All Chapters of เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ: Chapter 11 - Chapter 20

40 Chapters

กลั่นแกล้ง

การประลองผ่านพ้นไปหลายคู่ ทว่าในช่วงท้ายเหล่าอาจารย์หญิงกลับท้าประลองกันเองอย่างนึกสนุก“เถียนลี่ลี่เจ้าไม่อยากประลองกับผู้ใดรึ เจ้าฝีมือเก่งกาจไม่แพ้นายหญิงของสำนักเลย”อาจารย์หญิงวัยไม่เกินยี่สิบห้าปีผู้หนึ่ง รีบเข้ามาสอบถามศิษย์น้องหญิงของเจ้าสำนัก พร้อมกับพยักหน้าไปทางสตรีรูปโฉมงดงามจนน่าอิจฉามุมปากคนพูดกดลึกอย่างมีเลศนัย ขณะกล่าวยุแยงให้ทั้งสองฝ่ายลงมือตบตีกัน ทะเลาะกันในวันพิเศษเช่นนี้ ผู้คนจะได้จดจำแม่นยำ และนำไปนินทานาน ๆสายตาแอบชำเลืองมองไปทางลานประลองชาย ผู้ใดบ้างไม่อยากแทนที่สตรีชั่ว ผู้ไม่คู่ควรกับบุรุษรูปงามฝีมือฉกาจ“เจ้าอย่าพูดเสียงดัง ข้าว่าเถียนลี่ลี่ฝีมือดีกว่า หากประลองกันจริง มีหวังฝ่ายนั้นได้อับอายขายขี้หน้าแน่ ๆ”สหายอีกคนออกความเห็นบ้าง นางกล่าวเพื่อเอาใจคนสนิทของท่านประมุขเท่านั้น“ประเดี๋ยวนางมาได้ยิน พวกเจ้าจะเดือดร้อน”เถียนลี่ลี่เอ่ยปรามพลางอมยิ้มมุมปาก สายตาจ้องมองหน้าตาหมดจดของศัตรูหัวใจ ด้วยท่าทีพินิจพิเคราะห์เหตุใดวันนี้มันถึงงามกว่าทุกวัน งามจนอยากข่วนหน้าแรง ๆ ให้เกิดรอยแผลเป็น บุรุษที่เข้ามาชมการประลองของสตรี ต่างจ้องมองมันด้วยสายตาเทิดทูนเกิดอะไ
Read more

กลั่นแกล้ง ตอนปลาย

เงาร่างสีขาวเฉกเช่นอาภรณ์ตัวนอก พุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้โดยไม่เปิดโอกาสให้ป้องกันตัว อีกฝ่ายมัวแต่ยืนยิ้มโง่ ๆ เลยถูกโจมตีอย่างเลี่ยงไม่ได้เพี้ยะ! เพี้ยะ!เสียงฝ่ามือปะทะใบหน้าของคู่ประลอง ดาบในมือยังคงถือไว้มั่นดังเดิม ไม่ได้ออกแรงกวัดแกว่งต่อสู้แต่อย่างใดทว่าอีกฝ่ายไม่สามารถเข้ามาใกล้ในรัศมีทำลายได้เลย เถียนลี่ลี่ยืนเป็นเป้านิ่งยื่นหน้าให้คู่ต่อสู้ตบตี อีกทั้งดาบประจำกายยังถูกกดตรึงไว้แน่นนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ปกติสตรีชั่วผู้นี้ฝีมือแย่กว่านางหลายเท่าที่มีอำนาจอวดเบ่งมานานถึงสองปี เพราะใช้ตำลึงซื้ออำนาจไม่ใช่หรอกหรือ!“จางเหมยฮัว! เจ้าลอบกัดข้า โอ๊ย!!!!”สองแขนถูกข้อมือเรียวเพียงข้างเดียวตรึงไว้กับที่ ใบหน้าสองข้างถูกฟาดซ้ายทีขวาที เถียนลี่ลี่หันหน้าสลับข้างไปตามแรงตบจนคอแทบเคล็ดยามนี้ใบหน้าของนาง กำลังบวมเหมือนหมูเข้าไปทุกที ริมฝีปากเริ่มมีเลือดซึมออกมาต่อให้บาดเจ็บน้อยกว่ายามประลองกับศิษย์พี่ชายทั้งสอง แต่ครั้งนี้เถียนลี่ลี่เกิดความรู้สึกอับอายเป็นครั้งแรกนางถูกตีต่อหน้าพวกชาวบ้าน ต่อหน้าลูกศิษย์หลายร้อยคน!“กรี๊ด! หยุดนะจางเหมยฮัว”เพี้ยะ! เพี้ยะ!“หยุดแล้วอย่างไรไม่หยุดแล้ว
Read more

