All Chapters of อ๋องวิปลาสผู้นั้น...แท้จริงแล้วน่ารักเกินคาด: Chapter 11 - Chapter 20

30 Chapters

บทที่ 11 งานล่าสัตว์อลวน...เมื่อเหยื่อกลายเป็นผู้ล่า!

เสียงแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกังวานไปทั่วหุบเขา 'ภูเขาไป่โซ่ว' ซึ่งเป็นเขตราชฐานสำหรับงานล่าสัตว์ประจำปีของราชวงศ์ ธงทิวหลากสีสะบัดพริ้วตามแรงลม เหล่าเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง และแม่ทัพนายกองต่างตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง สวมชุดล่าสัตว์ทะมัดทะแมง ขี่ม้าพันธุ์ดี อวดอาวุธหรูหรากันอย่างไม่มีใครยอมใคร บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น โดยเฉพาะ 'หลี่เหวิน' ท่านชายผู้มีความแค้นฝังลึกกับฉินอ๋อง วันนี้เขามาในชุดหนังเสือดาว (ที่ดูเหมือนคนบ้ามากกว่านักล่า) ขี่ม้าสีขาวปลอด รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าเมื่อเขามองไปทางทางเข้างาน "หึ... ป่านนี้ท่านพี่โม่หรานคงกำลังขี่ม้าลาป่วยอยู่ที่จวนกระมัง หรือไม่ก็คงไม่กล้าพาพระชายาเกอตกอับนั่นมาให้อับอายขายขี้หน้า" หลี่เหวินหัวเราะร่ากับกลุ่มลูกสมุน ทันใดนั้น... ครืด... ครืด... ครืด... เสียงประหลาดดังขึ้นจากทางเข้า ไม่ใช่เสียงฝีเท้าม้า แต่เป็นเสียงเหมือนวัตถุหนักอึ้งกำลังบดขยี้ธรณี ทุกสายตาหันไปมองเป็นตาเดียว และแล้ว... สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำเอาทุกคนในงานล่าสัตว์ต้องอ้าปากค้างจน
Read more

บทที่ 12 ยาดีคือเมียเมื่อหมอหลวงรับรอง!

รุ่งเช้าหลังงานล่าสัตว์อันดุเดือด วังพยัคฆ์ทมิฬกลับมาสงบสุขอีกครั้ง... หรืออย่างน้อยก็ควรจะเป็นเช่นนั้น หากมิใช่เพราะเสียงโอดโอยเกินจริงที่ดังลอดออกมาจากห้องบรรทมหลัก "โอ๊ย... ปวด... ปวดร้าวไปทั้งสรรพางค์กาย..." 'หลี่โม่หราน' นอนแผ่หราอยู่บนเตียงกว้าง สวมชุดนอนผ้าแพรสีขาวหลุดลุ่ย ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเหยเกราวกับกำลังจะขาดใจตาย "แขนข้า... แขนข้าไร้เรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง... ข้าคงยกตะเกียบพุ้ยข้าวไม่ไหวแน่ๆ ..." 'ไป๋ชิงโจว' ที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ข้างหน้าต่าง ปรายตามองสามีจอมมารยาด้วยสายตาว่างเปล่า "ท่านอ๋อง... เมื่อวานท่านยังเหวี่ยงคนสิบคนกระเด็นไปติดต้นไม้ได้อยู่เลย เพียงแค่นอนคืนเดียวกล้ามเนื้อลีบฝ่อแล้วหรือ?" "มันคือผลกระทบย้อนกลับ!" หลี่โม่หรานเถียงเสียงอ่อย "การใช้พลังลมปราณขั้นสูงสุดเพื่อปกป้องเมีย มันสะท้อนกลับเข้าทำร้ายเส้นเอ็น! บัดนี้ข้าเป็นอัมพาตครึ่งซีก... ซีกที่ต้องถือช้อนน่ะ" เขาทำตาปริบๆ ส่งสายตาอ้อนวอน "น้องโจว... ป้อนโจ๊กข้าหน่อยเถิด... นะๆๆ อ้าาาา" ไป๋ชิงโจวถอนหายใจ ส่ายหน้ายิ้มๆ วางตำราลง
Read more

บทที่ 13 งานเลี้ยงวังหลวงกับมหกรรมฟาดด้วยโฉนด!

