All Chapters of เหนือศิรา: Chapter 21 - Chapter 30

392 Chapters

บทที่ 21

“จะเรื่องอะไรอีก วันนี้ก็มีเรื่องเดียวแหละที่แปลก คนอะไรจะโชคดีซ้ำ โชคดีซ้อนขนาดนั้น ฉันว่านะฝีมือพี่เหนือแหง ๆ” ฉันคิดตามสิ่งที่เพื่อนพูด อาจเป็นไปได้แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ที่แน่ ๆ ฉันไม่มีทางไปถามเขาเรื่องนี้แน่นอนเขาจะเป็นคนอยู่เบื้องหลังหรือ ใช่ ไม่ใช่เดี๋ยวก็รู้เองแต่สิ่งไม่มีชีวิตที่กำลังกินข้าวหมูกรอบนี่สิ ฉันไม่มีทางให้ใครรู้แน่นอน ถ้าให้คนอื่นรู้ทุกคนต้องว่าฉันบ้าแน่ ๆ แล้วที่อยู่ของฉันอาจต้องเปลี่ยนจากบ้านที่อาศัยอยู่ไปอยู่สวน...สวนปรุง[1]บทที่ 15 ประวัติไม่ดีถ้าเรื่องเรียนจริงจังเท่านี้ ผมคงเรียนดีกว่านี้อีก แต่เพราะไม่ได้ตั้งใจมากก็เลยไม่ได้สี่จุดศูนย์ศูนย์“มึงทำอะไร”“อ่านประวัติไอ้คนที่มาขายขนมจีบเหมยลี่”“เชี่ยเหนือ! นี่มึงจะเป็นพ่อน้องหรือวะ” ไอ้บิทขยับออกห่างผมอย่างตกใจ ไม่รู้มันจะตกใจเรื่องอะไร ก็แค่สืบประวัติไอ้พวกที่มาวอแวน้อง“กูจะเป็นผัว!”“มึงใจเย็น ๆ เหนือ เป็นคนจีบให้ได้ก่อน ตอนนี้มึงไม่ได้เป็นอะไรในชีวิตเขา” คำพูดเพื่อนยิ่งฟังยิ่งตอกย้ำ คนเราต้องทับถมกันขนาดนี้เลยเหรอ “กูเพื่อนมึง เพื่อนที่มึงมีคนเดียว”ผมย้ำสถานะของตัวเองให้มันฟัง “เห
Read more

บทที่ 22

“เชี่ย! อาการหนักสุด ๆ ไอ้เหนือกูกลัวแล้วเนี่ย น้องเมลเล่นของไหมวะเนี่ย” “ไอ้บิท อยากเจออีกสักถีบไหม กลับห้องมึงไปเลย เดี๋ยวกูต้องโทรไปสอบถามอาการน้องแล้ว” ผมทั้งไล่ทั้งด่าให้มันกลับห้องมัน “อาการห่าอะไร แผลผ่าเท่าจิ๋มมดมึงอย่าเป็นห่วงเกินเหตุ” “กูกลัวน้องเป็นรอยแผลเป็น หน้าท้องน้องเนียนไม่ควรมีรอยอะไร” “เชี่ย...ใครก็ได้พากูไปจากตรงนี้ที” ท่าทางขนลุกขนพองของไอ้บิทนั่นน่าหมั่นไส้มาก “เอาเถอะ เรื่องของความรักละเอียดอ่อนเกินกว่าคนจัญไรอย่างมึงจะเข้าใจ” “ไอ้ห่าเหนือกูกลับก็ได้วะ มึงน่ากลัวเกิ้นไอ้สัด คลั่งรักเวอร์ เสียกี่แสนแล้วล่ะ แขนสักนิดได้จับหรือยัง” อยากจะเถียงกลับไปว่าได้จูบได้จับก้นเบียดนมโน่น แม่ง! แต่พูดไม่ได้ เรื่องนี้ผมจะไม่ยอมบอกใคร กลัวน้องอาย อีกอย่างรู้สึกผิดจับใจ น้ำตาและความตกใจของน้องวันนั้นยังติดตาผมอยู่ “กลับไปได้แล้ว กูจะโทรหาน้อง” เมื่อไล่มันออกจากห้องสำเร็จผมก็จัดการต่อสายหาน้องทันที รอสายอยู่ไม่นานน้องก็กดรับสาย “ค่ะ” น้องน่าจะรู้แล้วว่าเป็นผม เพราะผมไม่ได้เปลี่ยนเบอร์ “อาการวั
Read more

