ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก

ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก

last updateآخر تحديث : 2026-04-13
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
70فصول
1.5Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เมื่อชะตามารดาถูกแก้ไข เหลือเพียงชะตาตัวเองที่ต้องฝ่าฟัน เมื่อย้อนอดีตมามีเพียงหนึ่งสมองสองมือ และพบสหายร่วมเป็นร่วมตาย นางจึงต้องวางแผนสู้ ‘ข้าจะจับคู่ให้ทุกคนใหม่’

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 สืบความจวนศัตรู 1/2

บทนำ

หากข้าเป็นนางเอก แล้วผู้ใดเป็นนางร้ายกันเล่า?

          ‘ไม่ได้การข้าจะเปลี่ยนบท!’

          ถ้อยคำนี้หวนคืนมาในหัวนางอีกครั้ง ในวันที่เจ็ดเดือนเจ็ด ที่มีหมอกเมฆสีขาวพาดผ่านบนท้องฟ้า นางในยุคที่นางจากมา เรียกมันว่าทางช้างเผือก ซึ่งตรงกับตำนานสาวทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัว

          ฟู่อินเหยามองไปเบื้องล่างที่มีสตรีวัยปักปิ่น หรือคุณหนูในห้องหอ เดินถือห่อขนมเพื่อนำไปให้คนรัก ท่ามกลางค่ำคืนอันแสนคึกคัก นางนั่งจิบชาอยู่บนชั้นสองมองดูคนรักกันด้วยดวงตาอันแสนเมินเฉย

          หากแต่สายตาคู่งามสะดุดกับบุรุษที่นางไม่ได้พบพานมานานแล้ว ห้าปีที่เขาจากเมืองหลวง เป็นห้าปีที่นางช่างมีความสุขและแสนอิสระเหลือเกิน แต่นางเหลือเวลาอีกเท่าไหร่นะ...กว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่

          อีกแปดปีใช่หรือไม่ เมื่อนั้นน้องสาวของนางอายุ 15 หนาว ส่วนนางอายุ 18 หนาวสินะ แต่ชีวิตในนิยายของนางมีจุดจบที่ไม่ดีนัก

          นางท้องกับพระเอกของเรื่อง ที่น่าจะมอบบทตัวร้ายอย่าง ‘เหลียงจื่อเพ่ย’ แต่กลับถูกขังจนแท้งลูกและตายไปไร้คนเหลียวแลจนเนื้อหนังแห้งติดกระดูก

          แต่พระเอกกลับสมรักกับ ‘ฟู่หลิงหยวน’ น้องสาวต่างมารดาของนางที่กำเนิดจากอนุในจวน และรับบทเป็นนางเอก

          ในเมื่อเวลามีมากเช่นนี้ ข้าจะเปลี่ยนบทพระเอกของเรื่องนี้ให้ดู แต่สายตาของนางไม่ได้เห็นเพียงเหลียงจื่อเพ่ย เพียงคนเดียว สตรีผู้หนึ่งที่ดวงตากลมโตดุจไข่ห่าน คิ้วโก่งโค้งดั่งคันธนู ริมฝีปากอวบอิ่มชมพูดอกท้อน่าสัมผัส

          หากเดาไม่ผิดนางก็คือ ท่านหญิงชิงหนิง บุตรสาวของรั่วอ๋อง พระญาติห่าง ๆ ของฝ่าบาท...

          ‘สวรรค์ยื่นโอกาสให้นางเช่นนี้ จะปล่อยให้หลุดมือได้อย่างไร’

          รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าของอินเหยา ทำให้ปี้ถังที่เดินมาถึงเห็นเข้าชักหนาว ๆ ร้อน ๆ

          “คุณหนู...ท่านคิดจะทำอันใดเจ้าคะ” ความเจ้าแผนการของสหายคนสนิททำให้นางหวั่นวิตก

          “เปลี่ยนบทนางร้ายให้ไม่ตาย”

          นอกจากพระเอกที่นางจะไม่อยากลงเอยแล้ว นางร้ายเช่นนางก็จะไม่สนใจพระเอกห่วย ๆ เช่นเหลียงจื่อเพ่ย อีกด้วย

          “คืนนี้เราจะไปบุกจวนตระกูลเหลียง!”

..........................................................................................................................................................................................................................

