All Chapters of หลังฉันแกล้งตาย เขาก็สติแตก: Chapter 1 - Chapter 8

8 Chapters

บทที่ 1

คานประตูของตำหนักเย็นนั้นไม่ถือว่าสูงมากนัก หลังจากนำกะละมังซักผ้าสองใบมาซ้อนรองเป็นฐาน ในที่สุดฉันก็ขึ้นไปแขวนคอตัวเองได้สำเร็จกำลังจะได้กลับบ้านแล้ว!ฉันแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้กลับไปอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว พอสองเท้าออกแรงถีบส่ง ความรู้สึกขาดอากาศหายใจอย่างรุนแรงก็แล่นปราดเข้าสู่ลำคอในทันทีขณะที่สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางลง เสียงดนตรีในวังที่ดังครึกครื้นอยู่ไกล ๆ ก็ค่อย ๆ เบาลง ทุกอย่างที่ฉันเคยเผชิญมาในโลกใบนี้ฉายชัดขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับภาพม้าหมุนฉันทะลุมิติมาเกิดใหม่ในราชวงศ์เว่ยได้ 21 ปี มีเป้าหมายให้ต้องพิชิตใจถึงสี่คน ขอเพียงได้รับค่าความรู้สึกดีจากใครคนใดคนหนึ่ง ฉันในโลกเดิมก็จะรักษาโรคร้ายที่รักษาไม่หายให้หายขาดได้เป้าหมายทั้งสี่คนล้วนเป็นถึงเสาหลักของชาติ เป็นบุตรแห่งสวรรค์ ทว่าพวกเขากลับเกลียดชังฉันเข้ากระดูกดำและอยากจะให้ฉันตาย ๆ ไปซะ เพียงเพราะนางเอกของเรื่องในที่สุดระบบก็ตัดสินให้ภารกิจล้มเหลว ฉันกำลังจะได้จากไปสมใจปรารถนาของพวกเขาแล้วท่ามกลางความเลื่อนลอย ฉันคล้ายกับได้ยินเสียงใครบางคนกำลังร้องเรียกชื่อฉันหลังกลับมาหายใจได้อีกครั้ง น้ำเย็นเฉียบกะละมังห
Read more

บทที่ 2

น้ำในคูเมืองเย็นเฉียบจนบาดลึกถึงกระดูก ฉันไม่ดิ้นรนขัดขืน ปล่อยให้ตัวเองค่อย ๆ จมดิ่งลงไปใกล้จะได้กลับบ้านแล้ว ไม่รู้ว่าปีนี้พ่อกับแม่ซื้อขนมไหว้พระจันทร์รสอะไรมาบ้างท่ามกลางความมืดมิด มีใครบางคนคว้าข้อมือฉันไว้แน่น แล้วออกแรงกระชากฉันขึ้นไปเหนือน้ำอย่างเต็มแรง“เหลิ่งชิงเยว่! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!”พอฉันลืมตาขึ้นก็เห็นท่านเก้าพันปีที่เพิ่งจะวางมาดนิ่งขรึมเมื่อครู่นี้เปียกโชกไปทั้งตัว ใบหน้าซีดเผือดเอาแต่ไอไม่หยุด นัยน์ตาคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่ฉัน“เจ้าคิดว่าแกล้งทำเป็นอยากตายแล้วจะชดเชยความผิดที่ทำร้ายซู่ซินได้เช่นนั้นหรือ”ฉันมองเขาที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างสงบนิ่ง ก่อนเอ่ยปากเสียงเรียบ “เช่นนั้นก็ปล่อยให้ข้าตายจริง ๆ เสียสิ หากข้าตายไป ก็สมใจของท่านแล้วไม่ใช่หรือ”ราวกับคาดไม่ถึงว่าฉันจะพูดแบบนี้ ซ่งหวยเอินโมโหจนขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที“ซู่ซินเพิ่งจะกลับมา ข้าเพียงไม่อยากให้นางต้องมากลุ้มใจเพราะเจ้าอีก”เมื่อเห็นหางตาที่แดงเรื่อของซ่งหวยเอิน จู่ ๆ ฉันก็นึกถึงเรื่องในอดีต ตอนตระกูลซ่งเพิ่งจะถูกตัดสินโทษ ซ่งหวยเอินต้องทนรับเสียงด่าทอจากผู้คนมากมายเขาสุขภาพไม่ค่อยดี แถมย
Read more