ค่ำคืนแห่งงานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพขององค์ฮ่องเต้เวียนมาถึง วังหลวงถูกประดับประดาด้วยโคมไฟนับหมื่นดวงสว่างไสวราวกับทิวาวาร เสียงดนตรีบรรเลงแว่วหวาน กลิ่นสุรารสเลิศและอาหารโอชะลอยอบอวลไปทั่วอุทยานหลวง เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ เชื้อพระวงศ์ และฮูหยินตราตั้งต่างตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ทุกคนล้วนแต่งกายด้วยอาภรณ์ที่วิจิตรบรรจงที่สุดเพื่อประชันโฉมและบารมี แต่หัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดในค่ำคืนนี้กลับมิใช่เรื่องราชกิจการเมือง หรือเรื่องความงามของนางสนม "เจ้าได้ยินหรือไม่? คืนนี้ฉินอ๋องจะพาพระชายาคนใหม่มาเปิดตัว" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นในกลุ่มฮูหยินขุนนาง "อ๋อ... เกอตกอับจากสกุลไป๋นั่นน่ะหรือ? น่าเวทนานัก ได้ข่าวว่าที่บ้านยากจนข้นแค้น ต้องวาดรูปขายแลกเบี้ยประทังชีวิต" "หึ...คงจะวางตัวมิถูกกาลเทศะเป็นแน่ คนชั้นต่ำจู่ๆ ตกถังข้าวสาร วาสนาอาจจะรับมิไหว" "ข้าพนันว่าคืนนี้คงสวมชุดเก่าคร่ำครึ หรือไม่ก็ชุดที่ยืมมาจากคณะงิ้วแน่ๆ ท่านอ๋องวิปลาสคงมิใส่ใจแต่งองค์ให้หรอก" เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นอย่างสนุกปาก โดยเฉพาะ 'หลี่เหวิน
Read more

บทที่ 14 อุบัติเหตุรัก?หรือท่านอ๋องเรียกร้องความสนใจ?

หลังจากงานเลี้ยงฉลองวันเกิดฮ่องเต้ผ่านพ้นไป ชื่อเสียงของ 'ไป๋ชิงโจว' ก็โด่งดังเป็นพลุแตก จากเดิมที่เคยถูกครหาว่าเป็นเกอตกอับเกาะกินสามี บัดนี้กลับกลายเป็น "ยอดจิตรกรเอกแห่งยุค" ที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังโปรดปราน แถมยังมีรสนิยมการแต่งกายที่เลิศหรู (ขอบคุณคลังสมบัติของท่านอ๋อง) ผลกระทบที่ตามมาก็คือ... เทียบเชิญ กองภูเขาเทียบเชิญสีสันสดใสจากบรรดาฮูหยินตราตั้ง จวนขุนนาง และสมาคมบัณฑิตต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาสู่วังพยัคฆ์ทมิฬมิขาดสาย บ้างก็เชิญไปจิบชา ชมบุปผา หรือขอให้ไปช่วยวิจารณ์ภาพวาด "มากมายเหลือเกิน..." ไป๋ชิงโจวนั่งถอนหายใจอยู่ท่ามกลางกองจดหมายในห้องโถง "ข้าอ่านมิทันแล้วพ่อบ้านจาง ช่วยคัดแยกให้ข้าที อันใดมิสำคัญก็ปฏิเสธไปเถิด" "พะยะค่ะพระชายา" พ่อบ้านจางรับคำแข็งขัน แต่ทว่า... ที่มุมห้องหลังเสาต้นใหญ่ มีสายตาอาฆาตคู่หนึ่งกำลังจ้องมองกองจดหมายเหล่านั้นราวกับพวกมันเป็นศัตรูที่ฆ่าบิดามารดา 'หลี่โม่หราน' ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มือหนากำผ้าม่านจนยับยู่ยี่ เทียบเชิญ... เทียบเชิญอีกแล้ว! เจ้ากระดาษพวกนี้มันบังอาจ! มันพยายามจะแย่งเวลาข
Read more

