All Chapters of ยอดอัจฉริยะ พระชายาไร้ค่างามล่มเมือง: Chapter 1 - Chapter 10

30 Chapters

บทที่ 1

แคว้นต้าเหลียง นครหลวง เมืองเทียนอู่มวลเมฆมืดครึ้มปกคลุมทั่วผืนฟ้า บดบังจนแผ่นดินมืดมิดอับแสง“อ๊าก... อ๊าก...” เสียงกรีดร้องโหยหวนของสตรีดังก้องภายในคุกใต้ดินอันมืดมิด ชวนให้ผู้ที่ได้ยินขวัญหนีดีฝ่อแส้เงินที่มีหนามแหลมฟาดลงบนร่างผอมบางของสตรีนางหนึ่งครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกคราที่ตวัดผ่านย่อมกระชากเอาเศษเนื้อและโลหิตติดออกมา ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ“ยาถอนพิษอยู่ที่ใด?!” บุรุษผู้หนึ่งยกมือขึ้นสั่งให้ข้ารับใช้ชุดดำที่กำลังลงทัณฑ์ทรมานหยุดมือ น้ำเสียงเย็นเฉียบเสียดแทงกระดูก แววตาคมปลาบเปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังและความรังเกียจอย่างสุดซึ้ง“ข้ามิได้วางยาพิษ แล้วจะเอายาถอนพิษมาจากที่ใด!”ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์กัดฟันแน่น ข่มกลั้นความเจ็บปวดแสบร้อนทั่วร่าง นางเงยหน้ามองบุรุษผู้หล่อเหลาราวกับเทพเซียนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า น้ำตาแห่งความโศกเศร้าหลั่งรินปะปนกับโลหิตบนใบหน้าไหลซึมเข้าสู่ปากนี่คือสามีของนาง อีกทั้งยังเป็นอ๋องหลิง องค์ชายหกผู้เป็นที่โปรดปรานยิ่งของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ปีนี้ย่างเข้ายี่สิบชันษาเมื่อหนึ่งปีก่อน นางอ้อนวอนขอให้ไป๋จิ่นถัง บิดาผู้เป็นแม่ทัพของนาง ใช้ความชอบในการทำศ
Read more

บทที่ 2

“ยาถอนพิษนั้นข้าไม่มี!” ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ จึงเอ่ยปากอย่างยากลำบาก “แต่พิษนี้แก้ได้ เพียงแต่ขาดตัวยาไปอย่างหนึ่ง”เธอต้องถ่วงเวลาเพื่อตนเองจิตสังหารในดวงตาของเย่เทียนหลิงพลันพุ่งทะยาน เพิ่มแรงเหยียบที่ฝ่าเท้า น้ำเสียงเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งพันปี “จงบอกเทียบยามา!”ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์รู้สึกว่ากะโหลกศีรษะจะถูกเขาเหยียบจนปริแตก ในใจด่าทอสาปแช่งบรรพบุรุษแปดชั่วโคตรของเขาจนครบถ้วนในชั่วพริบตาทว่ายามนี้เธอทำได้เพียงแสร้งจำยอม “ข้าพูดไปก็ไร้ประโยชน์ ในนั้นมีตัวยาอย่างหนึ่งที่ยากจะเสาะหาได้”เย่เทียนหลิงแค่นยิ้มหยามหยัน “ว่ามา! ใต้หล้านี้ยังไม่มีสิ่งใดที่ข้าต้องการแล้วไม่ได้มา”เขาคือพระโอรสองค์โปรดของเสด็จพ่อ ในคลังส่วนพระองค์ของเสด็จพ่อ ของล้ำค่าแบบใดเล่าจะไม่มีไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เค้นเสียงอันอ่อนแรงเอ่ยออกมา “บัวหิมะแดงพันปี”ดวงตาของเย่เทียนหลิงหรี่ลง “เจ้าเล่นแง่กับข้างั้นหรือ?”บัวหิมะแดงนั้นหาได้ยากยิ่ง บัวหิมะพันปียิ่งหาได้ยากกว่า ส่วนบัวหิมะแดงพันปีนั้นแทบจะเป็นเพียงตำนานเล่าขานไป๋เจี่ยนเอ๋อร์แค่นหัวเราะเสียงแผ่ว “จะเชื่อหรือไม่ก็สุดแท้แต่ท่าน หากหาของมาได้
Read more

