Semua Bab กลลวงบุพเพ: Bab 51 - Bab 60

61 Bab

บทที่ 8.7

เซี่ยเฟิ่งเหยาสะบัดเสื้อคลุมเผยให้เห็นกล่องไม้ลงรักสีน้ำตาล “คิดว่าข้าจะเชื่อ? ทันทีที่ข้ามอบให้พวกเจ้าคงสังหารข้าทันทีกระมัง”มองลูกดอกในมือของคนชุดดำมากมาย นางให้สงสัยนักว่าเมื่อไหร่คนขององค์ชายรองจะมาถึง...“จัดการนางซะ แย่งกล่องใบนั้นมา”คำสั่งชัดเจนถึงเพียงนี้เซี่ยเฟิ่งเหยายังจะต่อรองอะไรได้อีก นางมองกลุ่มคนชุดดำที่เดินย่างสามขุมเข้ามา ในมือของพวกเขามีหน้าไม้ที่ติดลูกดอกพร้อมยิงเซี่ยเฟิ่งเหยากำมือที่ไม่ได้ถือกล่องนิ่ง ผงพิษที่นางใส่เอาไว้ในแขนเสื้อ นางกำลังสงสัยว่ามันจะเพียงพอหรือไม่ และนี่...คือสาเหตุที่นางมอบยาถอนพิษให้เสี่ยวกุ่ยกินเข้าไปล่วงหน้ากระทั่งอยู่ๆ เงาวูบวาบก็ปราดเข้ามา คมกระบี่ฉวัดเฉวียนตัดลงไปบนเส้นเอ็นข้อมือ หน้าไม้หล่นลงบนพื้นพร้อมกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเซี่ยเฟิ่งเหยาคว้าหน้าไม้อันหนึ่งขึ้นมาโยนให้เสี่ยวกุ่ย ก้มลงหยิบอีกอันแล้วหมุนตัววิ่ง “เสี่ยวกุ่ย หนี!” นางตะโกนบอกเขา จากนั้นทั้งสองก็ออกวิ่งไปยังเส้นทางที่เสี่ยวกุ่ยได้ล้มมือสังหารชุดดำลงเสียงลูกดอกถูกยิงออกมาจากทางด้านหลัง กระบี่เล่มหนึ่งกระทบลูกดอกปกป้องนางเอาไว้ เสี่ยวกุ่ยเคลื่อนไหวคล่องแคล่วรวดเร็ว เ
Baca selengkapnya

บทที่ 8.8

“หม่อมฉันบอกแล้วไงเพคะว่าไม่ต้องตามแล้ว อารักขาองค์ชายเจ็ดไปที่จวนตระกูลเซี่ยก่อน ตอนนี้เรื่องนี้สำคัญกว่า”ซ่างเสวียนรั้งนางเอาไว้ตอนที่หญิงสาวกำลังจะหมุนตัววิ่งตามเสี่ยวกุยและหานโจวไป “องค์ชายรอง หากยังชักช้าหม่อมฉันจะถอนพิษให้องค์ชายเจ็ดไม่ทันนะเพคะ”เขาปล่อยมือจริงๆ ดังนั้นนางจึงสบตากับเขานิ่ง ในที่สุดดวงตาคมก็สาดประกายประหลาดใจ กระทั่งออกคำสั่งคุ้มกันหานโจวที่กำลังแบกอวี่เสวียนวิ่งเข้าไปในตรอก สุดเส้นทางอีกด้านคือกำแพงจวนตระกูลเซี่ยเซี่ยเฟิ่งเหยาหันหลังออกวิ่งตามกลุ่มคนเหล่านั้นไป ด้านหลังยังมีองค์ชายรองและองครักษ์อีกหลายคน เมื่อถึงประตูหลังของจวนผู้คุ้มกันดูมีท่าทีตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกเซี่ยเฟิ่งเหยาตะโกน “เปิดประตู!”อวี่เสวียนยังไม่ได้หมดสติไปเสียทีเดียว เขากระซิบบอกหานโจวให้รอนาง“คุณหนูใหญ่เซี่ย” นั่นเป็นเสียงของซ่างเสวียนเซี่ยเฟิ่งเหยามองเขาจากนั้นสอดมือเข้าไปยังสายคาดเอวด้านหลัง แผ่นหนังถูกดึงออกมาส่งให้อีกฝ่าย ขณะกำลังจะหมุนตัวดึงสมุดบัญชีออกมาจากแขนเสื้อ บนไหล่กลับหนักอึ้ง มือของอวี่เสวียนวางลงบนไหล่นาง...เซี่ยเฟิ่งเหยาหันไปมองชายหนุ่ม ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน “อวี่เสวี
Baca selengkapnya