บทที่ 15 ธุรกิจใหม่กับลูกค้าปริศนาที่หน้าคุ้นๆ

หลังจากความวุ่นวายในงานเลี้ยงวังหลวงผ่านพ้นไป ชีวิตในวังพยัคฆ์ทมิฬก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ... ซึ่งคำว่า "ปกติ" ของที่นี่หมายถึงการที่ท่านอ๋องเดินตามติดพระชายาเป็นเงาตามตัว วันละ 8 ชั่วยาม ตามเทียบยาของหมอหลวง แต่ทว่า 'ไป๋ชิงโจว' ผู้เคยชินกับการทำงานหาเลี้ยงชีพ เริ่มรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเพราะความว่างงาน "น่าเบื่อ..." เขานั่งเท้าคางบ่นพึมพำในศาลาริมน้ำ "เบื่อหรือ?" 'หลี่โม่หราน' ที่กำลังนั่งปอกผลไม้ (แล้วเสวยเอง) หูผึ่งทันที "เช่นนั้นเราไปเผากระท่อมท้ายวังเล่นกันดีหรือไม่? หรือจะไปขุดดินหาไส้เดือนมาเลี้ยง?" "ท่านอ๋อง..." ไป๋ชิงโจวมองสามีด้วยสายตาเอือมระอา "ข้าหมายถึงข้าอยากทำอันใดที่เป็นชิ้นเป็นอัน ข้าเคยเป็นจิตรกรขายภาพ อยู่ๆ มานั่งกินนอนกินเยี่ยงนี้ ข้ารู้สึกไร้ค่า" หลี่โม่หรานทำตาโต "ไร้ค่าตรงที่ใด! เจ้ามีค่าเท่ากับทองคำทั้งท้องพระคลัง! หน้าที่ของเจ้าคือหายใจให้ข้าดม!" ไป๋ชิงโจวไม่สนใจตรรกะวิบัติของสามี เขาหยิบโฉนดที่ดินปึกใหญ่ที่หลี่โม่หรานเคยเทกระจาดให้ในงานเลี้ยงขึ้นมาเปิดดู "ร้านค้า... ร้านค้า... อ๊ะ เจอแล้ว!"
Read more

บทที่ 16 นักเลงครองเมือง?กับพ่อครัวเถื่อนประจัญบาน!

กิจการของร้าน “หอหมึกขาว” ดำเนินไปได้อย่างรุ่งโรจน์จนน่าตกใจ ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน ร้านเล็กๆ แห่งนี้ก็กลายเป็นร้านยอดนิยมของเหล่าบัณฑิตและคุณหนูในเมืองหลวง ไม่ใช่แค่เพราะสินค้าคุณภาพดี แต่เพราะเจ้าของร้านผู้งดงามอย่าง ‘ไป๋ชิงโจว’ และตัวเรียกแขกกิตติมศักดิ์ (ที่ชอบแอบมานั่งเฝ้าเมีย) อย่าง ‘หลี่โม่หราน’ ทว่า... ที่ใดมีแสงสว่าง ที่นั่นย่อมมีเงามืด ความสำเร็จของหอหมึกขาว ไปขัดหูขัดตาและขัดผลประโยชน์ของ ‘แก๊งมังกรดิน’ กลุ่มอันธพาลเจ้าถิ่นที่คุมตลาดทิศตะวันออก เช้าวันนี้ บรรยากาศในร้านกำลังคึกคัก ลูกค้าแน่นร้าน ไป๋ชิงโจวกำลังแนะนำพู่กันขนกระต่ายให้บัณฑิตหนุ่มคนหนึ่ง ปัง! เสียงถีบประตูดังสนั่นหวั่นไหว จนกรอบรูปที่แขวนอยู่บนผนังสั่นกึกๆ ลูกค้าในร้านสะดุ้งโหยง หันไปมองเป็นตาเดียว ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ห้าคนเดินอาดๆ เข้ามาในร้าน นำทีมโดย ‘พี่เสือ’ หัวหน้าแก๊งที่มีรอยบากน่ากลัวที่แก้มซ้าย สวมเสื้อแหวกอกโชว์ขนหน้าอกรุงรัง ท่าทางกร่างคับเมือง “เฮ้ย! ผู้ใดเป็นเจ้าของร้าน!” พี่เสือตะโกนเสียงดัง น้ำลายกระเด็น ไป๋ชิงโจวขมวดคิ้ว วา
Read more

บทที่ 17 งอนกันครั้งแรกกับมหกรรมฝนตก(เทียม)ทั่วฟ้า!

