All Chapters of วาสนากาฝาก: Chapter 11 - Chapter 20

44 Chapters

ตอนที่ 11 ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับลมพัดผ่านวูบหนึ่ง ข้าวหอมเติบโตขึ้นอย่างสวยงาม พี่ทั้งสองเลือกเรียนสายอาชีพระดับการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและไม่เรียนต่อปริญญาตรีเพราะจะได้ประหยัดเงินช่วยพ่อกับแม่เพื่อให้น้องได้เรียนต่อปริญญาตรี ธันวาทำงานเป็นช่างซ่อมบำรุงอยู่ที่โรงสีม้าสีนิล ส่วนธารทิพย์ตอนนี้แยกบ้านไปอยู่กับสามี ซึ่งเป็นลูกเจ้าของร้านขายวัสดุก่อสร้างที่เธอเคยทำงานอยู่ ตอนทำงานที่ร้านขายวัสดุก่อสร้างธารทิพย์เองเป็นคนช่วยสามีจัดการงานทุกอย่าง เธอจึงสามารถเอาชนะใจลูกเจ้าของร้านได้ นับว่าเธอโชคดีมากส่วนข้าวหอมตอนนี้เรียนอยู่ปีสามที่มหาวิทยาลัยในตัวจังหวัด เธอได้ทุนเรียนดีจากโรงงานน้ำตาลหงส์ฟ้าปีละสามหมื่นจนกว่าจะเรียนจบปริญญาตรี เรื่องนี้พ่อกับแม่และพี่ทั้งสองภูมิใจมาก และรู้สึกขอบคุณโรงงานน้ำตาลหงส์ฟ้าที่ช่วยเหลือเด็กยากจนแต่เรียนดีอย่างข้าวหอม ปกติข้าวหอมพักอยู่หอพักในมหาวิทยาลัย แต่จะกลับบ้านทุกเย็นวันศุกร์และกลับไปที่มหาวิทยาลัยอีกครั้งในบ่ายวันอาทิตย์หรือไม่ก็เช้าวันจันทร์ เพราะระยะทางจากบ้านถึงมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ห่างกันมากนัก แต่เพื่อให้สะดวกต่อการเรียนและการทำกิจกรรมของมหาว
Read more

ตอนที่ 12 แล้วเมื่อไรจะมีหลาน

หาญคุยเรื่องงานกับลูกจบก็เริ่มเปิดประเด็นเรื่องในครอบครัว “อาทิตย์หน้าคุณแก้วจะพาหนูโปรดมากินข้าวที่บ้านเรา แกช่วยทำตัวให้ว่างด้วย” หาญบอกลูกชายคนโต ในเมื่อไม่ยอมหาสะใภ้มาให้พ่อกับแม่ เขาก็จำเป็นต้องบังคับ เขาเองก็ใกล้จะเกษียณแล้ว แต่ไอ้ลูกคนนี้ก็ยังไม่ยอมมีเมียสักที “ผมขอดูอีกทีครับ” ยุทธวีร์กล่าวเสียงราบเรียบท่าทีไม่สนโลก จนผู้เป็นพ่อนึกหมั่นไส้ “ทำไมต้องดู” หาญตะคอกเสียงดัง ฝ่ามือฟาดลงบนโต๊ะจนทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นสะดุ้ง อิ่มจึงเอื้อมมือไปกุมมือสามีไว้ให้ใจเย็นลง ยุทธวีร์ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาบังคับได้ง่าย ๆ แม้แต่พ่อกับแม่ก็ไม่เคยทำได้ นี่คือข้อเสียของคนเก่งและมีความคิดเป็นของตัวเองสูง จึงยากที่คนอื่นจะควบคุมได้ “ลองทำความรู้จักกับน้องไว้ก็ไม่เสียหายนะลูก” ผู้เป็นแม่เอ่ยเสียงเย็น ลูกชายยังตักอาหารเข้าปากและเคี้ยวโดยไม่สนใจใคร “โปรดเพิ่งจะสิบแปดเองนะครับแม่” ไม่ว่ามองอย่างไรก็ไม่มีวันเหมาะกับผู้ชายบ้างานอย่างเขา “อีกอย่างงานผมยุ่งครับ ผมไม่มีเวลาหรอก” “แล้วเมื่อไรแกจะมีหลานให้ฉันสักที หรือจะรอให้ฉันตายก่อน”
Read more