บทที่ 23

“ไม่เอาหนูอาย” ฉันส่ายหน้าหวือ ใจไม่กล้าจริง “เวลาใส่บิกีนีไม่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรแพลมออกมานะคะ” พี่แนนนี่ยังนำเสนอไม่หยุด “อีกอย่างคนทำก็ผู้หญิงด้วยกันค่ะ น้องเหมยลี่ใส่หน้ากากไว้ก็ได้ค่ะ จะได้ไม่อาย” “ก็ได้ค่ะ” เห็นไหมว่าฉันไม่สามารถต้านทานแรงยุของพี่เขาได้เลย เอาวะเพื่อบิกีนีต่อไปจะได้ไม่ต้องแว็กซ์ไม่ต้องใช้ครีม “อีกอย่างนะคะ ของเราสามารถทำให้ผิวขาวอมชมพูขึ้นอีกสองระดับด้วยนะคะ รับรองวิ้ง ๆ เลยค่ะ” ฉันยิ้มแห้งกับสรรพคุณที่พี่แนนนี่บรรยาย คนเราต้องให้จุดนั้นวิ้ง ๆ ด้วยเหรอ จำเป็นขนาดนั้นเลยหรือ ฉันใช้เวลาที่ชั้นสามของคลินิกจนกระทั่งหนึ่งทุ่ม จากที่แค่จะทำเลเซอร์หน้าท้อง เลยลงไปถึงน้องกีกี้ จากนั้นก็ลามมายังรักแร้ที่เคยทำไว้นานแล้ว แต่พี่เขาก็บอกว่าทำอีกก็ดีเพื่อความสว่างใส ซึ่งมันก็ไม่ได้ดำแม้แต่น้อย ในเมื่อเป็นของฟรีฉันจึงทำได้แค่พยักหน้าเท่านั้น “เสร็จแล้วใช่ไหม” เสียงคุ้นเคยเพราะเขาโทรมาสอบถามอาการทุกคืนทำฉันชะงัก ฉันยกกระเป๋าขึ้นมากอดแนบอกทันทีเมื่อเขาเดินเข้ามาในระยะประชิด “ขอโทษ” เขาขยับกายออกไปเกือบเมตรเมื่อเห็นท่าทางตกใ
Read more

บทที่ 24

ผมผ่อนคลายขึ้นมากเมื่อได้ดื่มชาคาโมมายล์ที่อาใบให้พนักงานนำมาเสิร์ฟแต่ความกลัวในใจก็ยังคงมีอยู่ ผมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเพราะรู้ตัวเองดีว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องผิดแต่ถ้าผมไม่แก้ปมนี้ทั้งน้องและผมก็อาจไม่สามารถสลัดปมนี้ออกจากใจ“อาใบครับ เหนือเคยทำไม่ดีกับน้องผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อสี่ปีที่แล้ว” ผมเริ่มเล่าเมื่อเห็นว่าอาใบพร้อมรับฟัง“ไม่ดียังไง เหนือเล่าให้อาฟังอีกนิดได้ไหม” น้ำเสียงของอาใบอบอุ่น อ่อนโยน ไม่มีคำตำหนิในน้ำเสียงแม้แต่น้อย“ตอนนั้นผมอยู่มอหก น้องอยู่มอสาม เอ่อ...น้องมาสารภาพรักกับผม แต่ตอนนั้นผมเข้าใจผิดคิดว่าเธอมีแฟนแล้ว ผมก็เลยหยาบคาบกับน้อง”ยิ่งพูดผมยิ่งรู้สึกอายกับสิ่งที่ตัวเองทำ อยากจะเก็บเรื่องนี้ให้เป็นความลับตลอดไป ไม่อยากให้ใครรู้ ไม่อยากพูดให้ใครฟัง“อาถามได้ไหมครับว่าหยาบคายยังไง” อาใบที่นั่งข้างผมเอื้อมมือมาจับมือผมที่กำลังสั่นด้วยความกลัว“ผมจูบน้องและ...” มันยากเหลือเกินที่จะพูดความเลวของตัวเองออกมา“ผมกอดน้อง หน้าอกเราะเบียดกัน ผมบีบก้นน้อง ทั้งยังพูดจาไม่ดีกับน้อง บอกว่าอายุถึงสิบแปดเมื่อไหร่ค่อยมาหาผมอีกที” ทุกถ้อยคำที่พูดออกไปไม่สามารถเอาคืนกลับมาได้ ต
Read more

