เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ

เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-08
โดย:  หนูเหมยจ้ายังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
40บท
3.8Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ถูกเมียเอกของสามีตีจนตาย วิญญาณล่องลอยอยู่นาน จู่ ๆ ถูกดูดไปเข้าร่างภรรยาเจ้าสำนักผู้เฉยชา นางดีใจที่มีกายเนื้ออีกครั้งทว่าสวรรค์ช่างล้อเล่น ร่างใหม่มีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน คงถึงคราบอกลาสามีใหม่

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

จากไปครั้งที่หนึ่ง

ภายในตำหนักเล็ก ยามนี้มีแต่เสียงร้องไห้ของนางกำนัลข้างกายพระชายารองซูจิ่งเหวิน ซึ่งถูกพระชายาเอกของอ๋องเจ็ด สั่งโบยจนล้มป่วยหนักใกล้หมดลมหายใจเต็มที

“ท่านอ๋อง เสี่ยวเฉาไปตามท่านอ๋องมาพบข้า ท่านอ๋องต้องได้รู้ความจริง”

ถึงแม้ไม่เคยมีใจให้สวามี แต่ก่อนจากลาไปไกลแสนไกล ซูจิ่งเหวินอยากแก้ไขความผิดที่ตนไม่ได้ก่อสักครั้ง

ไม่มีชายชู้ใดอย่างที่ถูกสตรีชั่วร้ายกล่าวหา หากมีชู้จริงคงหลบหนีตามกันไปนานมากแล้ว ไม่อยู่ให้ถูกเหยียบย่ำน้ำใจหรอก แม้กระทั่งชีวิตน้อย ๆ ยังไม่รู้เลยว่าจะรักษาไว้ได้หรือไม่

“ฮึก ฮึก พระชายานอนพักก่อนนะเพคะ หม่อมฉันจะไปตามท่านอ๋องประเดี๋ยวนี้”

“ระ รีบไป อึก อึก”

เสียงกระอักเลือดในลำคอ และพยายามอดทนไม่พ่นเลือดออกมาเปรอะเปื้อนอาภรณ์

ร่างกายซูจิ่งเหวินบอบช้ำอย่างหนัก เนื่องจากถูกโบยถึงหนึ่งร้อยไม้ ที่ยังฝืนทนพูดรู้เรื่องขนาดนี้นับว่าเก่งมากแล้ว

ทว่าคล้อยหลังนางกำนัลข้างกายเดินจากไป ร่างบอบบางที่แสนบอบช้ำก็สิ้นลมหายใจทันที

พระชายารองซูจิ่งเหวินลาลับจากไปนิรันดร์กาล นางเกิดมามีชีวิตจนอายุยี่สิบปี ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะได้ใช้ชีวิตเพื่อตนเอง แต่กลับต้องมาตายจากในวัยเพียงเท่านี้ เพราะคำใส่ร้ายของสตรีชั่วผู้หนึ่ง

“ซูจิ่งเหวิน ซูจิ่งเหวิน!!!!”

ผู้มาใหม่ตะคอกเสียงดังลั่นตำหนัก สองมือเขย่าร่างแน่นิ่งบนเตียงด้วยความตกใจสุดขีด

ใบหน้าของคนป่วยแทบไม่มีสีเลือดให้เห็น จิตใจบุรุษเลือดร้อนแทบมอดไหม้เป็นเชื้อเพลิง ยิ่งเห็นว่าป่วยหนักยิ่งรู้สึกผิดที่ปล่อยให้นางถูกโบย

หลังจากได้รับรายงานด่วน จากนางกำนัลของพระชายารอง อ๋องเจ็ดจ้าวเทียนเหิงก็รีบตามมาดูอาการคนเจ็บทันที

เขานึกเสียใจอยู่ไม่น้อย ที่วันนี้ปล่อยให้หยางหลินฮวาลงโทษอีกฝ่ายตามคำกล่าวหาที่ยังไม่แน่ชัด

เพราะรักมากเลยโกรธมาก หูตาจึงมืดบอดไม่ยอมตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ดี ปล่อยให้อารมณ์ใจร้อนกลายเป็นดาบสองคม

“หมอ ท่านหมอ รีบมาตรวจอาการของนาง!”