ตอนที่ 13 หาที่ฝึกงาน

เช้าวันต่อมาข้าวหอมมาทำงานช่วยพ่อกับแม่ที่แปลงนาของโรงสี วันนี้เป็นวันหยุด งานที่ต้องทำส่งอาจารย์ก็ทำเสร็จหมดแล้วข้าวหอมจึงมารับจ้างเกี่ยวข้าวกับพ่อแม่ได้ โรงสีม้าสีนิลใช้ทั้งรถทั้งคนในการเกี่ยวข้าว หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จก็ต้องปลูกถั่วเหลือง ถั่วลิสง และข้าวโพดอาหารสัตว์ต่อ ถึงน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูกของโรงสีจะมีเหลือเฟือสำหรับทำข้าวนาปรังแต่โรงสีก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น ผู้บริหารยังทำนาข้าวสลับกับการปลูกถั่วเหมือนเช่นทุกปี พื้นที่นากว่าหกร้อยไร่ มีอยู่ด้วยกันเกือบสิบที่ซึ่งทางโรงสีมีรถรับส่งคนงานให้สำหรับคนที่ไม่อยากนำรถตัวเองไปทำงาน แปลงที่อยู่ติดกับโรงสีมีพื้นที่กว่าร้อยไร่ ซึ่งเป็นแปลงที่ข้าวหอมจะได้เก็บเกี่ยวในวันนี้ “ไม่เดินไปดูข้างในโรงสีกับพี่ก่อนเหรอ” ธันวาถามน้องสาวเมื่อเดินออกมานอกบ้าน “เห็นจนเบื่อแล้วเถอะ” “ไม่ไปรออาเหนือด้านในเหรอ” “ไม่ค่ะ ยังไงอาเหนือก็ต้องออกมาตรวจหน้างานทุกวันอยู่แล้ว” ทุกวันถ้าทิศเหนือไม่ยุ่งงานที่ห้องทดลองมากเกินไป เขาต้องออกมาตรวจงานที่แปลงปลูกอยู่แล้ว “งั้นพี่ไปทำงานก่อนนะ” มือให
Read more

ตอนที่ 14 คนที่รอคอย

“อาเหนือคะ” ข้าวหอมส่งเสียงไปก่อน เมื่อเห็นทิศเหนือกำลังก้มหยิบเมล็ดข้าวเปลือกขึ้นมาดู ทิศเหนือหันมามองตามเสียงกังวานนั้น ไม่บอกก็รู้ว่าเสียงใคร เธอสวมแค่หมวกปีกที่สานด้วยไม้ไผ่แล้วย้อมด้วยสีส้มเท่านั้น ยิ่งข้าวหอมโตขึ้นเท่าไร ใบหน้าของเธอก็ยิ่งคล้ายคนที่เขารู้จักอยู่หลายส่วน ถ้าไม่ติดว่าเธอเป็นลูกพุดจีบกับดอม เขาก็คงอดคิดไม่ได้ว่าคนที่เขานึกถึงกับข้าวหอมอาจจะเป็นแม่ลูกกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาเองก็คงเป็น… ไม่หรอก ไม่ใช่เด็ดขาด เขาสะบัดความคิดออกไปเมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอคิดเรื่องเหลวไหลสิ้นดี มันไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน ถึงแม้จิตส่วนลึกจะแอบคิดว่าข้าวหอมก็มีส่วนคล้ายเขาอยู่เหมือนกัน เขาคงเอ็นดูเธอมากไปจนเผลอคิดเรื่องไร้สาระ “อาเหนือคะ” ข้าวหอมเรียกเขาอีกครั้งเมื่อเขาเอาแต่ยืนจ้องหน้าเธอไม่วางตา ทิศเหนือกะพริบตาหนึ่งครั้งเมื่อสติกลับมาแล้วรีบเอ่ย “ครับ ข้าวหอมมีอะไรกับอาหรือเปล่า” “คือหนูจะถามว่า อาเหนือรับเด็กฝึกงานไหมคะ” “อยากฝึกงานกับอาเหรอ” “ค่ะ” “งานหนักนะ จะทำไหวเหรอ”
Read more

