All Chapters of ยอดอัจฉริยะ พระชายาไร้ค่างามล่มเมือง: Chapter 11 - Chapter 20

30 Chapters

บทที่ 11

มือของหลิ่วหรูเหมยงดงามยิ่งนัก ขาวเนียนเรียวยาว เพียงข้อมือขาวผ่องที่โผล่พ้นชายแขนเสื้อ ก็พอที่จะทำให้ผู้คนจินตนาการไปได้ไกลไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ตรวจชีพจรให้นาง “ข้าต้องตรวจดูเปลือกตาและฝ้าบนลิ้นด้วย”สาวใช้ค่อย ๆ เลิกม่านมุ้งบนเตียงขึ้น ประหนึ่งการคลี่เปิดม่านบนเวทีใหญ่ รูปลักษณ์ของหลิ่วหรูเหมยค่อย ๆ ปรากฏแก่สายตาหลิ่วหรูเหมยงดงามมาก แม้ใบหน้าจะซูบเซียว ทว่ากลับงามล้ำเสียจนทำให้ผู้คน... นึกสงสารจับใจนางดูอ่อนแอบอบบาง ผิวพรรณผุดผ่องราวกับหยก คิ้วตาประหนึ่งภาพวาด โดยเฉพาะดวงตาหงส์คู่นั้นที่ทอประกายฉ่ำหวาน สายตาที่ทอดมองก็ราวกับมีตะขออันอ่อนนุ่มเกี่ยวกระชากใจผู้คน...ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์วิจารณ์อย่างเป็นกลางในใจว่า นี่คือ 'ยัยดอกบัวขาว [1]' ระดับตัวแม่ชัด ๆมิน่าล่ะ อิตาเย่เทียนหลิงเฮงซวยคนนี้ พอได้ยินชื่อหลิ่วหรูเหมยเข้าหน่อยสมองก็ไม่สามารถคิดวิเคราะห์แยกแยะได้เลย นางมีภาษีดีแบบนี้นี่เอง“ลำบากพระชายาแล้ว” น้ำเสียงยามเอ่ยวาจาก็ช่างอ่อนหวานนุ่มนวล ชวนให้คนอยากทะนุถนอมไป๋เจี่ยนเอ๋อร์หลุบตาลงเล็กน้อย จมูกขยับสูดกลิ่น จากนั้นก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย “ไม่ต้องเกรงใจ ข้าถูกบีบคั้นจนไร้ทางเลือกน่ะ”
Read more

บทที่ 12

ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ลงมืออย่างกะทันหัน ทุกคนต่างตั้งตัวไม่ทันหลิ่วหรูเหมยหวีดร้องออกมา ศีรษะกระแทกลงบนเตียง นัยน์ตาฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิดเย่เทียนหลิงขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยเสียงเข้มว่า “ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ เจ้า...”วาจาคาดคั้นของเขายังไม่ทันจบคำ ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ก็ล้วงเอาขวดกระเบื้องใบเล็กขนาดเท่าหัวแม่มือออกมาจากปลอกหมอนไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ดึงจุกไม้ของขวดกระเบื้องออก ทั่วทั้งห้องก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของยากู้จือสิงและเหล่าหมอหลวงต่างเป็นผู้มีวิชาแพทย์สูงส่ง พลันจำแนกกลิ่นตัวยาที่ใช้แก้บุปผาพิษในยาพิษเจ็ดวันปลิดวิญญาณได้หลายชนิด ต่างหันสบตากันด้วยความฉงนสนเท่ห์โดยมิได้นัดหมายไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เทขวดกระเบื้องลงบนฝ่ามือ ปรากฏยาลูกกลอนสีขาวขนาดเท่าเมล็ดถั่วลิสงเพียงเม็ดเดียว“นี่คือยาถอนพิษเจ็ดวันปลิดวิญญาณใช่หรือไม่?”ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์จับยาลูกกลอนไว้ พลางมองหลิ่วหรูเหมยที่ทำหน้าราวกับเห็นผีด้วยความลำพองใจหลิ่วหรูเหมยอยากปฏิเสธว่าไม่ใช่ แต่ก็เกรงว่าไป๋เจี่ยนเอ๋อร์จะทำลายยาเม็ดทิ้ง ทว่าหากยอมรับว่าใช่ เช่นนั้นเรื่องที่นางทำลงไปย่อมถูกเปิดโปงต่อทุกคน“หรือว่าไม่ใช่?” ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ไม่ปล่อยให้นา
Read more