“พระชายารองสิ้นลมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

หมอหลวงส่ายศีรษะไปมาอย่างยอมแพ้ ร่างกายแสนบอบบางของพระชายารอง ไม่สามารถรับแรงกระหน่ำโบยของบุรุษได้อย่างแน่นอน

‘โบยหนึ่งร้อยไม้ เท่ากับสั่งประหารชีวิต’

เหตุใดท่านอ๋องจึงไม่คำนึงถึงความจริงข้อนี้ก่อนสั่งลงทัณฑ์ หมอหลวงวัยกลางคนได้แต่นึกเวทนา สตรีที่ถูกบิดาส่งมาแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ของตระกูล

“ท่านหมอกล่าวว่าอย่างไรนะ!”

จ้าวเทียนเหิงที่ยังอยู่ในอาการตกใจ หันกลับมาสอบถามอาการคนเจ็บอีกครั้ง เขาได้ยินแต่ไม่แน่ใจว่าหูฝาดหรืออย่างไร

“พระชายารองซูจิ่งเหวิน สิ้นลมแล้วพ่ะย่ะค่ะ ร่างกายของพระชายาบอบช้ำหนักจากการถูกโบย ไร้หนทางรักษาแน่แล้ว”

“ตะ ตายแล้ว”

น้ำเสียงสั่นเครือของคนพูด มาพร้อมกับน้ำตาซึ่งคลอหน่วยเต็มเบ้าตา

เขารักนางเพียงผู้เดียว แต่เพราะทิฐิที่รู้ว่าอีกฝ่ายไร้ใจต่อกัน จึงตั้งแง่รังเกียจมาโดยตลอด และปล่อยให้หยางหลินฮวาพระชายาเอก ทำร้ายนางมานานเกือบสองปี

“เหวินเอ๋อร์ ข้าขอโทษ”

เสียงร่ำไห้ของบุรุษดังลั่นตำหนักเล็ก ตำหนักที่เขามักจะมาเสพสุขจากกายสาวยามเมามายสุรา หากยามปกติไม่เคยเลยสักครั้ง ที่จะก้าวเข้ามาดูความเป็นอยู่ของผู้อาศัย

ความเป็นอยู่แสนทุกข์ยากลำบาก จากการกลั่นแกล้งของสตรีในตำหนักใหญ่

หลังจากผ่านพ้นพิธีศพของซูจิ่งเหวิน อ๋องเจ็ดก็ให้องครักษ์ตามสืบทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตำหนัก จึงรู้ว่าทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นจนเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ เกิดจากสตรีเพียงคนเดียวแต่งเรื่องขึ้นเพื่อใส่ร้ายคนอื่น

“สตรีชั่ว ต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสม นำตัวหยางหลินฮวาไปคุมขังรอการไต่สวน” น้ำเสียงเฉยชาสั่งการองครักษ์ข้างกาย

อ๋องเจ็ดจ้าวเทียนเหิง สั่งลงทัณฑ์คนผิดโดยไม่สนใจตระกูลเดิมของพระชายาเอก กลายเป็นเรื่องราวโด่งดังไปทั่วเมืองหลวง

หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น ตำหนักอ๋องเจ็ดแทบกลายเป็นสมรภูมิเลือด...

นางกำนัลกับบ่าวชายหลายสิบคน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตายของพระชายารอง ถูกคมดาบขององครักษ์สังหารจนสิ้น

พระชายาเอกหยางหลินฮวา ได้รับการละเว้นโทษประหารชีวิต ผลจากความดีความชอบของขุนศึกตระกูลหยาง แต่โทษเป็นยังอยู่ไม่อาจละเว้นได้

นับจากวันนั้น หยางหลินฮวาก็ถูกคุมขังในตำหนักเย็น ต้องใช้ชีวิตอย่างทนทุกข์ทรมาน ทั้งอดอยากและหนาวสั่นทุกคืนวัน ไร้ซึ่งอิสรภาพจนกว่าจะสิ้นชีพจากไปด้วยตนเอง

เรื่องราวการสะสางแค้นในตำหนักอ๋องเจ็ดจ้าวเทียนเหิง ดวงวิญญาณของผู้จากลามองเห็นและรับรู้ทุกอย่าง