ตอนที่ 15 ทานข้าวเย็นที่บ้าน

ข้าวหอมยันกายลุกขึ้นยืนด้วยความประหม่าเล็กน้อย พุดจีบก็เข้ามาประคองแขนลูก พร้อมกับเสยผมยาวที่ลีบลู่ลงข้างแก้มให้ลูกด้วยความเป็นห่วง ข้าวหอมไม่ใช่คนที่ถึงขั้นกลัวน้ำ แต่เธอไม่กล้าว่ายน้ำแม้พี่สาวพี่ชายรวมถึงพ่อจะช่วยกันสอน พุดจีบจึงคิดไปเองว่าเหตุที่ลูกสาวไม่กล้าฝึกไหว้น้ำอาจจะเป็นเพราะในวันที่ข้าวหอมเกิดมาเธอมาพร้อมกับสายฝน ความกลัวนี้อาจจะอยู่ในส่วนจิตใต้สำนึกของเธอ “ถ้าไม่รังเกียจผมอยากชวนคุณวีร์ไปทานข้าวเย็นด้วยกันครับ” เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาช่วยชีวิตลูกสาวของเขาด้วย “คุณวีร์ไปเถอะค่ะ จะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย” พุดจีบกล่าว ดอมกับพุดจีบรู้สึกเกรงใจยุทธวีร์เป็นที่สุด ไม่รู้ว่าเขาจะโกรธหรือรังเกียจคนจน ๆ อย่างพวกเขาหรือไม่ เพราะปกติเจ้านายก็ไม่ค่อยได้มาคลุกคลีกับคนงานมากนัก ข้าวหอมยังยืนนิ่งใจหนึ่งก็อยากให้เขาไป แต่อีกใจก็รู้สึกอึดอัดที่เขาจะไปรับประทานอาหารเย็นด้วย แต่ถ้าเขาไม่ไปก็รู้สึกสงสาร คนตัวใหญ่เปียกปอนไปทั้งตัว รองเท้าทำงานก็เปื้อนโคลน ตอนนี้อากาศก็เริ่มเย็นแล้ว เพราะตัวเธอก็เริ่มหนาวจนตัวสั่นแล้วเช่นเดียวกัน “…ก็ดี
Read more

ตอนที่ 16 เอาเสื้อไปคืน

เมื่อคืนเป็นวันที่ยุทธวีร์นอนหลับได้อย่างเต็มอิ่มและตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นที่สุดในรอบหลายปี เขาออกมาจากห้องนอนในช่วงสายแม้จะตื่นเช้าทุกวันก็ตาม เพราะมัวแต่ตอบอีเมลลูกค้าที่ส่งมาตั้งแต่เมื่อวานในช่วงเย็น ความจริงอีเมลพวกนั้นเป็นหน้าที่ของฝ่ายขายเป็นหลัก แต่ถ้าในวันหยุดฝ่ายนั้นไม่ได้สนใจตื่นขึ้นมาเหลียวแลมันนัก ยุทธวีร์จึงเป็นผู้ดูแลแทน เพราะเขาไม่อยากให้ลูกค้ารอนาน อีกทั้งยังเป็นการทำงานในวันหยุด เขาจึงไม่ได้เคร่งครัดกับน้องชายหรือผู้ช่วยของเขามากนัก “วันนี้ไม่พักเหรอวีร์” อิ่มถามลูกชายที่กำลังเดินลงมาจากชั้นบนของบ้านเขาแต่งตัวเหมือนจะออกไปข้างนอก ผู้เป็นพ่อลดแว่นสายตาลงแล้วมองตาม “จะแวะไปดูข้าวที่คนงานเกี่ยวไว้เมื่อวานสักหน่อยครับแม่” เมื่อคืนหลังจากเขากลับมาถึงบ้านแล้ว อยู่ดี ๆ ฝนก็ตกลงมา ยังดีที่ฝนตกไม่หนักมาก ผลผลิตคงไม่เสียหายมากนัก แต่กระนั้นเหตุผลนี้ก็เป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้น ส่วนลึกเขาอยากไปโรงสีเพราะอะไรตัวเขาเองย่อมรู้ดี อีกอย่างเขาอยากจะเอาชุดที่ใส่มาเมื่อคืนไปคืนให้สาวน้อยคนนั้นด้วยตัวเอง เพราะเมื่อวานที่กลับมาถึงบ้านเขาก็ถอดให้แม่บ้านทำความสะอาดทันที
Read more