@กำแพงข้างจวนตระกูลเหลียง

ภายใต้คนชุดดำตัวเล็กที่สูงแค่เลยเอวของผู้ใหญ่วิ่งหลุน ๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ ๆ มุมอับที่เหล่าทหารและคนรับใช้ต่างไม่มาตรวจสอบที่ตรงนี้

          ใช่แล้วภายใต้ผ้าปิดหน้าสีดำนั้น จะเป็นใครอื่นไปได้อีกนอกเสียจากเจ้าของร้านปี้เหยาสุดแสบ ทั้งสองอย่างปี้ถังและอินเหยา ขณะที่กำลังตรวจดูลู่ทางในการลอบเข้าไปยังเรือนหลัก ทั้งสองคนไม่คาดคิดว่าจะมีใครบางคนที่ติดตามพวกนางมาด้วย จนเมื่อได้ยินเสียงร้องให้ช่วย

          “พี่ใหญ่...ข้า...ข้าเข้าไม่ได้ติดพุง”

          ฟู่อินเหยาหันขวับพร้อมกับปี้ถัง แล้วทั้งคู่ต้องเอามือกุมศีรษะเพราะว่าตัวป่วนทั้งสองกำลังสร้างเรื่องให้นางแล้ว

          “อินจ้าน...อินจื้อเจ้ามาได้อย่างไร” อินเหยาเข้าไปหาน้องชายพร้อมกับโวยวาย จนอยากจะหาไม้หวายมาหวดก้นสักทีสองทีให้สมกับความสอดรู้สอดเห็นนัก

          “โธ่...พี่ใหญ่ ใช่เวลามาถามหรือไม่ ยังไม่ช่วยข้าอีก”    อินจื้อผู้กินอาหารที่พี่ใหญ่ทำให้มากจนพุงอวบ ๆ ของเขาเป็นอุปสรรคในการมุดช่องแคบ ๆ แต่กับทุกคนนั้นไม่มีปัญหาอะไร แม้จะรู้สึกอายนิด ๆ แต่ทว่าของอร่อยตรงหน้าไม่กินได้อย่างไร

          ฟู่อินเหยากลัวจะมีคนเห็นเสียก่อน จึงช่วยกันกับปี้ถังดึงแขนของเขาคนละข้าง แล้วให้อินจ้านช่วยลากตรงคอ ให้ออกจากช่องแคบนั้น

          “เจ้าอ้วนแขม่วพุง” อินจ้านยืนกำกับน้องชายฝาแฝดตัวเอง ทั้งรู้สึกว่าเจ้านี่เป็นภาระตลอด

          วันนี้พวกเขาเห็นพี่ใหญ่ กับพี่ปี้ถังทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เขาจึงแต่งตัวชุดดำเช่นเดียวกับพี่สาวทั้งสองตามออกมาด้วย    เนื่องจากเป็นลูกชายท่านแม่ทัพ ต้องได้รับการฝึกฝนทำให้ทั้งสองเริ่มเป็นวรยุทธแบบเด็ก ๆ ส่วนพี่สาวของพวกเขานั้นก้าวหน้าแล้ว เพราะท่านพ่อฝึกให้เองกับมือ กลัวผู้อื่นจะมารังแกลูกสาว

          แต่พวกเขาเหมือนลูกชัง ทั้งที่เป็นบุตรชายที่น่ารักน่าเอ็นดูเช่นนี้ นอกจากจะโดนท่านพ่อขโมยท่านแม่ไปกอดคนเดียวแล้ว ยังไม่คิดสอนพวกเขาจริงจัง ให้พี่เฉินไหลสอนคล้ายไม่ใส่ใจ จนพวกเขาต้องพยายาม...ใช่พยายามกินให้อ้วนท้วนบิดาถึงจะเข้มงวดขึ้น

          แต่อินจื้อคิดผิด ยิ่งกินเขาก็ยิ่งพุงป่อง ท่านแม่กลับหลงรักบอกว่าเห็นใบหน้าเขาแล้วทำให้ท่านแม่มีความสุข ส่วนอินจ้านไม่คิดประชดประชันวิธีโง่ ๆ เช่นนั้นต่อให้ชื่อของเขาแปลว่าร่ำรวยด้วยวรยุทธ แต่เขาก็มีปัญญาเช่นกัน

          ไม่โง่เขลาเหมือนอินจื้อ ที่ชื่อแปลว่าร่ำรวยปัญญาแต่สมองมีแต่น้ำจนเป็นภาระพวกพี่ ๆ

          “ข้าแขม่วเต็มที่แล้ว...อื้อ”

          ฮึบ!

