All Chapters of บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน: Chapter 11 - Chapter 20

22 Chapters

บทที่ 11

กว่าเพลิงจะสงบลงได้ นิ้วมือทั้งสิบของเซียวหลิ่นก็เป็นแผลเหวอะหวะไปหมดเขาพุ่งเข้าไปในซากเรือนที่ไหม้เกรียมราวกับคนเสียสติ อาภรณ์สีนิลถูกสะเก็ดไฟไหม้จนเป็นรูหลายแห่ง แต่เขากลับไม่รู้ตัวเลย“ท่านอ๋อง! มันอันตรายนะพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์คนหนึ่งรีบเข้าไปห้าม“หลีกไป!” เซียวหลิ่นดวงตาแดงก่ำ ใช้ฝ่ามือเดียวผลักคนออกไปเขาทิ้งตัวลงนั่งท่ามกลางกองเถ้าถ่านร้อนระอุ ใช้มือเปล่ากวาดแหวกซากคานไม้ที่แตกหักเศษไม้ไหม้เกรียมแทงทะลุฝ่ามือ ปนกับบาดแผลเก่า เลือดไหลซึมลงตามซากคาน ก่อนหยดลงในกองเถ้าถ่าน กลายเป็นรอยสีแดงเข้มกระจายเป็นหย่อม ๆหนึ่งชิ้น สองชิ้น...สิบชิ้น ยี่สิบชิ้น...เขาดันกองไม้ที่พังทลายด้วยสภาพไร้จิตวิญญาณ เล็บแตกฉีกจนเลือดซึม ข้อนิ้วเผยกระดูกขาวซีดโผล่พ้นผิวหนังอย่างน่าหวาดหวั่นจนกระทั่งขอบฟ้าเริ่มมีแสงสว่างรำไรปรากฏออกมา ทว่านอกจากเศษกระดูกไหม้เกรียมไม่กี่ชิ้น ก็ไม่พบอะไรอีกเลย“ค้นหาต่อไป!” เสียงของเซียวหลิ่นแหบจนแทบฟังไม่เป็นภาษา “ต่อให้ต้องพลิกทั้งจวนอ๋องก็ต้องหานางให้เจอ!”ทว่าจู่ ๆ ก็มีฝนเทลงมาอย่างหนัก ผสมกับเสียงฟ้าร้องฟ้าลั่นน้ำฝนเย็นจัดสาดลงบนร่างของเซียวหลิ่น ไหลตาม
Read more

บทที่ 12

เป็นเวลาเจ็ดวันเต็ม ๆ ที่เซียวหลิ่นเก็บตัวเงียบไม่ออกมาพบใครอาหารที่นำมาส่ง ถูกยกกลับออกไปในสภาพเหมือนเดิมทุกประการ แต่ไหสุรากลับว่างเปล่ากองเกลื่อนพื้นองครักษ์ทนดูต่อไปไม่ไหว เป็นห่วงว่าหากเซียวหลิ่นยังหมดอาลัยตายอยากเช่นนี้ต่อไป จะมีอันตรายถึงชีวิตได้ตอนที่พวกเขายอมเสี่ยงโทษประหารบุกเข้าไปในตำหนัก ภาพที่เห็นคือห้องอันรกรุงรังไร้ระเบียบ และเซียวหลิ่นที่นั่งขดตัวอยู่ตรงมุมห้องเขากอดชุดเก่า ๆ ของเจียงเยี่ยถังเอาไว้แน่น คางของเขามีเคราสีดำขึ้นอยู่รำไร ใต้ตาสองข้างดำคล้ำเป็นวงกว้างแทบไม่หลงเหลือความองอาจของอ๋องผู้สำเร็จราชการอยู่เลย“ท่านอ๋อง” องครักษ์คุกเข่าลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงขอร้องอ้อนวอน “พระองค์อย่าทรงทำเช่นนี้อีกเลยพ่ะย่ะค่ะ แม่นางเจียงต้องตายอย่างอยุติธรรมเช่นนั้น นางต้องอยากให้ท่านตามหาคนร้ายให้เจอแน่”เซียวหลิ่นค่อย ๆ เหลือบตาขึ้นมา ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ แววตาของเขาพลันส่องประกายออกมา “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าออกไปเถอะ”“พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์หยุดเพียงเท่านั้นเพราะพวกเขาไม่กล้ารบเร้าต่อ ก่อนจะพากันถอยออกไปอย่างว่องไวทันทีที่ประตูตำหนักปิดลง เซียวหลิ่นก็แตกสลายไม่เหลือชิ้นด
Read more

