Short
บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน

บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน

Par:  โฮก โฮก โฮกComplété
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
22Chapitres
3.2KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เป็นองครักษ์เงาของอ๋องผู้สำเร็จราชการเข้าสู่ปีที่เก้า เจียงเยี่ยถังตัดสินใจจะไปจากเขา นางเดินเข้าไปในร้านขายยาที่ไม่สะดุดตาแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเมือง ใช้เงินสิบตำลึงซื้อยาแสร้งตายหนึ่งเม็ด เถ้าแก่ร้านบอกกับนางว่าหลังจากกินยาเข้าไปแล้ว ชีพจรจะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และหยุดหายใจอย่างสิ้นเชิงในวันที่เจ็ด สามวันหลังจากนั้นถึงจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เจียงเยี่ยถังกินยาเม็ดนั้นเข้าไป แล้วเดินกลับไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการ หิมะที่ร่วงลงบนบ่าของนาง มันเย็นยะเยือกเสียดแทงกระดูก นางพลันนึกถึงฤดูหนาวเมื่อเก้าปีก่อนขึ้นมาอย่างฉับพลัน ผู้คนอดอยากล้มตายทั่วแผ่นดิน นางที่อายุเพียงเจ็ดขวบ จำเป็นต้องขายตัวเองให้พ่อค้าทาสในราคาห้าตำลึง เพื่อเลี้ยงดูน้องสาวไม่ให้อดตาย

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1

แต่ระหว่างทางกลับถูกโจรดักปล้น เด็กที่ร่วมทางมากับนางล้วนตายกันหมด มีเพียงนางคนเดียวที่หนีรอดมาในสภาพบาดแผลทั่วร่าง หมดแรงล้มลงไปนอนรอความตายท่ามกลางหิมะ

เป็นรถม้าของเซียวหลิ่นที่แล่นมาจอดตรงหน้านาง

ปีนั้นเซียวหลิ่นเพิ่งจะอายุสิบหกปีเท่านั้น แต่กลับมีอำนาจสั่นสะเทือนราชสำนักแล้ว

เขาก้มต่ำมองนางที่นอนหายใจรวยรินบนพื้น เสื้อคลุมตัวยาวสีนิลสะบัดพึ่บพั่บตามแรงลม

“อยากรอดไหม?” เสียงเด็กหนุ่มเย็นเยือกดุจน้ำแข็ง

นางพยักหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย

“นับจากนี้เป็นต้นไป ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า”

เขามอบโจ๊กร้อน ๆ ให้นางหนึ่งชาม ชุดกันหนาวบุฝ้ายหนึ่งตัว และกริชหนึ่งเล่ม

เก้าปีมานี้ เขาลงมือฝึกฝนนางด้วยตัวเองจนนางกลายเป็นดาบที่แหลมคมที่สุด เป็นองครักษ์เงาที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น

เจียงเยี่ยถังไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกที่นางมีต่อเซียวหลิ่น มันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่เมื่อใด

บางทีอาจเป็นตอนที่นางทำภารกิจและได้รับบาดเจ็บหนัก เขาเฝ้าดูแลอยู่ข้างกายสามวันสามคืน หรือบางทีอาจเป็นตอนที่เขาสอนนางให้คัดอักษรอย่างใกล้ชิด จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่าผ่านข้างหู หรืออาจจะเป็นงานเลี้ยงไหว้พระจันทร์เมื่อปีก่อน ตอนที่เขาถูกวางยาแล้วกดนางไว้ด้านหลังม่านกั้นในห้องหนังสือ จนกระทั่งเกิดค่ำคืนที่แสนจะเหลวไหลขึ้นมา...

