ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า의 모든 챕터: 챕터 31 - 챕터 40

42 챕터

เธอไปไหน

“โรงแรมหนูพายไง ไปเถอะไปถามที่นั่นกัน”น้องสาวนินจาลุกขึ้น ถามเสียงค่อนข้างดัง “โรงแรมว่าที่เจ้าสาวคุณหรือ ถ้าเป็นแบบนี้ฉันไม่ไว้ใจใครที่นั่น”ผมอยากต่อว่าคนที่ปากจัด แต่เลือกจะเงียบ เพราะรู้สึกเป็นห่วงนินจาขึ้นมาถึงจะโกรธ แค้น แต่ผมไม่เคยอยากให้เธอเป็นอะไร อย่างที่เคยพูด ใช่ ผมเคยพูดแบบนั้นใช่ไหมเราไปถึงโรงแรม แต่พนักงานบอกว่าเธอเช็คอินออกไปตั้งแต่สองวันก่อน น้องสาวนินจาไม่ยอมเชื่อ ขอดูกล้องวงจรปิด เราก็ได้เห็นว่านินจาเช็กอินออกไปจริง แต่น้องสาวนินจาไม่เชื่อ เธอขอไปดูห้องที่พี่สาวพัก แต่เมื่อมีคนมาพักต่อแล้ว เราจึงไม่ได้เข้าไปวันนั้นเราวุ่นวายทั้งวัน ผมนั่งมองน้าของลูกและเดินไปใกล้“มีใครอีกบ้างที่เธอคิดว่านินจาจะไปหาได้”“จะมีใคร พี่ฉันมีเพื่อนสนิทแค่สี่คนไม่ใช่เหรอ และเมื่อก่อนตอนท้องก็เหลือสามคนแล้ว พี่ฉันไม่มีใคร ไม่เคยติดต่อใครแม้มีเรื่องทุกข์ใจ”เธอร้องไห้โฮออกมา แม่ผมต้องเข้าไปปลอบใจ“หนูต่าย อย่าคิดมาก เราแจ้งความกันดีไหม”เธอพยักหน้าทั้งน้ำตา
더 보기

ตัวเองยังไม่สำนึก

“ไปหาเขาหรือ”“อือ เขาเองช่วยตามหาพี่”ฉันไม่ยินดียินร้ายกับคำบอกกล่าวน้อง ไม่อยากมองหน้านั้นแม้แต่นิดเดียว ฉันจูงมือน้องไปหาผู้พระคุณทั้งสอง ขณะนั้นชายหนุ่มที่ช่วยฉันกลับมาพอดิบพอดี กำลังยืนจ้องคนพาน้องสาวขึ้นมาที่นี่ด้วยสายตาสงสัย“ป้าจ๊ะนี่น้องเต่าเอง เต่านี่ป้าและลูกชายป้าที่ช่วยชีวิตพี่ไว้”“ช่วยชีวิต พี่โดนทำร้ายจริงเหรอ” น้องสาวเขย่าแขนฉันแรงๆ“นี่คุณคิดว่าพี่สาวมาเที่ยวที่นี่หรือไงครับ” ปราการ คนที่ช่วยฉันต่อว่ากระต่าย น้องสาวฉันอึ้งไป หันไปไหว้แม่ปราการและขอบคุณฝ่ายนั้น“ขอบใจนะคุณ ขอบใจจริงๆ และฉันอยากตอบแทน”“เรื่องตอบแทนเอาไว้ก่อน ผมอยากรู้ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง ” พ่อของลูกช่างไม่มีมารยาทปราการมองหน้าฉัน ฉันส่ายหน้า ให้เขารับรู้ว่าอย่าสนใจ ปราการเดินไปอีกทาง“นี่คุณไม่ได้ยินเหรอ ทำไมไม่ตอบผมนินจา”มือใหญ่มาจับแขนแน่น ฉันดึงแขนออก และเดินไปหาแม่ปราการใกล้ๆ“ที่อยู่หนูนะคะ และนี่สินน้ำใจเล็กน้อ
더 보기