          อินจื้อไม่ใช่ไม่แขม่วพุง แต่ทว่าเขาพยายามทำตัวให้ผอมแล้ว แต่มันได้แค่นี้จริง ๆ

          ปี้ถังกับอินเหยาสองคนร่วมแรงกันกว่าหนึ่งเค่อ จนดึงเจ้าน้องชายอ้วนออกมาได้

          “เห้อ...ออกสักที” ทั้งสองคนนั่งปาดเหงื่อ แต่คนต้นเหตุกลับปัดเสื้อผ้าทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนน่าหมั่นไส้นัก

          “ไปกันเถอะพี่เหยา” อินจื้อสีหน้ามึนไม่นึกถึงเรื่องที่ก่อเอาไว้ ทั้งชักชวนพี่สาวเข้าไปทำธุระด้านในตระกูลเหลียงให้เสร็จ จะได้กลับไปนอน

          “เจ้าสองคนพี่น้องนี่นะ ข้าอยากจะจับตีก้น ตามมาทำไมกัน รู้หรือไม่โดนจับได้ท่านพ่อจะเอาหน้าไว้ที่ใด” ก่อนไปอินเหยาเริ่มสั่งสอนน้องชายตัวป่วนของนาง ดีที่หลิงหยวนไม่อยู่ ไปนอกเมืองกับท่านแม่ นางจึงรอดตัวไป หากมาอีกคนแผนการเข้าไปสืบความในจวนตระกูลเหลียงเป็นอันต้องพับเป็นแน่

          “พี่อินเหยา ท่านลืมคำพูดตัวเองได้ยังไง ไม่ใช่ว่าท่านเคยสั่งสอนพวกเราหรือ”

          อินเหยาพยายามนึก...แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่า นางเคยสั่งสอนเจ้าพวกเด็กแสบนี้ว่าอย่างไร

          “อย่าคิดนานให้อินจื้อผู้ชาญฉลาดบอกท่านเถอะ ท่านเคยกล่าวว่า คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนวุ่นวาย สี่คนแสนสบาย!” อินจื้อเด็กชายวัยสามหนาวที่ช่างจดช่างจำกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจ แต่ว่ามันทำให้คนเป็นพี่สาวอย่างอินเหยาปวดกบาล

          “เรื่องดี ๆ ไม่เคยจำ!” อินเหยาพูดแค่นั้น แล้วก็พากันลอบเข้าไปในเรือนหลัก โดยผ่านใต้เรือนต่าง ๆ เป็นช่องทางไป โดยที่สองจิ๋วน้องชายวิ่งสบาย ๆ ส่วนนางกับปี้ถังโตขึ้นแล้วต้องก้มลงแล้วค่อย ๆ วิ่งไป และในที่สุดก็ถึงเรือนที่เป็นจุดหมาย

          เรือนกลางสกุลเหลียง...

          ฟู่อินเหยากับน้อง ๆ หมอบอยู่สายตาเพ่งไปยังแผ่นกระดานที่เป็นรอยแยกเพียงแค่หรี่ตามองเห็นด้านบนว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แล้วก็เป็นชายผู้ที่นางกาหัวเอาไว้ว่าเป็นศัตรูของนาง

          “จื่อเพ่ย เจ้าก็วัย 15 หนาวแล้ว มีสตรีใดที่ชอบพอหรือไม่ บิดาเจ้าจะได้ทาบทามเอาไว้แต่เนิ่น ๆ เมื่อเจ้าอายุครบยี่สิบปีจะได้จัดงานแต่งงาน” เสนาบดีเหลียงบิดาของเหลียงจื่อเพ่ยถามบุตรชายที่ยามนี้สอบเคอจวี่รอบที่สองผ่านแล้ว เหลือรอบสุดท้ายคือจิ้นซื่อโดยจะจัดสอบคืออีกสามปี และคิดว่าบุตรชายที่ฉลาดและเก่งกาจรอบด้านอย่างเหลียงจื่อเพ่ยย่อมไม่พลาดแน่นอน

          “ข้ายังไม่มีผู้ใดพึงใจขอรับท่านพ่อ” เหลียงจื่อเพ่ยที่เปลี่ยนไปจากห้าปีก่อน คำตอบของเขาทำให้ฟู่อินเหยาสัมผัสได้ว่าเหมือนไม่ใช่เหลียงจื่อเพ่ยคนเดิม เขาดูเลือดเย็นและอำมหิตขึ้น จนนางไม่แปลกใจว่าทรมานนางร้ายผู้มีใบหน้างดงามอย่างนางจนสิ้นชีพได้อย่างไร