ตอนที่ 17 มีพลังจิตอย่างนั้นหรือ

ข้าวหอมเดินกลับมาถึงบ้านพักก็บอกพ่อกับแม่ทันที “แม่คะ หนูติดรถไปมหาวิทยาลัยกับคุณวีร์นะคะ” “หือ? ทำไมล่ะ” “คุณวีร์กำลังจะกลับบ้านพอดีค่ะ เมื่อกี้หนูเอาเสื้อไปให้เขาเขาก็เลยชวนกลับด้วยค่ะ” มหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่เป็นทางผ่านไปบ้านเขาพอดี “เออ อย่างนั้นก็ดี ถึงหอพักก็โทร. มาบอกแม่แล้วกัน” “ค่ะ อ้อ เขารับหนูเป็นเด็กฝึกงานที่นี่ด้วยนะคะ” พ่อกับแม่ยิ้มหน้าบานเมื่อรู้ว่าลูกไม่ต้องไปฝึกงานไกลบ้าน หรือถ้าไปไกลก็มีคนในโรงสีพาไป “หนูกลับแล้วนะคะ” ข้าวหอมไหว้ลาทุกคน “คุณวีร์มาทำงานวันอาทิตย์ด้วยเหรอ” เสียงของพี่ชายถามขึ้น “น่าจะนะคะ เพราะหนูเห็นเขาเดินดูข้าวที่คนงานเกี่ยวไว้เมื่อวานกับอาเหนือค่ะ” ธันวาพยักหน้าหงึกหงัก แต่ก็ยังติดใจกับความใจดีของยุทธวีร์อยู่ดี เท่าที่เขาได้ยินพนักงานเคยนินทาเจ้านาย ยุทธวีร์ไม่เคยใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อย ยิ่งถ้าพนักงานเป็นผู้หญิงเขายิ่งไม่เคยเอาตัวเข้าไปยุ่งด้วย แต่นี่… ช่างเถอะเขาอาจจะคิดมากเกินไป คนอย่างยุทธวีร์ไม่มีทางมาสนใจคนฐานะอย่างพวกเขา
Read more

ตอนที่ 18 หน้าเหมือนแม่

เช้าวันจันทร์หลังจากเรียนคาบแรกเสร็จข้าวหอมก็ว่าง เธอเดินมานั่งที่สวนหย่อมหน้าคณะส่วนวิลาวัลย์เพื่อนสนิทขอตัวไปเข้าห้องน้ำแล้วจะตามมาภายหลัง ข้าวหอมยังมีเพื่อนสนิทอีกคนแต่เรียนอยู่ต่างคณะ “นั่งด้วยยย!” พูดยังไม่ทันขาดคำก็ส่งเสียงมาพอดี เพื่อนคนนี้ชอบเอาเสียงมาก่อนตัวเสมอ “ไม่มีเรียนเหรอ” ข้าวหอมถามสาคูเพื่อนสนิทที่เรียนอยู่คณะบัญชีและการจัดการ ตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายเป็นคู่อริกัน แต่พอมาเรียนมหาวิทยาลัยตอนรับน้องปีหนึ่งทั้งสองได้เป็นคู่บัดดี้กัน ต้องทำกิจกรรมรับน้องร้องเพลงเชียร์ร่วมกัน และต้องคอยช่วยเหลือกัน ข้าวหอมมีน้ำใจและมอบความจริงใจให้กับสาคู คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด ตั้งแต่นั้นมาข้าวหอมกับสาคูก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน และสาคูก็คอยปกป้องเธอจากคนที่มารังแกเธอ ส่วนวิลาวัลย์เป็นเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกัน ข้าวหอมคอยสอนการบ้านและติวหนังสือให้ ทั้งสองจึงสนิทกัน “อือ” สาคูตอบสั้น ๆ แล้วนั่งลงม้าหินอ่อนคนละตัวกับเพื่อน เวลาที่พวกเขาว่างตรงกัน สาคูมักจะมาอยู่กับข้าวหอมและวิลาวัลย์เสมอ “แล้ววิวไปไหน” “ไปเข้าห้องน้ำ” สาคูเพิ่งหย่อนก้
Read more