ทำบุญมาด้วยกันแค่นี้

“จะกลับเลยนะ ฝากลูกด้วย”“ฉัน ฉันจะสืบเรื่องนี้แน่นอน”ฉันสบตานั้น ฉันพูดเบาๆ“ฉันรู้ว่าทางนี้เสียใจแต่ฉันผิดจนต้องฆ่าแกงหรือไง นายไปทบทวนดู…”“พอๆ ไม่อยากฟังอะไร แค่บอกจะสืบดู”โบ้ทตัดบทเดินเข้าบ้าน เป็นฉันที่ยืนจับหัวตนเองด้วยความมึนมันไม่เคยคิดเชื่อฉัน จะเปลืองน้ำลายทำไมฉันลาลูกอยู่ในห้องเพียงลำพัง ในหัวคิดบางครั้งบอกว่าพาลูกกลับไปด้วยกัน แต่ฉันไม่อาจเสียคำพูดที่ให้ไว้กับย่าโปรดรัก หวังเพียงว่าลูกจะมีความสุข รอดปลอดภัยจากอันตรายทุกอย่างฉันเดินออกจากห้อง ย่าหลานกอดฉันแน่น“ถ้าเป็นไปได้อยากให้มาอยู่ด้วยกันจริงๆ”ฉันทำเป็นไม่ได้ยิน แต่น้องสาวรีบจับมือฝ่ายนั้นไว้และพูดอย่างจริงจัง “ขอโทษนะคะคุณป้า หนูห่วงพี่สาว เรื่องมาอยู่ที่นี่เราคงต้องเลิกคิด”ป้าใจจับมือแม่หลาน ฉันลาคนทั้งสอง และออกมานอกบ้าน ที่นั่นพ่อของลูกรอไปส่ง ฉันจำใจเจอเขาอีกสักพักแต่เมื่อขึ้นนั่งบนรถ เขาบอกให้ฉันเลิกทำงานที่บริษัทรุ่นพี่ บอกว่ามาดูแลลูกก็ได้
더 보기

โง่เอง

“มาคุยแบบลูกผู้ชาย”“หมาขี้เรือน มึงนะเหรอลูกผู้ชาย”ผมไม่คิด มันจะแค้นขนาดนี้ ผมเดินไปยืนใกล้“มันมากไปหน่อยไหม มึงมีสิทธิ์อะไรคิดฆ่าคน มึงยังไม่รู้อะไรดีด้วยซ้ำ”“กูหรือไม่รู้ กูให้พายไปสืบตั้งนาน กว่าจะรู้ว่าคนในรูปคงเป็นเพื่อนมึงคนนั้น มึงรู้ไว้ด้วย เก๋ส่งแชทพวกนั้นมาให้กูดูโว้ย ถึงมึงจะเก็บมือถือไว้ แต่พวกมึงหนีความผิดไม่พ้นหรอก พวกมึงทำให้น้องกูตาย”มันสาดกาแฟมาที่ผม ผมหลบทันและอดไม่ได้ที่จะถีบมันสักที“มึงถีบกูเหรอไอ้โบ้ท”“ใช่ ถีบให้มึงมีสติ มึงคิดดูบ้าง หลังจากเกิดเรื่องกูเคยข้องแวะเขาไหม มึงไม่เคยผิดพลาดเรื่องแบบนี้หรือไง กูไม่อยากแก้ตัวแค่อยากให้มึงคิด เก๋เองเขาคงรู้แล้ว ว่ากูไม่เคยคิดล้มเลิกการแต่งงาน มึงก็ใช้สมองคิด อย่าคิดใช้กำลัง ไม่อย่างนั้น ไร่ชาของมึงที่กำลังรุ่งเรื่องจะจบสิ้นที่มึง แม้มึงจะมีลูกแต่เขายังเด็ก คิดบ้างไหมเขาจะเจออะไรบ้างระหว่างทางที่โตขึ้น”อำนาจมีลูกแต่ภรรยาเสียชีวิตตั้งแต่เด็กน้อยคลอด ตอนนี้คงอายุราวหกขวบ ผมอยากให้มันมีสติ
더 보기