ซูจิ่งเหวินไม่ได้ยึดติดกับสวามี และไม่ชอบตำหนักแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย ทว่าไม่สามารถหลบหนีจากไปได้ตามใจชอบ

“บ้าเอ้ย ข้าตายไปแล้ว เหตุใดยังถูกกักขังให้ทนมองชะตากรรมคนเหล่านี้อีก”

วิญญาณโปร่งแสงบ่นกับตนเอง ขณะจ้องมองชะตาชีวิตของสตรีชั่วร้าย ซึ่งอีกไม่นานคงกลายมาเป็นดวงวิญญาณเหมือนกัน

“ตายไปคงเฮี้ยนน่าดู ขนาดข้านิสัยดีถึงเพียงนี้ยังอยากกลั่นแกล้งคนเลย”

“ผัวชั่ว ข้าตายไปแล้วจะร้องไห้เสียใจคร่ำครวญอีกทำไม ตอนมีชีวิตไม่เคยทำดีต่อกัน พอตายกลับอยากเผากระดาษส่งให้ โอ๊ย! เบื่อพูดไปก็ไม่มีใครได้ยิน”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของวิญญาณสาว ก่นด่าผู้คนในตำหนักไปเรื่อย เนื่องจากล่องลอยมานานไร้จุดหมายปลายทาง เลยเกิดอาการหงุดหงิดผิดวิสัย

“ไปเดินเล่นแถวสระบัวดีกว่า อย่างน้อย ๆ ก็มีดอกบัวให้มองสบายตาจะได้ใจเย็นลง คนพวกนี้ทำข้านิสัยเสียแย่ ข้าออกจะเรียบร้อยพูดน้อยมาแต่กำเนิด”

ซูจิ่งเหวินในร่างโปร่งแสง รีบทะยานตรงไปยังสระบัวท้ายตำหนักด้วยใจลิงโลด

นางชอบดอกบัวมากกว่าดอกไม้อื่น จึงอยากดอมดมให้ชื่นใจหายเบื่อ อารมณ์จะได้ผ่อนคลายไม่กลายเป็นผีเฮี้ยน

ทว่าจู่ ๆ ดวงวิญญาณของผีสาว กลับถูกพลังงานลึกลับบางอย่าง กระชากเหนี่ยวรั้งเต็มแรง เพียงครู่เดียวเท่านั้นดวงวิญญาณโปร่งแสงก็เลือนหายไป