ตอนที่ 19 หรือจะเป็นคนเดียวกัน

เย็นวันนั้นปรรณพัทรนำเรื่องที่เกิดขึ้นมาเล่าบนโต๊ะอาหารเย็น “แม่คะ วันนี้โปรดไปเจอคนที่หน้าตาเหมือนแม่มาด้วยค่ะ” ปรรณพัทรพูดโดยไม่คิดอะไร ตักข้าวเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ ถึงจะหาสาเหตุที่เธอตบปากตัวเองไม่ได้ก็ตาม พยายามอธิบายให้เพื่อนคนไหนฟังก็ไม่มีใครเชื่อ เพล้ง! ดวงตาคู่งามไหวระริก ช้อนที่กำลังตักอาหารหลุดจากมือกระทบกับจานข้าวตอนไหนยังไม่รู้ตัว ทุกคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารสะดุ้งเฮือก “แม่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ปฏิพันธ์ลูกชายคนเล็กวัยสิบหกปีถามขึ้น เมื่อเห็นท่าทางของแม่ดูตกใจจนเกินเหตุ พานทำให้คนอื่นตกใจไปด้วย โดยเฉพาะตากับยาย “ปะ เปล่าจ้ะ แม่แค่สงสัยว่ามีคนหน้าตาเหมือนแม่ด้วยเหรอ” แก้วตาแสร้งยิ้มให้ลูกทั้งที่ภายในใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก “แล้วลูกไปเจอเขาได้ยังไง” แก้วตาแสร้งถามเสียงเรียบ เพราะใจจริงก็อยากรู้เรื่องนี้ใจจะขาด ผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นคนเดียวที่เธอกำลังตามหาอยู่ “เขาเรียนอยู่ปีสามคณะเกษตรค่ะ” “บ้านเขาอยู่ที่ไหนเหรอ” แก้วตารีบถามกลับแววตาครุ่นคิด อายุของเด็กคนนั้นก็น่าจะรุ่นราวคราวเ
Read more

ตอนที่ 20 ว่าที่คู่หมั้น

“ว่าที่คู่หมั้นพี่วีร์” ปรรณพัทรพูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ อย่างไรอนาคตก็ต้องเป็นคู่หมั้นของยุทธวีร์อยู่แล้ว “อ้อ” แปลกจังเจ้านายมีแฟนเด็กขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย “คุณวีร์อยู่ที่ทุ่งนาทางโน้นครับ” ยุทธวีร์ไม่ได้ไปต่างอำเภออย่างที่ผู้หญิงคนนี้เข้าใจ แต่ธันวาก็ไม่ได้พูดแก้ต่างให้ เพราะเรื่องเจ้านายเขาไม่อยากยุ่ง “ไหน?” ธันวาพยักพเยิดหน้าไปทางแปลงนาที่คนงานกำลังเกี่ยวข้าว เขายืนอยู่ตรงนั้นกับทิศเหนือ “โน่น คุณไปนั่งรอในออฟฟิศก่อนก็ได้นะครับ อีกสักพักคุณวีร์ก็คงจะขึ้นมา” ดูจากการแต่งกายแล้ว เธอคงไม่เหมาะที่จะเดินลงไปในแปลงนาปรรณพัทรคิ้วขมวด ไหนเขาบอกว่าไปต่างอำเภอแล้วทำไมมายืนอยู่ที่นี่ได้“ไม่เป็นไร ฉันจะไปหาเขาที่นั่นเอง”“ตามสบายครับคุณ…”“โปรดย่ะ” ปรรณพัทรกระแทกเสียงใส่คนตรงหน้า ผู้ชายอะไรโคตรกวนประสาท“ครับ คุณโปรดย่ะ” น้ำเสียงนั้นเรียบนิ่งทว่าเจือล้อเลียนอยู่ในทีปรรณพัทรหันขวับมาแหวใส่ผู้ชายตัวใหญ่อีกครั้ง “ไม่ใช่! ฉันชื่อโปรดเฉย ๆ” ว่าจบปรรณพัทรก็สะบัดหน้ากลับจนผมยาวปลิวไปตามแรงแล้วเดินฉับ ๆ ไปหายุทธวีร์ ธันวามองตามแล้วยกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้น่าจะ
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status