LOGINชาติก่อนเธอเป็นขอทานที่ต่อสู้ชีวิตมาเพียงลำพังและจากไปอย่างสงบ เกิดชาติหน้าขอให้มีสักคนที่อยู่เคียงข้างเธอบ้าง ไม่อดอยากเท่าชาตินี้ ที่สำคัญขอให้เธอได้ตอบแทนบุญคุณผู้ชายคนนั้นบ้างก็พอแล้ว
View Moreหน้าร้านขายอาหารแห่งหนึ่งหญิงสาวอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีกำลังยืนมองไก่ปลอมตัวอ้วนที่อยู่ในตู้กระจกพลางกลืนน้ำลายลงคอหลายอึก เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ทั้งเก่าและขาดลุ่ย อีกทั้งกลิ่นที่โชยออกมาจากคนตัวผอมนั้นก็เหม็นหึ่งไปหลายเมตร ครู่หนึ่งก็มีพนักงานทยอยเดินออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วเดินมุ่งหน้ามาที่ร้านขายข้าว
เจ้าของร้านที่เดินออกมาหน้าร้านหลังจากเข้าไปหยิบของรีบไล่ขอทานคนนั้นทันที “มายืนเกะกะขวางหน้าร้านฉันทำไม จะไปไหนก็ไป”
ผู้หญิงคนนั้นยังยืนไม่ขยับไปไหนแต่กลับกล่าววาจาอ้อนวอนเสียงแหบแห้ง “เจ้คะ หนูขอกินข้าวสักจานได้ไหมคะหนูหิว” แววตาเธอน่าสงสาร มือไม้เธอสั่นเทาเพราะความหิว ข้าวยังไม่ได้ตกถึงท้องมาเกือบสองวันแล้ว แต่ละวันมีเพียงน้ำเปล่าที่หาได้จากถังขยะเท่านั้นที่พอจะประทังชีวิตให้อยู่รอด สองวันก่อนเธอเป็นไข้หนักจึงไม่ได้ออกมาหาอาหารที่ถังขยะ มีเพียงน้ำที่เหลือในขวดที่คนอื่นเขาทิ้งแล้วเทรวมกันจนได้สองขวดขนาดหกร้อยมิลลิลิตร วันนี้ถึงจะพอเดินได้บ้าง แต่ร่างกายก็ยังหิวโซ และตัวเธอยังมีไข้สูง
เจ้าของร้านมองหญิงสาวคนนั้นแล้วขบกรามแน่น เธออุตส่าห์ไล่ไปให้พ้นหน้าร้าน เธอคนนี้ยังหน้าด้านหน้าทนมาขออาหาร “ยังจะมาขอข้าวฉันกินอีกเหรอ กินแล้วไม่มีปัญญาจ่ายฉันไม่ให้กินหรอกนะ ไป ไปให้พ้นหน้าร้านฉัน เดี๋ยวลูกค้าฉันก็ไม่กล้าเข้าร้านฉันกันพอดี” ว่าแล้วเจ้าของร้านก็สาดน้ำล้างผักที่อยู่ในถังเล็กใส่ผู้หญิงคนนั้นจนตัวเปียกปอน หญิงสาวที่ตัวเล็กกว่าคนในรุ่นเดียวกันจึงรีบเดินไปยังถังขยะที่อยู่ถัดไปไม่ไกลจากร้านอาหารนั้นมากนัก
พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่เพิ่งเดินมาถึงสามสี่คนก็เดินเข้าไปในร้านแล้วสั่งอาหาร ในละแวกนี้มีร้านอาหารอยู่เกือบสิบร้าน ส่วนมากลูกค้าประจำจะเป็นพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งนี้ ซึ่งมีอยู่มากกว่าห้าร้อยชีวิต
ชายหนุ่มที่เพิ่งเดินมาถึงร้านเจ้จอยมองตามขอทานคนนั้นแวบหนึ่งก่อนจะเดินเข้าร้านพร้อมกับคนขับรถ วันนี้เขามาตรวจโรงงานตอนบ่ายจึงแวะรับประทานอาหารกลางวันก่อนที่จะเข้าไปด้านใน
เจ้จอยยิ้มต้อนรับหน้าบานเมื่อหนุ่มหล่อ รวย และโสด ลูกเจ้าของโรงงานเดินมาถึงหน้าร้าน เธอปรับสีหน้าได้อย่างรวดเร็วแล้วเอ่ยเสียงหวานออกมา “เชิญด้านในค่ะคุณวีร์ วันนี้รับอะไรดีคะ” ร้านของเธอขายทั้งข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู และข้าวหมูแดง