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
40
จากไปครั้งที่หนึ่ง
ภายในตำหนักเล็ก ยามนี้มีแต่เสียงร้องไห้ของนางกำนัลข้างกายพระชายารองซูจิ่งเหวิน ซึ่งถูกพระชายาเอกของอ๋องเจ็ด สั่งโบยจนล้มป่วยหนักใกล้หมดลมหายใจเต็มที“ท่านอ๋อง เสี่ยวเฉาไปตามท่านอ๋องมาพบข้า ท่านอ๋องต้องได้รู้ความจริง”ถึงแม้ไม่เคยมีใจให้สวามี แต่ก่อนจากลาไปไกลแสนไกล ซูจิ่งเหวินอยากแก้ไขความผิดที่ตนไม่ได้ก่อสักครั้งไม่มีชายชู้ใดอย่างที่ถูกสตรีชั่วร้ายกล่าวหา หากมีชู้จริงคงหลบหนีตามกันไปนานมากแล้ว ไม่อยู่ให้ถูกเหยียบย่ำน้ำใจหรอก แม้กระทั่งชีวิตน้อย ๆ ยังไม่รู้เลยว่าจะรักษาไว้ได้หรือไม่“ฮึก ฮึก พระชายานอนพักก่อนนะเพคะ หม่อมฉันจะไปตามท่านอ๋องประเดี๋ยวนี้”“ระ รีบไป อึก อึก”เสียงกระอักเลือดในลำคอ และพยายามอดทนไม่พ่นเลือดออกมาเปรอะเปื้อนอาภรณ์ร่างกายซูจิ่งเหวินบอบช้ำอย่างหนัก เนื่องจากถูกโบยถึงหนึ่งร้อยไม้ ที่ยังฝืนทนพูดรู้เรื่องขนาดนี้นับว่าเก่งมากแล้วทว่าคล้อยหลังนางกำนัลข้างกายเดินจากไป ร่างบอบบางที่แสนบอบช้ำก็สิ้นลมหายใจทันทีพระชายารองซูจิ่งเหวินลาลับจากไปนิรันดร์กาล นางเกิดมามีชีวิตจนอายุยี่สิบปี ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะได้ใช้ชีวิตเพื่อตนเอง แต่กลับต้องมาตายจากในวัยเพียงเท่านี้ เพรา
อ่านเพิ่มเติม
สำนักเมฆินทร์
“เฮือก! เหวินเอ๋อร์ อย่าไป”เสียงคนเมาสะดุ้งตื่นกลางดึก เขาฝันเห็นสตรีในดวงใจลาจากไปตลอดกาล ไม่เหลือแม้กระทั่งวิญญาณคอยวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ อย่างที่เคยรู้สึกอยู่ทุกวันร่างสูงเดินโซซัดโซเซไปยังห้องหนังสือ แล้วรื้อค้นหาป้ายวิญญาณซึ่งแอบนำมาซุกซ่อนไว้ แทนที่จะนำไปเก็บในห้องเคารพศพตามธรรมเนียมปฏิบัติสองมือของคนเมายังคงพยายามรื้อค้นไปทั่วห้องหนังสือ และปัดป่ายไปทั่วชั้นวางหนังสืออย่างไร้สติ จังหวะหนึ่งได้ปัดโดนป้ายวิญญาณอย่างแรง ทำให้ป้ายไม้ตกลงมาจากที่สูงจนแตกกระจัดกระจาย“เหวินเอ๋อร์ อย่าไป!”เพราะทำพิธีเหนี่ยวรั้งดวงจิตมานานหลายปี เลยนำป้ายสตรีในดวงใจมาแอบซ่อนให้ลับตาคน ทว่าวันนี้เขากลับทำพังด้วยตนเอง“กลับมา กลับมาหาข้า เหวินเอ๋อร์”เสียงแหบห้าวเรียกขานสตรีในดวงใจทั้งน้ำตา ครั้งนี้นางจากไปแล้วจริง ๆ จากไปไม่มีวันหวนคืน อีกด้านหนึ่งย่านชานเมืองหลวง ซึ่งอยู่คนละฟากฝั่งกับพระราชวังแคว้นไห่ ในรัชสมัยของฮ่องเต้จ้าวไห่เฟิง มีสำนักศึกษาขนาดใหญ่ตั้งเด่นตระหง่านตาชาวแคว้นไห่ล้วนนับถือคนที่สำเร็จการศึกษา จากสำนักศึกษาสุดแสนเข้มงวดแห่งนี้ หากไร้ซึ่งฝีมือคงไม่มีโอกาสแม้กระทั่งเข้าไปศึกษาไม่ได้เก