ไม่ตายหรอก

“ชอบคำนี้จริงๆ โง่ ขี้ขลาด”ผมนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ อยากถีบไอ้จักรสักที แต่เกรงใจเพื่อนอีกสองคนและในคืนนั้นเรานั่งดื่มเบียร์กันหลายชั่วโมง เพราะพรุ่งนี้จักรต้องกลับกรุงเทพ ทุกคนคุยกันสนุกสนาน เป็นผมที่นั่งมองมือถือ กดข้อความส่งไปหานินจาบอกว่าขอไปหาเธอนี่มันมาถึงจุดต้องขอก่อนไปหา มันไม่ใช่ผม ผมยัดมือถือใส่กระเป๋าแรงๆ ดื่มเบียร์หมดแก้วกล้าๆ หน่อย หัวใจเธอร้าว ผมก็ควรหยิบเบาๆ ดูแลอย่างดี ให้มันเป็นเหมือนเดิมหัวใจผมเคยเป็นอย่างนั้น เวลา ผมต้องเชื่อมั่นในเวลา และความจริงใจที่มีรู้สึกหายใจคล่องขึ้นเมื่อคิดเช่นนั้น ผมเดินเข้าไปในบริเวณบ้านหลังใหญ่ที่ดูออกว่าเพิ่งก่อสร้างเสร็จ น้องสาวนินจาที่ผมเพิ่งรู้ว่าไปบวชชีมา ออกมาต้อนรับในชุดขาว ผมเธอยังสั้นอยู่ ผมสวัสดี เธอไหว้ผม และชวนเข้าบ้าน ผมมองหาอีกคน ปราการฉุดมือผม“เข้ามาก่อนเถอะครับ”ผมมองแม่ปราการที่ดูสนิทสนมกับกระต่ายมาก ผมรู้สึกดีกับความสัมพันธ์ของทุกคน“เต่าไปไหนหรือ”ผมไม่รอที่จะถาม วันนี้วันหยุด เธอ
더 보기

มือไม้อ่อน

ฉันนั่งมองคนที่บ่นเหมือนป้าแก่ๆ ตั้งแต่ไปบวชมาก็เปลี่ยนไปจากเดิมมาก ฝ่ายนั้นเหมือนรู้ว่าฉันนินทาหันมามอง “นินทาฉันอยู่สิพี่เต่า”“อือ จะทำไม”“พี่อย่าทำเป็นเด็กไป ฉันไม่อยากให้คนมาตายในบ้านหลังใหม่ฉัน ยิ่งเป็นคนรักพี่ ฉันยิ่งกลัว เขาคงไม่ไปไหนถ้าตายไป”ฉันตกใจคำพูดน้องและสวนออกไป “เขาไม่ตายหรอก แค่แพ้เลือด พี่เปล่าตั้งใจด้วย มันหล่นไปเพราะอยากฟาดที่แก้มเขาอีกครั้ง”“อยากจับแก้มเขาก็ไม่ว่า” โดนย้อนให้หน้าแดง ฉันยืนขึ้น“เข้าข้างเขาแล้วหรือกระต่าย เมื่อก่อนไหนบอกว่าไม่ชอบพ่อของลูกพี่”“ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเขาชอบพี่สาวฉันนิ เขาสารภาพฉันเชื่อเขา ฉันคิดว่าชีวิตมันสั้น แค่อยากให้พี่เปิดใจ”ฉันเดินหนีไม่อยากได้ยินคำวอนขอ แต่ชะเง้อมองคนที่ยังนอนหลับหลังจากน้องสาวทำแผลให้ฉันแอบจับมือตนเองมือไม้อ่อนก็เพราะเขา สมแล้วที่เจ็บตัวฉันรู้ว่าเขาแพ้เลือดตั้งแต่เห็นคนรักเก่าจากไปต่อหน้าต่อตาจากแม่เขา พร้อมๆ กับทุกคนในบ้านเมื่อครู่ ฉันถอนหายใจ
더 보기