เจ้าของร่างใหญ่ทำหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้มเดินเข้าไปนั่งในร้าน พนักงานทั้งชายและหญิงต่างมองเป็นตาเดียว เสียงสนทนากันที่เคยดังก็เริ่มเบาลงเมื่อเห็นเจ้านายมานั่งในร้านด้วย คนขับรถที่เดินตามหลังมาหยุดสั่งเจ้าของร้าน “ข้าวมันไก่สอง ไม่เอาหนังหนึ่งครับ” ลุงเชยสั่งเสร็จก็เดินเข้าไปในร้าน มีหรือที่เขาจะไม่รู้ใจเจ้านายที่ทำงานด้วยกันมาเกือบสิบปี
“จ้ะ” เจ้าของร้านขานรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม สีหน้าผิดจากที่ว่าให้ขอทานน้อยคนนั้นราวกับเป็นคนละคน
ชายหนุ่มกับลูกน้องของเขานั่งกินข้าวด้วยกันอย่างเงียบ ๆ ทั้งสองใช้เวลาไม่นานก็กินเสร็จ หลังจากนั้นคนขับรถก็เรียกเจ้าของร้านมาเก็บเงิน เจ้านายจึงเอ่ยขึ้น “ขอข้าวมันไก่กับข้าวขาหมูอย่างละกล่องครับและน้ำเปล่าอีกสองขวด คิดเงินรวมกันเลยนะครับ”
“ได้ค่ะ” เจ้จอยคิดไม่นานก็บอกราคา “ทั้งหมดสองร้อยบาทค่ะ”
ชายหนุ่มจ่ายค่าอาหารทั้งหมดแล้วก็นั่งรอให้แม่ค้านำอาหารมาให้ คนขับรถแปลกใจจึงเอ่ยถาม “คุณวีร์ยังไม่อิ่มเหรอครับ” เจ้านายของเขาไม่ใช่คนกินจุขนาดนั้น
“เปล่าจะซื้อไปให้คนอื่นน่ะ” แม้ยังแคลงใจแต่ลุงเชยก็ไม่เอ่ยถามต่อ เขาอาจจะซื้อไปฝากคนในโรงงานก็เป็นได้
ผู้หญิงตัวเล็กหน้าตามอมแมมผมเผ้ารุงรังกำลังคุ้ยถังขยะที่วางเรียงกันอยู่หลายใบ เธอยังไม่ได้เศษอาหารสักกล่อง อาจเป็นเพราะตอนนี้พนักงานยังกินข้าวไม่อิ่ม จึงไม่มีเศษอาหาร เพราะเศษอาหารที่เหลือจากเมื่อวานก็คงมีคนอื่นมาคุ้ยไปจนหมดแล้ว อีกทั้งหน่วยงานของเทศกิจก็มีการเก็บขยะทุกวันจึงทำให้ไม่มีสิ่งที่กินได้เหลืออยู่เลย ร่างเธอสั่นจนรู้สึกตัวเบาหวิวคล้ายจะเป็นลม อีกทั้งพิษไข้กำลังเล่นงานเธออย่างหนัก ปัจจัยสี่ที่คนทั้งหลายพึงมีเธอก็ไม่มี อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคเธอไม่เคยมีครบ มีเพียงเสื้อผ้าติดตัวเท่านั้น อย่างอื่นต้องปล่อยให้โชคชะตาเป็นผู้กำหนด บางวันอาจจะนอนที่ป้ายรถเมล์ บางวันนอนใต้สะพานลอย นั่นเป็นกิจวัตรประจำวันที่เธอคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี
สัปดาห์ต่อมา ข้าวหอมตื่นขึ้นมาในตอนเช้า อาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะไปทำงานพร้อมกับสามี เธอนั่งรอเขาอยู่บนโต๊ะอาหาร โดยมีแม่บ้านยืนอยู่ด้านข้าง ที่สำคัญตรงหน้าของเธอยังมีมะดันดองกับมะกอกดองพร้อมกับพริกเกลือวางอยู่ด้วย เมื่อเช้าข้าวหอมสั่งให้แม่บ้านซื้อผลไม้ดองมาจากตลาดสองสามอย่าง และยังมีผลไม้สดอย่างมะยมกับมะม่วงเปรี้ยวอีก เธอสั่งให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้แล้ว เพราะเธอจะห่อไปกินที่ทำงานด้วย เธอหยิบมะกอกดองจิ้มพริกเกลือส่งข้าวปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย แต่คนที่เปรี้ยวกลับเป็นแม่บ้านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้แม่บ้านยืนกลืนน้ำลายที่ไหลทะลักออกมาจนปวดกระพุ้งแก้มไปหมด แถมยังทำหน้าตาบิดเบี้ยวแทนข้าวหอมอีกด้วย