หลังจากคืนนั้นจบลง เซียวหลิ่นก็ไม่เคยเอ่ยถึงมันอีก นางจึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

เพียงแต่ทุก ๆ สองสามวัน เขาจะแวะมาที่ห้องของนาง บางครั้งก็อ่อนโยนราวกับสายน้ำ บางครั้งก็ดุดันราวกับสัตว์ป่า

เขาไม่เคยให้คำมั่นสัญญาอะไร นางเองก็ไม่เคยร้องขอ

เพราะเขาเป็นอ๋องผู้สำเร็จราชการที่โหดเหี้ยมเด็ดขาด ไม่เคยปรานีใคร ถึงเขาจะไม่เคยมอบสถานะให้นาง แต่ก็ไม่เคยหวั่นไหวต่อสตรีนางใดเหมือนกัน

จนกระทั่งวันนั้น ที่เซียวหลิ่นอุ้มหญิงสาวคนหนึ่งกลับจวน

เจียงเยี่ยถังยืนอยู่ใต้ชายระเบียง เสี้ยวพริบตาที่มองเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย เลือดในกายก็พลันเย็นเฉียบ

เป็นน้องสาวของนาง

น้องสาวที่นางคิดว่าตายไปตั้งแต่ภัยอดอยากในครานั้นแล้ว

ที่แท้เงินห้าตำลึงในตอนนั้นก็ช่วยให้น้องสาวมีชีวิตรอดได้ครึ่งปี ต่อมาก็มีครอบครัวพ่อค้าเศรษฐีรับอุปการะนาง แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน ครอบครัวเศรษฐีดังกล่าวถูกกองโจรซุ่มโจมตี มีเพียงน้องสาวคนเดียวที่รอดชีวิต

เซียวหลิ่นเป็นคนช่วยนางไว้

เด็กน้อยขี้แยในตอนนั้น บัดนี้เติบโตเป็นหญิงสาวผู้งดงามเพียบพร้อม นางโผเข้ากอดนางแล้วร้องไห้งอแงเหมือนเด็ก ๆ “พี่สาว เจียวเจียวคิดถึงท่านเหลือเกิน...”

วินาทีนั้น เจียงเยี่ยถังคิดว่าในที่สุดสวรรค์ก็เมตตานางเสียที

แต่เพียงไม่นานนางก็สังเกตเห็นว่า สายตาที่เซียวหลิ่นมองเจียงเยว่เจียวนั้นแตกต่างออกไป

เขาไม่เคยสอนเจียงเยว่เจียวให้ฆ่าคน หนำซ้ำยังเชิญอาจารย์ที่ดีที่สุดมาสอนศาสตร์แห่งสตรีทั้งสี่ให้นาง ดีดพิณ หมากล้อม คัดอักษรและวาดภาพ เจียงเยว่เจียวกลัวความมืด เขาก็สั่งให้แขวนโคมไฟจนเต็มเรือนที่พักของนาง เจียงเยว่เจียวบอกว่านางชอบดอกสาลี่ เขาก็สั่งให้คนขนต้นสาลี่นับสิบมาจากหนานเจียง...

ต่อมา เจียงเยว่เจียวถูกจิ่วเชียนซุ่ยวางยาพิษ

จิ่วเชียนซุ่ยประกาศกร้าวว่าหากต้องการยาถอนพิษ ก็ใช่ว่าจะไม่มีทาง ขอแค่เซียวหลิ่นส่งตัวเจียงเยี่ยถังที่เป็นองครักษ์เงามือดีไปให้เขาเล่นสนุกสักเดือน

ใครบ้างไม่รู้ว่าจิ่วเชียนซุ่ยเป็นพวกวิปริตผิดมนุษย์? ศพที่ถูกหามออกมาจากตำหนักของเขา ไม่มีศพไหนสภาพปกติดีเลย

เจียงเยี่ยถังหันมองเซียวหลิ่น หวังว่าเขาจะบอกกับอีกฝ่ายว่า “ไม่ได้”

“พอครบหนึ่งเดือนแล้ว ข้าจะไปรับเจ้ากลับมา” เขากลับเอ่ยประโยคนี้ออกมาแทน

หนึ่งเดือนนั้น เป็นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิตของเจียงเยี่ยถัง

ถึงแม้จิ่วเชียนซุ่ยจะไร้สมรรถภาพทางเพศ แต่กลับมีวิธีการทรมานคนสารพัด

เขาใช้เข็มเหล็กแทงเส้นเอ็นข้อมือของนางจนขาด แล้วสั่งให้หมอหลวงต่อกลับเหมือนเดิม เพียงเพื่อฟังเสียงกรีดร้องของนาง