ความรักเปรียบเสมือนลิ้นกับฟัน แม้จะรักกันปานจะกลืนกินเพียงใด ก็ย่อมมีวันที่ต้องกระทบกระทั่งกันบ้าง และสำหรับคู่รักแห่งวังพยัคฆ์ทมิฬ วันนั้นก็ได้มาถึง... ด้วยสาเหตุที่ดูเหมือนจะเล็กน้อย แต่กลายเป็นเรื่องใหญ่ ระดับแผ่นดินสะเทือน บ่ายวันหนึ่ง ‘ไป๋ชิงโจว’ นั่งตรวจภาพวาดชุดใหม่อยู่ที่ศาลาริมน้ำ วันนี้เขารู้สึกหงุดหงิดใจชอบกล เพราะ ‘หลี่โม่หราน’ หายตัวไปตั้งแต่เช้าตรู่ ปกติแล้วท่านอ๋องจะมาเกาะแกะ นั่งเฝ้า นอนเฝ้า หรือไม่ก็ส่งเสียงรบกวน แต่วันนี้กลับเงียบกริบ ถามบ่าวไพร่ก็มิมีผู้ใดรู้ บอกเพียงแค่ว่า “ท่านอ๋องออกไปทำธุระสำคัญข้างนอกพะยะค่ะ” “ธุระสำคัญ?” ไป๋ชิงโจวขมวดคิ้ว “ธุระอันใดที่มิบอกข้า?” จนกระทั่งยามเย็น...หลี่โม่หรานเดินยิ้มร่ากลับเข้ามาในวัง ท่าทางลับๆ ล่อๆ มือข้างหนึ่งซ่อนของบางอย่างไว้ในอกเสื้อ “น้องโจวววว~ สามีกลับมาแล้วจ้า!” เขาตะโกนเรียกเสียงใส ไป๋ชิงโจวเดินออกมาต้อนรับ แต่ทันทีที่เข้าใกล้... จมูกอันไวต่อกลิ่นของเขาก็ทำงานทันที ฟุดฟิด... กลิ่นนี้มัน...กลิ่นแป้งหอมราคาแพง... กลิ่นน้ำปรุงฉุนกึก... และ
Read more

บทที่ 18 คืนเข้าหอ (ของจริง)...โซ่ทองคล้องใจ

หลังจากเหตุการณ์ยืนตากพิรุณจำลองจนเป็นไข้จับสั่น 'หลี่โม่หราน' ก็ได้รับการดูแลปรนนิบัติจาก 'ไป๋ชิงโจว' อย่างใกล้ชิดชนิดที่มดมิให้ไต่ไรมิให้ตอม จนกระทั่งอาการไข้หายเป็นปลิดทิ้ง ร่างกายกำยำกลับมาแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าดุจพยัคฆ์หนุ่มอีกครั้ง ทว่า... สิ่งที่เปลี่ยนไปมิใช่แค่สุขภาพ แต่เป็นบรรยากาศระหว่างคนทั้งสอง ค่ำคืนนี้ พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นกลางนภา สาดแสงนวลตาทาบทับลงบนหลังคากระเบื้องเคลือบของวังพยัคฆ์ทมิฬ สายลมฤดูร้อนพัดเอื่อยๆ นำพากลิ่นหอมของดอกราตรีเข้ามาในห้องบรรทม ภายในห้องนอนกว้างขวางที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีต เทียนไขสีแดงเล่มใหญ่ส่องแสงวูบไหว กลิ่นกำยานไม้กฤษณาหอมอ่อนๆ ลอยอ้อยอิ่ง สร้างบรรยากาศที่ทั้งสงบและชวนให้เคลิบเคลิ้ม ไป๋ชิงโจวนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง สวมชุดนอนผ้าแพรสีขาวบางเบาที่ขับเน้นผิวพรรณให้ดูผุดผ่องดุจหยกเนื้อดี ผมยาวสลวยที่เพิ่งสระเสร็จหมาดๆ ถูกปล่อยสยายลงมาคลุมแผ่นหลัง ข้างหลังเขา... บุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดนอนสีดำสนิทกำลังยืนถือหวีงาช้าง บรรจงสางผมให้ภรรยาด้วยความทะนุถนอมราวกับกำลังสัมผัสไหมสวรรค์ "ท่านอ๋อ
Read more