จางเหมยฮัวเป็นกรรมการตัดสินแปดสง่างาม ตอนต้น

บุรุษผู้เป็นใหญ่ในสำนักเมฆินทร์กับศิษย์น้องชายอีกสองคน หยุดยืนอยู่ตรงหน้ากลุ่มอาจารย์หญิงผู้ท้าประลองกัน“พี่สะใภ้ ท่านเจ็บมือหรือไม่”ห่าวซีเหมินศิษย์น้องลำดับสอง เอ่ยถามสตรีงดงามจนหัวใจเขาแทบหยุดเต้น เมื่อก่อนว่างามมากแล้วทว่าเทียบไม่ได้เลยกับตอนนี้ความลับของเขาใกล้จะปะทุออกมาทางสีหน้าเต็มที หากเป็นเช่นนี้ใช่ว่าจะดี จำเป็นต้องยิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึกภายในใจ“ไม่เจ็บแค่แดง ๆ”“พวกข้าจะจัดการต่อเอง พี่สะใภ้ไปพักเถิด”ห่าวซีเหมินยังคงอาสากล่าวแทนศิษย์พี่ชายทั้งสอง นิสัยใจคอศิษย์น้องหญิงเพียงคนเดียว เหตุใดพวกเขาจะไม่รู้“ขอบใจศิษย์น้องสามของท่านประมุข”กล่าวประโยคสั้น ๆ เพียงเท่านั้น ผู้ชนะการประลองก็เดินจากไปทันที อีกไม่ถึงครึ่งชั่วยามนางต้องทำหน้าที่สำคัญ ไม่อยากเสียเวลาพูดคุยไร้ประโยชน์นางเดินผ่านสามีหน้านิ่ง ไม่แม้แต่จะหันมามองกันเลยสักนิด“...” ฉินมู่เหยียนขณะสามหนุ่มผู้มีวรยุทธ์สูงประจำสำนัก กำลังรู้สึกผิดปกติกับท่าทีของสตรีที่เพิ่งเดินจากไป คนบาดเจ็บบนใบหน้าก็กล่าวเชิงตำหนิตามนิสัยขี้อิจฉา“พี่ใหญ่ เหตุใดท่านไม่กล่าวตักเตือนนางบ้าง ข้ากับสหายถูกนางตบตีต่อหน้าคนอื่น ข้า...” เถี
Read more

จางเหมยฮัวเป็นกรรมการตัดสินแปดสง่างาม ตอนปลาย

ณ มุมหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากลานเอนกประสงค์พอประมาณ สามบุรุษรูปงามท่าทีองอาจน่ายำเกรง กำลังมองสำรวจตรวจตราระแวดระวังภัยตามปกติ“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ไปนั่งตำแหน่งนั้นได้อย่างไร ที่ผ่านมานางหลีกเลี่ยงตลอดไม่ใช่รึ”ตงเฉียนศิษย์น้องชายลำดับหนึ่ง กระซิบถามศิษย์พี่ใหญ่ซึ่งกำลังมองการแข่งขันด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่บ่งบอกอารมณ์ใด ๆ“คงเบื่อ เลยหาอะไรแก้เบื่อทำ”เมื่อถูกถามไถ่จากศิษย์น้องคนสนิท ฉินมู่เหยียนจึงตอบไปตามความรู้สึก หากไม่ใช่เหตุผลนี้สตรีเกียจคร้านจะทำไปเพื่อการใด“แต่ช่วงนี้พี่สะใภ้ไม่เข้าไปในเมืองเลยนะขอรับ หากเบื่อคงไปเที่ยวหอชายงามบ้างกระมัง”ห่าวซีเหมินศิษย์น้องชายลำดับสอง ผู้คอยสังเกตนายหญิงของสำนักมาโดยตลอด รีบบอกกล่าวในเรื่องที่เขารู้ พลางเหลือบมองท่าทีของศิษย์พี่ใหญ่“เที่ยวแล้วอย่างไร ไม่เที่ยวแล้วอย่างไร นิสัยเดิม ๆ ใช่ว่าจะแก้ไขในสามวัน ไปกันเถิดข้ายังมีงานต้องสะสางอีก”“ไม่อยู่รอชมก่อนหรือขอรับ เผื่อว่าพี่สะใภ้...”ห่าวซีเหมินกล่าวเพียงเท่านั้นจำต้องเงียบเสียงลง เมื่อเห็นสายตาคมดุของศิษย์พี่ใหญ่“พี่ใหญ่แล้วท่านอ๋องเจ็ดเล่าขอรับ พวกเราไม่ต้องไปบอกลาหรือ” ตงเฉียนเพิ่งนึกขึ้นได้
Read more