บทที่ 13

เซียวหลิ่นยืนทำใจอยู่หน้าเรือนของเจียงเยว่เจียว มือของเขากำปิ่นหยกขาวแน่นจนแทบแหลกตอนแรกเขาตั้งใจจะมาจบความสัมพันธ์กับนาง มอบทรัพย์สินก้อนใหญ่ให้นาง และแยกจากกันโดยดีแต่ยังไม่ทันผลักประตูเข้าไป ก็ได้ยินเสียงด่าทอหยาบคายดังมาจากด้านใน“พวกเศษสวะไร้ประโยชน์!” เสียงของเจียงเยว่เจียวไม่อ่อนหวานเหมือนในยามปกติ ตรงกันข้ามเลยล่ะ มันแหลมสูงจนแสบแก้วหู “ตอนนี้ท่านอ๋องไม่ยอมชายตามองข้าด้วยซ้ำ เรื่องง่าย ๆ แค่นี้พวกเจ้ายังไม่มีปัญญาทำให้สำเร็จอีก?!”“ถ้าข้าสูญเสียความโปรดปราน พวกเจ้าก็อย่าหวังจะได้อยู่อย่างสงบสุข! ถึงข้าจะตายก็ต้องลากพวกเจ้าทั้งหมดลงนรกไปด้วย!”เซียวหลิ่นขมวดคิ้วหน้านิ่ว ฝีเท้าชะงักกลางอากาศ สายตาสอดส่องผ่านช่องว่างระหว่างประตูเข้าไปในเรือนภาพที่เห็นคือเจียงเยว่เจียวในอาภรณ์หรูหรา สีหน้าเกรี้ยวกราด ในมือกำแส้เรียวยาวเส้นหนึ่งไว้ เฆี่ยนตีบรรดาสาวใช้ที่คุกเข่าบนพื้นอย่างโหดเหี้ยมสาวใช้พวกนั้นไม่กล้าหลบ จึงต้องทนรับการเฆี่ยนตีทั้งอย่างนั้น ช่วงบ่าของพวกนางมีแผลเลือดซึมออกมา แต่กลับกัดฟันแน่นไม่เปล่งเสียงร้องสักแอะ“ไม่ได้เรื่อง! พวกเจ้ามันไร้ประโยชน์!” เจียงเยว่เจียวสบถด
Read more

บทที่ 14

“ท่าน ท่านอ๋อง...” นางเอ่ยเสียงสั่น ดวงหน้าขาวซีดไร้เลือดฝาดในเสี้ยวพริบตา ก่อนจะเสแสร้งทำท่าอ่อนแอน่าสงสาร “ท่านมาได้อย่างไรเพคะ...”เซียวหลิ่นย่างสามขุมเข้าไปใกล้ ความเยือกเย็นในแววตาของเขาแทบจะแช่แข็งคนให้เป็นก้อนน้ำแข็งได้“พูดต่อสิ” เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แฝงความสงบนิ่งที่ชวนให้คนขนลุกชัน “เมื่อครู่นี้พวกเจ้ายังพูดกันสนุกปากอยู่เลยมิใช่หรือ?”เจียงเยว่เจียวแข้งขาอ่อนจนทรุดลงไปนั่งกับพื้น นางน้ำตาไหลพรากออกมา “ท่านอ๋อง ท่านฟังข้าอธิบายก่อนนะเพคะ ข้าก็แค่...ก็แค่โมโหมากไปเท่านั้น ถึงได้หลุดปากพูดเรื่องที่ไม่สมควรออกไป...”“โมโหหรือ?” เซียวหลิ่นแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา สายตากวาดมองไปทางสาวใช้ที่หวาดกลัวจนตัวสั่น ก่อนจะหันกลับมามองนาง “เจ้าอารมณ์ไม่ดี ก็เลยเอาแส้มาเฆี่ยนตีพวกนางตามอำเภอใจงั้นหรือ?”“พวกนางทำงานไม่ได้เรื่อง ข้าเพียงสั่งสอนพวกนางเล็กน้อย...” เจียงเยว่เจียวพยายามแก้ตัวเป็นพัลวัน พลางยื่นมือออกมากระตุกแขนเสื้อของเซียวหลิ่น ท่านก็ทราบดีนี่เพคะ ปกติข้าไม่กล้าเหยียบมดตายด้วยซ้ำ...”“เพียะ!”เซียวหลิ่นตวัดมือตบหน้านางเต็มแรง เขาออกแรงหนักมากจนนางลงไปนอนกองกับพื้นโดยตรงเจี
Read more