เขาจับนางไปแขวนในคุกน้ำแข็งสามวันสามคืน มองดูเธอดิ้นรนพล่านราวกับปลาที่ใกล้ตาย

วันที่ทุกข์ทรมานที่สุด เขาสั่งให้คนไปจับมดคันไฟมาหนึ่งไห เอามือของนางจุ่มลงไปในน้ำผึ้งแล้วค่อยจับยัดลงไปในไห ความเจ็บปวดทรมานจากการถูกมดนับพันนับหมื่นรุมกัดกินเลือดเนื้อ ทำให้นางแทบกัดฟันตัวเองจนแหลกละเอียด

ยามที่นางลืมตาขึ้นมาอย่างพร่ามัว ก็มองเห็นกระดูกสีขาวบนนิ้วทั้งสิบ ข้อนิ้วที่มีเลือดแดงสดและเนื้อแหลกเละยังมีมดเกาะอยู่หลายตัว

คืนก่อนจะถูกส่งตัวกลับมา จิ่วเชียนซุ่ยบีบคางของนางแล้วหัวเราะอย่างเย็นชา “เซียวหลิ่นถึงขั้นยอมส่งตัวองครักษ์เงาที่ฝีมือยอดเยี่ยมของตัวเองมาให้ข้า เพียงเพื่อสตรีนางหนึ่ง เจ้าลองว่ามาสิ เขาต้องรักสตรีนางนั้นมากขนาดไหนกัน?”

เจียงเยี่ยถังไม่ได้ตอบ

นางรู้เพียงว่า เพลิงรักในใจนางที่เผาไหม้เพื่อเซียวหลิ่นมาตลอดเก้าปี มันกำลังมอดดับลงทีละน้อยภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้น

นางลงนามในสัญญาขายตัวเป็นทาส ชั่วชีวิตนี้นางต้องเป็นคมดาบของเซียวหลิ่น ไม่อาจหลุดพ้นเป็นอิสระได้

เว้นเสียแต่นางตาย

แกล้งตาย นั่นเป็นวิธีเดียวที่นางจะหลุดพ้นจากเขาได้

ยามที่เจียงเยี่ยถังลากสังขารอันสะบักสะบอมกลับไปถึงจวนอ๋อง ท้องฟ้าก็ย่ำสนธยาแล้ว

นางเพิ่งจะก้าวขาผ่านประตูจวน เจียงเยว่เจียวก็นำสาวใช้จำนวนหนึ่งมาขวางหน้านางไว้ นางสวมชุดกระโปรงผ้าแพรโปร่งสีไข่ไก่ งดงามจับใจจนไม่อาจละสายตา

“ลำบากพี่สาวแล้ว” เจียงเยว่เจียวยิ้มหวานหยาดเยิ้ม “เพื่อเอายาถอนพิษมาให้ข้า เจ้าต้องถูกจิ่วเชียนซุ่ย ‘เล่นสนุก’ นานถึงเพียงนี้ ร่างกายคงจะสกปรกน่าดู”

นางปรบมือเบาๆ “พวกเจ้า ช่วยล้างเนื้อตัวให้พี่สาวทีสิ!”

สิ้นเสียงของนาง สาวใช้ที่ยืนข้างๆ ก็สาดน้ำร้อนจัดในอ่างใส่นางอย่างรุนแรง

“ซ่า!”

น้ำร้อนราดรดลงบนร่างกาย ลวกจนผิวหนังของนางแดงเถือกในชั่วพริบตา เจียงเยี่ยถังยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วด้วยซ้ำไป

ถามว่าเจ็บไหม?

ย่อมต้องเจ็บอยู่แล้ว

แต่หากเทียบกับความเจ็บปวดตอนที่นางถูกจิ่วเชียนซุ่ยใช้เข็มเงินแทงซอกเล็บซ้ำ ๆ ทีละนิ้ว ความเจ็บปวดแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้?