บทที่ 25

เมื่อถึงคอนโดผมก็ไม่ลืมที่จะโทรสอบถามอาการของคนไข้ VVIP ที่มีเพียงหนึ่งเดียวเวลานี้“ค่ะ” รอสายไม่นานน้องก็กดรับทันที ผมยิ้มเมื่อได้ยินเสียงของน้อง“ทำอะไรอยู่” ผมไม่ได้ถามถึงอาการอย่างที่ทำเป็นประจำ วันนี้ผมอยากให้น้องรู้ว่าผมโทรมาในฐานะคนมาจีบ ไม่ใช่ในฐานะหมอ“นอนดูซีรีส์จีน”“อยากดูด้วย เปิดกล้องได้ไหม” ผมได้ยินปลายสายเงียบไปสักพักจากนั้นไม่นานผมก็เห็นจอทีวีขนาดใหญ่ซึ่งน่าจะอยู่ในห้องนอนของเธอเอง นอกจากจอทีวีผมยังเห็นปลายเท้าเล็ก ๆ เล็บเท้าตัดแต่งเรียบร้อย ไม่มีการแต่งแต้มแค่ข้อเท้าเล็ก ๆ นั่นก็ทำให้ผมใจไม่ดี“เห็นไหมคะ ให้ขยับใกล้กว่านี้ไหมคะ” เธอเอ่ยถามคงเพราะเห็นผมเงียบไปนาน“ไม่ต้องเห็นแล้ว เห็นแล้ว” ผมรีบบอกก่อนที่น้องจะเปลี่ยนองศา ถ้าให้ทายเวลานี้ผมน่าจะโดนตั้งและวางไว้ไม่ไกลจากที่น้องนอนดู“อยากให้จบเร็ว ๆ นี่มาสัปดาห์ละสองตอน กว่าจะได้ดูเกือบลงแดงตาย” น้องบ่นมาตามสาย ซึ่งผมเองก็รับฟัง ผมจัดการกับมื้อดึกของตัวเอง จากนั้นก็มานั่งดูซีรีส์คู่กับน้อง เสียดายที่เราอยู่กันคนละเตียงและคนละที่“ชอบมากเลยเหรอ”“ชอบมากเลยค่ะ อยากให้เล่นทุกวัน” น้ำเสียงของน้องเจือไปด้วยความสุขเมื่อพูด
Read more

บทที่ 26

“เฮียก็ว่าแล้ว ว่ามันต้องโดนหลอก” “เฮียข่ายโดนอีกแล้วเหรอ” ฉันถามถึงเพื่อนเฮียที่อยากเป็นนักเลงพระแต่โดนหลอกประจำ ซึ่งเฮียก็พยักหน้ารับ ฉันได้แต่ถอนหายใจ จะเป็นเฮียข่ายได้ไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากรวยแล้วต้องโง่ด้วย “เฮียบอกมันแล้วว่าให้เลิกรับเช่าพระมันก็ไม่เชื่อ” ความชอบของคนเราบังคับใครไม่ได้หรอกเรื่องแบบนี้ ฉันถอนหายใจ เมื่อเฮียมังกรออกจากห้องฉันก็จัดการตัวเองเพื่อเตรียมไปเรียนในช่วงบ่ายของวัน Sira_N : ยุ่งมาก (แนบรูปคิวคนไข้ที่รอตรวจ) ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครที่ส่งข้อความมาหาช่วงนี้ จะมีใครอีกนอกจากนักศึกษาแพทย์ โทรหาทุกคืน เช้าขึ้นมาก็ส่งข้อความมาบอกทุกชั่วโมงว่าทำอะไรอยู่บ้าง ฉันอ่านแต่ก็ไม่ได้ตอบข้อความนั้นด้วยถ้อยคำอะไรเพราะไม่รู้ว่าจะตอบว่าอย่างไร เพียงกดส่งสติกเกอร์โง่ ๆ ไปให้เขาว่า ‘OK’ เมื่อมีเวลาเหลือฉันก็เลยแวะทำบุญโรงศพให้ที่ศูนย์ใกล้โรงพยาบาล ทำบุญโรงศพกับผ้าห่อศพ ระหว่างที่เขียนชื่อผู้ที่ต้องการทำบุญให้เจ้าของชื่อก็มานั่งข้าง ๆ“เขียนถูกหรือเปล่า” ฉันถาม“ถูก ๆ” ขอบใจนะนังหนู“ถามจริง ๆ เถอะน้า ผีไม่รู้อนาคตจริงเหรอ”
Read more