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
70 فصول
บทที่ 1 สืบความจวนศัตรู 1/2
บทนำหากข้าเป็นนางเอก แล้วผู้ใดเป็นนางร้ายกันเล่า? ‘ไม่ได้การข้าจะเปลี่ยนบท!’ ถ้อยคำนี้หวนคืนมาในหัวนางอีกครั้ง ในวันที่เจ็ดเดือนเจ็ด ที่มีหมอกเมฆสีขาวพาดผ่านบนท้องฟ้า นางในยุคที่นางจากมา เรียกมันว่าทางช้างเผือก ซึ่งตรงกับตำนานสาวทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัว ฟู่อินเหยามองไปเบื้องล่างที่มีสตรีวัยปักปิ่น หรือคุณหนูในห้องหอ เดินถือห่อขนมเพื่อนำไปให้คนรัก ท่ามกลางค่ำคืนอันแสนคึกคัก นางนั่งจิบชาอยู่บนชั้นสองมองดูคนรักกันด้วยดวงตาอันแสนเมินเฉย หากแต่สายตาคู่งามสะดุดกับบุรุษที่นางไม่ได้พบพานมานานแล้ว ห้าปีที่เขาจากเมืองหลวง เป็นห้าปีที่นางช่างมีความสุขและแสนอิสระเหลือเกิน แต่นางเหลือเวลาอีกเท่าไหร่นะ...กว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่ อีกแปดปีใช่หรือไม่ เมื่อนั้นน้องสาวของนางอายุ 15 หนาว ส่วนนางอายุ 18 หนาวสินะ แต่ชีวิตในนิยายของนางมีจุดจบที่ไม่ดีนัก นางท้องกับพระเอกของเรื่อง ที่น่าจะมอบบทตัวร้ายอย่าง ‘เหลียงจื่อเพ่ย’ แต่กลับถูกขังจนแท้งลูกและตายไปไร้คนเหลียวแลจนเนื้อหนังแห้งติดกระดูก แต่พระเอกกลับสมรักกับ ‘ฟู่หลิงหยวน’ น้องสาวต่างมารด
last updateآخر تحديث : 2026-04-11
اقرأ المزيد
บทที่ 1 สืบความจวนศัตรู 2/2
“บุตรสาวท่านแม่ทัพฟู่เล่าเจ้าคิดเห็นประการใด บอกแม่มาเถิด” หงอิงเพ่ยผู้เป็นมารดาค่อนข้างพึงใจในสตรีตระกูลฟู่ แม้ว่าจะไม่ลงรอยกับผู้เป็นท่านย่า มีศักดิ์เป็นญาติห่าง ๆ ของนาง แต่ยศศักดิ์ของท่านแม่ทัพฟู่ยังเป็นที่เกรงใจถึงสามส่วน แม้ว่าตำแหน่งเสนาบดีเหลียงจะอยู่ใต้เพียงคนเดียว อยู่เหนือคนทั้งใต้หล้าก็ตาม “หึ!” เขาไม่พูดสิ่งใดเพียงแค่หัวเราะในลำคอมาหนึ่งคำ ทำให้ฟู่อินเหยาเดาใจเจ้าพระเอกของเรื่องได้ยากยิ่งนัก แต่นางก็ใจเย็นพอที่จะรอคำพูดของเขาออกจากปาก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ยินสักคำ ‘เก็บความลับเก่งไปหรือไม่’ หงอิงเพ่ยเห็นสีหน้าบุตรชายแล้วก็คงต้องพับแผนการเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลฟู่ออกไปเสีย จากนั้นจึงถามถึงอีกคนที่ยามนี้นางมองออกว่ากำลังพึงพอใจในตัวบุตรชาย และให้บ่าวรับใช้สืบทราบมาว่า บุตรชายของตนไม่มีท่าทีปฏิเสธ ทำให้นางเอ่ยถามเพื่อหยั่งเชิงบุตรชายคนเดียวของตน “ท่านหญิงชิงหนิงเล่า เจ้าคิดเช่นไร” ฟู่อินเหยาที่ฟังอยู่ด้านล่างก็รู้สึกยิ้มดีใจ นางอยากให้เหลียงจื่อเพ่ยพบรักกับสตรีอื่นไปเลย อย่าได้ยุ่งกับตระกูลฟู่ของนางอีก เช่นนั้นจะเป