แต่คนที่นั่งกินยังเฉยฉิบ ยุทธวีร์เดินลงมาจากชั้นบน ขยับเนคไทให้เข้าที่แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามภรรยา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อเห็นภรรยากินผลไม้ดองแต่เช้าเช่นนี้ “ทำไมกินของดองก่อนมื้อเช้าล่ะ เดี๋ยวก็ปวดท้องกันพอดี” แม่บ้านก็ห้ามแล้วแต่ข้าวหอมไม่ฟัง อาการแบบนี้อาการคนกำลังแพ้ท้องชัด ๆ แต่ข้าวหอมกับยุทธวีร์เพิ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันไม่ถึงเดือน แล้วเธอจะท้องไ
วันที่ข้าวหอมกับวิลาวัลย์กลับจากต่างประเทศ แก้วตาและทิศเหนือก็ไปรับเธอที่สนามบินพร้อมกับดอมและพุดจีบด้วย วิลาวัลย์โผเข้ากอดพ่อกับแม่ แม่ใหญ่ และพี่ชายต่างมารดา ส่วนข้าวหอมก็กอดกับดอมกับพุดจีบเช่นกัน แก้วตากับทิศเหนือยืนมองลูกสาวแล้วยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ ถึงเธอกับอดีตสามีจะไม่ได้เลี้ยงดูข้าวหอมมา แต่เธอก็เติบโตมาเป็นคนดี ไม่เบียดเบียนคนอื่น ไม่โทษตัวเอง ถึงข้าวหอมจะไม่ได้เรียกเธอกับทิศเหนือว่าพ่อกับแม่ก็ตาม แค่เธอได้มองลูกอยู่ห่าง ๆ เธอก็ดีใจมากแล้ว ข้าวหอมเดินเข้ามาใกล้ทั้งสองแล้วเอ่ยขึ้นเต็มเสียง “พ่อ แม่” เป็นครั้งแรกที่ข้าวหอมเรียกพวกเขาว่าพ่อแม่ เพียงเท่านั้นทั้งสองก็อ้าแขนรับลูกสาวและกอดกันกลม ทิศเหนือกับแก้วตาดีใจจนพูดไม่ออก พวกเขาไม่เคยคาดหวังให้เธอเรียกพ่อกับแม่ แต่ก็อยากได้ยินสักครั้งในชีวิต และวันนี้ฝันพวกเขาก็เป็นจริงพุดจีบยืนมองภาพนั้นแล้วก็น้ำตาคลอ ในที่สุดข้าวหอมก็ปลดล็อกหัวใจตัวเองได้สำเร็จ เธอรู้ว่าการตัดสินใจไปเรียนต่อที่ต่างประเทศไม่ใช่แค่เธออยากเรียนต่ออย่างเดียว แต่เพราะข้าวหอมอยากมีเวลาคิดทบทวนเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
ภายในเรือนจำ แป้งร่ำมาขอเยี่ยมตรีภพ เขารู้สึกดีใจมากที่คู่หมั้นมาหา ตรีภพเดินเข้ามาในห้องเยี่ยมญาติเมื่อเจ้าหน้าที่ขานชื่อ เขายิ้มอ่อนเมื่อเห็นหน้าคู่หมั้น แต่อีกฝ่ายกลับวางหน้านิ่ง “แป้งสบายดีไหม” ทั้งสองมองผ่านผนังกั้นที่เป็นเหล็กและมีช่องเล็ก ๆ พอให้มองเห็นหน้า “ค่ะ” เธอตอบไม่เต็มเสียงนัก แววตาเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในใจ “พี่ตรีผอมลงนะคะ” ตรีภพร่างกายซูบผอมลงเล็กน้อย แต่ก็ยังมองเห็นกล้ามเนื้อชัดเจน เพราะเขายังออกกำลังกายและนั่งสมาธิทุกวันเพื่อไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่าน “อือ กับข้าวในเรือนจำไม่ค่อยถูกปากเท่าไร” ตรีภพไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษใด ที่เหนือกว่านักโทษคนอื่นเลย หาญปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ความลำบากในเรือนจำด้วยตัวเองทั้งหมด ซึ่งเขายอมรับว่าเดือนแรกที่อาศัยอยู่ในนี้ ไม่มีวันไหนที่เขาไม่ร้องไห้เลย แม้แต่พ่อแม่บังเกิดเกล้าก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ ตอนนี้เขารู้ซึ้งแล้วว่าความลำบากเป็นเช่นไร และไม่มีสิ่งใดที่ได้มาง่าย ๆ “ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” แป้งร่ำพูดพร้อมกับเวลานั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมายืนอยู่ด้านหลังเธอ ตรีภพเข้าใจในวินาทีนั้น