บทที่ 15

เซียวหลิ่นยืนอยู่หน้าทางเข้าคุก แววตาเขาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะลุกโชนองครักษ์คุมตัวเจียงเยว่เจียวเข้ามา ก่อนจะผลักนางเข้าไปในห้องขังที่อยู่ลึกสุดอย่างป่าเถื่อนนางเสียหลักล้มกระแทกพื้น อาภรณ์หรูหราเต็มไปด้วยฝุ่นดิน ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ไม่หลงเหลือความอรชรชดช้อยในวันวาน“ท่านอ๋อง! ท่านอ๋องไว้ชีวิตด้วยเพคะ!” เจียงเยว่เจียวตะเกียกตะกายขึ้นมาเกาะลูกกรงเหล็กแน่น ร้องไห้อย่างน่าสงสารประหนึ่งดอกสาลี่เปียกฝน “ข้าสำนึกผิดแล้ว! ท่านอ๋องได้โปรดเห็นแก่พี่สาวของข้า ไว้ชีวิตข้าเถิดเพคะ!”“พี่สาวเจ้าหรือ?” เซียวหลิ่นหัวเราะอย่างเย็นชา ย่อตัวลงอย่างเชื่องช้า ใช้นิ้วมือบีบคางของนางไว้ ทว่าออกแรงราวกับจะบดกระดูกของนางให้แหลกละเอียด “เจ้าคู่ควรจะเอ่ยถึงนางด้วยหรือ?”เจียงเยว่เจียวเจ็บจนน้ำตาร่วง แต่ไม่กล้าขัดขืน ทำได้เพียงขอร้องอ้อนวอน “ท่านอ๋อง...ข้าสำนึกผิดแล้วจริง ๆ...”เซียวหลิ่นปล่อยมือแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้มมองนางด้วยความดูแคลน เอ่ยเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “ลงมือได้”องครักษ์รีบก้าวออกไปด้านหน้า สาดน้ำร้อนที่เดือดปุด ๆ หนึ่งกะละมังใส่เจียงเยว่เจียว...“กรี๊ด——”เสียงร้องโหยหวนดังก้
Read more

บทที่ 16

เจียงเยี่ยถังลืมตาขึ้นอีกครั้ง กระดูกทั่วร่างของนางก็ราวกับถูกบดจนแหลกละเอียด ร่างกายทุกกระเบียดนิ้วล้วนเจ็บปวดเหมือนถูกทิ่มแทงแสงสว่างบาดตาส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้ตกกระทบลงบนใบหน้านาง นางหรี่ตาโดยไม่รู้ตัว ท่ามกลางความเลือนรางนั้น นางกลับไม่อาจแยกได้ว่าตนอยู่ในปรโลก…หรือยังมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ความทรงจำไหลบ่าเข้ามาดุจสายน้ำ...ยาแสร้งตาย จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการ และเพลิงไหม้ครั้งใหญ่...นางจำได้ว่าซื้อตัวสาวใช้คนหนึ่งที่อยู่ข้างกายเซียวหลิ่น มอบทรัพย์สินเงินทองทั้งหมดที่เก็บสะสมมาตลอดหลายปีให้นางไป แลกกับการขอให้นางช่วยวางเพลิงสร้างสถานการณ์วุ่นวายหลังจากนาง ‘ตาย’ ไปแล้ว จากนั้นก็แอบขน ‘ศพ’ ของนางออกจากจวนอ๋องโดยไม่ให้ใครรู้ โยนทิ้งไว้ในป่ารกร้างที่ห่างไกลผู้คนตอนแรกนางคิดว่าตัวเองจะตายอยู่ในป่ารกร้างห่างไกล กลายเป็นโครงกระดูกที่ไม่มีใครจำได้เสียอีกแต่นางยังมีชีวิตอยู่“เอี๊ยด——”ประตูไม้ถูกเปิดเข้ามาเบา ๆ ร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามา บดบังแสงสว่างเจียงเยี่ยถังเกร็งร่างกายโดยสัญชาตญาณ นิ้วมือลอบจิกผ้านวมที่อยู่ใต้ร่างแน่น สายตาระแวดระวังจ้องตรงไปที่ประตู“เจ้าฟื้นแล้
Read more