บทที่ 3

นี่คือเด็กสาวคนหนึ่งที่อายุราวสิบสามสิบสี่ปี แต่งกายแบบสาวใช้ หน้าตานับว่างดงามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมผุดข้อมูลของเด็กสาวคนนี้ขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ นางคืออวี้ชุ่ย สาวใช้คนสนิทข้างกายหลิ่วหรูเหมยอวี้ชุ่ยวางกล่องอาหารไว้ด้านหนึ่ง มือกระชับกริชแน่น พลางย่างเท้าเข้าหาไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ทีละก้าวไป๋เจี่ยนเอ๋อร์กลั้นหายใจด้วยความเคร่งเครียด ร่างกายนี้เพิ่งผ่านความตายมาหนหนึ่ง เกรงว่าคงไม่มีเรี่ยวแรงไปต่อกรกับอวี้ชุ่ยที่มีร่างกายสมบูรณ์ดีอยู่นางเฝ้ารออย่างเงียบ ๆ รอให้อวี้ชุ่ยเข้ามาใกล้ เพื่อจะลงมือจู่โจมปลิดชีพในคราเดียวอวี้ชุ่ยเห็นไป๋เจี่ยนเอ๋อร์โชกไปด้วยโลหิต นอนแน่นิ่งเหมือนตายแล้ว จึงย่อตัวลงแล้วยื่นมือไปอังจมูกเพื่อตรวจลมหายใจ “ตายแล้วหรือ?”ในตอนนั้นเอง ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี พุ่งตัวขึ้นกดร่างอวี้ชุ่ยลงกับพื้น สองมือกดแขนอีกฝ่ายไว้ จากนั้นกัดเข้าที่ลำคอของเด็กสาวความเจ็บปวดจากกระดูกซี่โครงทำให้ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ต้องขบกรามแน่น อวี้ชุ่ยแผดร้องเสียงแหบพร่า “อ๊าก! ช่วยด้วย!”ยามนี้นางรู้สึกเสียใจยิ่งนัก พวกองครักษ์ถูกนางไล่ออกไปหมดแล้ว จึงไม่มีผู้ใดเข้ามาช่วยนางไ
Read more

บทที่ 4

อวี้ชุ่ยคล้ายมิได้ยินคำถามของผู้คุมคนที่สอง นางกุมดวงตาทั้งสองข้าง พลางแผดเสียงร้องโอดโอยผู้คุมคนแรกและผู้คุมคนที่สองสบสายตากัน ต่างเห็นความเคลือบแคลงสงสัยในแววตาของอีกฝ่ายเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตของหลิ่วหรูเหมย หมอถูกเชิญตัวมาอย่างรวดเร็ว คนที่มาพร้อมกันยังมีเย่เทียนหลิงที่ได้ทราบข่าวทันทีที่อวี้ชุ่ยได้ยินว่าเย่เทียนหลิงมาถึง ก็ทรุดกายลงคุกเข่า กุมศีรษะเนื้อตัวสั่นเทาหมอผู้นี้เป็นบุรุษหนุ่มรูปงาม อายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปี มีกลิ่นอายผู้ดีหัวขบถไม่ยึดถือกฎเกณฑ์ครั้นเห็นว่ามีผู้บาดเจ็บสองคน จึงเอ่ยถามว่า “จะให้ช่วยผู้ใดก่อน?”เย่เทียนหลิงขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยเสียงเย็นชาว่า “ช่วยไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ก่อน!”หมอถือล่วมยาไปอยู่เบื้องหน้าไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ หลังจากตรวจบาดแผลของนางแล้วจึงเอ่ยว่า “อาการหนักหนานัก!”“หากนางตาย เจ้าก็ต้องตาย!” เย่เทียนหลิงเอ่ยเสียงเย็นชา แล้วกำหมัดทั้งสองข้างแน่นหมอหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกระเซ้าเย้าแหย่ “หากผู้ใดไม่รู้เข้า คงคิดว่าท่านมีความผูกพันลึกซึ้งต่อไป๋เจี่ยนเอ๋อร์”เมื่อเห็นใบหน้าของเย่เทียนหลิงบึ้งตึงสมใจ หมอจึงรีบกล่าวว่า “คงต้องพยายามเต็ม
Read more