บทที่ 13

ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ให้คนหามมาส่งที่เรือนอวี้หลานด้วยความเบิกบานใจ นางปิดห้องแกล้งทำเป็นนอนหลับ แต่แท้จริงแล้วกลับเข้าไปในห้วงมิติป่านหลานเกินเติบโตเต็มที่แล้ว หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วนางก็ปลูกรอบถัดไปทันทีป่านหลานเกินใช้เวลาเติบโตเพียงหนึ่งชั่วโมงต่อรอบ หลังจากเก็บเกี่ยวไม่กี่ครั้ง ก็ได้เลื่อนระดับ ทำให้มีแปลงสมุนไพรสองแปลง ระบบยังมอบคลังสินค้าขนาดเล็กสำหรับจัดเก็บสมุนไพรอีกด้วยพอถึงช่วงค่ำ เย่เทียนหลิงก็ส่งสมุนไพรตามเทียบยามาให้อย่างละสิบชั่ง เพียงแต่บัวหิมะแดงพันปีกลับมีน้อยยิ่งนัก มีเพียงครึ่งต้นเท่านั้นดูท่าแล้ว เย่เทียนหลิงคงไม่ได้คิดจะให้นางปรุงยาถอนพิษให้ มิเช่นนั้นคงส่งเลือดของหลิ่วหรูเหมยมาให้พร้อมกันแล้วสมุนไพรเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงสมุนไพรสำหรับแก้พิษเจ็ดวันปลิดวิญญาณเท่านั้น นอกจากตัวยาล้ำค่าแล้วยังมีตัวยาที่ต้องใช้บ่อย ๆ ซึ่งไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เก็บเข้าห้วงมิติจนหมด โดยถือว่าเป็นค่าชดเชยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาควรมอบให้นางไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เองก็คิดไม่ถึงว่า ที่แท้จะเป็นหลิ่วหรูเหมยที่วางยาพิษตนเองเพื่อใส่ร้ายเจ้าของร่างเดิมหากไม่ใช่เพราะนางได้กลิ่นสมุนไพรที่ใช้แก้พิษบุปผาเหล่านั้
Read more

บทที่ 14

ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เงยหน้ามองเย่เทียนหลิงด้วยสายตาที่สงบนิ่งและเฉยชาเห็นเขาใช้กวานหยก [1] เกล้าผม คิ้วกระบี่พาดเฉียง ดวงตาดุจห้วงดารา ทว่ากลับเย็นเยียบราวกับภูเขาน้ำแข็งพันปีทั่วทั้งกายแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายสูงศักดิ์และดุดัน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นมังกรในหมู่มนุษย์ สง่างามจนผู้คนมิอาจละสายตาได้บุรุษผู้นี้มีรูปโฉมเป็นทุนรอนที่ทำให้สตรีทุกนางยอมคลั่งไคล้เพื่อเขา!ต่อให้เต็มไปด้วยอันตราย หรือต้องเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟก็ตาม...“ขึ้นรถ!” น้ำเสียงเผด็จการของเย่เทียนหลิงแฝงไปด้วยแววดูแคลนเขาชิงชังยามที่สตรีจ้องมองเขาด้วยความหลงใหล และยิ่งรังเกียจที่สตรีอวดฉลาด เล่นแง่ทำเป็นแสร้งปล่อยเพื่อจับเขาใช่แล้ว เขาคิดว่าการที่ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มิได้ทำตัวเป็นกอเอี๊ยะหนังสุนัข [2] ที่คอยตามติดเขานั้น คือการแสร้งปล่อยเพื่อจับหากไป๋เจี่ยนเอ๋อร์รู้ว่าเขาคิดเช่นนี้ คงได้พ่นน้ำพุวิเศษจากห้วงมิติใส่หน้าเขาเป็นแน่!นางจับมือของชิงเฉ่าพยุงกายขึ้นรถม้า จากนั้นก็นั่งพิงนิ่ง ๆ หลับตาลงครุ่นคิดว่าจะรับมือกับการกลั่นแกล้งของฮุ่ยเฟยอย่างไรดีรถม้าเพิ่งจะเคลื่อนตัวออกจากถนนใหญ่ซึ่งเป็นที่
Read more