สตรีผู้นั้นคือใคร ตอนต้น

เสียงนินทาจากคนหลายกลุ่ม ดังแว่วเข้าหูเหล่าคณะกรรมการทั้งห้าคน สตรีใบหน้าบวมเป่งยิ้มแย้มอย่างพึงพอใจ“พี่หญิง ข้าเข้าใจถึงความกังวลของท่าน หากท่านไม่สะดวกชี้แนะลูกศิษย์ ข้ากับผู้อาวุโสทั้งสามคนจะช่วยออกหน้าเอง”เถียนลี่ลี่ลอยหน้าลอยตาพูดจาเชิงขบขัน หวังให้ผู้อาวุโสอีกสามคน เห็นด้วยกับคำกล่าวของตนเอง ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ ทั้งสามคนทำเพียงมองหน้ากันแล้วส่ายศีรษะไปมา“หน้าหายบวมแล้วรึ ไม่อยากหายก็บอกได้ ข้าจะได้ตบซ้ำอีกสักสองสามที สาระแนดีนัก”น้ำเสียงคนพูดไม่เบาไม่ดัง ทว่าคณะกรรมการอีกสามคนต่างได้ยินชัดเจน บางคนถึงกับก้มหน้าลงเพื่อหลบซ่อนรอยยิ้มขบขัน“...” เถียนลี่ลี่“อาจารย์จางสะดวกชี้แนะด้านใด เชิญก่อนได้เลยพวกข้าสามคนแก่แล้วขอเป็นผู้ตามดีกว่า ต่อให้อาจารย์จางไม่สะดวก ก็ไม่มีผู้ใดว่ากล่าวอย่างแน่นอน”ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวด้วยท่าทีเป็นมิตร สตรีตรงหน้าช่างมีกิริยาน่ามองยิ่งนัก ตนเลยไม่เชื่อว่าไร้วิชาอย่างที่ถูกปรามาสจางเหมยฮัวรู้สึกได้ว่าผู้อาวุโสทั้งสาม ไม่มีอคติต่อตนเลยลดท่าทีแข็งกร้าวลง เหลือเพียงกิริยาน่ามอง“ผู้อาวุโส ข้าเลือกวาดภาพเจ้าค่ะ การวาดภาพไม่ยากจนเกินไป ส่วนเรื่องอื่น ๆ
Read more

สตรีผู้นั้นคือใคร ตอนปลาย

‘ท่วงท่าของนางช่างคุ้นตายิ่งนัก’อ๋องเจ็ดจ้องมองโฉมสะคราญ ผู้ที่กำลังวาดภาพอยู่กลางลานเอนกประสงค์โดยไม่ละสายตา“ใช่พ่ะย่ะค่ะ ข้าได้ยินศิษย์ชายหญิง เรียกนางว่านายหญิงท่านประมุข”“ไปแจ้งทางผู้ดูแลเรือนรับรอง ข้าขอเข้าพักที่เรือนรับรองหนึ่งสัปดาห์” ในใจของเขารู้ดีกว่าใคร ว่าการขอเข้าพักในครั้งนี้เพื่อการใด“พ่ะย่ะค่ะ” หนึ่งในสององครักษ์ รีบรับคำแล้วไปจัดการตามคำสั่งเหลือเพียงสองบุรุษผู้มาเยือน ที่ยังคงจ้องมองการวาดภาพของสตรีในลานเอนกประสงค์หนึ่งบุรุษจ้องมองด้วยสายตาหลงใหลอย่างเปิดเผยอีกหนึ่งบุรุษจ้องมองด้วยความสงสัย ในรายละเอียดบนกระดาษวาดภาพแผ่นใหญ่บนต้นไม้ใหญ่เหนืออาคารสำนักงาน มีเงาร่างสูงร่างหนึ่งนั่งห้อยขาเฝ้ามองผู้คนอยู่เพียงลำพังไร้ซึ่งผู้ติดตามสองแขนแข็งแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ยกขึ้นกอดประสานกันใต้อก สายตาคมดุจ้องมองไปยังลานเอนกประสงค์ของสำนัก“วาดภาพเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่”“ไม่แต่งหน้าก็ว่าแปลกมาก แล้วยังวาดภาพเป็นด้วย”เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณ ก็เห็นสหายที่ตนไม่อยากสนิทด้วย กำลังจ้องมองไปยังมุมเดียวกันด้วยท่าทีเหม่อลอย“ไม่รู้จักกันเหรอ”แค่มองก็พอดูออก ว่าสายตาแ
Read more