ลองมาเป็นฉันดูไหม

คนป่วยนั่งกินข้าว สายตาเหลือบมองกัน ฉันอดใจไม่ได้เพราะรำคาญ “มองทำไม ฉันทำเพราะจำเป็นหรอก ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ นายจะหาว่าใจดำ”มันเงียบฉันหงุดหงิด “ทำไมไม่พูด มัวแต่มองอยู่ได้ รำคาญ”“ถ้ารำคาญแกก็ไปสิ”ฉันอึ้ง นึกถึงวันวานยามเราทะเลาะ น้ำเสียงมันเป็นแบบนี้ ไม่ได้โกรธ แค่เฉยชาชอบกลฉันลุกขึ้น มันว่าอีก“ถ้าไม่รำคาญอย่างที่ใจพูดก็ป้อนข้าวหน่อย ฉันเหนื่อยมาก”ฉันหันมอง ใบหน้ามันซีด ฉันลืมตัวเดินไปใกล้“นายแค่เจ็บป่วยนิดหน่อย อย่ามาสำออยนะมันหลับตา “บอกว่าเหนื่อย ไม่บอกว่าสำออย”ยังมากวนประสาท ฉันจับที่วัดไข้ ยัดในจั๊กกะแรมันเร็วๆ “นิ่งๆ จะดูว่ายังมีไข้หรือเปล่า”มันนิ่ง ไม่นานสัญญาณเครื่องวัดไข้ดังขึ้น ฉันดึงมาดู“สามสิบแปด นี่ อย่าบอกว่าแกไม่กินยา”ฉันพยายามแกะมือมันและเจอยาจริงๆ ฉันรีบเอาน้ำและยัดยาเข้าปากมัน มันทำหน้าเหยเก ฉันรำคาญ“ไม่ใช่ยาเป็นน้ำนะ อย่าให้มากไป”จู่ๆ มือร้อนมาจับที่มื
더 보기

จะผ่านไปให้ได้

“ช่วยคุณเต่าด้วยสิ ทำไมมีแต่คนว่ายน้ำไม่เป็น”เหมือนใครคนหนึ่งพูด และมีการโยนห่วงยางมาให้ฉัน ฉันพยายามสุดแรงเพื่อจับห่วง แต่แรงน้ำพัดมาพร้อมสายฝนห่าใหญ่ มาแบบไม่ทันตั้งตัว ฉันมือหลุดจากห่วงยาง เหมือนโดนกระชากจนร่างไร้แรงต้าน ฉันอยากมองหน้าลูก และฉันก็น้ำตาไหลอะไรกันนี้ ฉันไม่อยากตาย ฉันกลัวมันจริงๆ จะเกิดขึ้นอีกแล้วหรือตู้ม!!เหมือนมีเสียงกรีดร้องอีกครั้ง ฉันไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะฉันกำลังจมน้ำเพราะไร้เรี่ยวแรงทว่ากลับมีอ้อมกอดใหญ่มาพยุงมือขึ้นจากน้ำช้าๆ ฉันไม่เห็นหน้าเขา แต่รู้ว่าพ้นผิวน้ำแล้ว และหลังจากนั้น ฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย ฉันตื่นลืมตาขึ้นมา ฉันชะงักถอยหลังอัตโนมัติ เนื่องจากคนที่ยืนอยู่หลังอดีตผู้จัดการฉันคือคนที่ทำให้ฉันฝันร้ายมาจนทุกวันนี้ฉันจำเขาได้ดี“ฟื้นแล้ว”พี่เลี้ยงลูกมาจับมือฉันและร้องไห้ ฉันบีบมือฝ่ายนั้น สมองประมวลผล จำได้ว่าฉันลงช่วยเด็กชายคนหนึ่ง จนตนเองเกือบไม่รอดหมอเดินเข้ามา ทุกคนในห้องถอย ฉันถามหมอ “เด็กปลอดภัยนะคะ”&ld
더 보기

