Masukในงานเลี้ยงสังสรรค์คืนเทศกาลไหว้พระจันทร์ องค์รัชทายาทได้ปล่อยนางสนมทั้งหมดเพื่อสตรีที่เป็นรักแรกของเขา คนอื่น ๆ ต่างรับเงินและเดินทางกลับไปอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวอย่างชื่นมื่น ฉันไม่มีที่ให้ไป จึงทำได้เพียงหาผ้าแพรขาวมาผูกคอตายที่หน้าประตูตำหนักเย็น เมื่อทะลุมิติมาเกิดใหม่ในโลกนี้ ฉันพยายามอย่างหนักเพื่อพิชิตใจพระเอกทั้งสี่คนของโลกนี้มาตลอด 21 ปี ทว่าตอนนี้คนสุดท้ายก็ล้มเหลวลงแล้วเช่นกัน ระบบบอกว่าขอเพียงแค่ร่างกายนี้ตายลง ฉันก็จะกลับบ้านไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวได้ ก่อนที่สติจะดับวูบไป ฉันคล้ายกับได้ยินเสียงใครบางคนตะโกนเรียกชื่อฉันอย่างคนสติแตก
Lihat lebih banyakเหลิ่งซู่ซินแกล้งทำเป็นใจดีสู้เสือ “ท่านพี่หวยเอินคงจะตาฝาดไปแล้วกระมัง พวกนางรับใช้ของข้าที่นี่ล้วนคัดเลือกแต่คนรูปร่างกำยำล่ำสัน มองจากภายนอกจึงดูคล้ายบุรุษอยู่บ้าง”แม้ซ่งหวยเอินจะยังคงสงสัย แต่เขาก็มักจะเชื่อคำพูดของเหลิ่งซู่ซินอย่างไม่มีเงื่อนไขมาตลอดเหลิ่งซู่ซินเสนอตัวอยากไปส่งฉันกลับด้วยตัวเอง และให้บรรดาพระเอกรออยู่ข้างนอกก่อนเมื่อเข้ามาถึงในอาราม เหลิ่งซู่ซินก็สั่งให้บ่าวไพร่ถอยออกไป แล้วบีบคางฉันอย่างแรง ระยะห่างของเราแทบจะแนบชิดหน้าติดกัน“เธออยากขอความช่วยเหลือใช่ไหม เลิกคิดไปได้เลย! เธอคิดว่าพวกนั้นไม่รู้เหรอว่าเธอกำลังทนทรมานอยู่น่ะ ไม่มีใครเขาสนใจหรอก!”ฉันยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนเอื้อมมือไปสัมผัสริมฝีปากของเหลิ่งซู่ซิน แล้วริมฝีปากของเธอเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำอย่างรวดเร็วฉันไม่ได้ตั้งใจจะขอความช่วยเหลือจากพวกพระเอกเลย แต่ต้องการยั่วโมโหเหลิ่งซู่ซินต่างหากมือของฉันทาพิษแมลงไว้ก่อนแล้ว เมื่อครู่นี้ยังแอบป้ายละอองเกสรดอกยี่โถจากแขนเสื้อของเหลิ่งชิงหยางมาอีก เมื่อสองสิ่งนี้ผสมเข้าด้วยกัน เพียงแค่สัมผัสก็ถึงฆาตส่วนยาเม็ดปลอบวิญญาณในร่างกายของฉันก็ต้านทานพิษนี้ได้
ฉันถูกจับวางแหมะอยู่ตรงหน้าเหลิ่งซู่ซินราวกับปลาตายตัวหนึ่ง ฉันอยากจะถามเธอเหลือเกิน ว่าทำไมถึงต้องทำร้ายฉันถึงขนาดนี้ทว่าเหลิ่งซู่ซินกลับชิงเอ่ยปากขึ้นมาก่อน “ดูเอาเถอะ นี่ต่างหากคือจุดจบที่ตัวประกอบหญิงอย่างเธอสมควรได้รับ ไม่ต้องตกใจไป ฉันเองก็เป็นคนทำภารกิจเหมือนกัน แถมยังเป็นนางเอกของโลกนี้ด้วย ตัวประกอบหญิงอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรถึงกล้ามาแย่งพระเอกของฉัน”ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ตอนนี้ฉันกลับหวังให้เหลิ่งซู่ซินเกลียดฉันจนลงมือฆ่าฉันให้ตาย เกมนี้ฉันไม่เล่นแล้ว ภารกิจอะไรฉันก็ไม่ทำแล้ว ฉันแค่อยากกลับบ้านเหลิ่งซู่ซินราวกับเดาความคิดของฉันออกจึงแค่นหัวเราะเยาะ “อยากตายเหรอ ฉันไม่ปล่อยให้เธอสมหวังหรอกนะ ถ้าทำภารกิจล้มเหลวแล้วยังรั้งอยู่ที่นี่ต่อไปอีกหนึ่งปี ร่างกายของเธอในโลกเดิมก็จะไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้อีก ส่วนฉันก็จะได้รับค่าการพิชิตใจในส่วนของเธอไป แล้วก็ทำภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างราบรื่น อย่ามาโทษฉันเลยนะ เพราะพวกพระเอกในโลกภารกิจพิชิตใจยากเกินไปต่างหาก เห็น ๆ ว่าแต่ละคนเหมือนจะรักฉันจนเข้ากระดูก แต่กลับไม่เคยไปถึงระดับสูงสุดซะที ทั้งหมดมันก็เพราะการมีอยู่ของเธอนั่นแหละ! รอให