บทที่ 17

วันเวลาเปรียบดังลำธารสายเล็กในหุบเขา ค่อย ๆ ไหลผ่านอย่างเงียบสงบด้วยการดูแลเอาใจใส่ของซูอวิ๋นโจวตลอดวันคืนที่ผ่านมา รอยแผลทั้งเก่าและใหม่บนร่างของเจียงเยี่ยถังค่อย ๆ จางหาย สุขภาพของนางเองก็ดีขึ้นทีละน้อยจากที่เป็นคนเงียบขรึม นางก็เริ่มพูดมากขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งนางถึงขั้นแอบตำหนิใส่นกกระจอกที่มาก่อความวุ่นวายในแปลงสมุนไพร หรือบางครั้งที่ซูอวิ๋นโจวทดลองยาล้มเหลวจนเขม่าควันเปื้อนหน้าดำปี๋ นางก็ยังหลุดหัวเราะเสียงใสออกมาทุกครั้งที่ซูอวิ๋นโจวกลับมาจากการลงไปตรวจรักษา ภายในย่ามใส่ยาของเขามักจะมีของแปลกใหม่กลับมามอบให้นางเสมอบางครั้งเป็นขนมดอกกุ้ยที่หวานเลี่ยน บางครั้งเป็นนวนิยายที่ออกใหม่ฉบับล่าสุด และบางครั้งก็เป็นปิ่นไม้ที่งานไม่ค่อยละเอียดประณีต แต่ให้ความรู้สึกเรียบง่ายไม่ปรุงแต่งยามบ่ายส่วนมาก เจียงเยี่ยถังมักเอนกายอย่างเกียจคร้านขดตัวอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่กลางลานแสงแดดอุ่น ๆ สาดทอลงมาทั่วร่าง ปลายนิ้วของนางพลิกหน้ากระดาษ ปล่อยจิตใจดำดิ่งไปกับเรื่องราวความรักของกิ่งทองใบหยก หรือไม่ก็เรื่องเล่าของจอมยุทธ์ผู้กล้าในตำนาน จนกระทั่งแสงยามอัสดงทำให้เงาของนางทอดยาวออกไปวันนี้ช่วงพ
Read more

บทที่ 18

ช่วงที่ผ่านมาจู่ ๆ ก็มีโรคระบาดเกิดขึ้นในเมือง ซูอวิ๋นโจวจัดข้าวของแล้วเตรียมตัวลงจากเขาอย่างเร่งรีบ“ครั้งนี้พาข้าไปด้วยเถอะ” เจียงเยี่ยถังอุ้มตระกร้าใส่สมุนไพรขึ้นมาแล้วบอกกับเขาเบา ๆ“ได้” ซูอวิ๋นโจวตอบยิ้ม ๆแผงตรวจรักษาโรคเพื่อการกุศลในเมืองเพิ่งจะเปิดได้ไม่นาน ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยมารุมล้อมซูอวิ๋นโจวตรวจรักษาคนไข้อย่างใจเย็น เจียงเยี่ยถังที่อยู่ข้าง ๆ ก็คอยบดยาและแบ่งบรรจุอย่างเชี่ยวชาญ บางครั้งก็ยื่นเข็มเงินให้ พวกเขาทำงานเข้าขากันเป็นอย่างมากนางชอบช่วงเวลาเช่นนี้ เรียบง่ายและไม่ฟุ้งเฟ้อพอใกล้จะถึงเที่ยงวัน สมุนไพรที่เตรียมมาก็เริ่มไม่เพียงพอ เจียงเยี่ยถังจึงต้องกลับไปเอาที่เรือนหลังเล็ก ที่พักชั่วคราวของพวกเขานางเดินบนถนนที่ปูด้วยแผ่นหินเพียงลำพัง ระหว่างทางตอนที่ผ่านธารน้ำใสตรงหน้าประตูเมือง เสียงกรีดร้องตื่นตระหนกก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศเงียบสงบ“ลูกของข้า! ลูกของข้าตกลงไปในน้ำแล้ว!”เด็กผู้ชายอายุประมาณห้าหกขวบคนหนึ่งกำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำ อีกทั้งเกือบจะถูกกระแสน้ำพัดพาไปยังส่วนลึกผู้ใหญ่ที่อยู่บนฝั่งพากันแตกตื่นวุ่นวาย แต่กลับไม่มีใครกล้ากระโดดลงไปในน้ำราว
Read more