บทที่ 27

บทที่ 19 ปวดแก้ม“ซื้อแซนด์วิชกลับไปกินดีไหมคะ เดี๋ยวหนูสั่งให้” ผมมองแซนด์วิชในมือตั้งแต่กลับมาจากคาเฟ บอกตามตรงว่าไม่กล้ากิน“เอ๊ย! ขอสักชิ้นสิหิวพอดี” เสียงนั้นทำให้ผมต้องขยับมือที่ถือแซนด์วิชหนีมือของไอ้เพื่อนชั่วทันที“ไม่ได้”“ไอ้เหนือตั้งสองชิ้นแบ่งกูสักชิ้นสิ” ในห้องพักแพทย์ที่เหลือกันเพียงสองคนทำให้ไอ้บิทมันกล้าหน้าด้านหน้าทน“ไม่ได้ อันนี้น้องสั่งให้กู”“ทุกทีใครให้อะไรมามึงก็แบ่งกู นี่น้องที่ไหนให้มึงถึงได้หวงขนาดนี้...อย่าบอกนะ”“เออ เหมยลี่ให้กูมา”“เชี่ย! ได้กันแล้วเหรอ”“ไอ้ห่า ใครจะแรดเหมือนมึง” ผมยกเท้าถีบเก้าอี้มันออกห่าง พร้อมทั้งด่ามันไปด้วยหนึ่งคำ“มึงไงแรดเหมือนกู คนเราไม่เหมือนกันเป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอกเหนือ ว่าแต่น้องเขาส่งข้าวส่งน้ำมึงแล้วเหรอ”“น้องเขาแค่แวะมา ก็เลยสั่งแซนด์วิชให้กู น้องเขาเป็นห่วงกูแหละ มึงมองออกไหม” ผมพูดกับมันแต่ยิ้มกับแซนด์วิช“อืม เป็นเอามาก”“น้องเหรอ”“มึงนั่นแหละไอ้เหนือ เขาแค่ซื้อแซนด์วิชให้ เขาไม่ได้มีใจ แซนด์วิชอันละห้าสิบห้าบาท มึงอย่ามโน”“เขาแค่สั่งให้ กูจ่ายเงินเอง” ผมแก้ความเข้าใจผิดของเพื่อน“แค่สั่งให้ ถุย! กูนึกว่าเขาซื้อให
Read more

บทที่ 28

“แล้วน้องละชอบกินอะไร”“อืม กินได้หมดแหละค่ะ ที่ไม่เผ็ด ไม่มีปลาร้า ไม่เค็มและไม่หวานเกินไป” จากที่น้องพูดอาหารไทยเหลือกี่อย่าง ผมยังไม่แน่ใจ“หนูชอบกินอะไรที่ไม่ต้องปรุงมากค่ะ อย่างก๋วยเตี๋ยวน้ำใสหนูก็กินน้ำใส ข้าวมันไก่หนูไม่กินน้ำจิ้ม” น้องรู้จักกินนี่เองถึงได้สวย หุ่นดีและผิวดี“พี่กินได้ทุกอย่างครับ ถ้ากินกับเรา” ขอหยอดนิดหนึ่งแล้วกันไม่ไหวแล้ว“หยอดหนูเหรอคะ”“ไม่ได้หยอดครับ แค่อยากชวนไปกินข้าว เราติดเลี้ยงไอติมพี่จำได้ไหม” น้องทำท่าครุ่นคิด อย่าบอกนะว่าน้องลืม“เหรอคะ” “น้อง...” ผมอยากร้องไห้ น้องลืมได้ไง นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมชวนสาวไปกินไอติมนะ“ชวนหนูไปเดตเหรอคะ”“ใช่ ไปไหม”“ไปกันสองคนเหรอคะ” น้องมีสีหน้าวิตกกังวลเมื่อต้องไปกับผมสองคน ถึงน้องไม่พูดออกมาแต่แววตาของน้องฉายชัดออกมาจนผมเจ็บปวด“เดตสองคู่ไหม แบบพี่ชวนเพื่อนไปด้วยแล้วน้องก็ชวนเพื่อนไปด้วย” ถ้าแบบนี้น่าจะดีกว่าเพราะน้องมีเพื่อนไปด้วยน้องจะได้ไม่อึดอัดหรือกลัวผม“ขอคิดดูก่อนแล้วกันนะคะ” ผมพยักหน้าเข้าใจ แผลในใจมักหายช้าเสมอ ไม่มีบาดแผลให้เห็น หากแต่ความเจ็บยังคงฝังลึก“วันนี้พี่ได้ออกตรวจแผนกเด็กด้วย”“เป็นไงบ้างคะ
Read more