ฉันรู้สึกว่าตัวเองหลับไปนานมาก ในฝันเห็นแต่ใบหน้าที่มีน้ำตานองหน้าด้วยความห่วงใยของพ่อกับแม่“เยว่เยว่ไม่ต้องกลัวนะ ลูกจะหายดี พ่อกับแม่จะขายทุกอย่างที่มีมาเพื่อรักษาลูกให้ได้”ดังนั้นเมื่อระบบติดต่อมา ฉันจึงตกลงเข้าสู่โลกภารกิจโดยไม่ลังเลระบบหยุดเวลาในโลกเดิมของฉันไว้ ตอนฉันจากมาก็เป็นช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์พอดี แม่บอกว่าจะซื้อขนมไหว้พระจันทร์รสที่ฉันชอบกลับบ้าน...ในฝันฉันทำภารกิจสำเร็จ แต่พอกลับถึงบ้านกลับไม่เจอพ่อแม่ฉันหาทั่วทุกมุมห้อง แต่ก็หาไม่เจอ“พ่อ! แม่!”ฉันร้องไห้ตะโกนจนตื่นขึ้นมา เบื้องหน้าคือใบหน้าของเหลิ่งชิงหยางที่เหมือนกับฉันถึงแปดส่วนเขาเห็นฉันฟื้นขึ้นมาก็ไม่ได้ถากถางเหมือนปกติ แต่กลับเอ่ยปากอย่างลังเลว่า “เจ้า...ฝันถึงท่านพ่อท่านแม่หรือ เจ้าลืมคำสั่งเสียของพวกเขาไปแล้วหรือ พวกเขาบอกให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี การที่เจ้าหาความตายเช่นนี้ หรืออยากให้ท่านพ่อท่านแม่นอนตายตาไม่หลับ เชื่อข้าเถิด เจ้าจงทำตัวให้ว่าง่ายเสียหน่อย”ฉันตะโกนด้วยความโกรธว่า “คุณไม่ใช่พี่ชายฉัน ฉันเป็นลูกสาวคนเดียว ไม่มีพี่ชายอะไรทั้งนั้น พวกคุณที่อยู่ที่นี่เป็นแค่โลกภารกิจ ฉันจะไป ฉันจ
ทุกคนต่างชะงักไปชั่วครู่ ร่างของเหลิ่งซู่ซินสั่นสะท้านไปวูบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ เธอก็รีบดึงสติกลับมาเป็นปกติ แล้วส่ายหน้าด้วยท่าทีไร้เดียงสา“ข้า...ไม่ใช่ ข้าไม่ได้ทำนะ”หลี่อวิ๋นเจ๋อดึงเหลิ่งซู่ซินเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกด้วยความปวดใจ พลางเช็ดคราบน้ำตาจาง ๆ บนใบหน้าของเธอ“ซู่ซินอย่าร้องไห้เลย เราทุกคนล้วนรู้ดีว่าเจ้าเป็นคนอย่างไร”เหลิ่งชิงหยางเองก็คอยอยู่เคียงข้างเหลิ่งซู่ซิน พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้เธอหัวเราะ“น้องซู่ซินไม่ร้องแล้วนะ ประเดี๋ยวพี่ชายจะอยู่เป็นเพื่อนชมจันทร์ น้องสาวของเรางดงามยิ่งกว่าเทพธิดาฉางเอ๋อร์เสียอีก”ท่ามกลางการห้อมล้อมของทุกคน เหลิ่งซู่ซินก็เปลี่ยนจากร้องไห้เป็นหัวเราะ เมื่อหันมามองฉันอีกครั้ง บนใบหน้าของเธอก็แฝงไปด้วยความได้ใจและท้าทายฉันหลุดหัวเราะ “เห็นหรือไม่ ข้าพูดไปเป็นพันเป็นหมื่นคำ ก็ยังเทียบไม่ได้กับน้ำตาเพียงไม่กี่หยดของสตรีผู้นั้น เช่นนี้แล้วพวกท่านยังจะให้ข้าพูดอะไรอีก ข้าพูดไปก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี!”จู่ ๆ ลู่เจาก็เอ่ยปากขึ้นเบา ๆ แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่น “ข้าเชื่อเจ้า ชิงเยว่ ข้าจะรับเจ้ากลับบ้าน ต่






Peringkat
Ulasan-ulasanLebih banyak