เจียงเยว่เจียวเห็นว่านางถูกลวกจนแดงเถือกไปทั้งตัวแต่กลับไม่ส่งเสียงร้องสักแอะ ก็เบะปากเล็กน้อย “ล้างสะอาดแล้ว เข้าไปสิ”

เจียงเยี่ยถังพาร่างกายที่ปวดแสบปวดร้อนของตัวเองกลับมาถึงเรือนเล็กอันห่างไกล เพิ่งจะปลดเปลื้องอาภรณ์ออกเตรียมจะใส่ยา ประตูเรือนก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง

ร่างสูงของเซียวหลิ่นยืนบดบังแสง ชุดคลุมยาวสีนิลยิ่งเสริมให้เขาดูสง่างาม

เก้าปีแล้ว ใบหน้านี้ยังทำให้นางใจเต้นรัวเหมือนในวันวาน ต่อให้หัวใจของนางจะตายด้านไปแล้วก็ตาม

“กลับมาแล้วหรือ?” เขาก้าวยาว ๆ เข้ามาใกล้ “ขอข้าดูบาดแผลของเจ้าหน่อย”

เจียงเยี่ยถังหมุนตัวกลับเงียบ ๆ เผยรอยแผลที่เต็มแผ่นหลังให้เขาเห็น

เซียวหลิ่นใช้ปลายนิ้วไล้ผ่านรอยแผลอันน่าสยดสยองเบา ๆ “โดนอะไรมาล่ะ?”

“แส้อสรพิษของจิ่วเชียนซุ่ยเพคะ” เจียงเยี่ยถังตอบเสียงเรียบ

เซียวหลิ่นชี้ไปที่รอยถูกเหล็กร้อนนาบ “แล้วอันนี้ล่ะ?”

“เหล็กนาบเผาไฟเพคะ”

ทุกบาดแผลที่เอ่ยออกไป กลับทำให้คิ้วของเซียวหลิ่นขมวดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

จนกระทั่งเขาเห็นบาดแผลถูกน้ำร้อนลวก “แล้วแผลนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?”

“เจียวเจียวให้คนสาดน้ำร้อนใส่ บอกว่าข้าสกปรกเพคะ”

สายตาเซียวหลิ่นมืดมนลง “เจ้าว่าอย่างไรนะ?”

“เจียวเจียวสั่งให้คนสาดน้ำร้อนให้ข้าเพคะ” เจียงเยี่ยถังมองสบตาเขา “นางบอกว่าข้าสกปรก”

สิ้นเสียงของนาง สีหน้าของเซียวหลิ่นก็มืดครึ้มทันที “เจียวเจียวจิตใจงดงามที่สุดแล้ว ได้ยินว่าเจ้ายอมเอาตัวเข้าไปเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยนาง ก็เอาแต่เก็บตัวร้องไห้อยู่ในห้องทั้งวัน อยากจะไปรับโทษทัณฑ์แทนเจ้าใจแทบขาด แล้วจะทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร?”

“เจียงเยี่ยถัง เจ้าหัดเป็นพวกโกหกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

เจียงเยี่ยถังจ้องตาเขาแน่นิ่ง “ผู้น้อยไม่ได้โกหก”

“ยังจะแก้ตัวอีก!” เซียวหลิ่นสะบัดตัวนางออกอย่างแรง “ทหาร! ลากตัวออกไปโบยยี่สิบครั้ง!”

ทหารองครักษ์พากันมองหน้ากันอย่างอึดอัด แต่ไม่อาจขัดคำสั่งของผู้เป็นนายได้

เจียงเยี่ยถังถูกกดให้นอนลงบนตั่งตัวยาวภายในเรือน แส้ฟาดลงมาครั้งแรก ผิวเนื้อก็ปริแตก

เซียวหลิ่นมองดูด้วยสายตาเย็นชาอยู่ข้าง ๆ “วันนี้เป็นแค่การลงโทษสถานเบาให้หลาบจำ หากยังมีใครกล้าพูดจาใส่ร้ายเจียวเจียวอีก นี่คือราคาที่ต้องจ่าย!”

แส้ที่สอง แส้ที่สาม...เจียงเยี่ยถังกัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนได้รสชาติคาวเลือด

นางนึกถึงตอนอายุสิบขวบที่ลงมือฆ่าคนเป็นครั้งแรก นางหวาดกลัวจนตัวสั่น เซียวหลิ่นเป็นคนโอบกอดนางไว้แล้วเอ่ยปลอบเสียงนุ่มนวล “ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ตรงนี้ทั้งคน”

ทว่าบัดนี้ คนที่ทำให้นางเจ็บปวดเจียนตาย กลับกลายเป็นเขา

หลังจากเฆี่ยนครบยี่สิบครั้ง เจียงเยี่ยถังก็เลือดอาบทั่วร่าง

นางแหงนหน้าอย่างยากลำบาก คิดจะมองหน้าเซียวหลิ่นสักแวบหนึ่ง แต่กลับกะอักเลือดออกมาอย่างหนัก ก่อนจะสลบเหมือดไปทันที

ขณะสติกำลังเลื่อนลอย นางได้ยินหมอหลวงพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “ท่านอ๋อง ชีพจรของแม่นางเจียงอ่อนแอมาก เกรงว่า...จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้วพ่ะย่ะค่ะ...”

