All Chapters of ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก: Chapter 21 - Chapter 30

70 Chapters

บทที่ 11 ทำไมตระกูลฟู่ถึงชนะ 1/2

ท่านหญิงชิงหนิงยืนอมยิ้มมุมปาก นางไม่คิดว่าตระกูลฟู่จะเล่นแง่กับองค์หญิงสามเช่นนี้ นับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว นางจึงยิ้มส่งไมตรีซ่อนมีดไปให้กับฟู่อินเหยา แต่ทว่าฟู่อินเหยาไม่ไว้ใจผู้ใดทั้งนั้น นางนอกจากไม่ยิ้มตอบกลับยังถือดีอีกด้วย “พวกเราไปกลับ ปี้ถังสหายข้ารอนานแล้ว” ฟู่อินเหยาเดินไปโดยมีเหล่าน้อย ๆ ที่เดินตามหลังอีกสามคน แต่ทว่าที่คนอื่นไม่รู้คือแม่ทัพฟู่สั่งให้ยอดฝีมือตามติดเหล่าลูก ๆ อยู่ก่อนแล้วและมากด้วยฝีมือ หากผู้ใดลงมือกับเหล่าเด็ก ๆ ก็ไม่อาจผ่านไปได้ ขณะที่เหล่าตระกูลฟู่เดินมุ่งหน้ากลับ ก็มีมีดบินเล่มหนึ่งพุ่งตรงมายังหน้าอินเหยานางผงะครู่หนึ่งก่อนจะมีก้อนหินซัดเข้าหาเพื่อเบี่ยงทิศทางของมีดเล่มนั้น ฉึก! อินเหยาหันขวับไปยังคนเบื้องหลัง แต่ละคนทำหน้าเหมือนไม่ใช่ต้นเหตุของมีดเล่มนี้ ทำให้อินเหยาแปลกใจ “พี่เฉินไหลข้ารู้ว่าท่านตามพวกข้าอยู่ ตามจับตัวมาให้ได้” อินเหยารู้เช่นกันว่าไม่ได้เดินอยู่ลำพัง แต่พี่เฉินไหลไม่เคยปากโป้งเท่านั้น ต่อให้นางก่อเรื่องหากไม่ใช่เรื่องใหญ่บิดาจะไม่ลงมายุ่ง เพราะเกรงใจนาง “ข้าไปส่งพวกเจ้าเอง” เหลียงจื่
Read more

บทที่ 11 ทำไมตระกูลฟู่ถึงชนะ 2/2

ปี้ถังมองคนที่มาชุบมือเปิบเอาดีเข้าตัวอย่างท่านหญิงชิงหนิงแล้วก็ไม่วางใจ จึงกระซิบข้างใบหูฟู่อินเหยา “ข้าว่าปลอม” ปี้ถังพูด “ข้าก็ว่าอย่างนั้น” อินเหยาตอบ สองคนที่ทะลุมิติมาเหมือนกันพยักหน้าใส่กันทั้งซุบซิบแล้วก็ตัดสินใจได้หนึ่งอย่าง “ข้าจะเห็นแก่รุ่ยอ๋องก็แล้วกัน ปิ่นนี้คืนให้องค์ชายรองก็ได้เพคะ แต่ท่านพี่น้องติดค้างสกุลฟู่หนึ่งอย่าง เมื่อใดที่พวกเราเรียกร้องย่อมต้องได้ รุ่ยอ๋องเป็นพยาน” แน่นอนว่านางไม่ยอมให้เรื่องผ่านไป และไม่ยอมให้ใครชุบมือเปิดเอาความดีใส่ตัว สายตาของท่านหญิงชิงหนิงน่ากลัวกว่าคนร้ายที่เปิดเผยแบบองค์หญิงสามเสียอีก แน่นอนว่าผีย่อมเห็นผี ข้าเป็นนางร้ายจะอ่านคนไม่ออกได้อย่างไร องค์หญิงสามรู้สึกเสียศักดิ์ศรีนัก แต่ทว่าไม่มีทางเลือกอื่น นางไร้หนทางแล้วจึงต้องยอมเป็นเบี้ยล่างให้ตระกูลฟู่ ส่วนพี่ใหญ่นางก็พาลโดนเล่นงานไปด้วยนางกลับไปต้องโดนบ่นแน่ “ก็ได้...นางติดค้างเจ้า ส่วนข้าติดค้างน้องสาวเจ้า” องค์ชายรองสรุปแล้วก็รับปิ่นนี้คืนมา จากนั้นก็พาน้องสาวเข้าวัง รุ่ยอ๋องโล่งใจที่เจ้าหนูน้อยนี่ยอมถอย
Read more