บทที่ 15

กระบี่อาบหยาดโลหิต ดวงตาแดงก่ำด้วยจิตสังหาร ซากศพเกลื่อนพื้น และโลหิตไหลนอง...เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ กลับทำให้ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ที่เคยหวาดกลัวสงบนิ่งลงได้อย่างน่าประหลาดเหตุผลหนึ่งเป็นเพราะไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เป็นหมอ คุ้นชินกับศพและกองเลือดเป็นอย่างดี อีกเหตุผลหนึ่งคือเจ้าของร่างเดิมเติบโตมาที่ชายแดน ทั้งยังเคยผ่านสมรภูมิรบมาแล้วและเมื่อใจสงบลง ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์จึงเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์ของตนเอง นางทอดสายตามองไปยังเบื้องหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย ในส่วนลึกของหัวใจก็ยังคงหวังว่าจะมีใครสักคนมาช่วยนางใครจะไม่อยากมีชีวิตอยู่กันล่ะ?ทว่าสมองส่วนเหตุผลกลับตอกย้ำนางว่า นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ไม่มีใครมาช่วยนางได้หรอก โดยเฉพาะเย่เทียนหลิงที่อยู่ตรงหน้ายิ่งไม่มีทาง เขาไม่ฉวยโอกาสนี้แทงนางสักกระบี่ ก็นับว่านางโชคดีแล้ว“เย่เทียนหลิง บัดนี้สตรีของเจ้าอยู่ในกำมือข้าแล้ว” หัวหน้ามือสังหารเห็นจิตสังหารบนใบหน้าที่เย็นชาของเย่เทียนหลิง ก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มหวั่นใจ ดูท่าว่ามันจะจับผิดตัวเสียแล้วไป๋เจี่ยนเอ๋อร์สวมผ้าคลุมหน้าเพื่อปกปิดรอยแผลเป็นบนใบหน้า เขาจึงไม่รู้ว่าสตรีในมือคือผู้ใดหากเป็นไป๋เจี่ยนเ
Read more

บทที่ 16

เย่เทียนหลิงมองดูไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ที่จู่ ๆ ก็เอาตัวรอดมาได้ด้วยตนเอง ยังคงไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองนัก ครั้นคิดว่าเมื่อครู่นี้ตัวเขาเองถึงกับร้อนรนอยากจะช่วยสตรีผู้นี้ เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกบางที อาจเป็นเพราะเขาหงุดหงิดที่นางมองออกว่าเขากำลังพยายามซื้อเวลาเพื่อช่วยนางบางที อาจเป็นท่าทีที่สงบนิ่งและเฉยชาของนาง ที่ทำให้เขาหงุดหงิด“หึ!” เย่เทียนหลิงแค่นเสียงเย็นชา หันหลังกลับด้วยความยโสแล้วสั่งการให้ทุกคนเก็บกวาดปัญหาที่เหลือคนตัวจิ๋วในใจของไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ถ่มน้ำลายใส่ใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ของเขาไปหนึ่งที แต่ปากกลับเอ่ยว่า “ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ช่วยสงเคราะห์!”พูดพลางทำเป็นมองไม่เห็นซากศพและกองเลือดที่เกลื่อนเต็มพื้น ก้าวขึ้นรถม้าไปอย่างสงบและสุขุมและการกระทำเช่นนี้ ก็ทำให้องครักษ์จำนวนไม่น้อยยิ่งรู้สึกเลื่อมใสในตัวนาง พระชายาผู้นี้ดูคู่ควรกับท่านอ๋องของพวกเขายิ่งกว่าเดิมรถม้าถูกฟันยับเยิน แทบจะกลายเป็นรถพื้นราบอยู่แล้ว สารถีก็ตายแล้วเช่นกันชิงเฉ่าที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก รีบคลานตัวสั่นเทิ้มไปที่รถม้า คิดจะจูงม้ากลับไป อันที่จริงก็อยู่ห่างจากจวนอ๋องไม่ไกลนักนางบั
Read more