บทที่ 3

ใบของต้นยี่โถมีพิษร้ายแรง แต่เพียงแค่เหลิ่งซู่ซินชอบ เหลิ่งชิงหยางก็มีวิธีทำให้มันผลิดอกบานสะพรั่งในจวนตระกูลเหลิ่งได้ตลอดทั้งสี่ฤดูฉันกลัวว่าจะมีคนเผลอกินเข้าไปจึงคัดค้านการปลูกดอกไม้มีพิษชนิดนี้ เหลิ่งซู่ซินก็เลยเอาแต่ร้องไห้ จนกินข้าวไม่ลง“พี่หญิงไม่ชอบข้า จึงไม่ยอมให้ท่านพี่ปลูกดอกไม้ให้ข้าใช่หรือไม่”เหลิ่งชิงหยางดึงเหลิ่งซู่ซินไปหลบหลังตัวเอง ก่อนแค่นหัวเราะเย็นชาใส่ฉัน “เจ้าคิดจะเล่นงานซู่ซินก็หาเหตุผลที่ดีกว่านี้เสียหน่อยเถิด ของขมเช่นนี้ จะมีผู้ใดเผลอกินเข้าไปได้ พอเอาเข้าปากก็ทนขมไม่ไหวจนต้องบ้วนทิ้งอยู่ดี”ไม่นึกเลยว่าตอนนี้มันจะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ฉันได้จากไปความขมฝาดอย่างรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วช่องปากอย่างรวดเร็ว ฉันฝืนทนความรู้สึกคลื่นไส้ บังคับตัวเองให้กลืนมันลงไปครั้งนี้ฉันจะได้กลับบ้านเสียที!เหลิ่งชิงหยางโยนโคมไฟกระต่ายในมือทิ้ง ก้าวฉับ ๆ เข้ามาทุบหลังฉัน นิ้วมือหยาบกร้านง้างปากฉันออก แล้วควานลึกเข้าไปในปากของฉันอย่างแรง“คายออกมาเดี๋ยวนี้! เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ!”ฉันดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต ร่างกายชาไปแล้วครึ่งซีก กัดฟันแน่นไม่ยอมอ้าปาก จนกัดนิ้
Read more

บทที่ 4

กระบี่ของหลี่อวิ๋นเจ๋อคมกริบมาก แม้ว่าในตอนหลังเขาจะรั้งพละกำลังกลับไปบ้างแล้ว แต่คมกระบี่ก็ยังคงแทงทะลุใต้ผิวหนังของฉันลึกกว่าสองนิ้วเพราะกินยาสูตรพิเศษเข้าไปก่อนหน้านี้ ความเจ็บปวดบนร่างกายของฉันจึงรุนแรงกว่าคนทั่วไปเลือดค่อย ๆ ไหลออกมา จนฉันหมดเรี่ยวแรงล้มฟุบจมกองเลือดค่อยยังชั่ว ทนอีกนิด ฉันก็จะได้กลับบ้านแล้ว!ตำหนักบูรพาวุ่นวายไปหมด ทุกคนต่างพากันมามุงดูอยู่รอบตัวฉัน ฉันสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังใช้เนื้อผ้าบนตัวของเขามาห้ามเลือดให้ฉัน“เหลิ่งชิงเยว่ เจ้าห้ามหลับตาเด็ดขาด!”ท่ามกลางความเลื่อนลอย ฉันคล้ายกับมองเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยของคนคนหนึ่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการกรำศึก กำลังตะโกนเรียกชื่อฉัน“ลู่เจา”พอสองคำนี้หลุดออกจากปากฉัน ความทรงจำในวัยเยาว์นับไม่ถ้วนก็ผุดขึ้นมาทั้งหมดตระกูลลู่กับตระกูลของฉันเป็นเพื่อนเก่าแก่กันมาหลายชั่วอายุคน ตอนฉันกับเหลิ่งชิงหยางเพิ่งเดินทางมาตั้งรกรากที่เมืองหลวง เราก็พักอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลลู่ตอนนั้นลู่เจาถือทวนพู่แดงเล่มหนึ่ง พอเจอหน้าฉัน เขาก็ใช้ทวนตวัดดึงริบบิ้นมัดผมของฉันหลุดออกอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดินใด ๆ เมื่อเห็นเ
Read more