ความรักคือการลืม

“ผมขอโทษ คุณคือ”“ฉันแม่ของลูกนายไง”“แม่บอกผมยังไม่แต่งงานนี่ครับ”ฉันเอื้อมมือไปจับมือใหญ่นั้น มองใบหน้าซีดเซียว “ใครบอก นายขอฉันแต่งแล้ว ฉันไม่โกหกนายหรอก จริงนะ”มือใหญ่ดึงมือกลับ เขาเอามือจับที่หัว“ผมปวดหัวครับ เราค่อยคุยกันนะ ได้ไหม”อาจลืมไปชั่วชีวิต อาจเป็นไปได้ ฉันกลั้นน้ำตา และน้ำตายิ่งไหลบ่าที่แก้มเมื่อน้องสาวบอก โปรดรัก เขาก็ลืมเลือนเช่นกันกลับถึงห้อง ฉันบอกน้องสาวอยากอยู่คนเดียว แต่ไม่นานรุ่นพี่มาเยี่ยม ฉันต้องนั่งคุยกับเขา ทั้งที่ไม่มีจิตใจจะคุย“พี่ไม่เข้าใจ ทำไมต้องปล่อยให้เรื่องราวเป็นอย่างนี้ ถ้ารักเราก็ควรมองผ่านเรื่องบางอย่าง”รุ่นพี่ตอกย้ำฉันเรื่องที่เคยพูด ตอนนี้เราเป็นพี่ชาย น้องสาวที่แสนดี ฉันรู้รุ่นพี่เสียใจ แต่ฉันไม่อยากให้ความหวังเขาได้ อยากให้เขาเปิดประตูหัวใจสำหรับรักแท้แต่ฉันกลับปิดประตูหัวใจตนเอง จนกลายมาเป็นแบบนี้รุ่นพี่จับมือฉัน ขณะที่ย่าหลานเข้ามา ก่อนจะลากลับ ฉันมองย่าของหลาน“คุณมีอะไ
더 보기

เริ่มเข้าใจ

“เราแต่งงานกันแล้ว ออไม่ใช่สิ ยังไม่แต่ง ออ แล้วเราจะแต่งเมื่อไหร่ครับ”“ทำไม อยากรู้ขึ้นมา เมื่อก่อนบอกอย่าพูด”“ผมเจอหน้าลูกแล้ว รู้สึกว่าคุ้นเคย และเขาเหมือนคุณ และผมก็เชื่อแม่ผม”“แต่จำฉันไม่ได้เลยหรือ”พูดออกไปแล้วก็รู้สึกตนเองเหมือนเด็ก โบ้ทเงียบงันและเอ่ยตอบ“ผมขอเวลาหน่อยนะ”มันไม่มองหน้ากันอีกเดินดูในห้อง เดินไปที่หน้าต่าง และไม่นานหันมาอีกครั้ง“เราเคยนอนที่ห้องนี้กันหรือครับ”ต้องพยายามฟื้นความทรงจำ ฉันเดินไปใกล้ กล้าๆ กลัวๆ เอื้อมมือทั้งสองไปรวบเอวคนที่รอคำตอบ เหมือนโบ้ทตัวแข็งเมื่อฉันทำเช่นนั้น ฉันเองก็ใจเต้นเป็นกลองรัว แต่ไม่ปล่อยมือ ฉันมองหน้ามัน“ดูรูปของพวกเรากันไหม ตอนเรียนด้วยกัน เผื่อจำอะไรได้”มือใหญ่เอื้อมมาลูบเส้นผม ฉันรู้สึกดีใจมาก แต่มีเสียงมาขัดจังหวะเสียก่อนก๊อกๆๆ“คุณโบ้ทคะ คุณพระพายมาค่ะ”“ออ ได้ๆ เดี๋ยวลงไป”ฉันคลายอ้อมแขน “นัดเขามาเหรอคะ ทำอะไ
더 보기
이전
12345
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status