ช่วงบ่ายวันเดียวกันตำรวจก็มาที่บ้านสีนิล “พ่อช่วยผมด้วย” เพียะ! หาญตบหน้าตรีภพจนหน้าหัน หาญกัดฟันพูดออกมาด้วยความโกรธจัดเจือเสียใจ “แกทำอย่างนี้กับพี่แกได้ยังไง ไอ้ลูกไม่รักดี” ตรีภพมองพ่อด้วยสายตาเคียดแค้น “ก็พ่อ เข้าข้างแต่พี่วีร์ มีอะไรก็ให้พี่วีร์เป็นคนจัดการทั้งหมด แล้วผมล่ะ พ่อให้ผมทำอะไรบ้าง” “แล้วแกทำอะไรให้ฉันบ้าง ให้ขายของก็ไปโกงชาวบ้านเขา พอถูกจับได้ก็โยนความผิดให้คนอื่น แล้วแบบนี้แกจะให้ฉันไว้ใจให้แกทำงานใหญ่ได้ยังไง พอให้พักงานก็ก่อเรื่องอีก แกคิดจะฆ่าแม้แต่พี่แกเลยหรือไง” ตรีภพก้มหน้างุดตำรวจสองนายเข้ามาสวมกุญแจมือ แล้วนำตัวออกไป “คุณพี่คะ คุณพี่จะไม่ช่วยตรีเลยเหรอคะ” เมื่อสามีไม่หือไม่อือ อบเชยจึงเปลี่ยนไปอ้อนวอนอิ่มแทน “คุณพี่อิ่มคะ ช่วยลูกฉันด้วยค่ะ ฮือ ๆ” อิ่มทำหน้ากระอักกระอ่วนใจ จะให้เธอช่วยได้อย่างไร ในเมื่อคนที่ตรีภพจะทำร้ายก็คือลูกชายของเธอเช่นกัน “อย่าไปช่วยมัน ปล่อยให้มันลำบากซะบ้าง” หาญตวาดเสียงดัง หากปล่อยให้ตรีภพอยู่สุขสบายและไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำ
ทั้งสองเข้าไปนั่งในรถ ยุทธวีร์สังเกตเห็นว่าดวงตาอีกฝ่ายบวมและแดงก่ำ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไร พอเห็นถุงขนมกับนมที่เธอวางไว้บนตักจึงเอ่ยถาม “ยังไม่ได้กินข้าวเหรอ” “ค่ะ” “กินเลยสิ เดี๋ยวไปตากแดดก็เป็นลมเป็นแล้งไปอีก” “ฉันยังไม่หิวค่ะ” เห็นสีหน้าเธอไม่ค่อยดี
เย็นวันหนึ่งถึงเวลาเลิกงานแก้วตาแอบขับรถมาหาข้าวหอมเพียงลำพัง เธอจอดรถรอข้าวหอมอยู่ริมถนนด้านหน้าโรงสี พอข้าวหอมเดินผ่านเธอจึงเรียก “ข้าวหอม” “คะ” “แม่…เอ่อ…ฉันขอคุยธุระด้วยได้ไหม” “ได้ค่ะ คุณแก้วมีอะไรเหรอคะ” “ขึ้นมาบนรถก่อนสิ”
ตรีภพเรียกนลินีกับปพนเข้ามาพบในห้องทำงาน ยังไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรเขาก็ตบหน้าทั้งสองคนละครั้ง เพียะ! เพียะ! ทั้งสองหน้าหันไปตามแรงฝ่ามือ แต่ไม่มีใครหลุดเสียงร้องใด ๆ ออกมาแม้แต่น้อย “คุณตรีตบหน้าผมทำไมครับ” ปพนกับนลินียังอยู่ในอาการมึนงง อยู่ดี ๆ ก็โดนเรียกมาตบแต่
แก้วตามุ่งหน้ามายังรถยนต์ที่จอดรออยู่ ภาพเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนตอนที่เธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีหนึ่งก็ย้อนกลับเข้ามาในหัวของเธออีกครั้ง วันนั้นภายในห้องพักของทิศเหนือ เธอยื่นที่ตรวจครรภ์ให้แฟนหนุ่มที่เรียนอยู่ปีหนึ่งด้วยกันแต่ต่างคณะ‘เหนือ แก้วท้อง’ ทิศเหนือดูตกใจเมื่อได้ยินคำนั้น ‘แก้วว่าอะไรนะ’ เ












reviews