บทที่ 12 ตระกูลฮัน 1/2

ฮันซู่ลี่ ได้รับรายงานจากคนของตัวเองแล้วว่าทำงานพลาดก็เจ็บใจนัก นางจึงสั่งเสียงเหี้ยม “ปิดปากพวกมันคนตายเท่านั้นที่พูดไม่ได้!” “ขอรับ” ฮันซู่ลี่บุตรสาวคนที่ห้าของตระกูลฮัน ผู้พลาดการแต่งงานที่เรียกว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์ เนื่องจากฮองเฮาได้ทาบทามนางเอาไว้เป็นชายาองค์ชายใหญ่ แต่หลังจากเกิดเรื่องของพี่สาว เรื่องการแต่งงานก็ไม่ถูกพูดถึงอีก ผู้คนต่างหัวเราะเยาะตระกูลฮันว่าเป็นหม้ายขันหมาก ทั้งไม่มีสกุลใดในเมืองหลวงกล้ามาสู่ขอหรือส่งแม่สื่อมาทาบทามอีก จนเวลาล่วงเลยมาห้าปี ฮันซู่ลี่อายุได้ยี่สิบปีแล้ว ถือว่าเลยวัยออกเรือนไปมากสำหรับแคว้นหลินแห่งนี้ และนี่คือความบาดหมางเดียวที่ตระกูลฮันเจ็บแค้นใจ ไม่คิดคบหาตระกูลฟู่อีกเลย รวมถึงหาช่องทางแก้แค้นเสมอมา ณ ห้องรับรองส่วนตัวของร้านปี้เหยา ภายในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อพี่เฉินไหลกลับมารายงาน “คนร้ายถูกสังหาร” ฟู่อินเหยากับปี้ถังมองหน้ากัน เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ นางจึงอยากปรึกษากันสองคน “พวกเจ้าออกไปก่อนข้าจะคุยกับพี่เฉินไหลแล
Read more

บทที่ 12 ตระกูลฮัน 2/2

‘นี่ข้าแค่สิบหนาวนะ ทำไมพวกเขาพูดเหมือนจะเกี้ยวข้า!’ ยิ่งเมื่อหันกลับไปเจอปี้ถังที่ร่างกายสิบหนาว แต่วิญญาณเป็นผู้หญิงวัยยี่สิบกว่าปี ทั้งคำพูดท่าทางของสองบุรุษนางเชื่อว่าปี้ถังเองก็คิดเหมือนนาง “เห้อ...นางร้ายในนิยายจะกลายเป็นนางเอกแล้วกระมัง” คำพูดลอย ๆ ของปี้ถังทำให้นางสีหน้าขุ่นมัว ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก! “นิยายคืออะไรหรือพี่ปี้ถัง” อินจื้อเอียงคอถามอย่างน่ารัก ทำให้ปี้ถังยกมือขึ้นบิดแก้มยุ้ย ๆ ของอินจื้อหนึ่งที “ก็เป็นเรื่องที่คนแต่งขึ้นเพื่อความสำราญใจอย่างไรเล่าเจ้าค่ะ” อินจ้านเกาหัวกับคำตอบ แม้ว่าพี่ใหญ่กับพี่ปี้ถังมักจะมีคำพูดแปลก ๆ ที่พวกเขาไม่เข้าใจ แต่ทว่าสองคนนี้ต่างเข้าใจกันเอง จนเขานึกแปลกใจนัก “เอาเถอะ วันนี้พวกเราก่อเรื่อง ข่มขู่คน สุดท้ายก็จบด้วยการโดนปองร้าย ดังนั้นจนกว่าท่านพ่อกับท่านแม่จะกลับ ต้องระวังตัวให้ดี ไม่รู้ว่าที่จวนเรามีไส้ศึกหรือไม่” อินเหยาไม่ค่อยไว้ใจ ศัตรูเลือกลงมือตอนท่านพ่อไม่อยู่เท่ากับรู้ความเคลื่อนไหวในจวน หากท่านพ่ออยู่คิดว่าพวกนั้นคงไม่กล้านัก คล้ายกับเมื่อตอนท
Read more