อ่านเพิ่มเติม
ชีวิตใหม่ สามีใหม่?
สามวันมานี้นับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาในร่างจางเหมยฮัว ภรรยาเพียงคนเดียวของประมุขสำนักเมฆินทร์ อดีตวิญญาณสาวแสนคลุ้มคลั่ง ไม่ได้ก้าวขาออกจากเรือนนอนเลยสักวันนางทำเพียงลุกเดินไปชำระล้างร่างกายในห้องอาบน้ำ และนั่งรอคอยสำรับอาหารกับยาหลังมื้ออาหาร ซึ่งสาวใช้จะนำมามอบให้ถึงเรือนนอน“ชิงหว่าน เอาสำรับไปเก็บเถิดข้าอิ่มแล้ว เจ้ากินมื้อเช้าให้อิ่มค่อยกลับมาช่วยข้าแต่งกาย”วาจาสุภาพใจดีเอ่ยกับสาวใช้คนสนิท หลังรับประทานอาหารแล้วเสร็จ เป็นเช่นนี้มาสามวันแล้ว คนฟังนึกแปลกใจมากเลยเอ่ยถามสักหน่อย“นายหญิงเจ็บตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ ข้ารู้สึกว่านายหญิงแปลกไป”“แปลกอย่างไร”“นายหญิงท่าทางใจเย็นกว่าเดิมเจ้าค่ะ”ถึงแม้ในใจของชิงหว่าน อยากบอกว่านายหญิงพูดจาสุภาพไม่โมโหร้ายดังเดิม แต่นางกล้ากล่าวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น“ไม่ดีรึ”“ดีเจ้าค่ะ”“ชิงหว่าน ข้าแค่เบื่อหน่ายชีวิตเดิม นิสัยเดิม ๆ เลยลองอยู่แบบสงบสุขดูบ้าง”แท้จริงแล้วนางเบื่อหน่ายการล่องลอยแบบวิญญาณมากกว่า มีเพื่อนคุยด้วยเช่นนี้นับว่าดียิ่ง สวรรค์คงเมตตาให้มีโอกาสใช้ชีวิตอีกครั้ง เพราะชีวิตก่อนอายุสั้นเกินไปพระชายารองซูจิ่งเหวิน คือสตรีในห้องหอผู้มีจิตใจเต
อ่านเพิ่มเติม
ทำความรู้จัก
ดวงตากลมโตอิ่มน้ำจ้องมองรูปหน้าคมคายไม่วางตา ประมุขฉินมู่เหยียนมีผิวสีเข้มแบบคนฝึกยุทธ์ ทว่าเนียนละเอียดน่ามองไร้ตำหนิคิ้มเข้มได้รูปพาดเฉียงรับกับดวงตายาวรี หางตาคมกริบเชิดขึ้นพองาม สันจมูกตั้งโด่งปลายไม่งองุ้ม ริมฝีปากเล็กบางเฉียบสีชมพูอ่อนแลดูสุขภาพดีใบหน้าคมเข้มสะอาดสะอ้าน ไม่มีหนวดเคราระเกะระกะสายตา มีเพียงตอหนวดสั้น ๆ ขึ้นไรเขียวครึ้มตรงกรามแกร่ง หากครูดผิวสตรีคงคันยุบยิบไม่เบาใบหน้ากร้าวใจเช่นนี้ทำให้คนมองใจสั่น แทบไม่อยากละสายตาไปมองใคร ร่างเดิมปล่อยให้รอดหลุดมือมานานขนาดนี้ได้อย่างไรรูปร่างของเขาสูงใหญ่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นตึง ช่วงขายาวท่าทางจะทรงพลังไม่น้อย มองอย่างไรก็รูปงามกว่าผัวชั่วคนเก่าเป็นวิญญาณมานานหลายปี หรือนางจะอดอยากปากแห้งมากเกินไปถึงคิดแต่เรื่องนั้น ใบหน้างามสะบัดเบา ๆ เพื่อขับไล่ความคิดเบื้องลึกให้คลายลงจางเหมยฮัวกับบุรุษตรงหน้ายังไม่เคยเข้าหอกัน นางอยากช่วยสานต่อภารกิจที่คั่งค้างยิ่งนัก อย่างไรเสียก็ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งหมดผู้จากลาไม่มีใครนินทาเรื่องสามีไม่พึงใจ ส่วนนางได้ลิ้มลองสามีใหม่ ที่รูปลักษณ์น่าหลงใหลเหลือเกิน และเขาได้ครอบครองกายสาวอวบอัดไป