บทที่ 17

ไม่ต้องให้หลิ่วหรูเหมยเสียเวลาไปสืบ ก็มีพวกประจบสอพลอวิ่งแจ้นมารายงานเองแล้วหลิ่วหรูเหมยโกรธจนหน้าซีดเผือด “ท่านอ๋องถึงกับเข้าวังเป็นเพื่อนนาง ซ้ำยังเรียกเกี้ยวไปรับนางกลับมาอีก!”แต่ก่อนท่านอ๋องรังเกียจไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ยิ่งนัก แม้แต่ตั้งใจมองนางสักครั้งก็ยังไม่ยอม อย่าว่าแต่จะเอาใจใส่นางถึงเพียงนี้เลย!นับตั้งแต่ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ค้นยาถอนพิษออกมาจากใต้หมอน ท่านอ๋องก็ไม่เคยมาที่เรือนของนางอีกเลย นางไปหาเขาที่ห้องหนังสือ เขาก็ไม่ยอมพบหรือว่า...ท่านอ๋องจะเริ่มมีใจให้ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์แล้ว?“ไม่ได้การ! ข้าจะไม่มีทางยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด!”แววตาของนางโหดเหี้ยมอำมหิต ในมือกำลังฉีกกระชากช่อดอกเหมยสีแดงอย่างแรงสาวใช้ผู้นั้นมาคอยปรนนิบัตินางแทนอวี้ชุ่ยที่บาดเจ็บ เมื่อเห็นท่าทางดุร้ายของนาง ก็ตกใจจนถอยหลังไปหนึ่งก้าวหลิ่วหรูเหมยถลึงตาใส่นางอย่างดุดัน “ไร้ประโยชน์ จะหลบทำไม? เข้ามานี่! ไปทำธุระให้ข้าเรื่องหนึ่ง...”สาวใช้ผู้นั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมขยับเข้าไปใกล้นัยน์ตาของหลิ่วหรูเหมยปรากฏแววอำมหิตแวบหนึ่ง พลางกระซิบสั่งการบางอย่างที่ข้างหูของสาวใช้ใบหน้าสาวใช้ซีดเผือดด้ว
Read more

บทที่ 18

ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ดูเหมือนนอนพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่บนเตียง แต่แท้จริงแล้วกำลังจัดการแปลงสมุนไพรของตนเองทั้งวันทั้งคืนเพื่อสะสมเหรียญทองวันเวลาที่ยุ่งวุ่นวายมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ เพียงพริบตาเดียวก็ผ่านไปห้าวันแล้วด้วยการบำรุงจากบัวหิมะแดงพันปีและน้ำพุวิเศษในห้วงมิติ บาดแผลบนร่างกายของไป๋เจี่ยนเอ๋อร์จึงฟื้นตัวเร็วมาก เพียงแต่อาการคันยิบ ๆ จากการสมานแผลทำให้นางนอนหลับไม่สนิทคืนนี้ นางเข้าไปในมิติ คว้ากลีบดอกบัวหิมะแดงพันปีจากคลังสินค้าของแปลงสมุนไพรมาหนึ่งกลีบ ใส่ปากเคี้ยว จากนั้นก็เดินไปที่ริมน้ำพุวิเศษ ใช้ถ้วยตักน้ำพุวิเศษขึ้นมาหนึ่งถ้วย แล้วจิบทีละอึกเล็ก ๆระดับของนางยังต่ำเกินไป จึงยังนำสิ่งของในมิติออกไปไม่ได้ แต่สามารถนำสิ่งของข้างนอกเข้ามาได้ ทว่านางต้องนำเข้ามาเป็นสิ่งของพกติดตัว จะใช้จิตควบคุมยังทำไม่ได้ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์มองดูแปลงสมุนไพร คิดว่าหากขยายแปลงสมุนไพรได้อีก ก็จะลองปลูกธัญพืชดูสักแปลง เช่นนี้ต่อให้ต้องอยู่อาศัยในนี้ก็ไม่มีทางอดตายแล้วปกติก็ต้องประหยัดเสบียงแห้งและขนมเพื่อเก็บตุนไว้ในมิติด้วย ในมิติปลอดเชื้อและรักษาความสดใหม่ อาหารจึงไม่เน่าเสีย สามารถเตรียมไ
Read more