ร้อนใจ ตอนต้น

ลูกศิษย์หญิงหลายคนมีความรู้สึกอ่อนไหวกว่าศิษย์ชาย จึงหันหน้าไปพูดคุยกันและช่วยเช็ดน้ำตาให้กัน“ยามที่ข้ามองภาพของอาจารย์จาง ข้ารู้สึกอยากร้องไห้”“ฮึก ฮึก ข้าก็เช่นกัน น้ำตามันไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว”ไม่จำเป็นต้องประกาศว่าใครฝีมือดีกว่ากัน แค่ท่าทีของผู้รับชมข้างลานเอนกประสงค์ ก็ทำให้เถียนลี่ลี่รู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างมาก‘สตรีชั่วผู้นี้วาดภาพเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่’แม้กระทั่งคณะกรรมการคนอื่น ๆ ยังจ้องมองรูปภาพของจางเหมยฮัวตาไม่กะพริบ“อาจารย์จางฝีมือดีกว่าปรมาจารย์ภาพวาดบางท่านเสียอีก”ผู้อาวุโสหนึ่งมีสติก่อนใคร เลยหันไปกล่าวชื่นชมเจ้าของภาพวาดกับสหายทั้งสองคนเคยเห็นภาพวาดของสตรีในวังหลังมามากนับไม่ถ้วน แต่ภาพของจางเหมยฮัวให้ความรู้สึกแตกต่างออกไป“ข้ามองภาพวาดนี้ ทำให้นึกถึงชีวิตตอนอายุสิบสองปี ไร้บิดามารดาถูกท่านป้าส่งเข้าวังหลวง เลยได้มีโอกาสรองฝ่าพระบาทอดีตไทเฮา”ความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว ได้กระตุ้นความทรงจำในวัยเยาว์ของผู้อาวุโสสอง“ข้าแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ อาจารย์จางสื่ออารมณ์ของภาพวาดออกมาดีมาก ดีที่สุด”ผู้อาวุโสทั้งสามคนใช้หลังมือเช็ดน้ำตา พลางกล่าวชื่นชมด้วยความจริงใจ ม
Read more

ร้อนใจ ตอนปลาย

เจ้าของเรือนหลังใหญ่ ไม่ได้สนใจว่าผู้มาเยือนจะอยู่หรือกลับไปแต่อย่างใด นางรีบเดินเข้าไปในเรือนนอน แล้วปลดอาภรณ์ออกที่ละชิ้น เพื่อเตรียมแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ ซึ่งสาวใช้ประจำเรือนเตรียมไว้รออย่างรู้หน้าที่น้ำอุ่น ๆ ผสมกลิ่นหอมของบุปผานานาพรรณ ทำให้ผ่อนคลายความเมื่อยล้าของร่างกายได้เป็นอย่างดีเมื่อนึกถึงความสบายตัวจึงลืมไปเลยว่ามีใครบางคน กำลังยืนรับลมอยู่หน้าเรือนของตน‘มาเองคงกลับเองได้ หากมีธุระคงบอกกล่าวกันบ้าง จะยืนมองด้วยท่าทีนิ่งเฉยทำไม’ขณะกำลังปลดเปลื้องอาภรณ์อยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของบุรุษค่อย ๆ ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ทางด้านหลัง เจ้าของเรือนรู้ได้ทันทีว่าผู้ใดมาเยือน“ท่านประมุขเข้ามาทำไมเจ้าคะ ข้ากำลังจะอาบน้ำ หากมีธุระอยากพูดคุยด้วย เชิญท่านออกไปรอด้านนอกก่อน”อีกนิดเดียวเท่านั้น หากเขามาช้ากว่านี้นางคงปลดอาภรณ์ตัวในออก จนเหลือเพียงชั้นในสตรี“...” ฉินมู่เหยียนคนเดินตามเข้ามาถึงเรือนนอน ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะไม่ระวังตัวถึงเพียงนี้ไม่ใช่ว่าต้องเข้าไปหลบหลังฉากก่อน ค่อยถอดอาภรณ์ออกจากกายหรอกหรือลาดไหล่ขาวผ่องนวลเนียน ประกอบกับแผ่นหลังเปลือยเปิดไปถึงเอวคอดกิ่ว ปรากฏแก่สายตาคู่ค
Read more