อ่านเพิ่มเติม
ผีเห็นผี
ทางด้านคนที่รีบวิ่งลงมาจากเรือนหลังใหญ่ของภรรยา ยามนี้กำลังยืนสงบสติอารมณ์อยู่หน้าเรือนนอนของตนตึกตัก ตึกตักหน้าอกข้างซ้ายของเขากำลังเต้นระรัวโดยไม่รู้สาเหตุเมื่อไม่รู้จะจัดการกับตนเองอย่างไร จึงพยายามดันลมหายใจหอบใหญ่พ่นออกจากปาก“ฟู่!!!”“สตรีผู้นั้นมีแผนอะไรกันแน่ ถึงกล้าหยอกเย้าข้าเช่นนี้”เสียงพึมพำแผ่วเบาอย่างไม่รู้จะสอบถามใครดี หากถามศิษย์น้องชายทั้งสอง คงได้อับอายไปอีกหลายวัน เจ้าพวกนั้นคงล้อไม่เข้าเรื่องเมื่อตั้งสติได้แล้วจึงรีบกลับเข้าเรือนนอนของตน นอนพักสักหน่อยอาการคงดีขึ้นกระมังขณะกำลังเร่งรีบก้าวเดินขึ้นเรือนไม้ขนาดเล็กกว่าเรือนของภรรยา น้ำเสียงเรียกขานคุ้นหูก็ดังขัดเสียก่อน“พี่ใหญ่เจ้าคะ”ศิษย์น้องหญิงนามเถียนลี่ลี่ ที่ขอนัดพบเจ้าสำนักหนุ่มผ่านผู้ช่วยเฉินจื้อเมื่อช่วงหัวค่ำแต่ถูกปฏิเสธ จึงมาดักรอพบบุรุษในดวงใจด้วยตนเองถึงหน้าเรือนนอน“ค่ำมืดมากแล้ว เจ้ามีธุระอันใด”ใบหน้างุนงงเมื่อก่อนหน้านี้ เปลี่ยนกลับมาดุดันเข้มงวดดังเดิม ในใจรู้สึกอึดอัดกับพฤติกรรมของศิษย์น้องหญิงผู้นี้ยิ่งนักเขาสั่งห้ามไปหลายครั้งไม่ให้เข้าพบตามลำพัง แต่อีกฝ่ายไม่เคยจดจำ ต่อให้ไม่มีภรรยาสตรี
อ่านเพิ่มเติม
ไม่ได้โง่
คุณหนูใหญ่ตระกูลซู เรียนรู้ฝึกฝนวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องเหล่านี้มาทั้งชีวิต จนกระทั่งกลายเป็นวิญญาณจึงหยุดพักไป นางเลยคิดถึงการแข่งขันอยู่ไม่น้อยซูจิ่งเหวินคือยอดสตรีอันดับหนึ่งมาโดยตลอด ตำแหน่งยอดพธูของเมืองหลวงก็คว้ามาได้ถึงสามปีซ้อน ก่อนจะแต่งให้ผัวชั่วจอมเผด็จการ วันนี้จะใช้ความสามารถที่มีตัดสินการแข่งขันอย่างยุติธรรม“ตกลงข้าจะไปเป็นกรรมการ”“การแข่งขันเริ่มขึ้นในช่วงบ่าย พี่หญิงพักผ่อนก่อนก็ได้ เดี๋ยวข้าให้คนมาตามเจ้าค่ะ” เถียนลี่ลี่บอกกล่าวอย่างใจดี มุมปากบิดกดลงไม่ให้อีกฝ่ายเห็น“ไม่ต้อง ข้าจะไปเดินเล่นในสำนักพอดี ประเดี๋ยวงานเริ่มคงเห็นเอง”ก่อนหน้านี้ยังไม่อยากออกไปไหน อยากปรับตัวปรับอารมณ์จากผีสาวมามีกายเนื้อ ทว่าตอนนี้เปลี่ยนใจอยากไปร่วมสนุกกับคนอื่น ๆ การแข่งขันของสตรีเริ่มในช่วงบ่าย แสดงว่าการแข่งขันประลองวรยุทธ์คงเริ่มในช่วงเช้า นางอยากดูทั้งสองอย่าง เรื่องน่าตื่นเต้นเหล่านี้จะพลาดได้อย่างไรกันส่วนคนที่มาชวนศัตรูหัวใจถึงเรือนพัก ยามนี้กำลังยิ้มแย้มพึงพอใจ ที่แผนการแรกสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี‘สตรีเคยโง่เขลาอย่างไร ย่อมโง่เขลาอย่างนั้นวันยังค่ำ’สายตามาดร้ายเผยออกมา ขณะก้มห