บทที่ 5

ครั้นอวี้ชุ่ยได้ยินว่าจะโดนทัณฑ์ทรมาน ก็โขกศีรษะรัวเร็ว “ท่านอ๋อง โปรดไว้ชีวิตเถิดเพคะ บ่าวตายไปก็มิใช่เรื่องใหญ่ ทว่าคุณหนูของบ่าวชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย หากนางล่วงรู้ว่าบ่าวเป็นอันใดไป...”ต้องยอมรับว่าอวี้ชุ่ยฉลาดเฉลียวนัก นางรู้ดีว่าจะกุมจุดตายของเย่เทียนหลิงไว้เช่นไรเป็นดังคาด เพียงเอ่ยอ้างถึงหลิ่วหรูเหมย สมองของเย่เทียนหลิงก็ใช้การไม่ได้ทันที“เช่นนั้นก็ให้คุณหนูของเจ้าลงโทษเจ้าเอง หากไป๋เจี่ยนเอ๋อร์สิ้นชีพ คุณหนูของเจ้าก็มิอาจรอดชีวิต เช่นนั้นเจ้าก็จงตายตกตามเจ้านายของเจ้าไปเสีย!”อวี้ชุ่ยกลัวจนตัวสั่นงันงก รีบโขกศีรษะขอบคุณ “ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ไว้ชีวิตเพคะ!”“ไม่... ได้!” ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่งด้วยความขุ่นเคืองในตัวคนสารเลวเย่เทียนหลิงผู้นี้ไร้สาระจริง ๆ! ให้ตายเถอะ! ไร้ทางเยียวยาแล้วมั้ง?หมอยืนกอดอก ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนขาข้างหนึ่ง ท่าทีราวกับชมเรื่องสนุกโดยไม่กังวลว่าเรื่องจะลุกลามใหญ่โต “โอ๊ยตาย กระอักเลือดเสียแล้ว! เดิมทีก็นับเป็นไม้ใกล้ฝั่ง กลับฝืนรั้งลมหายใจมาได้นานถึงเพียงนี้ ทั้งยังเอ่ยวาจาออกมาได้ตั้งมากมาย ช่างเป็นปาฏิหาริย์โดยแท้!”เย่เทียนหล
Read more

บทที่ 6

ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ยินดีปรีดาในใจ รีบกดเปิดกล่องของขวัญสีแดงสดนั้นทันทีมันคือยาลูกกลอนต่อชีวิตหนึ่งเม็ด!ในเมื่อฟังก์ชันหลายอย่างยังไม่ปลดล็อก ไม่สามารถนำยารักษาออกมาใช้ได้ การมอบยาลูกกลอนต่อชีวิตให้เม็ดหนึ่งก็นับว่ายุติธรรมดีไป๋เจี่ยนเอ๋อร์กลืนยาลูกกลอนต่อชีวิตลงไปอย่างไม่ลังเล จากนั้นก็รอให้ป่านหลานเกินเติบโตเต็มที่ เพื่อที่จะได้เก็บเกี่ยวและเพาะปลูกในรอบถัดไปได้ทันท่วงทีเหรียญทองเอ๋ยเหรียญทอง ตอนนี้นางต้องการแต้มเหรียญทองอย่างเร่งด่วนเพื่อเลื่อนระดับมิติการแพทย์ ทว่ารออยู่ครู่เดียว นางก็สิ้นสติหลับใหลไป ร่างกายอันบอบช้ำนี้ เทียบกับศพแล้วก็แค่มีลมหายใจอยู่เพียงเฮือกเดียวเท่านั้นครั้นฟื้นขึ้นมา นางพบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงไม้จันทน์แดงฉลุลายวิจิตรหลังใหญ่ทั่วร่างยังคงปวดร้าวมาก ทว่าสัมผัสได้ว่าบาดแผลถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว ซี่โครงก็ถูกจัดต่อเข้าที่เดิมทันใดนั้น มีเสียงฝีเท้าแว่วมาจากนอกห้อง ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์หลับตาแสร้งสลบไสลในทันทีเย่เทียนหลิงสาวเท้าไปข้างเตียง มองดูใบหน้าซีดเซียวเหมือนร่างไร้วิญญาณ ไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวาของไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ ขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามหมอหนุ่มรูปงามข้างกา
Read more