last updateآخر تحديث : 2026-04-11
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ดวงที่มันสมพงษ์ 1/2
อินจ้านกับอินจื้อ สอดส่ายสายตาแล้วเอามือไพล่หลัง ทั้งไปยืนใกล้ ๆ ซินแสตัวจริงที่นั่งคอยให้คนมาฝากดวงดูดวงที่อารามหยุคโหลว แล้วก็เริ่มแผนการอันแสนชาญฉลาดของอินจื้อ “พี่สี่ท่านว่าประหลาดหรือไม่ ด้านหลังมีคนยืนเลียศอกตัวเองได้ มีหมาห้าขาเป็นเพื่อน” อินจื้อเด็กชายตัวน้อยเริ่มแผนการ ด้วยการพูดคำหลอกเด็ก ทั้งมองไปทางด้านซินแสว่าสนใจหรือไม่ “นั่นสิ ข้ายังเลียศอกไม่ได้ คนนี้มีความสามารถจริง ๆ หากให้มายืนอยู่หน้าโต๊ะซินแสตรงนี้ มีหวังคนเข้ามาหาเต็มไปหมด ซินแสของเราร่ำรวยแน่นอน” เมื่อน้องชายร้อง พี่ชายอย่างอินจ้านก็รับทันที “นั่นสิ เสียดายไม่มีใครสนใจท่านผู้นั้น ข้าว่าเรียกลูกค้าได้ดีนักเชียว” เมื่ออินจ้านพูดจบ ก็ได้ยินเสียงซินแสผู้นี้ร้องถามขึ้น “แค่เลียศอกได้ มีอันใดวิเศษ ไม่ใช่ผู้ที่เหาะเหินเดินอากาศได้เสียหน่อย” “เช่นนั้นท่านก็ลองเลียศอกตัวเองสิ” เมื่อซินแสหลงกลเข้าแล้วก็เป็นเวลาที่อินจ้านและอินจื้อฮุกหมัดหนัก แล้วมันก็ได้ผล เพราะว่าซินแสผู้เปิดดวงเนื้อคู่แห่งอารามหยุคโหลวยกแขนขึ้นพยายามเอาลิ้นเลียแตะศอกให้ได้ ช่าง
last updateآخر تحديث : 2026-04-11
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ดวงที่มันสมพงษ์ 2/2
“ไม่ต้องแล้ว” อินเหยาตอบพร้อมอมยิ้ม ในเมื่อสตรีผู้นั้นมีใจสมัครรักใคร่เหลียงจื่อเพ่ย นางก็จะจัดการจับคู่ให้เสียเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ต่อไปอีกแปดปีที่เหลือนางก็ใช้ชีวิตอย่างสงบแล้ว “อื้ม...พวกเจ้าคิดว่าตบตาแค่นี้เจ้าจะรอดหรืออย่างไร” หลี่เค่อที่ยืนมองพวกนางเล่นสนุกอยู่นานแล้วเผยตัวออกมา และนั่นเรียกสีหน้ายิ้มยากให้กับเจ้าตัวแสบแซ่ฟู่ทั้งหลาย “รุ่ยอ๋อง!!” อินเหยาเรียกเสียงแผ่ว ไม่คิดว่าแผนการรัดกุมของตัวเองจะโดนเปิดเผยเข้าแล้ว “ข้าน่ะสิ” รุ่ยอ๋องยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับเจ้าหนูน้อยที่นับวันเขาก็ยิ่งอยากมาเจอพวกนาง นอกจากได้กินอาหารอร่อยแล้วยังเหมือนตัวเองได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ช่างดีเสียจริง “ท่านมาทำอันใดที่นี่ อย่าบอกนะว่าท่านก็มาขอเนื้อคู่น่ะเพคะ” อินเหยายกมือป้องปากคล้ายกับคาดไม่ถึงว่า รุ่ยอ๋องจะงมงายยิ่งกว่าสตรีเสียอีก รุ่ยอ๋องทำหน้าเหมือนเหม็นเบื่อเจ้าหนูน้อยพวกนี้ นับวันยิ่งหาเรื่องให้เขา ไม่ใช่เพราะเขาเห็นพวกนางหรอกหรือ ถึงเดินตามมาจนได้เห็นการกระทำอย่างแสบสันต่อสกุลเหลียง “เจ้าอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง โกรธแค้นอันใ