บทที่ 5

ทุกคนต่างชะงักไปชั่วครู่ ร่างของเหลิ่งซู่ซินสั่นสะท้านไปวูบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ เธอก็รีบดึงสติกลับมาเป็นปกติ แล้วส่ายหน้าด้วยท่าทีไร้เดียงสา“ข้า...ไม่ใช่ ข้าไม่ได้ทำนะ”หลี่อวิ๋นเจ๋อดึงเหลิ่งซู่ซินเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกด้วยความปวดใจ พลางเช็ดคราบน้ำตาจาง ๆ บนใบหน้าของเธอ“ซู่ซินอย่าร้องไห้เลย เราทุกคนล้วนรู้ดีว่าเจ้าเป็นคนอย่างไร”เหลิ่งชิงหยางเองก็คอยอยู่เคียงข้างเหลิ่งซู่ซิน พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้เธอหัวเราะ“น้องซู่ซินไม่ร้องแล้วนะ ประเดี๋ยวพี่ชายจะอยู่เป็นเพื่อนชมจันทร์ น้องสาวของเรางดงามยิ่งกว่าเทพธิดาฉางเอ๋อร์เสียอีก”ท่ามกลางการห้อมล้อมของทุกคน เหลิ่งซู่ซินก็เปลี่ยนจากร้องไห้เป็นหัวเราะ เมื่อหันมามองฉันอีกครั้ง บนใบหน้าของเธอก็แฝงไปด้วยความได้ใจและท้าทายฉันหลุดหัวเราะ “เห็นหรือไม่ ข้าพูดไปเป็นพันเป็นหมื่นคำ ก็ยังเทียบไม่ได้กับน้ำตาเพียงไม่กี่หยดของสตรีผู้นั้น เช่นนี้แล้วพวกท่านยังจะให้ข้าพูดอะไรอีก ข้าพูดไปก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี!”จู่ ๆ ลู่เจาก็เอ่ยปากขึ้นเบา ๆ แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่น “ข้าเชื่อเจ้า ชิงเยว่ ข้าจะรับเจ้ากลับบ้าน ต่
Read more

บทที่ 6

ฉันรู้สึกว่าตัวเองหลับไปนานมาก ในฝันเห็นแต่ใบหน้าที่มีน้ำตานองหน้าด้วยความห่วงใยของพ่อกับแม่“เยว่เยว่ไม่ต้องกลัวนะ ลูกจะหายดี พ่อกับแม่จะขายทุกอย่างที่มีมาเพื่อรักษาลูกให้ได้”ดังนั้นเมื่อระบบติดต่อมา ฉันจึงตกลงเข้าสู่โลกภารกิจโดยไม่ลังเลระบบหยุดเวลาในโลกเดิมของฉันไว้ ตอนฉันจากมาก็เป็นช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์พอดี แม่บอกว่าจะซื้อขนมไหว้พระจันทร์รสที่ฉันชอบกลับบ้าน...ในฝันฉันทำภารกิจสำเร็จ แต่พอกลับถึงบ้านกลับไม่เจอพ่อแม่ฉันหาทั่วทุกมุมห้อง แต่ก็หาไม่เจอ“พ่อ! แม่!”ฉันร้องไห้ตะโกนจนตื่นขึ้นมา เบื้องหน้าคือใบหน้าของเหลิ่งชิงหยางที่เหมือนกับฉันถึงแปดส่วนเขาเห็นฉันฟื้นขึ้นมาก็ไม่ได้ถากถางเหมือนปกติ แต่กลับเอ่ยปากอย่างลังเลว่า “เจ้า...ฝันถึงท่านพ่อท่านแม่หรือ เจ้าลืมคำสั่งเสียของพวกเขาไปแล้วหรือ พวกเขาบอกให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี การที่เจ้าหาความตายเช่นนี้ หรืออยากให้ท่านพ่อท่านแม่นอนตายตาไม่หลับ เชื่อข้าเถิด เจ้าจงทำตัวให้ว่าง่ายเสียหน่อย”ฉันตะโกนด้วยความโกรธว่า “คุณไม่ใช่พี่ชายฉัน ฉันเป็นลูกสาวคนเดียว ไม่มีพี่ชายอะไรทั้งนั้น พวกคุณที่อยู่ที่นี่เป็นแค่โลกภารกิจ ฉันจะไป ฉันจ
Read more