บทที่ 19

เซียวหลิ่นไม่ได้จากไปไหนกว่าเขาจะหาเจียงเยี่ยถังพบไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงจะพานางกลับจวนไม่ได้ เขาก็ไม่คิดจะรามือง่าย ๆเขาตัดสินใจซื้อโรงเตี๊ยมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงหมอ เลือกห้องพักส่วนตัวที่ดีที่สุด เปิดหน้าต่างออกจะมองเห็นภาพบรรยากาศภายในโรงหมอได้อย่างชัดเจนเขาเห็นนางตื่นแต่เช้าตรู่ทุกวันมาช่วยซูอวิ๋นโจวเปิดประตูโรงหมอ เห็นนางนำทางสตรีและเด็กเล็กที่มาตรวจรักษาอย่างใจเย็นเห็นนางย่อตัวรดน้ำให้สมุนไพรชนิดใหม่ที่เพิ่งลงปลูกในแปลงภายในเรือนทุกฉากทุกเหตุการณ์ทำให้เขาปวดใจเหมือนถูกเฉือนเป็นชิ้น ๆ แต่กระนั้นก็ยังโลภมากมองนางต่อจึงไม่อาจละสายตาได้เจียงเยี่ยถังที่สดใสมีชีวิตชีวา เรียบง่ายและมีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏให้เห็นบนใบหน้าเป็นพัก ๆ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้ครองครองอย่างแท้จริงมาก่อน แต่กลับต้องสูญเสียมันไปตลอดกาลความเศร้าโศกเสียใจกัดกินจิตใจและสติสัมปชัญญะของเขาทุกขณะเขาเริ่มทำตัวโง่เขลา ใช้วิธีการที่คิดว่าชดเชยให้นางได้เพื่อเข้าใกล้นางเขาสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาควบม้าเร็วออกไป รวบรวมสมุนไพรล้ำค่าในแผ่นดินโดยไม่สนใจว่าจะต้องแลกด้วยอะไรโสมป่าอายุร้อยปี บัวหิมะที่ใสดุจผลึกแก้ว
Read more

บทที่ 20

ซูอวิ๋นโจวกับเจียงเยี่ยถังเดินทางลงจากเขาครั้งนี้ ก็เพื่อจะรักษาโรคระบาดให้ชาวบ้านในเมืองทว่าการแพร่ระบาดของโรคกลับรุนแรงและลุกลาม เกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิดเอาไว้ช่วงแรกมีเพียงอาการไอและไข้เป็นระยะ ๆ เท่านั้น แต่ไม่นานนักก็แพร่กระจายไปทั่วตรอกซอกซอยหน้าร้านขายยาถูกเบียดเสียดไปด้วยชาวบ้านตัวซูบผอมและสีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง พวกเขาคิดว่าตนเองเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย ต่างนอนทรุดอยู่กับพื้น ร่ำไห้ราวกับยอมรับชะตากรรมโรงหมอของซูอวิ๋นโจวแทบจะรับภาระไม่ไหวแล้วใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาแดงช้ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เขาแทบไม่ได้หลับไม่นอน พลิกตำราสมุนไพรและทดลองปรุงยาโดยไม่หยุดพักลานบ้านเต็มไปด้วยกลิ่นยาขมลอยอบอวลตลอดทั้งวันเจียงเยี่ยถังคอยอยู่เคียงข้างเขาอย่างเงียบงัน ร่วมแบ่งเบาภาระทุกอย่างโดยไม่พูดอะไรนางไม่ได้ทำแค่บดยาสมุนไพรและบรรจุใส่ซองอีกต่อไป แต่ยังเริ่มเรียนรู้การจดบันทึกอาการของคนไข้ให้ซูอวิ๋นโจว รวมถึงอาการไม่พึงประสงค์หลังจากกินยาด้วยนางยังลงมือพันแผลและป้อนยาสำหรับชาวบ้านที่มีอาการรุนแรงด้วยตัวเองการเคลื่อนไหวของนางยังคงเด็ดขาดคล่องแคล่วเหมื
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status