All Chapters of ยอดอัจฉริยะ พระชายาไร้ค่างามล่มเมือง: Chapter 21 - Chapter 30

30 Chapters

บทที่ 21

ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ยิ้มเยาะในใจ นี่คิดจะบีบบังคับให้นางยกโทษให้อย่างนั้นหรือ?เจ้าของร่างเดิมตายไปแล้ว แต่ความแค้นนี้ยังหลงเหลืออยู่ในจิตใต้สำนึก จะให้อภัยได้หรือ?หลิ่วหรูเหมยไม่ได้แสร้งทำเป็นอ่อนแอ แสดงความรักอย่างลึกซึ้ง เรียกคะแนนความสงสารหรอกหรือ?ดี ก็มอบโอกาสนี้ให้นางแล้วกัน!ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ไม่พูดอะไรแม้แต่ประโยคเดียว หันหลังกลับเข้าห้องไป แล้วปิดประตูดัง “ปัง!”มาดูกันว่าแม่ดอกบัวขาวนี่จะหาทางลงอย่างไร ไหนบอกว่าจะคุกเข่าไม่ยอมลุกมิใช่หรือ?ก็คุกเข่าไปสิ นางจะรับแทนเจ้าของร่างเดิมเอง!หลังจากก่นด่าเย่เทียนหลิงกับหลิ่วหรูเหมยชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้นในใจไปสองร้อยรอบแล้ว จึงค่อยนึกถึงบุรุษที่อยู่ในมิติ หากฟื้นขึ้นมา จะถูกมิติผลักไสออกมาหรือไม่พวกเขามั่นใจว่าบุรุษผู้นั้นเข้ามาในห้องของนางแล้ว แต่ก็ค้นตัวไม่พบ ต้องเฝ้าอยู่ข้างนอกเป็นแน่ หากถึงตอนนั้นบุกเข้ามา ความพยายามทั้งหมดก็จะสูญเปล่านางเข้าไปในมิติ ตรวจสอบลมหายใจของบุรุษผู้นั้น ยังมีชีวิตอยู่ แต่ยังคงสลบไสลมิตินี้ไม่มีฟังก์ชันเทเลพอร์ต เข้าไปจากที่ใด ก็ต้องออกมาจากที่นั่นไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ยังคิดหาวิธีการดี ๆ ไม่ออก นางจำได้
Read more

บทที่ 22

ไม่ว่าไป๋เจี่ยนเอ๋อร์จะยินยอมหรือไม่ การเข้าวังก็เป็นเรื่องที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์จึงบอกกับตนเองว่าอย่าไปคิดอะไรเลย ค่อย ๆ วางแผนไปทีละขั้นนางเปลี่ยนมาสวมชุดหรูฉวิน[1]สีขาวนวลจันทร์ ที่ปลายแขนเสื้อ ปกเสื้อ และชายกระโปรงปักลวดลายกิ่งไผ่เขียวขจี ดูเรียบหรูโดดเด่น บุคลิกสูงส่งเหนือธรรมดาจะเห็นได้ว่า รสนิยมการแต่งกายของเจ้าของร่างเดิมนับว่าใช้ได้ทีเดียวนางหยิบผ้าคลุมหน้าสีขาวนวลจันทร์ขึ้นมาปกปิดใบหน้า เพื่อบดบังรอยแผลเป็นที่น่าเกลียดน่ากลัว เผยเพียงดวงตากลมโตที่งดงามเป็นประกายมีชีวิตชีวานางพาชิงเฉ่าเดินผ่านประตูโค้งบานแล้วบานเล่า เลี้ยวลดไปตามทางเดินครู่หนึ่ง จนมาถึงหน้าประตูใหญ่ของเรือนด้านหน้ารถม้าเตรียมไว้พร้อมแล้ว คราวนี้เย่เทียนหลิงไม่อยู่ด้วยไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ก้าวขึ้นรถม้าด้วยความว้าวุ่นใจ เรื่องหนึ่งคือจะจัดการกับบุรุษที่อยู่ในมิติอย่างไร อีกเรื่องคือเป็นห่วงสถานการณ์หลังจากเข้าไปในวังนางเร้นกายเข้าไปในมิติ ใช้สมุนไพรที่ได้มาจากเย่เทียนหลิงเหล่านั้น ปรุงผงยาสำหรับป้องกันตัวและเล่นงานผู้คนออกมาจำนวนหนึ่งนางมิใช่เจ้าของร่างเดิมที่มีแต่ควา
Read more