บทที่ 13 ตระกูลเหลียงส่งบุตรชายไปต่างแคว้น 1/2

ตระกูลเหลียงเกี่ยวข้องกับราชวงศ์แคว้นฉิน เพราะว่าน้องสาวของหงอิงเพ่ยได้แต่งงานกับฮ่องเต้แคว้นฉิน ดังนั้นเพื่อให้องค์รัชทายาทของแคว้นฉินมีสหายร่วมศึกษา จึงส่งบุตรชายเพียงคนเดียวไปศึกษาต่อที่แคว้นฉิน เพราะว่าหากรับราชการที่แคว้นหลินก็คงได้ตำแหน่งที่ดีไม่น้อย และหากไร้วาสนาแคว้นหลินก็ยังมีแคว้นฉิน ที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สองให้ตระกูลเหลียง นับว่าความคิดอ่านของฮูหยินเหลียงและเสนาบดี เหลียงคิดการณ์ได้รอบคอบ ทั้งยังเหยียบเรือสองแคมโดยที่ไม่ทำให้คนในราชสำนักระแวงสงสัย ด้วยเพราะสองแคว้นเป็นพันธมิตรกันเสมอมา และตระกูลเหลียงเหมือนญาติสนิทกับราชวงศ์แคว้นฉินอีกด้วย ตกดึก คนในจวนตระกูลเหลียงหลับสนิทกันหมดแล้ว แต่มีหนึ่งคนที่ยังรอเวลาทุกคนหลับ และปลอมตัวด้วยชุดดำออกไป แต่เมื่อมาถึงจวนตระกูลฟู่ เขากลับลอบเข้าไม่ได้ ทั้งมียอดฝีมือซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ๆ จึงทำได้เพียงปีนอยู่บนต้นไม้มองดูจวนของตระกูลฟู่ที่จุดคบเพลิงจนสว่างเหมือนตอนกลางวัน ภายในห้องหนังสือของแม่ทัพฟู่ ทั้งฮูหยิน และบุตรสาวคนโตรวมถึงปี้ถังและเฉินไหลนั่งหารืออยู่ร่วมกัน “เจ้ามั่นใจใช่หรือไม่
Read more

บทที่ 13 ตระกูลเหลียงส่งบุตรชายไปต่างแคว้น 2/2

วันถัดมาเป็นวันที่แสนวุ่นวายที่สุด ขบวนของจวนเหลียงมีรถม้ากว่าสิบคันตั้งเรียงรายอยู่หน้าจวน แต่เท่านั้นไม่พอยังมีทหารกับคนของท่านเสนาบดีเหลียงที่จัดคนเดินทางไปรักษาความปลอดภัยให้กับลูกชายที่จะไปศึกษายังสำนักอาจารย์ ซื่อหม่าถาน สำนักศึกษาชื่อดังที่มีลูกศิษย์ทั้งแคว้นหลินและแคว้นฉินเดินทางไปศึกษา ตอนหลังมาฝ่าบาทหลินไท่จง ให้สร้างสำนักศึกษาที่แคว้นหลิน โดยให้ศิษย์เอกของอาจารย์ซื่อหม่าถานมาเป็นอาจารย์สอน แต่กระนั้นก็ยังเป็นสำนักศึกษาในวัง ผู้ที่มีสิทธิ์ได้เรียนก็ยังคงเป็นชนชั้นสูง และลูกหลานขุนนางคนสำคัญ แต่ฮูหยินเหลียงเห็นว่าตนนั้นมีน้ำหนักพอที่จะส่งบุตรชายไปศึกษายังต่างแคว้น และเป็นต้นกำเนิดสำนักได้ จึงปรึกษากับสามีและส่งบุตรชายไปตั้งแต่ย่างเข้าหกหนาว แต่ให้คำมั่นกับฝ่าบาทไว้ว่า เมื่อสอบจิ้นซื่อ ต้องให้บุตรชายมาสอบที่แคว้นหลินก่อน เนื่องจากไม่อยากให้คนมากฝีมือตกไปยังแคว้นข้างเคียง ครั้นนี้บุตรชายกลับมาเยี่ยมบ้าน นับว่านางดีใจไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเวลาก็เดินไปรวดเร็วจนคนเป็นแม่ใจหาย สองสามีภรรยาตระกูลเหลียงยืนส่งบุตรชายที่ด้านหน้าจวน ฮูห
Read more