บทที่ 9.1

นางพยักหน้า “ในรายชื่อหลายๆ รายชื่อนั้นมองเผินๆ ล้วนเป็นคนขององค์ชายรอง หากแต่เมื่อมาใคร่ครวญดีๆ พวกเขาล้วนอยู่ใต้สังกัดของหย่งอันโหว ทว่าที่น่าประหลาดใจก็คือบัญชีต่างหาก สมุดบัญชีพวกนั้นบันทึกการเข้าออกของเงินที่ถูกส่งมาจากกองทัพส่วนต่างๆ มีแม้กระทั่งเงินที่ถูกส่งออกไปยังชายแดนเหนือ แต่มีการบวกลบจนกลายมาเป็นรายได้ที่มากถึงสี่ในสิบส่วนของเงินที่ถูกกระจายออกไป นี่ไม่ใช่เพียงแค่คดีทุจริตในกองทัพ แต่ยังมีคดีหลอมเงินเถื่อน ฉ้อโกง รวมไปถึงการรวมมือกันของคนหลายฝ่ายโดยเฉพาะเจ้ากรมคลัง”อวี่เสวียนเหม่อลอยไปช่วยขณะ เจ้ากรมคลัง?! นั่นเป็นคนของรัชทายาท ขุนนางเก่าแก่ของไทเฮา...เซี่ยเฟิ่งเหยาสอดมือเข้าไปกุมมือเขาหลวมๆ “วันนั้นที่ข้าเข้าวังได้มีโอกาสเข้าเฝ้ารัชทายาทและชายา”เขาเลิกคิ้วมองนาง“ข้าลองหยั่งเชิงทั้งองค์ชายสามและรัชทายาท” อยู่ๆ เขาก็กุมมือของนางแน่นขึ้น นางยิ้ม “ข้าลองกล่าวถึงเรื่องสะพานเชือกหลังอารามฮั่วจวิน”“แล้วอย่างไร”“ข้าไม่มั่นใจว่าองค์รัชทายาททรงมีส่วนด้วยหรือไม่ แต่มั่นใจว่าชายารัชทายาททรงรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน”“ดังนั้นเจ้าจึงปิดบังข้า?”นางส่ายหน้า “พี่ใหญ่บอกเป็นนัยเอาไว้
Baca selengkapnya

บทที่ 9.2

เป็นหมัน?!“แม้พยายามปกปิดและใช้สมุนไพรล้ำค่ามากมาย แต่หลายปีมานี้ชายารัชทายาท ชายารอง รวมไปถึงอนุชายาในตำหนักตะวันออก พวกนางล้วนแล้วแต่ไม่มีวี่แววใดๆ ที่สำคัญคือรัชทายาทไม่อาจฝึกวรยุทธ์เพราะอ่อนแอตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นจึงไม่อาจสร้างผลงาน หากมิใช่มีตระกูลหม่าคอยสนับสนุน เกรงว่าตำแหน่งรัชทายาทนี้ก็คงถูกคัดค้านตั้งแต่แรก”ดังนั้นตระกูลหม่าจึงเดินทางมาจนถึงจุดที่สิ้นหวังแล้ว เพราะหากรัชทายาทไม่ได้ขึ้นครองบัลลังก์ ตระกูลหม่าก็คงล่มสลายในไม่ช้า แม้แต่อิทธิพลก็จะค่อยๆ หมดลง ในที่สุดก็ถูกกาลเวลากลืนหายจนผู้คนลืมเลือน...“เมื่อเช้าท่านพ่อเปรยออกมาประโยคหนึ่ง”อวี่เสวียนเลิกคิ้วมองนาง“เขากล่าวว่า ‘หากหย่งผิงหวางและพระชายาทรงรู้ว่าท่านถูกลอบสังหารครั้งแล้วครั้งเล่า จะทรงกริ้วเพียงใด’ ดังนั้น...”“ท่านอัครมหาเสนาบดีส่งข่าวไปยังเสด็จอา?!”นางยิ้ม “ดังนั้นท่านไม่ต้องกังวล รักษาตัวอยู่ที่นี่ให้หายดีก็พอ เรื่องข้างนอกนั่นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้อื่นจัดการไปเถิด”สามวันต่อมาข่าวจวนหย่งอันโหวถูกปิด คนตระกูลหวังทั้งหมดสองร้อยชีวิตถูกนำตัวไปจองจำ ทำให้ผู้คนในเมืองหลวงตื่นตระหนกหย่งผิงหวางนำกำลังคนบุกเข
Baca selengkapnya