last updateآخر تحديث : 2026-04-11
اقرأ المزيد
บทที่ 3 รุ่ยอ๋องตัววุ่นวาย 1/2
รุ่ยอ๋องนั่งในห้องรับรองแบบส่วนตัว ขณะที่กำลังรออาหารชั้นเลิศของอินเหยาเขาก็มองไปนอกหน้าต่าง เห็นบุรุษตระกูลเหลียงที่เดินจากไปแล้ว แต่รั้งอยู่ร้านสุราฝั่งตรงข้ามมองมายังอีกฝั่งที่เป็นร้านปี้เหยา ร้านอาหารชื่อดังที่ไม่อยากพัฒนาเป็นเหลาอาหาร แม้เขาจะสอบถามหลายครั้ง คำตอบที่ได้ก็คือ ‘แค่นี้ข้าก็นับเงินไม่ทันแล้ว ข้าอยากทำอย่างอื่นบ้าง’ กิจการของนางไม่ได้มีแค่ร้านอาหาร ยังมีร้านเครื่องประดับ โรงหล่อเหล็กที่ไม่รู้ว่าสตรีตัวเล็ก ๆ มีความรู้อะไรอย่างนี้ได้อย่างไร แต่ก็เป็นท่านแม่ทัพออกหน้าโดยที่เขารู้ว่าเบื้องหลังนั้นเป็นเจ้าเด็กตัวจิ๋วในวันนั้นที่ยืนขายกระเพาะปลาเป็นคนต้นคิดทั้งหมด รอเพียงไม่นานหมูกรอบที่เป็นของขึ้นชื่อที่ต้องจองมาอย่างยาวนานก็ยกมา จากนั้นมีน้ำราดสีน้ำตาลคล้ายน้ำจิ้มสูตรพิเศษของนางมาด้วยกัน แต่ที่เขาคาดไม่ถึงคือมีบะหมี่สีเหลืองทองกับซี่โครงย่างสีแดงราดมาด้านบน คล้ายกับว่านี่เป็นอาหารใหม่ที่ยังไม่มีวางจำหน่ายในร้านของนาง นับว่าค่าปิดปากสมน้ำสมเนื้อนัก แล้วเจ้าหนูน้อยของเขาก็เดินมานั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมกับเลื่อนจานบะหมี่จานนั้นให้เขาได้ลองชิม
last updateآخر تحديث : 2026-04-11
اقرأ المزيد
บทที่ 3 รุ่ยอ๋องตัววุ่นวาย 2/2
ตอนนี้น้องรองหรือเซี่ยเป่าของนางตามบิดาเขาไปอยู่สนามรบที่ชายแดน บิดาของเซี่ยเป่าจากเป็นคนเลี้ยงม้าในกองทัพ ตอนนี้ฝึกปรือฝีมือจนสอบเป็นทหารม้าได้แล้ว ภายใต้การสนับสนุนของบิดานาง แม้ว่าเซี่ยเป่าจะเป็นลูกบุญธรรม แต่เขาก็ไม่อยากใช้เส้นสายของบิดาของอินเหยาในการเข้าไปเป็นทหาร เขาเริ่มจากฝึกหัดจนตอนนี้เข้าร่วมกองทัพแม้อายุยังน้อย แต่ฝีมือเขาไม่ด้อยกว่าผู้ใด ส่วนท่านยายเซี่ยอีก็ยังคงอยู่ในเรือนตระกูลฟู่โดยมีท่านแม่ช่วยดูแลให้ เซี่ยเป่ากับท่านลุงกงซุนจะได้ไม่ต้องกังวล หลังจากขับไล่รุ่ยอ๋องไปได้แล้ว ฟู่หลิงหยวนก็เข้ามาหาฟู่อินเหยาในห้องบัญชี ที่มีน้องชายฝาแฝดทั้งสองนั่งกินขนมอยู่ใกล้ ๆ พี่สาว “พี่ใหญ่ท่านปิดบังอันใดกับข้าอยู่กันแน่” ฟู่หลิงหยวนคล้ายกับรู้สึกว่าพี่ใหญ่กำลังอำพรางซ่อนเร้นบางเรื่องกับนาง ทั้งที่พวกเราเป็นพี่น้องที่รักกัน “เจ้าชอบพอบุรุษตระกูลเหลียงหรือไม่” ฟู่อินเหยายังไม่เงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี ก็เอ่ยปากขึ้นและรอคำตอบว่านางควรจะดำเนินแผนการอย่างไรดี “พี่ชายผู้นั้นก็เป็นคนดี สุภาพ ข้าก็เคารพเขา” ฟู่หลิงหยวนคล้ายกับไม่มีใจลึกซึ้ง อา