บทที่ 7

กู้จือสิงรู้สึกได้ว่าเบื้องหน้ามีหลุมพรางรออยู่ ทว่าเขาก็ยังพยักหน้า “อยากรู้”ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เอ่ยเสียงเรียบ “รินน้ำให้ข้าดื่มสักจอกก่อน”ประเสริฐ เป็นเช่นนั้นจริง ๆ! กู้จือสิงแทบจะคลุ้มคลั่งทว่าเขากลับฉงนใจยิ่งนัก คนที่เห็นชัดว่าไม่รอดแน่ ไฉนกลับดีขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน ตัวเขาเองมิเคยนึกสงสัยในวิชาแพทย์ของตนเช่นนี้มาก่อนเขาจึงได้แต่ทำสีหน้าเบื่อโลกขณะรินน้ำหนึ่งจอก แล้วเชิดหน้าส่งให้ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์พลางกระแทกเสียง “เอ้า!”ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ยกยิ้มเย็นชา “ให้เขาเป็นคนริน!”“ห๊า?!” กู้จือสิงทำท่าทางราวกับเห็นผี “เจ้า เจ้า เจ้าจะให้อ๋องหลิงรินน้ำให้เจ้าเชียวหรือ?”เย่เทียนหลิงถลึงตาใส่เขา แววตาประหนึ่งคมมีดน้ำแข็งที่พร้อมทิ่มแทง ขบกรามพลางเอ่ยว่า “รนหาที่ตาย!”ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ยิ้มเยาะ “แน่จริงท่านก็สังหารข้าสิ!”สิ้นคำ นางก็ไอเบา ๆ มีโลหิตเอ่อล้นออกมาจากมุมปากกู้จือสิงตกใจยิ่งนัก รีบตรวจชีพจรให้นาง “หากมิใช่เสียสติ ก็คงเป็นภาวะจิตสุดท้ายก่อนสิ้นใจ!”เย่เทียนหลิงกำหมัดแน่นจนกระดูกดังกร๊อบ นึกอยากจะฉีกร่างไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ แต่กลับต้องอธิษฐานขอให้นางรอดไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เห็นท่าทีจนปัญญ
Read more

บทที่ 8

ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์นึกไม่ออกว่าสาวใช้นางนี้เป็นผู้ใด ดูจากเครื่องแต่งกายและท่าทางแล้ว คงจะเป็นสาวใช้ระดับสูงที่มีหน้ามีตาไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “หาบัวหิมะแดงพันปีได้แล้วหรือ?”ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ สมุนไพรนี้เป็นของล้ำค่าที่หาได้ยากมาก หากมิใช่สูญพันธุ์ไปแล้ว อย่างน้อยก็ควรใช้เวลาเสาะหาแรมปีถึงจะถูกสาวใช้ชายตามองนางด้วยความดูแคลน “หากหาไม่พบ ท่านจะฟื้นขึ้นมาได้หรือ?”อุ๊ยตาย ดูท่าคงจะให้นางกินด้วยสินะ? ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์แอบยินดีในใจ อย่างน้อยนางก็ได้ผลประโยชน์มาบ้างสาวใช้ผู้นั้นจัดเตรียมพู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกไว้บนโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว “พระชายา เชิญเพคะ”แววตาไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ไหววูบ สีหน้าพลันบิดเบี้ยวเหยเกพลางกุมท้องไว้ “โอ๊ย ข้าปวดท้อง อยากจะไปห้องน้ำ”สาวใช้ทำหน้าฉงน “ห้องน้ำหรือเพคะ?”ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์พยักหน้าอย่างน่าเวทนา “สามกิจเร่งด่วนของมนุษย์ [1] ไง ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว!”สาวใช้พลันเข้าใจ ใบหน้าก็แดงก่ำขึ้นมา เอ่ยด้วยความอายระคนโกรธเคือง “รีบไปสิเพคะ!”ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ยันกายหมายจะลุกจากเตียง ทว่าซี่โครงกลับปวดร้าว ลุกขึ้นได้เพียงครึ่งเดียวก็ล้มตัวนอนดังเดิม “โอ
Read more