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
22
บทที่ 1
แต่ระหว่างทางกลับถูกโจรดักปล้น เด็กที่ร่วมทางมากับนางล้วนตายกันหมด มีเพียงนางคนเดียวที่หนีรอดมาในสภาพบาดแผลทั่วร่าง หมดแรงล้มลงไปนอนรอความตายท่ามกลางหิมะเป็นรถม้าของเซียวหลิ่นที่แล่นมาจอดตรงหน้านางปีนั้นเซียวหลิ่นเพิ่งจะอายุสิบหกปีเท่านั้น แต่กลับมีอำนาจสั่นสะเทือนราชสำนักแล้วเขาก้มต่ำมองนางที่นอนหายใจรวยรินบนพื้น เสื้อคลุมตัวยาวสีนิลสะบัดพึ่บพั่บตามแรงลม“อยากรอดไหม?” เสียงเด็กหนุ่มเย็นเยือกดุจน้ำแข็งนางพยักหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย“นับจากนี้เป็นต้นไป ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า”เขามอบโจ๊กร้อน ๆ ให้นางหนึ่งชาม ชุดกันหนาวบุฝ้ายหนึ่งตัว และกริชหนึ่งเล่มเก้าปีมานี้ เขาลงมือฝึกฝนนางด้วยตัวเองจนนางกลายเป็นดาบที่แหลมคมที่สุด เป็นองครักษ์เงาที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นเจียงเยี่ยถังไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกที่นางมีต่อเซียวหลิ่น มันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่เมื่อใดบางทีอาจเป็นตอนที่นางทำภารกิจและได้รับบาดเจ็บหนัก เขาเฝ้าดูแลอยู่ข้างกายสามวันสามคืน หรือบางทีอาจเป็นตอนที่เขาสอนนางให้คัดอักษรอย่างใกล้ชิด จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่าผ่านข้างหู หรืออาจจะเป็นงานเลี้ยงไหว้พระจันทร์เมื่อปีก่อน ตอนที่เ
Read More
บทที่ 2
เสียงดัง ‘เพล้ง’ ถ้วยชาในมือของเซียวหลิ่นหล่นกระแทกพื้นจนแตกกระจาย“เจ้าว่าอะไรนะ?!”เสียงของเขาเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง หมอหลวงหมอบตัวติดพื้นไม่กล้าแหงนหน้าขึ้นมา “กระหม่อมมิกล้าพูดจาส่งเดช แม่นางเจียงนาง...”“ไปให้พ้น!”หมอหลวงรีบถอยออกไปอย่างลนลาน เจียงเยี่ยถังนอนนิ่งไม่ไหวติง นางรู้ดีแก่ใจว่ายาแสร้งตายเริ่มแสดงอาการให้เห็นแล้วจนกระทั่งความเงียบเข้าครอบงำในตำหนัก เซียวหลิ่นจึงใช้มือแหวกผ้าม่านออก เผยให้เห็นใบหน้าซีดขาวของเจียงเยี่ยถัง มือสองข้างที่มักจะกุมกระบี่ ในตอนนี้กลับแผ่หลาอยู่บนผ้านวมอย่างไร้เรี่ยวแรง“จิ่วเชียนซุ่ยเคยกล่าวคำสาบานกับข้า” เสียงของเขาเย็นเยียบดุจเคลือบน้ำแข็ง “ถ้าหากกล้าทำให้เจ้าเป็นอันตรายถึงชีวิต ข้าจะเป็นคนทำให้เขาทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตาย เจียงเยี่ยถัง เจ้าไปแอบไปสมรู้ร่วมคิดกับหมอหลวง ให้แสดงละครตบตาว่าเจ้ากำลังจะตายตั้งแต่เมื่อใดกัน?”เจียงเยี่ยถังหลับตาลงอย่างเชื่องช้า ไม่เอื้อนเอ่ยอะไรทั้งสิ้นครั้นเห็นว่านางไม่พูดแก้ต่าง เซียวหลิ่นก็ยิ่งมั่นใจว่านางกำลังโกหก จึงออกคำสั่งอย่างเย็นชา “ทหาร โยนยาของนางทิ้งไปให้หมด! ในเมื่อนางชอบเสแสร้งมากนัก งั้นก็ปล่อยใ