last updateآخر تحديث : 2026-04-11
اقرأ المزيد
บทที่ 4 แผนการเอาคืน 1/2
วันงานมาถึงสี่ตัวแสบตระกูลฟู่แต่งตัวกันอย่างเรียบร้อยสวยหล่อโดยเฉพาะสองแฝดกำลังเจ้าเนื้อนั้นน่ารักเป็นพิเศษเสียจนท่านแม่จับอินจื้อไปฟัดเสียหลายรอบ และได้รับสายตาบิดาที่มองอย่างริษยา ‘บิดาข้ามีรักลึกซึ้งเสียจริง ทุกวันได้กอดมารดาก็ยังไม่รู้จักพอ แค่น้องชายของนางทำเป็นหวง’ “ท่านแม่พอเถอะ แค่นี้อินจ้านกับอินจื้อ เหมือนเด็กกำพร้าไร้บิดาเข้าไปทุกวัน” ฟู่อินเหยาเตือนท่านแม่ ทั้งขยิบตาให้มองไปยังบุรุษขี้งอนผู้นั้น ที่ยืนเอามือไพล่หลังทำสีหน้าไม่พอใจ “บิดาเจ้าเหมือนเด็กไม่รู้จักโต” ไป๋เฟิ่นโยว่ไม่ได้พูดเกินจริง ทั้งยังแอบป้องปากกระซิบกับลูกสาวด้วยกลัวว่าสามีจะน้อยอกน้อยใจงอนนางเสียอีก “จริงเจ้าค่ะท่านแม่ หากตอนนั้นรู้ว่าท่านพ่อนิสัยเช่นนี้ ข้าว่ารุ่ยอ๋องก็ไม่เลว” อีกคนที่ได้ยินอะไรรุ่ยอ๋องก็เพ่งตามองลูกสาวคนโตทันที “เจ้ากำลังนินทาอะไรข้าอยู่” คนร้อนตัวอย่างฟู่ลีหยวนรู้ว่าตัวเองโดนแม่ลูกรวมหัวกันนินทาก็เปล่งเสียงออกมาให้รู้ว่าเขาไม่ได้หูหนวกนะ “ก็แค่เปรียบเทียบ” ฟู่อินเหยาไม่กลัวบิดาอยู่แล้ว ต่อให้เสียงดังแค่ไหน แค่นางส่งสาย
last updateآخر تحديث : 2026-04-11
اقرأ المزيد
บทที่ 4 แผนการเอาคืน 2/2
“พี่ชายเหลียง” เสียงของหลิงหยวนพูดขึ้นพร้อมกับดวงตาที่ทอดมองไปยังสามคนที่นั่งอยู่กลางศาลาตรงนั้น ฟู่อินเหยาทอดถอนหายใจ ไม่รู้นางคิดถูกหรือคิดผิดที่สลับดวงให้กับฮูหยินเหลียงไปจัดการผูกดวงใหม่ แต่เจ้าเด็กน้อยของนางนี่สิสายตามีแต่พี่ชายเหลียง แบบนี้นางจะทำเช่นไร “เขานั่งอยู่กับสตรีที่ตระกูลหมายปองกระมัง” ฟู่อินเหยาพูดแล้วก็คิดแผนการในหัว ในเมื่อเขานั่งกับสตรีสองคนนี้ เห็นทีว่านางต้องทำอะไรสักอย่าง อย่างเช่นไปทักทาย แต่คิดยังไม่ทันจบรุ่ยอ๋องก็เดินมาไกล ๆ แล้ว “ข้าว่าพวกเราไปทางด้านโน้นกันเถอะ” นางคิดจะทำอะไรแผลง ๆ มักจะไม่พ้นสายตาของรุ่ยอ๋องทุกที วันนี้เขาได้รับเชิญได้อย่างไร ไม่ใช่เชิญเพียงแค่เหล่าตระกูลขุนนางหรอกหรือ “เดี๋ยวพี่ใหญ่ ท่านไม่เข้าไปคุยกับพี่ชายเหลียงหรือ...เขามาหาท่านตั้งหลายรอบแล้วนะ” คล้ายกับหลิงหยวนพูดอยู่คนเดียวเมื่อพี่ใหญ่เดินไปแล้ว ตามด้วยน้องสี่น้องห้า ก่อนไปอินจื้อตัวแสบหันมาบอกนาง “พี่สามท่านคบหากับศัตรูพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ย่อมไม่พอใจนะขอรับ” หลิงหยวนที่สงสัยนางคบหากับผู้ใด หรือว่าเป็นเพราะนางไปพูดคุยกับพี่ชายเ
last updateآخر تحديث : 2026-04-11