บทที่ 9.3

นางยิ้ม “เป็นเรื่องที่หม่อมฉันสมควรทำเพคะ” แม้กล่าวเช่นนั้นแต่นางกลับมองชายารัชทายาทที่นั่งสะอื้นไห้คุกเข่าอยู่บนพื้นกงกงและนางกำนัลนำน้ำชาเข้ามาวางลง เซี่ยเฟิ่งเหยาขมวดคิ้วหันขวับไปมองทันทีที่ได้กลิ่นแปลกๆ นางรีบยื่นมือไปปัดชาที่อวี่เสวียนยกขึ้นกำลังจะจิบเสียงจอกชาตกแตกดังลั่น นางมองไปยังองค์ชายทั้งสองที่ดื่มชาเข้าไปแล้ว “ในน้ำชามีพิษ!”สิ้นประโยคนั้นคิ้วเข้มขององค์ชายรองก็มุ่นลง มุมปากของเขามีเลือดไหลออกมา กระทั่งในที่สุดก็กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำหนึ่ง เช่นกันกับองค์ชายสามที่อ่อนแรงลงเพียงแค่จิบชาไปคำหนึ่งขันทีที่ยืนอยู่ข้างหลังอวี่เสวียนเงื้อมีดสั้นขึ้น นางกำนัลอาวุโสเองก็ประชิดองค์ชายรองและองค์ชายสาม ฮองเฮาหวีดร้องออกมาเสียงดังลั่น แม้ถูกพิษแต่ทั้งสององค์ชายก็ยังพยายามต่อสู้เซี่ยเฟิ่งเหยาลุกพรวดเอนตัวบังแผ่นหลังชายหนุ่มเอาไว้ ดังนั้นคมมีดจึงจ้วงแทงลงไปยังหัวไหล่ของนางแทนเสียงกรีดร้องดังขึ้นด้วยความแตกตื่น นางกำนัลรีบเข้ามายื้อยุด อยู่ๆ ชายารัชทายาทก็ยืนขึ้นสอดมือดึงมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อ นางพรวดพราดเข้าไปหาองค์ชายรองซ่างเสวียนที่ถูกพิษและคล้ายไม่มีแรงขยับ“เป็นเพราะเจ้า เพราะเ
Baca selengkapnya

บทที่ 10.1

เซี่ยเฟิ่งเหยาลืมตาขึ้นช้าๆ ไหล่ซ้ายระบมจนขยับครั้งหนึ่งคิ้วเรียวก็มุ่นครั้งหนึ่ง อาการปวดตุบยังไหล่ซ้ายกับความเจ็บที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง นางสูดหายใจพยายามยามระงับอาการเจ็บปวดนั้น“เจ้ารู้สึกตัวแล้ว?”แน่นอนจะเป็นใครไปได้นอกจากอวี่เสวียน เซี่ยเฟิ่งเหยาหันไปมองเขา หัวใจอ่อนยวบลงเมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่มตรงหน้า“อวี่เสวียน...ทำไมสภาพของท่าน...ดูไม่ได้เลย”เขาหัวเราะ “ผู้ใดเป็นต้นเหตุเล่า”นางกุมมือเขาบีบเบาๆ ยกมืออีกข้างลูบปอยผมที่ร่วงหล่นยุ่งเหยิง เห็นชัดว่าเขากังวลมากจริงๆ ดูแล้วคงไม่ได้ออกไปจากห้องนี้เลยตั้งแต่นางถูกนำมารักษาตัว“ได้นอนบ้างหรือไม่” ดวงตาของเขาแดงก่ำ เสื้อผ้ายังเป็นชุดเดิม “ข้าหมดสติไปกี่วัน”“สามวันแล้ว เจ้าหมดสติไปสามวัน”นางลูบแก้มของเขา “ถึงว่าท่านจึงได้มีสภาพเช่นนี้ ช่วยพยุงข้าลุกขึ้นได้หรือไม่”“เจ้าไม่ควรขยับ”“ข้านอนจนแผ่นหลังไม่รู้สึกอะไรแล้ว อยากลุกขึ้นนั่งสักครู่”อวี่เสวียนค่อยๆ สอดแขนพยุงนางให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เขามือสั่นเล็กน้อยเพราะกลัวทำนางเจ็บหญิงสาวยิ้มให้เขา “ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว ตอนนี้รู้แล้วว่าเจ็บเพียงใด” นางวางมือลงไปแผลเดิมของเขา แผลหลายแห่ง
Baca selengkapnya

