน ในเรือนที่ยังสร้างไม่เสร็จ เซี่ยเฟิ่งเหยาเดินหาจนทั่วก็ไม่พบส่งใด แต่ที่นางไม่เคยเอะใจก็คือบนพื้น...พื้นเรือนปูด้วยหินที่ตัดเป็นสี่เหลี่ยมเรียงรายทับด้วยแผ่นไม้ขัดมัน หญิงสาวเดินไปจนทั่ว สำรวจแผ่นไม้ทุกๆ แผ่น กระทั่ง...ผีเสื้อตัวเล็กๆ ถูกแกะสลักลงบนแผ่นไม้ใกล้กับมุมห้องที่จะกั้นเป็นห้องนอนนางลูบปลายนิ้วลงบนผีเสื้อตัวนั้น ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นอีกแล้ว “พี่ใหญ
Baca selengkapnya

บทที่ 8.4

ขณะที่ทั้งหมดกำลังสนทนากันด้วยรอยยิ้ม ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้อวี่เสวียนไปเข้าเฝ้าที่ตำหนัก ชายหนุ่มมองนางนิ่งแต่เซี่ยเฟิ่งเหยาเพียงยิ้มบางๆ ให้เขา “รอข้าที่นี่”“เพคะ” นางรับคำฮองเฮาเห็นโอรสอีกคนถูกฮ่องเต้พาตัวไปรอยยิ้มก็หายไป “นานๆ ครั้งเราจะมีโอกาสได้อยู่กับองค์ชายองค์หญิงและชายาพร้อมหน้า ดูฮ่องเต้ยังทรงพระทัยร้าย” ทรงตรัสด้วยท่าทีไม่จริงจัง “เช่นนั้นพวกเจ้าสนทนากันไปนะ เราจะเข้าไปพักผ่อนแล้ว หรูเสวียน ชายาทั้งหลาย พวกเจ้าดูแลคุณหนูใหญ่เซี่ยแทนเราด้วย”“เพคะฮองเฮา”หรูเสวียนหันมามองเริ่นเสวียน “นานๆ ครั้งได้พบเจ้า ช่วงนี้ได้ยินว่าเอาแต่ขลุกอยู่ที่จวนแม่ทัพเซิง เริ่นเสวียนเจ้าจะกลับชายแดนใต้เร็วๆ นี้แล้วใช่หรือไม่”“พ่ะย่ะค่ะพี่หญิงใหญ่ เข้าเมืองหลวงมานับเดือนที่ชายแดนใต้เป็นอย่างไรก็สุดรู้ แคว้นต้าเยวี่ยเดิมทีก็แอบเข้ามาปล้นฆ่าชาวบ้านที่ออกหาของป่า จำเป็นต้องให้คนลาดตระเวนบ่อยๆ”“พูดกับเจ้าทีไรก็เอาแต่พูดเรื่องข้าศึก ชีวิตนี้จะไม่มีเรื่องน่ารื่นรมให้เจ้ากล่าวถึงเลยหรือ”“บ้านเมืองไม่สงบสุข เรื่องที่ข้าพอจะสนทนากับผู้อื่นก็คงมีแต่เรื่องชายแดน พี่หญิงใหญ่เองก็ทรงตระหนักดีนี่พ่ะย่ะค่ะ”
Baca selengkapnya

บทที่ 8.5

“ไม่ได้ไปร่วมงาน?” หญิงสาวเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ งานฉลองหมั้นหมายน้องสาวของตนแต่พี่สาวกลับไม่ได้ไป?ชายารัชทายาทมองซ้ายขวา “ในตำหนักองค์ชายสามเกิดเรื่อง อนุชายามีสัญญาณการตั้งครรภ์แต่ว่าก็ตกเลือดในที่สุด วันนั้นองค์ชายสามทรงสอบสวนด้วยพระองค์เอง ผลเป็นอย่างไรไม่มีผู้ใดรู้”เรื่องสำคัญเช่นนี้ชายารัชทายาทยังนำมาซุบซิบนินทา?เซี่ยเฟิ่งเหยาไม่ได้ร่วมวิพากษ์วิจารณ์ไปกับอีกฝ่าย ทว่ามองออกว่าอีกฝ่ายพยายามดึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในตระกูลสวีกับนางมากล่าวถึง อีกทั้งท่าทีที่พยายามผูกมิตรกับนาง หญิงสาวกลับไม่ได้รู้สึกถึงความจริงใจแม้แต่น้อย ผู้อื่นอาจมองว่าเป็นการผูกมิตร แต่นางกลับมองว่าน่าสงสัยทว่าชายารัชทายาทดูสนิทสนมกับองค์หญิงใหญ่มาก องค์หญิงใหญ่เองก็ดูคล้ายจะชมชอบอีกฝ่ายมากเช่นกัน...ระหว่างกำลังจะพ้นเขตตำหนักเฟิ่งหวง ทั้งหมดพลันได้พบกับองค์ชายรอง...ซ่างเสวียน ดูเหมือนเขาเองก็มาเข้าเฝ้ากุ้ยเฟยเซี่ยเฟิ่งเหยามองเขานิ่ง ด้านหลังมีชายาและชายารองที่ก้มหน้าก้มตาด้วยท่าทางสำรวม ในบรรดาองค์หญิงองค์ชาย เขาเป็นคนที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายที่สุด อีกทั้งบนตัวของชายาเครื่องประดับก็ไม่ได้หรูหราฟุ้งเฟ้อ ผิดกั
Baca selengkapnya

บทที่ 8.6

บ้านของโจวจื่อเส้าจะว่าหายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย หรืออาจเพราะนางโชคดีถามได้ถูกคน เพราะบังเอิญถามเข้ากับฮูหยินของโจวจื่อเส้าพอดี“เขาไม่อยู่หรือ”“ท่าน...มีเรื่องอะไรกับท่านพี่หรือเจ้าคะ”เซี่ยเฟิ่งเหยาเม้มปากด้วยความเสียดายเพราะเขายังไม่กลับมา... “โจวฮูหยินบอกท่านตามตรง ข้ามีเรื่องสำคัญมากต้องรบกวนองครักษ์โจว ข้าแซ่ลั่วเป็นหมอมาจากเมืองเสวียนอู่ ข้าเดินทางรอนแรมมาไกลอยากให้ท่านช่วยบอกเขา ข้ามีเรื่องด่วนต้องให้เขาช่วย เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ บอกผู้ใดไม่ได้แม้แต่นายของเขา”โจวฮูหยินขมวดคิ้ว “แต่...ท่านพี่เป็นคนของ...”“ข้ารู้ ท่านวางใจเถิดเรื่องนี้ข้าจะให้เขาตัดสินใจเอง ขอเพียงท่านเก็บเป็นความลับและบอกเพียงเขาเท่านั้น พรุ่งนี้เวลาเดิมข้าจะมาอีกครั้ง ท่านช่วยขอให้เขากลับมาเร็วหน่อยมาพบข้า หรือหากท่านไม่วางใจเพียงเล่าให้เขาฟังเรื่องของข้า ข้ามั่นใจว่าเขาต้องยอมพบข้า”ฮูหยินของโจวจื่อเส้าดูเป็นกังวลมาก แต่นางก็มองออกว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงผู้เป็นสามีมากกว่าวันถัดมาหญิงสาวยังคงแอบออกไปเวลาเดิม อ้างกับคนเฝ้าประตูว่าติดใจขนมกุ้ยฮวา ยังดีที่เมื่อวานนางซื้อกลับมาและแบ่งให้พวกเขาด้วย ดังนั้นเร
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1234567
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status