اقرأ المزيد
บทที่ 5 อินเหยาคือผู้ประสบภัย 1/2
กรี๊ด....ตู้ม!!! อะ...อ่าว... “-__-” สามคนทำสีหน้ายิ้มไม่ออกกับภาพที่เห็น ทั้งมองไปมาแลกสายตาให้กัน เสียงกรีดร้องบวกกับเสียงคล้ายบางสิ่งร่วงน้ำสร้างความตระหนกให้กับผู้ร่วมงาน โดยมีสี่พี่น้องตระกูลฟู่ยืนมองสตรีทั้งสองตกน้ำ และไม่นานในงานก็มีเสียงโวยวายของสตรีสูงวัยและวัยสาวสองคน หากอินเหยาเดาไม่ผิดคงเป็นท่านย่ากับพระสนมมารดาองค์หญิงสามเป็นแน่ ระทึกเป็นบ้า! เหลียงจื่อเพ่ยที่เดินตามพวกตระกูลฟู่มาอยู่แล้ว เห็นสองสตรีอยู่ ๆ ก็แตกตื่นตกน้ำ เขาจึงรีบลงไปช่วย แต่ทว่าเขาเลือกช่วยได้คนเดียวดังนั้น อีกคนเขาจึงขอร้องให้อินเหยาที่น่าจะว่ายน้ำเป็นลงไปช่วยเหลือ “เจ้าช่วยองค์หญิงสามเร็วเข้า” อินเหยาที่ยืนมองพระเอกขี่ม้าขาวช่วยนางเอกคนใหม่ที่นางเพิ่งมอบบทบาทให้ก็นึกเซ็ง ที่จริงไม่ควรมีใครร่วงน้ำสักคน แต่องค์หญิงสามกลับไร้สติตกใจพากันลงไปเอง จึงเดือดร้อนนางจนได้ นางจึงจำใจกระโดดน้ำลงไป เพราะตอนนี้ท่านหญิงชิงหนิงได้รับการช่วยเหลือจากเหลียงจื่อเพ่ย ชายหนุ่มที่ไม่เคยสัมผัสต้องสตรี ยามได้สัมผัสครั้งแรกมักเผลอใจมีรักลึกซึ้งโดยไว นางคิดว่า
last updateآخر تحديث : 2026-04-11
اقرأ المزيد
บทที่ 5 อินเหยาคือผู้ประสบภัย 2/2
“ก่อเรื่องแล้วจะหนีกลับรึ” องค์หญิงสามพูดขึ้น แต่ทว่ากลับได้รับรอยยิ้มมุมปากตอบกลับทำให้นางไม่พอใจ “นั่นเจ้ายิ้มสิ่งใด” ซานลู่ไม่ชอบใจเลยสักนิด ที่นางทำท่าหยิงยโสอวดดีเช่นนี้ “ไม่ใช่ว่าท่านเองหรอกรึ ที่เป็นคนผลักท่านหญิง ชิงหนิงแล้วแสร้งกระโดดน้ำลงไป เดิมข้าก็ไม่คิดจะเปิดโปง แต่ว่าท่านจับข้ากดน้ำ เรื่องนี้ไม่พูดเห็นจะไม่ได้” เหล่าคุณหนูที่มามุงดูได้ยินเข้าก็นินทาองค์หญิงสามต่าง ๆ นานาทั้งรุ่ยอ๋องยังมองหลานสาวตัวเองด้วยโทสะพร้อมกับกลิ่นอายคล้ายอยากสังหารคน “เจ้า!” ชิงหนิงได้ยินดังนั้นจึงมองสหายแปลกไป องค์หญิงสามเป็นสหายที่ดีเสมอมา จนนางเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังบ่อยครั้ง แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้ถึงกับปองร้ายนางในงานที่คนเยอะเช่นนี้ เดิมนางแค่ตกใจไม่คาดคิดว่าจะตกไปในทะเลสาบแต่ไม่รู้ท่าไหนความชุลมุนทำให้นางตกลงไป เพราะว่ายน้ำไม่เป็นจึงร้องเรียกให้คนช่วย จากที่เห็นอินเหยายืนมองนางเมินเฉย ที่แท้ก็เห็นธาตุแท้ขององค์หญิงสามนั่นเอง “ทีนี้รู้หรือยังล่ะ คุณชายเหลียงจื่อเพ่ยจะเลือกช่วยผู้ใด ระหว่างท่านที่เป็นองค์หญิงสาม กับท่านหญิง
last updateآخر تحديث : 2026-04-11
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status