บทที่ 7

ฉันถูกจับวางแหมะอยู่ตรงหน้าเหลิ่งซู่ซินราวกับปลาตายตัวหนึ่ง ฉันอยากจะถามเธอเหลือเกิน ว่าทำไมถึงต้องทำร้ายฉันถึงขนาดนี้ทว่าเหลิ่งซู่ซินกลับชิงเอ่ยปากขึ้นมาก่อน “ดูเอาเถอะ นี่ต่างหากคือจุดจบที่ตัวประกอบหญิงอย่างเธอสมควรได้รับ ไม่ต้องตกใจไป ฉันเองก็เป็นคนทำภารกิจเหมือนกัน แถมยังเป็นนางเอกของโลกนี้ด้วย ตัวประกอบหญิงอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรถึงกล้ามาแย่งพระเอกของฉัน”ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ตอนนี้ฉันกลับหวังให้เหลิ่งซู่ซินเกลียดฉันจนลงมือฆ่าฉันให้ตาย เกมนี้ฉันไม่เล่นแล้ว ภารกิจอะไรฉันก็ไม่ทำแล้ว ฉันแค่อยากกลับบ้านเหลิ่งซู่ซินราวกับเดาความคิดของฉันออกจึงแค่นหัวเราะเยาะ “อยากตายเหรอ ฉันไม่ปล่อยให้เธอสมหวังหรอกนะ ถ้าทำภารกิจล้มเหลวแล้วยังรั้งอยู่ที่นี่ต่อไปอีกหนึ่งปี ร่างกายของเธอในโลกเดิมก็จะไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้อีก ส่วนฉันก็จะได้รับค่าการพิชิตใจในส่วนของเธอไป แล้วก็ทำภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างราบรื่น อย่ามาโทษฉันเลยนะ เพราะพวกพระเอกในโลกภารกิจพิชิตใจยากเกินไปต่างหาก เห็น ๆ ว่าแต่ละคนเหมือนจะรักฉันจนเข้ากระดูก แต่กลับไม่เคยไปถึงระดับสูงสุดซะที ทั้งหมดมันก็เพราะการมีอยู่ของเธอนั่นแหละ! รอให
Read more

บทที่ 8

เหลิ่งซู่ซินแกล้งทำเป็นใจดีสู้เสือ “ท่านพี่หวยเอินคงจะตาฝาดไปแล้วกระมัง พวกนางรับใช้ของข้าที่นี่ล้วนคัดเลือกแต่คนรูปร่างกำยำล่ำสัน มองจากภายนอกจึงดูคล้ายบุรุษอยู่บ้าง”แม้ซ่งหวยเอินจะยังคงสงสัย แต่เขาก็มักจะเชื่อคำพูดของเหลิ่งซู่ซินอย่างไม่มีเงื่อนไขมาตลอดเหลิ่งซู่ซินเสนอตัวอยากไปส่งฉันกลับด้วยตัวเอง และให้บรรดาพระเอกรออยู่ข้างนอกก่อนเมื่อเข้ามาถึงในอาราม เหลิ่งซู่ซินก็สั่งให้บ่าวไพร่ถอยออกไป แล้วบีบคางฉันอย่างแรง ระยะห่างของเราแทบจะแนบชิดหน้าติดกัน“เธออยากขอความช่วยเหลือใช่ไหม เลิกคิดไปได้เลย! เธอคิดว่าพวกนั้นไม่รู้เหรอว่าเธอกำลังทนทรมานอยู่น่ะ ไม่มีใครเขาสนใจหรอก!”ฉันยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนเอื้อมมือไปสัมผัสริมฝีปากของเหลิ่งซู่ซิน แล้วริมฝีปากของเธอเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำอย่างรวดเร็วฉันไม่ได้ตั้งใจจะขอความช่วยเหลือจากพวกพระเอกเลย แต่ต้องการยั่วโมโหเหลิ่งซู่ซินต่างหากมือของฉันทาพิษแมลงไว้ก่อนแล้ว เมื่อครู่นี้ยังแอบป้ายละอองเกสรดอกยี่โถจากแขนเสื้อของเหลิ่งชิงหยางมาอีก เมื่อสองสิ่งนี้ผสมเข้าด้วยกัน เพียงแค่สัมผัสก็ถึงฆาตส่วนยาเม็ดปลอบวิญญาณในร่างกายของฉันก็ต้านทานพิษนี้ได้
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status