คนเก่าคนใหม่ ตอนต้น

เมื่อเห็นท่าทีของสามีแน่นิ่งแปลกไป จางเหมยฮัวรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ หากไม่ดีมากจนเขาตกตะลึงในความงาม คงแย่เกินกว่าจะออกไปต้อนรับผู้มาเยือนต่อให้มั่นใจว่าอาภรณ์ของตน เหมาะสำหรับการทำความรู้จักแรกพบสหายของสามี แต่ยามเห็นสายตาคนมองนิ่งขรึมกว่าปกติ อีกทั้งหัวคิ้วเข้มยังขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจ เจ้าของอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขับผิว สวมคลุมทับด้วยเสื้อคลุมลวดลายประณีตสีดำ จึงเอ่ยซักถามให้แน่ใจ“เอ่อ...อาภรณ์ชุดนี้เหมาะสมแล้วหรือยังเจ้าคะ”“อืม เหมาะแล้ว ไปกันเถิด”อุ้งมือใหญ่ยื่นมาข้างหน้า ดวงตาคมคอยจ้องมองท่าทีเจ้าของอุ้งมือเล็กขาวนวล จางเหมยฮัวรู้สถานะตนดีจึงยื่นมือออกไป ไม่ได้คิดสิ่งใดให้มากความเกิดเป็นภาพบุรุษรูปงามกลิ่นอายสุขุมเยือกเย็น เดินเคียงคู่อยู่กับสตรีโฉมงามล่มเมืองล่มแคว้นจุดหมายปลายทางคือบริเวณจัดเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งจัดเตรียมสถานที่ไว้ใกล้กับเรือนรับรองทางด้านแขกผู้เข้าพักในเรือนรับรอง ยามนี้กำลังรอคอยการมาถึงของสหายด้วยใจจดจ่อท่าทีกระสับกระส่ายเกินกว่าจะปล่อยผ่าน ทำให้หนึ่งองครักษ์เดินเข้าไปสอบถามอย่างห่วงใย“ท่านอ๋อง ไม่สบายตัวตรงไหนหรือพ่ะย่ะค่ะ”อ
Read more

คนเก่าคนใหม่ ตอนปลาย

“อ้าวพี่ใหญ่ พี่สะใภ้ ไปที่ใดกันมาหรือ มากินมื้อค่ำด้วยกันขอรับพวกข้าเพิ่งมาถึง”ห่าวซีเหมินเอ่ยทักทาย พลางแอบมองสตรีงามข้างกายศิษย์พี่ของตน เมื่อเลื่อนสายตาลงต่ำด้วยความสงสัย เขาเห็นมือใหญ่กอบกุมมือเล็กไว้หลวม ๆฉินมู่เหยียนยังไม่ทันตอบรับหรือปฏิเสธ สตรีซึ่งนั่งอยู่อีกมุมหนึ่งก็ลุกพรวดพราดเข้ามาใกล้ พร้อมบอกกล่าวอาการของตนด้วยท่าทีน่าสงสาร“พี่ใหญ่เจ้าคะ ข้ารู้สึกไม่สบายเลยออกมาหาข้าวต้มกิน ที่เรือนของพี่ใหญ่มียาลดไข้บ้างหรือไม่ ยาของข้าเพิ่งกินหมดไปเมื่อวันก่อน”ถึงแม้จะเคยถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ แต่พออยู่ต่อหน้าศัตรูหัวใจ เถียนลี่ลี่ก็ลืมเลือนทุกคำสั่งนางเดินปรี่เข้าไปกอบกุมต้นแขนแกร่ง โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันระวังตัวด้วยซ้ำเมื่อเห็นท่าทีสนิทสนมเกินศิษย์พี่ศิษย์น้อง จางเหมยฮัวจึงไม่อยากปั้นหน้านิ่งเฉย เลยขอตัวกลับก่อนโดยไม่รอฟังเสียงคัดค้านของใครทั้งนั้น“ข้าขอกลับเรือนก่อน ยังมีหลายเรื่องให้รีบไปจัดการ ท่านอยู่พูดคุยงานเถิด จากตรงนี้เดินไปถึงเรือนไม่ไกลเท่าไร”เมื่อบอกกล่าวบุรุษที่เพิ่งถูกศิษย์น้องหญิงของเขา กระชากแขนไปต่อหน้าต่อตาเสร็จสิ้น กายอวบอิ่มจึงหมุนตัวกลับหลังเดินจากไปทันท
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status