บทที่ 9

ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ย่อมไม่มีทางเขียนเทียบยาให้แต่โดยดี เดี๋ยวก็บอกว่ากระหายน้ำ เดี๋ยวก็ว่าอยากกินของว่าง อีกเดี๋ยวก็บอกว่าต้องตรวจชีพจรก่อนถึงจะเขียนได้สาวใช้นางนั้นร้อนใจจนกระทืบเท้า รีบรุดไปขอคำสั่งจากเย่เทียนหลิงด้วยตนเองจากนั้น หญิงรับใช้ร่างกำยำสองคนก็เดินเข้ามาจากด้านนอก พร้อมกับหามแคร่มาตัวหนึ่งไม่ยอมให้ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ได้เอ่ยวาจาใด หญิงรับใช้ทั้งสองก็แบกนางวางบนแคร่ หามขึ้นแล้วมุ่งหน้าออกไปอย่างเร่งรีบไป๋เจี่ยนเอ๋อร์สบถด่าอยู่ในใจ บนแคร่ไม่ได้ปูฟูก และไม่มีผ้าคลุมร่างให้นางแม้เพียงผืนเดียว ปล่อยให้นางอยู่ในชุดตัวในเพียงชั้นเดียว นอนทอดกายอยู่บนนั้นในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เดินผ่านพื้นที่กว่าครึ่งของจวนอ๋องหลิงบรรดาบ่าวไพร่ที่พบเห็นระหว่างทาง ต่างไม่คิดจะปกปิดแววตาแห่งความดูแคลนและเหยียดหยามแม้แต่น้อยที่สำคัญคือที่หน้าประตูสวนดอกเหมยมีองครักษ์สองกลุ่ม เมื่อเห็นไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ในสภาพอเนจอนาถเช่นนี้ แม้แววตาจะสั่นไหว ทว่าไม่มีผู้ใดหันหลังกลับเพื่อหลบเลี่ยงเลยสักคน ยังคงจ้องมองนางจนทั่วร่างให้ตายสิ สุดจะเหลือทนแล้วนะ!อย่าว่าแต่นางเป็นถึงพระชายาอ๋องเลย ต่อให้เป็นเพียงหญิงสามั
Read more

บทที่ 10

ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีเกียจคร้าน สายตาเรียบเฉยไร้อารมณ์มองไปยังอวี้ชุ่ยร่างของอวี้ชุ่ยสั่นสะท้าน ใบหน้าซีดเผือดลงทันตา นางคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุ้บ โขกศีรษะพลางเอ่ยว่า “พระชายาโปรดเมตตาเถิดเพคะ คุณหนูได้ลงโทษบ่าวแล้ว ท่านอย่าได้ถือสาบ่าวเลย รีบส่งยาถอนพิษมาเถิดเพคะ!”หลิ่วหรูเหมยก็เอ่ยขอร้องด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “พี่หญิง น้องผิดเองเพคะ เป็นเพราะน้องสั่งสอนคนไม่ดี หากท่านจะตำหนิ ก็ตำหนิน้องเถิด”ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อย่ามานับญาติกับข้า เจ้าอาศัยอยู่ในจวนอ๋องหลิงอย่างไร้ยศไร้ตำแหน่ง มีความสัมพันธ์กับท่านอ๋องโดยไร้พิธีสมรส มีสิทธิ์อันใดมานับญาติเป็นพี่เป็นน้องกับข้า!”“พระชายา... ข้า... ฮือ ๆ...” หลิ่วหรูเหมยเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น คนในห้องต่างพากันก้มหน้าสำรวมกิริยา แสร้งทำเป็นหูหนวกตาบอดเย่เทียนหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน “ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ เจ้าอย่าทำเกินไปนัก! ข้ากับเหมยเอ๋อร์นั้นบริสุทธิ์ใจต่อกัน!”ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เหลือบมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม “พวกท่านบริสุทธิ์ใจหรือไม่ แล้วมันกงการอะไรของข้า? ปัญหาตอนนี้คือ สาวใช้ของนางแทงข้าหนึ่งที แต่ก
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status