บทที่ 23

ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ถูกผลักจนล้มพับลงกับพื้น โทสะพลุ่งพล่านขึ้นในใจเวลาที่กำลังทำงาน นางเกลียดการถูกขัดจังหวะเป็นที่สุดอีกอย่าง นางก็สวมผ้าคลุมหน้าบาง ๆ อยู่ ไม่ได้ “จุมพิต” ลงไปจริง ๆ เสียหน่อยนางตวาดกร้าว “หุบปาก! หากอยากให้หญิงชราผู้นี้รอดชีวิต ก็อย่ามารบกวนข้าช่วยคน!”ช่วงเวลาทองในการกู้ชีพผู้ป่วยโรคหัวใจคือสี่นาที ราวกับวิ่งแข่งกับพญามัจจุราช ไม่อาจล่าช้าได้แม้แต่นิดเดียวฮูหยินวัยกลางคนท่าทีน่าเกรงขามผู้นั้นชี้หน้าไป๋เจี่ยนเอ๋อร์พลางเอ่ยว่า “มีใครช่วยคนกันอย่างเจ้าบ้าง? มิหนำซ้ำยังปิดหน้าปิดตา ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อีก!”มีสตรีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น “นั่นสิ ไท่เฟยก็อายุมากเช่นนี้แล้ว ก่อนตายยังรักษาชื่อเสียงในบั้นปลายชีวิตไว้ไม่ได้อีก มันช่าง...”“หุบปาก!” บุรุษชุดขาวตวาดกร้าว “ให้นางช่วย ข้าเชื่อใจนาง! ผู้ใดกล้าขัดขวาง ย่อมหมายความว่าคิดจะปองร้ายเสด็จแม่!”สิ้นเสียงนี้ของเขา เหล่าสตรีทั้งหลายต่างก็หุบปากเงียบกริบในทันทีไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เพิ่งจะสังเกตเห็นหน้าตาของบุรุษผู้นี้ เขาดูอายุราว ๆ ยี่สิบกว่าปี ใบหน้าราวกับภาพวาด ดูอ่อนโยนและสง่างาม ทว่ากลับมีความน่าเกรงขามที่มิอาจต้านทานแฝงอยู
Read more

บทที่ 24

ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เติบโตที่ชายแดน ครั้นอายุสิบสี่ปีถึงวัยออกเรือนจึงได้กลับมาที่เมืองหลวง จึงไม่ค่อยคุ้นเคยกับเหล่าพระญาติพระวงศ์ในเมืองหลวงนักหนึ่งปีที่สมรสกับเย่เทียนหลิงมา พอถึงงานเลี้ยงในวังหรือโอกาสในที่สาธารณะทีไร ก็มักจะเกิดเรื่องขึ้นเสมอ หากไม่ท้องเสียก็เป็นลมล้มพับไป จึงไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าธารกำนัลเลย ได้พบปะเชื้อพระวงศ์ไม่มากนักอาจกล่าวได้ว่า นอกจากถูกฮุ่ยเฟยลงโทษแล้ว เจ้าของร่างเดิมก็ไม่เคยเข้าวังด้วยเหตุผลอื่นเลยชิงเฉ่ากล่าวว่า “เขาเรียกหนิงไท่เฟยว่าเสด็จแม่ น่าจะเป็นอ๋องกง พระอนุชาองค์เล็กของฝ่าบาท หลังจากฮ่องเต้องค์ก่อนสวรรคต อ๋องกงก็รับหนิงไท่เฟยไปประทับที่จวนอ๋องกง เพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุข”พระสนมที่มีพระโอรส หลังจากที่ฮ่องเต้สวรรคต สามารถออกจากวังไปใช้ชีวิตในบั้นปลายที่จวนของพระโอรสได้ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “อ๋องกงอภิเษกสมรสแล้วหรือยัง?”ชิงเฉ่าเอ่ยด้วยความเสียดาย “ยังเพคะ ได้ยินมาว่าอ๋องกงป่วยด้วยโรคประหลาด จะมีอายุขัยสั้น จึงไม่อยากทำให้สตรีต้องเสียเวลาเพคะ”“โรคประหลาดอะไรหรือ?” ในฐานะหมอ ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที
Read more