อ่านเพิ่มเติม
สหายร่วมชั้นเรียน
หลังจากผู้มาเยือนจากไปแล้ว สาวใช้ส่วนตัวนามชิงหว่าน ถูกเรียกมาแต่งกายให้ผู้เป็นนายทันทีแต่งกายตามแบบฉบับคุณหนูผู้อ่อนหวาน หาใช่สตรีใจร้ายแสนเย่อหยิ่งอย่างที่เคยกระทำ“ชิงหว่าน แต่งกายให้ข้ากลายเป็นสตรีบอบบางแสนอ่อนหวาน ใบหน้าไม่ต้องแต่งแต้มมากมาย ผัดแป้งบาง ๆ แต้มชาดสีอ่อนก็พอ”“เจ้าค่ะนายหญิง”“ทำผมเกล้าขึ้นหลวม ๆ ตามธรรมเนียมสตรีออกเรือน ปักปิ่นของท่านประมุขกับท่านพ่อเคียงคู่กัน ปิ่นชิ้นอื่นเกะกะรุงรังเก็บลงหีบให้หมด เครื่องหัวหนัก ๆ พวกนั้นไม่ต้องสวม”เนื่องจากมารดาจากลาตั้งแต่แบเบาะ ยามปักปิ่นจึงมีเพียงบิดาทำพิธีให้ ปิ่นบนศีรษะจึงเป็นของบิดากับของหมั้นสามี“สวมเสื้อคลุมสีขาวทับสักหน่อย ท่านประมุขไม่ชอบให้ข้าสวมอาภรณ์ชิ้นเดียว”เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ถือว่าให้เกียรติสามี ต่อให้อากาศเย็นสบายไม่หนาวก็ตาม เผื่อเขาหวงแหนร่างกายของภรรยา จะได้ไม่ต้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวด“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ นายหญิงงดงามมาก”ชิงหว่านเอ่ยชื่นชมจากใจจริง ถึงแม้ที่ผ่านมาผู้เป็นนายจะไม่เคยเห็นหัวตนเลยก็ตามทว่าหลายวันมานี้ นายหญิงกำลังปรับปรุงนิสัยให้เข้าถึงง่าย นางเลยกล้าสนิทใจด้วย และพร้อมจงรักภักดีไม่มีแปรเปลี่ย
อ่านเพิ่มเติม
สามีชั่ว บิดาใจดำ
อีกเหตุผลที่ประมุขฉินมู่เหยียน ไม่อยากติดต่อกับสหายผู้นี้นับจากแยกย้ายเรียนจบ เพราะนึกรังเกียจในพฤติกรรมแสนเลวร้ายทั้งมากรักลุ่มหลงมัวเมาในกิเลสตัณหา หูเบา โมโหร้าย ปล่อยให้สตรีสังหารกันอย่างเหี้ยมโหดพระชายารองผู้นั้นเขาเคยเห็นจากที่ไกล ๆ เมื่อครั้งเข้าร่วมงานเลี้ยงในพระราชวัง ครั้งนั้นอ๋องเจ็ดให้นางยืนหลบอยู่ด้านหลัง เขาเลยมองไม่ชัดและไม่มีโอกาสทำความรู้จักถึงกระนั้นยังพอมองออก ว่าพระชายารองนิสัยใจเย็นนิ่งเงียบพอสมควร ไม่อย่างนั้นคงไม่อดทนอดกลั้น อยู่ร่วมกับบุรุษโมโหร้ายได้นานหลายปี“หน้าตัวเมีย!” เมื่อคิดถึงเรื่องราวหนหลัง คำสบถจากก้นบึ้งหัวใจจึงเอ่ยขึ้นลอย ๆ“เจ้ากล่าวว่าอย่างไรนะ”คำตำหนิที่ออกจากปากอีกฝ่าย แผ่วเบายิ่งกว่าสายลมพัดพา อ๋องเจ็ดจ้าวเทียนเหิงเลยได้ยินไม่ชัด“ท่านอ๋องมาทำการใด”นอกจากไม่ตอบคำถาม เจ้าถิ่นยังย้อนถามกลับไป เขาจำได้ว่าไม่ได้ส่งหนังสือเชิญไปตำหนักอ๋องเจ็ด เหตุใดคนผู้นี้จึงมาปรากฏตัวหรือมีใครในตำหนักแอบติดต่อนัดพบลับหลังเขา ยิ่งคิดหัวคิ้วเข้มยิ่งขมวดเข้าหากัน‘หรือจะเป็นสตรีผู้นั้น’โดยปกติเขาไม่เคยใส่ใจและปล่อยวางมาโดยตลอด ต่อให้ร้ายแรงยิ่งกว่านี้ยังนิ่ง