บทที่ 29

“พี่ก็เลยหายโกรธหนูตอนรู้ว่าเฮียมังกรไม่ใช่แฟนหนู”“เปล่า ๆ จริง ๆ แล้วพี่สำนึกผิดได้ตั้งแต่ทำกับเราแบบนั้นตั้งแต่สองสามวันแล้ว ถึงเราจะเป็นแฟนกับใครหรือไม่เป็นพี่ก็ไม่ควรคุกคามเราแบบนั้น พี่รอขอโทษเราที่คลินิก ที่โรงเรียน”ฉันยิ้มกับสิ่งที่เขาพูด ได้ฟังแบบนี้หัวใจก็รู้สึกดีขึ้นอีก ไม่ใช่แค่ฉันที่เจ็บปวดกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาเองก็คงเจ็บปวดไม่แพ้กัน พี่เหนือที่ฉันรู้จักตลอดหลายเดือนอบอุ่นใจดี“วันนี้พี่ได้คะแนนเพิ่ม หนูกลัวพี่ลดลงนิดหนึ่ง”“ขอบคุณครับ แค่เรายอมคุยกับพี่อีก พี่ก็ดีใจแล้ว” ท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวและน่าสงสารแบบนั้นเขาไปฝึกมาจากไหนกันนะ ทำไม ฉันถึงได้รู้สึกสงสารเขาอย่างที่ไม่ควรจะสงสารเหมยลี่...เธอจะโดนหลอกซ้ำสองหรือเปล่า “พี่มาจีบหนู พี่ไม่มีแฟนเหรอ”“ไม่มี ก็รอเราไง” คำตอบเขาทำให้หน้าฉันร้อนราวกับโดนของร้อนทาบ นี่มันอะไรกันเนี่ยยายเหมยลี่ ไหนบอกว่ากลัวเขาไง พอเขาหยอดทำไมแกเป็นแบบนี้“ง่วงนอนแล้วค่ะ วางนะคะ”“ครับ ฝันดีนะครับ” เขาวางสายไปแล้ว แต่หัวใจของฉันยังเต้นแรงไม่หยุดบ่ายสามของวันอาทิตย์ ทันทีที่ฉันเดินเข้าคลินิกใบหน้าหล่อเหลาของคนคุ้นเคยที่คุยกันทางโ
Read more

บทที่ 30

คล้ายกับว่ากลอนประตูแน่นหนาที่เคยปิดขังฉันไว้ในที่แห่งหนึ่งที่แสนโดดเดี่ยวและหนาวเหน็บ กำลังเปิดแง้มเพื่อรับความอุ่นซ่านในอกบทที่ 21 โอมากาเสะ “ว้าว ๆ” เสียงของลิลินดังติด ๆ กันเมื่อวันนี้เราสองคนได้รับการเลี้ยงดูปูเสื่อจากพี่ราชันหลังจากที่เราส่งรายงานกลุ่มและได้คะแนนเต็ม“เพื่อนพี่ล่ะ” ลิลินถามถึงพี่ไอซ์เพื่อนของพี่ราชัน“มันรออยู่ที่โน่นแล้ว” พี่ราชันบอก ลิลินกับพี่ราชันสนิทกันมากกว่าฉันกับลุงรหัสเสียอีก ฉันจึงให้ลิลินนั่งหน้าคู่กับพี่ราชัน ส่วนฉันนั่งอยู่เบาะหลังหลังจากส่งข้อความบอกพี่ชายแล้วว่าวันนี้กลับช้านะเพราะจะไปกินโอมากาเสะกับรุ่นพี่และนัดแนะเวลากลับกันเรียบร้อยร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งอยู่ไปทางแม่ริมเป็นร้านอาหารที่อยู่ในโรงแรมขนาดใหญ่ ราคาต่อหัวหลายพัน สำหรับฉันก็แพงแหละแต่สำหรับพี่ราชันคงเศษเงินคอร์สที่พี่ราชันจองเป็นแบบไพรเวตที่มีแค่เราสี่คน ห้องส่วนตัวที่เราทั้งสี่คนนั่งหน้าเชฟ ทั้งฉันและลิลินตื่นตากับอาหารและการบรรยายถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบแต่ละตัวลำดับการนั่งคือฉันกับลิลินนั่งอยู่ตรงกลาง พี่ไอซ์นั่งข้างซ้ายของฉัน ส่วนลิลินนั่งอยู่ด้านขวาโดยที่มีพี่ราชัน
Read more
PREV
123456
...
40
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status