บทที่ 25

เห็นได้ชัดว่าไป๋เจี่ยนเอ๋อร์กำลังเปรยถึงเรื่องที่หลิ่วหรูเหมยใช้พิษเจ็ดวันปลิดวิญญาณมาใส่ร้ายนาง เพราะอยากรู้ว่าฮุ่ยเฟยทราบเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ฮุ่ยเฟยโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ “บังอาจ! นี่เจ้ายังจะโทษเหมยเอ๋อร์อยู่อีกหรือ? หากไม่ใช่เพราะเจ้า ตำแหน่งพระชายาอ๋องหลิงสมควรเป็นของเหมยเอ๋อร์! เจ้าแย่งชิงตำแหน่งของนางไป ไม่ว่าอ๋องหลิงและเหมยเอ๋อร์จะปฏิบัติต่อเจ้าเช่นไร เจ้าก็ต้องทนรับไว้!”เห็นได้ชัดว่า ฮุ่ยเฟยรู้เรื่องด้วยทว่าดูจากระดับความรักใคร่เอ็นดูที่นางมีต่อหลิ่วหรูเหมยแล้ว ไม่น่าใช่ผู้บงการ นางคงไม่มีทางยอมให้หลิ่วหรูเหมยเป็นอันตรายแม้เพียงนิดจู่ ๆ หลิ่วหรูเหมยก็ลุกขึ้นพรวดแล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้าไป๋เจี่ยนเอ๋อร์อีกครั้ง “พระชายาเพคะ หม่อมฉันรู้แล้วว่าผิด ท่านโปรดให้อภัยหม่อมฉันเถิด เมื่อคืนหม่อมฉันคุกเข่าอยู่หน้าประตูห้องท่านทั้งคืน ท่านก็ยังไม่ยอมยกโทษให้หม่อมฉัน หม่อมฉันสำนึกผิดแล้วจริง ๆ! เป็นเพราะหม่อมฉันรักอ๋องหลิงมากเกินไป จึงได้ทำเรื่องเลอะเลือนเช่นนั้น! ฮือ ๆ ๆ...”ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์หรี่ตาลงทันควัน นี่คือการฟ้องร้องซึ่งหน้าหรือเปล่า?ฮุ่ยเฟยรีบลุกจากที่นั่ง ดึงตัวหลิ่วหรูเหมยขึ้
Read more

บทที่ 26

ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เบี่ยงตัวหลบนางกำนัลที่พุ่งเข้ามาจับตัวนางอย่างปราดเปรียว ดวงตาเผยแววดุดัน เอ่ยว่า “แล้วทำไมหม่อมฉันต้องไม่กล้า? คนไม่มีอะไรจะเสียไม่กลัวคนที่มีอะไรต้องรักษาหรอก! พวกท่านเหยียดหยามหม่อมฉันถึงเพียงนี้ แม้แต่กระต่ายก็ยังต้องสู้กลับ! ข้ารู้ดีว่าการเข้าวังครานี้คงไม่ใช่เรื่องดี จึงเตรียมการไว้แต่เนิ่น ๆ แล้ว!”นางแอบล้วงผงยาจากแขนเสื้ออย่างแนบเนียน วันนี้ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องสั่งสอนบทเรียนให้สวะเหล่านี้เสียบ้าง!ฮุ่ยเฟยและหลิ่วหรูเหมยตกตะลึงกับเจตนาสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากดวงตาของไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ จึงชะงักงันไปชั่วขณะทว่าเย่เทียนหลิงยังคงนั่งจิบชาอย่างไม่รีบร้อนอยู่ที่เดิม ราวกับว่าทั้งตำหนักนี้มีเพียงเขาคนเดียวอย่างไรเสียฮุ่ยเฟยก็เป็นพวกเก๋าเกมในศึกชิงอำนาจในวังอยู่แล้ว จึงดึงสติกลับมาได้ในทันที แล้วหัวเราะหึ ๆ อย่างเย็นชา “ดี ตอนแรกคิดว่าเป็นลาดื้อไร้สมอง ที่แท้ก็เป็นหมาบ้าตัวหนึ่ง!!”ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์โกรธจัดจนขาดสติ “ท่านต่างหากล่ะหมาบ้า! หมาแก่แต่ทำตัวเป็นสาว!”นางยอมทุ่มหมดหน้าตัก อย่างมากก็แค่เข้าไปในมิติ ในนั้นมีทั้งเสบียงแห้งและขนมที่กักตุนไว้ช่วงนี้ มีน้ำพุวิเศษ
Read more