อ่านเพิ่มเติม
อาจารย์หญิง
เจ้าสำนักเมฆินทร์จ้องมองสีหน้าหนักใจของสหาย ก่อนจะกล่าวคำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา หากจำเป็นและเลือกไม่ได้จริง ๆ เขาคงยอมแต่งงานเช่นกัน เนื่องจากไม่เคยมีใจให้สตรีใดมาก่อน สตรีที่ผู้ใหญ่เลือกให้ครองคู่คงมีดีอยู่บ้างกระมังความรู้สึกรักเป็นอย่างไรไม่เคยสัมผัสมาก่อน หากวันนั้นมาเยือนจริง ๆ ยังไม่แน่ว่าจะรับรู้ได้ด้วยตนเอง หรือต้องให้ผู้ใดมาสอน“หากเป็นเจ้าจะทำเช่นไร”อ๋องเจ็ดอยากฟังความคิดเห็นของเจ้าสำนักผู้เก่งกาจ ยอมรับเลยว่าตอนนี้ตนโง่เขลาเกินกว่าจะคิดเอง“หากท่านอ๋องคิดไม่ตก เช่นนั้นก็ลองทำตามพระประสงค์ของสองพระองค์ เพียงแต่อย่าไปทำร้ายสตรีใดอีก”ต่อให้สหายจะตำแหน่งสูงศักดิ์กว่า ทว่าตำแหน่งประมุขสำนักเมฆินทร์ก็ใช่ว่าจะด้อยกว่าใคร ฉินมู่เหยียนเลยกล้ากล่าวตักเตือนสหายผู้เคยหลงผิดสายตาคมกริบจับจ้องมองหน้าสหายอย่างกดดัน ในใจอยากสบถก่นด่าแรง ๆ ให้สาแก่ใจ ทว่าทำไปก็เท่านั้น “ข้า...ข้า”“ลองทำความรู้จักดูก่อน ไม่แน่ว่าท่านอ๋องอาจจะพึงใจพวกนาง หากไม่ไหวจริง ๆ ค่อยบอกกล่าวไปตามตรง ทั้งสองพระองค์จะได้หาสตรีใหม่มาให้ทำความรู้จัก”“อือ คงต้องแบบนั้น”“ลงไปข้างล่างกันเถิดใกล้เวลามากแล้ว เผื่อท่านอ๋
อ่านเพิ่มเติม
เหตุการณ์คับขัน
กลุ่มของอาจารย์หญิงคนพิเศษ เดินเล่นชมบรรยากาศของงานสักพักใหญ่ หัวหน้ากลุ่มรู้สึกไม่สบายท้องแปลก ๆ คงเพราะเพิ่งเคยกินผลไม้รสเปรี้ยวเคลือบน้ำตาลเป็นครั้งแรกคนปวดท้องรีบมองหาหนทางรอด นับว่าโชคดีที่บริเวณนี้อยู่ใกล้อาคารไม้หลังใหญ่ ศูนย์รวมห้องทำงานของเหล่าอาจารย์ในสำนัก“ชิงหว่าน จาวจาว ข้าขอเข้าไปทำธุระส่วนตัวในอาคารหลังนั้นก่อน พวกเจ้ายืนรอด้านนอกก็พอ”“นายหญิง อาการหนักหรือไม่เจ้าคะ ให้ข้าไปต้มยาดีหรือไม่”สาวใช้นามจาวจาว อาสาไปต้มยาให้นายหญิง เมื่อเห็นท่าทีคล้ายคนปวดท้องหนัก เหงื่อผุดซึมตรงไรผมสองข้าง อาการแบบนี้ต้องรีบเร่งให้ทันกาล“ไม่เป็นไร แค่เบา ๆ ข้าจะรีบกลับ”“หากไม่สบายต้องรีบบอกนะเจ้าคะ” ชิงหว่านเอ่ยสมทบด้วยเช่นกัน“อือ ข้าไปก่อนประเดี๋ยวไม่ทัน”คนปวดหนักรีบก้าวเดินถี่ ๆ ทว่าสำรวมชวนมองไร้ที่ติจางเหมยฮัวอยากวิ่งไปยังจุดหมายปลายทาง นางใกล้ขาดสติไม่ต่างจากคนปวดหนักคนอื่น ๆ ติดตรงบริเวณนี้มีสายตาจ้องมองยิ่งกว่าในยามประกวดยอดพธูประจำเมืองเสียอีก‘หนทางสวรรค์อยู่ใกล้แค่เอื้อม ข้าต้องอดทนไว้ก่อน กิริยาสำรวมของสตรียังจำเป็นอยู่มาก’“ฟู่!!!”เนื่องจากเรือนนอนส่วนตัวของจางเหมยฮัว ห
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status