บทที่ 14 มิได้ข่มขู่ 1/2

เช้าตรู่วันที่นัดไปเยี่ยมเยียนตระกูลฮัน ฟู่อินเหยาตื่นแต่เช้าพร้อมกับปี้ถังที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวเอกในวันนี้ที่ต้องเอามาเชิดหุ่นคือหลิงหยวนที่ยังนอนคุดคู้ไม่ยอมลุกจนคนเป็นพี่สาวปวดหัว “หลิงหยวนตื่นเดี๋ยวนี้ ไหนบอกว่าจะช่วยพี่ใหญ่สืบหาคนร้ายอย่างไรเล่า” เมื่อวานบนโต๊ะอาหารของจวนตระกูลฟู่ มีพี่เฉินไหลเป็นคนดูแลแทนสาวใช้คนอื่นในเรือน และจัดการไล่ทุกคนออกไป เหลือแต่เหล่าพี่น้องตระกูลฟู่ กับผู้เป็นบิดามารดารวมทั้งปี้ถังที่เป็นคนสำคัญอีกคน เจ้าเด็กน้อยหลิงหยวนพูดจาแย่งความดีกับน้องชายวัยห้าหนาวของตนเอง ที่มักมีปากเสียงกับอินจื้อเรื่องเอาหน้า ‘พี่ใหญ่อย่าห่วงเลย ข้าหลิงหยวนย่อมช่วยท่านค้นหาความจริงได้แน่’ แต่วันนี้เด็กปากเก่งเมื่อเช้าไม่ยอมตื่น จนปี้ถังยกน้ำที่ตั้งอยู่ด้านนอกที่อากาศเย็นยะเยือกมาให้หนึ่งถัง และนั่นเป็นฟู่อินเหยาที่เตือนน้องสาวเป็นครั้งสุดท้าย “หากเจ้าไม่ลุกข้าจะให้ปี้ถังสาดน้ำใส่เจ้า” “อื้อ...พี่ใหญ่...ขอนอนอีกครู่เถิด” เพราะเมื่อคืนมัวแต่เลือกชุดโน้นชุดนี้ เวลาล่วงเลยไปไกลจนนางลืมไปว่าต้องตื่นแต่เช้า
Read more

บทที่ 14 มิได้ข่มขู่ 2/2

พูดจบฟู่ลีหยวนยกถ้วยชาขึ้นเป่า คล้ายเฝ้ารอคำตอบจากสองสามีภรรยาตรงหน้าที่กำลังตกอกตกใจ “คุณหนูใหญ่เป็นอันใดหรือไม่” ฮูหยินฮันร้อนใจรีบซักถามคล้ายเป็นห่วงเป็นใย แต่ว่า... “ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ข้าโชคดี” นางตอบเพียงเท่านั้นแต่ไม่ได้เผยความลับเรื่องคนติดตามพวกนางให้คนอื่นได้ล่วงรู้ นี่เป็นความลับของตระกูลที่พูดมากไม่ได้ “จับตัวคนร้ายได้หรือไม่ท่านแม่ทัพ” เป็นฮันซื่อฝูเอ่ยถามบิดาของฟู่อินเหยา สร้างรอยยิ้มให้กับปี้ถังและนางยิ่ง “ท่านถามได้ดีเชียว ข้ากำลังจะบอกเรื่องนี้พอดี” ฟู่ลีหยวนไม่รีบร้อนตอบ แต่หันมาถามเป็นครั้งที่สอง “คุณหนูห้าไม่ทราบอยู่หรือไม่ ข้ามีเรื่องจะหารือถึงเรื่องนี้พอดี” ฮันซื่อฝูตกใจจนหน้าซีด แม้ปากจะมีรอยยิ้มประดับอยู่ แต่แววตาของท่านแม่ทัพเชือดเฉือนหมายเอาชีวิตใครก็ตามที่กล้ามาล้วงคอพยัคฆ์ “เอ่อ...” “ข้าอยากจะมาพูดให้เข้าใจ เชิญท่านตามคุณหนูห้ามาเถิด” ฮันซื่อฝูมองหน้าบุรุษตรงหน้า แม้ว่าจะไม่ต้องไปคุมกองทัพที่ชายแดน แต่ความเหี้ยมโหดและร้ายกาจไม่ได้ลดน้อยลงเลยสักนิด จึงต้องพยักหน้าให้ภร
Read more