บทที่ 27

ในขณะที่ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์รู้สึกว่าตนเองกำลังจะจบสิ้นลงแล้ว ทันใดนั้นก็มีเสียงกึ่งชายกึ่งหญิงดังแว่วมา “ฮ่องเต้เสด็จ! ไทเฮาเสด็จ! ฮองเฮาเสด็จ! อ๋องกงเสด็จ!”ฮุ่ยเฟยได้ยินดังนั้นก็ลนลาน รีบสั่งการทันที “เร็วเข้า! เอานางไปไว้ที่ตำหนักหลัง!”การใช้ศาลเตี้ยในวังนับเป็นความผิดมหันต์ ไหนจะกระทำกับสะใภ้ของตัวเองอีก?เหล่าขันทีรีบหยุดมือ ช่วยกันลากตัวไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ไปยังตำหนักหลังอย่างชุลมุน ศีรษะและหัวไหล่กระแทกเข้ากับขั้นบันไดหิน เจ็บปวดจนแทบขาดใจต่อให้เหล่าขันทีจะเคลื่อนไหวรวดเร็วเพียงใด ก็ยังช้าเกินไปเสียงอันน่าเกรงขามทว่าแฝงความอ่อนโยนไว้ดังขึ้น “น้องหญิงฮุ่ยเฟย ที่นี่ของเจ้าช่างครึกครื้นเสียจริง”“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เสียงน่าเกรงขามของบุรุษดังตามเข้ามาฮุ่ยเฟยรีบจับมือของนางกำนัลไว้แล้วถวายความเคารพฮ่องเต้และคนอื่น ๆ “หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าบาท! ถวายพระพรไทเฮาและฮองเฮาเพคะ”น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลราวสายน้ำ ท่วงท่านั้นอ่อนช้อยไร้กระดูก บอบบางราวกิ่งหลิวลู่ลม เห็นแล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้!ไหนล่ะท่าทีหยาบคายและอวดดีของสตรีปากจัดเมื่อครู่นี้?หลิ่วหรูเหมยรีบทำความเคารพตาม ท่าทางอ้อนแอ้น
Read more

บทที่ 28

สุดท้ายอ๋องกงจึงเสนอแนะว่า “หามพระชายาอ๋องหลิงเข้าไปก่อนเถิด นางช่วยเสด็จแม่ไว้ ข้ายังต้องขอบคุณนางเป็นอย่างดีก่อน”ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ยินดีอยู่ในใจ อ๋องกงผู้หล่อเหลาดั่งเซียนตกสวรรค์ช่างมีจิตใจเมตตาเสียจริงฮุ่ยเฟยรีบสั่งการนางกำนัลว่า “เร็วเข้า รีบหามพระชายาอ๋องหลิงเข้าตำหนักใน!”นางกลัวว่าฮ่องเต้จะสั่งให้คนดึงผ้าที่อุดปากไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ออกเพื่อไต่ถาม ท่าทางของไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เมื่อครู่นี้ไม่ปกติเอาเสียเลย ยังไม่รู้ว่าจะพูดจาจาบจ้วงเบื้องสูงอันใดออกมาบ้าง!ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนเป็นคนเจนจัด ต่อหน้าฮ่องเต้และเย่เทียนหลิง ไม่มีใครคิดจะหักหน้าฮุ่ยเฟยจนเกินไป แน่นอนว่าจึงไม่มีใครเสนอคำขอนี้ขึ้นมาฮองเฮานั้นมีความคิดเช่นนี้อยู่ แต่นางทราบดีว่าทุกสิ่งควรทำแต่พอดี ในเมื่อไม่อาจใช้แผนเดียวปลิดชีพสองแม่ลูกฮุ่ยเฟยได้ แล้วไยไม่วางตัวให้ดีและใจกว้างขึ้นอีกนิดเล่า?ด้วยเหตุนี้ ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์จึงถูกพามาถึงตำหนักใน โดยที่ผ้าขี้ริ้วเหม็นเน่าในปากก็ยังไม่ได้ถูกดึงออกวังหลวงคือสถานที่ที่เห็นแก่ผลประโยชน์และอำนาจเป็นใหญ่ คำกล่าวนี้ไม่ผิดเพี้ยนสักนิดหมอหลวงมาแล้ว แม้แต่จับชีพจรก็ไม่ทำ เพียงทิ้ง
Read more