บทที่ 10.2

“เจ้าโชคดีที่เวลานั้นท่านพ่อส่งเจ้าออกจากเมืองหลวง หาไม่ตระกูลหวังก่อเรื่องใหญ่เช่นนี้แล้วเจ้าไปมาหาสู่กับพวกเขา ไม่แน่อาจกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด จากนี้จงใช้เรื่องนี้เป็นบทเรียน อย่าเอาแต่ใจและคบหาผู้ใดต้องระวังให้มาก อำนาจและลาภยศทำให้ผู้คนยิ้มแย้มพยายามเข้าหาเจ้า ทว่าถึงอย่างนั้นในยามอับจน คนที่เจ้าคบหาเป็นสหาย เรียกพวกเขาเป็นญาติสนิท เพียงเพื่อความอยู่รอดพวกเขาล้วนทำได้ทุกสิ่ง”เซี่ยหลันอวี๋สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ตอนถือศีลอยู่ที่อารามเหลิ่งจิ่ง อยู่ๆ ก็มีคนของตระกูลหวังมาหลอกล่อนางออกไป นึกไม่ถึงว่าคนพวกนั้นหวังใช้นางกับมารดาต่อรองกับบิดานางคิดเลยว่าตระกูลหวังจะกล้าร่วมมือตระกูลหม่าก่อกบฏจนโดนประหารสิ้น นึกถึงตอนนั้นที่หย่งอันโหวฮูหยินพยายามพานางกลับจวน อยากให้นางเปลี่ยนแซ่กลายเป็นคนของจวนหย่งอันโหว...ตอนออกมาจากเรือนตะวันออก เซี่ยจื่อหลิงมองน้องสาวยังคงหน้าซีดขาวด้วยความหวาดกลัวก็ถอนหายใจเสียงเบา“ข้าว่านางก็เป็นคนไม่เลว ข้าไม่ได้อยากให้เจ้ายอมรับนางในทันที แต่เจ้าต้องรู้จักเปิดใจให้กว้าง ตลอดมาเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าผู้ใดคือมิตรผู้ใดคือศัตรู ผู้ที่เจ้ายกย่องเป็นมิตรเป็นญาติ วั
Baca selengkapnya

บทที่ 10.3

“ดีแล้ว” เขายิ้มบางจากนั้นทั้งสองก็เดินเคียงข้างกันไปตามทางเดินด้านหลังมีขันทีและนางกำนัลตามมาช้าๆ แผ่นหลังของชายหนุ่มและหญิงสาวที่เดินไปข้างหน้าช้าๆ พูดคุยสนทนาด้วยความสนิทสนม บางครั้งก็มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้น ใบหน้ายิ้มแย้มของหญิงสาว ดวงตาอ่อนโยนของอวี่เสวียน ภาพเหล่านั้นทำให้ผู้ที่พบเห็นล้วนอมยิ้มและสบตากันด้วยความเขินอายข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์อันดีของคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย กับองค์ชายเจ็ดอวี่เสวียน ทำให้ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนรอฟังข่าวมงคลทั้งสิ้น“องค์ชาย” นางเรียกเข้าเสียงเบา เหลือบมองขันทีและนางกำนัลด้านหลัง ทั้งหมดหยุดฝีเท้าอย่างรู้งาน เว้นระยะห่างมากขึ้นอีกเล็กน้อย “วันก่อนหม่อมฉันมีโอกาสได้สนทนากับท่านพ่อ”เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “กังวลหรือ”นางส่ายหน้าแต่เงยหน้ามองเขานิ่ง“เป็นห่วงข้า?” ตอนเห็นนางพยักหน้าเขายิ้มกว้าง “ข้าไม่อยากให้ขั้วอำนาจในราชสำนัก กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจของเจ้า หากจะให้เจ้าตัดสินใจก็ต้องให้เจ้าตัดสินใจด้วยตัวเจ้าเอง” เขายื่นมือให้นาง “เซี่ยเฟิ่งเหยา เจ้ายินดีเป็นชายาของข้าหรือไม่”นางเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้ม ยื่นมือให้เขากุมเอาไว้ “ย่อมแน่นอน ข้าคือ
Baca selengkapnya