บทที่ 15 ดวงตาที่คุ้นเคย 1/2

ฟู่อินเหยานั่งเอามือเท้าคางแล้วมองหน้าสหายอย่างปี้ถังที่ไม่ยอมบอกเรื่องราวของนางให้รับรู้ เพียงแค่บอกว่ารู้เท่าที่ควรรู้ก็พอ “มองอะไรเจ้าคะคุณหนูใหญ่” ปี้ถังมีเวรตรวจบัญชีร้านค้าสลับกับคุณหนู วันนี้เป็นหน้าที่นางแต่ก็ได้รับสายตากดดันจากคุณหนูใหญ่ส่งมา “จากนี้จะเป็นยังไงต่อ เจ้ารู้หรือไม่” ปี้ถังดีดลูกคิดลูกสุดท้ายเสร็จจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นตอบข้อสงสัย “คุณหนูก็อยู่สบายใจไปอีกห้าปี” แต่เป็นคำตอบที่อินเหยาไม่อยากได้ นางคิดว่าต้องรู้มากกว่านี้ เพราะเส้นเรื่องเปลี่ยนมีผู้คนเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น แม้ว่าจะจัดการตระกูลฮันจนเงียบสงบไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านางจะอยู่รอดปลอดภัย เพราะนางยังต้องผ่านช่วงเวลาเลือกคู่อีก “เจ้าขยายความหน่อยได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าเขาส่งให้เจ้ามาช่วยข้าหรอกรึ” อินเหยากำลังสงสัยข้อนี้ “ช่วยที่ไหนเจ้าคะ ข้าก็ยังต้องเผชิญเคราะห์กรรมในส่วนของข้า” ปี้ถังยังไม่เฉลยเรื่องของตน เพราะนั้นเป็นเรื่องที่เกิดต่อจากนี้ต่างหาก ชีวิตที่เป็นกุญแจของนางยังไม่ถูกเปิดเผย ปล่อยให้คุณหนูใหญ่ใช้ชีวิตต่อไป จะได้ไม่ตระหนกจนเ
Read more

บทที่ 15 ดวงตาที่คุ้นเคย 2/2

“มีเทียบเชิญจากรุ่ยอ๋องเจ้าค่ะ” “เขาเป็นเจ้าภาพรึ?” ห้าปีนี้มีเพียงคนเดียวที่วอแวกับนางเยอะที่สุดคือรุ่ยอ๋อง และนั่นนางก็หลบหลีกเขาบ้างหากทำให้นางเสียเวลาทำงาน “ไม่ไปดูองค์รัชทายาทแคว้นฉินหรือเจ้าคะ” ตอนแรกฟู่อินเหยาก็ไม่คิดสนใจ จนปี้ถังย้ำถึงสองรอบ แทนที่จะถามถึงคุณชายเหลียงที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกัน กลับให้ความสำคัญไปที่อีกคน หรือว่าเขามีความเกี่ยวข้องอันใดกับนาง “เจ้าจะพูดอันใด” “ว่ากันว่า รูปงามนักเจ้าค่ะ” ปี้ถังตอบ “คงไม่เท่าไหร่ แต่หากเจ้าอยากพบก็ติดตามท่านแม่เถอะ ข้าขอนอนแช่น้ำอยู่ในเรือนเพราะการพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญ เจ้าลืมแล้วหรือเรามีงานเลี้ยงที่จวนตระกูลฟู่หลังจากงานเลี้ยงเพียงสองวัน ข้าขอเก็บแรงเอาไว้รับแขกดีกว่า” นอกจากต้องดูกิจการแล้ว ยังต้องเตรียมงานเลี้ยงอีก และใช่นอกจากจะต้อนรับน้องชายบุญธรรมที่นางตั้งให้เป็นน้องรองแทนฟู่หลิงหยวน อย่างเซี่ยเป่า ที่จะกลับมาเมืองหลวงในรอบสิบปีก็ว่าได้ นางยังต้องเป็นแม่งานจัดงานตนเองเพราะถึงวัยปักปิ่นแล้ว และนางกับปี้ถังก็ปักปิ่นพร้อมกัน เพราะท่านแม่ถือว่าปี้ถังก็เหมือนลู
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status