บทที่ 29

ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์วิเคราะห์ว่า การที่เจ้าของร่างเดิมถูกพิษโฉมงามกระดูกแห้งแล้วยังไม่ตาย คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับพิษกู่ทั้งสองชนิดนั้นน่าจะเป็นเพราะสะกดกันเองจนเกิดเป็นความสมดุลบางอย่าง จึงทำให้เจ้าของร่างเดิมยังคงปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนดังนั้นแมลงกู่สองตัวนี้ อย่างน้อยต้องมีตัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในร่างกายของเจ้าของร่างเดิมมาสิบกว่าปีแล้วพิษชนิดที่สองคือ ร้อยวันเมามาย นี่คือหญ้าชนิดหนึ่ง น้ำที่ต้มจากมันจะมีสีดั่งดอกท้อ ส่งกลิ่นหอมหวนประหนึ่งกล้วยไม้และชะมด เจือกลิ่นสุราบางเบา ผู้ที่ถูกพิษชนิดนี้จะมีอาการคล้ายคนเมา มีชีวิตอยู่ได้มากที่สุดเพียงร้อยวันระบบวิเคราะห์ว่า พิษชนิดนี้ตกค้างอยู่ในร่างกายมาหนึ่งปีแล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นการถูกพิษในจวนอ๋องหลิงยาถอนพิษของร้อยวันเมามายคือสมุนไพรที่มีชื่อว่า “หอมหวนคืนวิญญาณ” เติบโตอยู่ท่ามกลางน้ำแข็งและหิมะพันปีบนยอดเขาสูงชันพิษอีกชนิดหนึ่งก็เป็นยาพิษเรื้อรังเช่นกัน อยู่ในยาทาบาดแผล สามารถประคับประคองไปได้สักแปดถึงสิบวัน ถอนพิษได้ง่ายกว่าพิษเจ็ดวันปลิดวิญญาณเห็นได้ชัดว่าพิษนี้คือการแก้แค้นของฮุ่ยเฟย!เพราะกลัวว่านางจะตายในวัง ถึงได้ลงมือใช้พิษเร
Read more

บทที่ 30

“พวกเจ้าคอยอยู่ข้างนอก!” หลิ่วหรูเหมยสั่งการคำหนึ่ง ผลักประตูเดินเข้ามาด้วยตนเอง แล้วปิดประตูลงวันนี้นางสวมชุดกระโปรงหรูฉวินสีชมพูอมแดง บนศีรษะสวมหมวกคลุมหน้าใบใหญ่ดวงตาทั้งสองของไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ฉายแววสะใจในความทุกข์ของผู้อื่น พลางหัวเราะกล่าวว่า “โอ้โห! เหตุใดถึงสวมหมวกคลุมหน้าเสียเล่า ไม่มีหน้าไปพบผู้คนแล้วหรือ?”พอถูกทักเช่นนี้ หลิ่วหรูเหมยก็อดเกาแขนตนเองไม่ได้ พลางลดเสียงลงด้วยความอับอายระคนโกรธเกรี้ยว เอ่ยว่า “เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว ข้าขอถามเจ้า เรื่องบุรุษในตำหนักฮุ่ยเฟยมันเป็นอย่างไรกันแน่?”“โอ๊ย!” ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ทำท่าหวาดกลัวเอามือปิดหู “สวรรค์ สวรรค์ ข้าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เรื่องที่ฮุ่ยเฟยลักลอบคบชู้เช่นนี้ เหตุใดเจ้าถึงได้ป่าวประกาศไปทั่วเล่า!”หลิ่วหรูเหมยชี้หน้าไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ด้วยความโมโหกล่าวว่า “เจ้าเลิกเสแสร้งได้แล้ว! บอกมาตามตรง เจ้าพาบุรุษผู้นั้นเข้าวังมาได้อย่างไร? หากไม่พูดวันนี้ข้าจะทำให้เจ้าต้องตายอย่างไม่น่ามองแน่!”นางคิดอย่างไรก็คิดไม่ตก ทั้งที่เป็นบุรุษที่นางจัดเตรียมไว้ให้ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์แท้ ๆ เหตุใดถึงไปโผล่ที่ตำหนักหลิวหลีได้เล่า?ทว่า นางยังมีสติ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status