บทที่ 10.4

“แม้ไม่ได้ฉลาดหลักแหลม แต่เจ้าก็ไม่ใช่คนไม่รู้จักคิด ขอเพียงเจ้าเริ่มคิดถึงผู้อื่นนั่นย่อมเป็นสัญญาณที่ดี ขอเพียงสังเกตสิ่งรอบข้างให้มาก มองผู้คน มองการกระทำ พูดให้น้อยลง คิดใคร่ครวญให้มาก ตำหนักหย่งเล่ออยู่ไม่ไกลจากตำหนักหย่งชุน หากคิดเรื่องใดไม่ตกก็มาหาข้า”เซี่ยหลันอวี๋ขมวดคิ้ว “ท่านจะช่วยข้าหรือ ช่วยจริงๆ หรือ ทั้งที่ข้า...”“ข้าเป็นคนตระกูลเซี่ย เจ้าเองก็เป็นคนตระกูลเซี่ย จำไว้เพียงเท่านั้นเรื่องอื่นอย่าได้เก็บมาคิดให้วุ่นวาย มารดาของเจ้าเป็นคนดีมาก น้องชายของเจ้าในอนาคตยังสามารถรับใช้ราชสำนัก เรื่องการแก่งแย่งในตำหนักอย่าได้นำมาใส่ใจ ใช้ชีวิตให้ดีทำหน้าที่ของเจ้าในตำหนักหย่งเล่อให้สมกับที่ฮองเฮาทรงเลือก ความละโมบเจ้าเองก็เคยเห็นผลของมันแล้ว เข้าใจหรือไม่”เซี่ยหลันอวี๋มองนางแล้วพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว...พี่หญิงใหญ่”เซี่ยเฟิ่งเหยายิ้มให้นางจากนั้นเอื้อมมือขึ้นไปดึงปิ่นหยกออกมาจากศีรษะ นางยืนขึ้นโน้มตัวปักปิ่นหยกให้เซี่ยหลันอวี๋ “ยังไม่ได้มอบของขวัญให้เจ้า อวี๋เอ๋อร์ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี”เซี่ยหลันอวี๋ยิ้มดวงตาแดงก่ำ “เจ้าค่ะ”มองส่งน้องสาวต่างมารดาจากไปหญิงส
Baca selengkapnya

บทที่ 10.5

อวี่เสวียนลูบปลายนิ้วลงไปยังเรียวคิ้วของหญิงสาว ไล่ลงมายังข้างแก้ม “หลายปีได้แต่แอบดูอยู่เงียบๆ ในที่สุดก็ได้ยืนตรงหน้าเจ้าแล้ว”นางเลิกคิ้ว “หมายความว่าอย่างไร”เขายิ้ม “เจ้าไม่เคยพบข้า ไม่ได้หมายความว่าข้าไม่ได้พบเจ้า ไว้ข้าจะค่อยๆ เล่าให้เจ้าฟัง” เขายิ้มและก้มลงจุมพิตกลางหน้าผากของหญิงสาวแผ่วเบา “ชั่วชีวิตนี้สามารถปกป้องเจ้าให้ปลอดภัยไร้กังวล ข้าหวังเพียงเท่านั้น”นางยิ้มและสบตาคมนิ่ง “สัญญา?”“ข้าสัญญา”ชีวิตสตรีผู้หนึ่งจะต้องการสิ่งใดไปมากกว่าบุรุษที่พร้อมจะรักและปกป้องนาง เห็นนางเป็นดังดวงใจที่ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็คะนึงหาเซี่ยเฟิ่งเหยาคือพระชายาที่สตรีทั่วหล้าล้วนรู้สึกอิจฉา ด้วยเพราะความรักและความผูกพันที่องค์ชายเจ็ดกับนางมีร่วมกัน รวมไปถึงชะตาที่พลัดพราก หากแต่ก็ยังกลับมาพานพบและครองคู่นางลืมตาขึ้นมองอวี่เสวียนที่ยังคงหลับสนิท ริมฝีปากประดับรอยยิ้มแห่งความสุขเมื่อพบว่าเขากุมมือของนางวางเอาไว้บนอกไม่ปล่อยแม้ในยามหลับสนิท“องค์ชาย หากยังไม่ตื่นบรรทมจะเข้าเฝ้าสายแล้วนะเพคะ”เขามุ่นคิ้วถอนหายใจจากนั้นพลิกตัวกอดนางแนบอก “ยังอยากนอนอีกครู่หนึ่ง” แม้พูดเช่นนั้นริมฝีปากกลับประทับลงยังหน
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1234567
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status