บทที่ 19 ข่าวลือเรื่องทายาทและความปรารถนาอันวิปลาสของท่านอ๋อง

กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน จากคิมหันตฤดูเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว บรรยากาศในเมืองหลวงเริ่มเย็นลง ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี แต่ทว่าภายในวังพยัคฆ์ทมิฬ อุณหภูมิความรักของเจ้าของวังกลับร้อนระอุจนแทบจะเผาไหม้คนรอบข้างให้มอดไหม้เป็นจุณ นับตั้งแต่ค่ำคืนเข้าหออย่างเป็นทางการผ่านพ้นไป ความสัมพันธ์ของ 'หลี่โม่หราน' และ 'ไป๋ชิงโจว' ก็แน่นแฟ้นกลมเกลียวราวน้ำตาลเคี่ยวน้ำอ้อย ท่านอ๋องผู้เคยถูกตราหน้าว่าวิปลาส บัดนี้กลายเป็น "เงาตามตัว" ของพระชายาอย่างสมบูรณ์แบบ มิว่าไป๋ชิงโจวจะเดินไปทางซ้าย หลี่โม่หรานก็จะไปทางซ้าย หากไป๋ชิงโจวนั่ง หลี่โม่หรานก็จะรีบเป็นตั่ง (หรือเอาตั่งมาวาง) ให้ทันที แต่ทว่า... ความสุขสงบมักมาพร้อมกับคลื่นลมเสมอ และคลื่นลูกนี้มิได้มาจากศัตรูภายนอก แต่มาจาก "ความหวังดี" ของผู้เป็นใหญ่ในฝ่ายใน … ตำหนักฉือหนิง (ตำหนักไทเฮา) วังหลวง "เจ้าว่าเยี่ยงไรนะ? ยังมิมีข่าวดีอีกรึ?" สุรเสียงทรงอำนาจของ 'ไทเฮา' ดังขึ้น พระนางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะด้วยความขัดใจ พระพักตร์ที่ยังคงเค้าความงามสง่าแม้จะมีริ้วรอยตามวัย ฉายแววกังวลอย่างปิดมิมิด "เพคะไท
Read more

บทที่ 20 ภัยคุกคามและหลักฐานกบฏที่(โครต)ไม่ได้มาตรฐาน

สายลมแห่งฤดูใบไม้ร่วงพัดกรรโชกแรง หอบเอาใบไม้แห้งปลิวว่อนไปทั่วลานวังพยัคฆ์ทมิฬ บรรยากาศดูอึมครึมราวกับพายุใหญ่กำลังก่อตัว ภายในห้องนอนใหญ่ 'ไป๋ชิงโจว' นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าที่เคยสดใสบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากแห้งผาก เขาเพิ่งโก่งคออาเจียนเอาอาหารเช้าออกมาจนหมดไส้หมดพุง และบัดนี้กำลังรู้สึกเวียนศีรษะเหมือนโลกหมุนคว้าง "น้องโจว... เจ้าอย่าตายนะ!" เสียงร้องโหยหวนของ 'หลี่โม่หราน' ดังอยู่ข้างหู พร้อมกับมือหนาที่คอยบีบนวดแขนขาให้อย่างมิลดละ "หมอ! หมออยู่ไหน! ไยป่านนี้ยังมิมา! ข้าจะไปเผาโรงหมอ!" "ท่านอ๋อง..." ไป๋ชิงโจวพยายามเอ่ยปากห้ามด้วยเสียงแหบพร่า "ข้ามิได้จะตาย... ข้าแค่... เพลีย..." กลิ่นกำยานในห้องที่เคยหอมชื่นใจ วันนี้กลับเหม็นฉุนจนเขาอยากจะอาเจียนอีกรอบ "ดับกำยานที... ข้าเหม็น" "เหม็น? กำยานกฤษณาราคาพันตำลึงนี่นะ?" หลี่โม่หรานหน้าตื่น "ได้! ดับเดี๋ยวนี้! เอาไปทิ้งให้หมด!" เขารีบวิ่งไปดับกระถางกำยาน แล้วเปิดหน้าต่างระบายอากาศ "ดีขึ้นหรือไม่? อยากกินสิ่งใดหรือไม่? มะม่วงดอง?
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status