บทที่ 19

ระบบพื้นที่การแพทย์ส่งเสียงเตือนว่า “เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของระบบพื้นที่การแพทย์ ผู้ใดที่ยังรู้สึกตัวจะไม่สามารถเข้ามาในมิติได้!”คนข้างนอกมาถึงหน้าประตูแล้ว และเริ่มเคาะประตูสมองของไป๋เจี่ยนเอ๋อร์เหมือนเครื่องจักรที่กำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูง หมุน “ติ้ว ๆ”ที่เรียกว่าปัญญาเกิดในยามคับขันก็คือสภาพเช่นนี้นี่เองทันใดนั้นแววตาของไป๋เจี่ยนเอ๋อร์ก็เป็นประกายขึ้นมา คนที่ยังรู้สึกตัวไม่สามารถเข้าไปในมิติได้ เช่นนั้นคนที่ไม่รู้สึกตัวก็เข้าไปได้น่ะสิ?นางไม่สนสี่สนแปดใด ๆ ทั้งสิ้น คว้าตั่งตัวเล็กข้างเตียงขึ้นมา แล้วฟาดเข้าที่หัวของบุรุษผู้นั้นทันทีบุรุษผู้นั้นยังคงกอดผ้าห่มอยู่ ก่อนจะชะงักไปทันใด จากนั้นก็ตาเหลือกและสลบเหมือดไปเลยไป๋เจี่ยนเอ๋อร์คว้าแขนของเขาไว้ แล้วลองดูอีกครั้ง ครั้งนี้เข้าไปได้จริงด้วยนางโยนบุรุษผู้นั้นลงบนพื้นหญ้า แล้วรีบออกมาจากมิติโดยไม่สนว่าเขาจะเป็นหรือตายมีคนกำลังกระแทกประตูแล้ว ดูท่าทางบานประตูคงใกล้จะพังลงมาเต็มทีไป๋เจี่ยนเอ๋อร์กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว เห็นรองเท้าของบุรุษผู้นั้นยังอยู่บนพื้น จึงรีบเก็บขึ้นมา แล้วส่งเข้าไปใ
Read more

บทที่ 20

เมื่อหลิ่วหรูเหมยได้ยินเสียงนี้ ใบหน้าก็ซีดเผือดลงในพริบตา รีบคุกเข่าทำความเคารพเย่เทียนหลิงนางปรายตามองไป๋เจี่ยนเอ๋อร์อย่างได้ใจ ความหมายนั้นเหมือนกำลังบอกว่า “เห็นแล้วกระมัง ท่านอ๋องมาแล้ว ก็ต้องค้นหาคนอยู่ดีมิใช่หรือ!”คนที่ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์รออยู่ก็คือเย่เทียนหลิง เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาหาคนไม่เจอ แล้วยังเอาไปนินทาใส่ร้ายนางต่อหน้าเขาอีกขณะนั้นจึงเบี่ยงตัวหลบ เปิดทางให้ที่หน้าประตู “เช่นนั้นก็ค้นดูเถิด!”สาวใช้และแม่นมทั้งหลายรีบวิ่งเข้าไปในห้อง จุดเทียนขึ้น แล้วลงมือค้นหาในห้องอยู่พักใหญ่ แม้แต่รูหนูก็ยังล้วงดู แต่ก็ไม่พบมือสังหารที่ว่านั่นเลยหลิ่วหรูเหมยเริ่มจะนั่งไม่ติดแล้ว นางให้คนคอยเฝ้าหน้าต่างไว้แต่แรกแล้ว คนก็อยู่ในห้อง แล้วจะหาไม่เจอได้อย่างไร?นางแทบอยากจะเข้าไปหาด้วยตัวเอง แต่ก็ยังคงอดกลั้นไว้ไป๋เจี่ยนเอ๋อร์บุ้ยปาก พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า “ในเมื่อหาไม่เจอ ข้าก็นอนได้แล้วกระมัง?”สายตาอันลึกล้ำของเย่เทียนหลิงทอดลงบนร่างของหลิ่วหรูเหมยชั่วครู่ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปหลิ่วหรูเหมยใจหายวูบ นางทราบดีว่า ตั้งแต่คราวก่อนเย่เทียนหลิงก็เริ่มมีกำแพงในใจต่อนางเ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status