Read More
บทที่ 3
ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงวัดเลือดที่หัวเข่าของเซียวหลิ่นแข็งตัวไปนานแล้ว แต่เขายังคงดื้อดึงจะพาเจียงเยว่เจียวไปจุดธูปก่อนภายในพระวิหาร ควันธูปลอยอ้อยอิ่ง เซียวหลิ่นกุมมือของเจียงเยว่เจียว คุกเข่าต่อหน้าพระพุทธรูปด้วยจิตศรัทธาแรงกล้า“ขอพระพุทธองค์โปรดคุ้มครอง ให้เจียวเจียวปลอดภัยและมีความสุขตลอดไป”เจียงเยี่ยถังยืนอยู่นอกพระวิหาร หยาดฝนไหลหยดจากปลายเส้นผมของนางหลังจุดธูปไหว้พระเรียบร้อย ท่านเจ้าอาวาสมาต้อนรับพวกเขาด้วยตัวเอง “ท่านอ๋องทำบุญบริจาคให้วัดมานานหลายปี อาตมาไม่มีอะไรจะตอบแทน มีเพียงบัวพุทธรัศมีกระถางนี้ที่มอบให้ท่านได้ ช่วยคุ้มครองบ้านเรือนให้สงบสุขปลอดภัย”เจียงเยว่เจียวกลับอยากได้ดอกไม้อีกกระถางหนึ่งมากกว่า “ขอเปลี่ยนเป็นกระถางนี้ได้หรือไม่?”ท่านเจ้าอาวาสมีสีหน้าลำบากใจ “ปทุมทองเก้าวัฏกระถางนี้ อาตมารับปากจะมอบมันให้ท่านชายน้อยแล้ว...”เซียวหลิ่นหันไปมองท่านชายน้อยที่อยู่ข้าง ๆ “ข้าขอใช้ร้านเครื่องหอมทางเหนือของเมืองแลกกับบัวกระถางนี้ เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร?”ท่านชายน้อยโพล่งด้วยความตกใจ “ท่านอ๋อง ร้านค้านั่นมีค่ามหาศาลยิ่งกว่าบัวกระถางนี้มาก...”“เจียวเจียวอยากได้ ต
Read More
บทที่ 4
“บังอาจ!” เซียวหลิ่นตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นอย่างโมโห “นางมอบเงินให้เจ้ากี่ตำลึง ถึงได้ยอมเล่นละครตบตากับนางไม่รู้จักจบจักสิ้นเช่นนี้?”เจียงเยี่ยถังลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก มองเสี้ยวหน้าที่เดือดดาลของเซียวหลิ่นเขาจ้องหมอหลวงคนนั้นเขม็ง ดวงตาฉายแววโกรธจัดแบบที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน“รักษาอย่างสุดความสามารถ! ถ้านางตาย พวกเจ้าก็ลงหลุมไปกับนางด้วย!”หลายวันหลังจากนั้น เรือนเล็กของเจียงเยี่ยถังก็มีกลิ่นยาคละคลุ้งไม่จางหายสติของเจียงเยี่ยถังล่องลอยท่ามกลางความมืดมิด บางครั้งจะได้ยินเสียงหมอหลวงกระซิบกัน บางครั้งก็รู้สึกเจ็บแผลจี๊ดขึ้นมาจวบจนกระทั่งรุ่งสางของวันหนึ่ง นางถึงได้ฟื้นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ภาพที่ปรากฏสู่สายตาคือมุ้งเตียงสีเขียวครามอันคุ้นเคย“ท่านอ๋อง แม่นางเจียงฟื้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากนอกประตู เซียวหลิ่นในอาภรณ์สีน้ำหมึกก้าวเข้ามาในห้อง ป้ายหยกที่แขวนบริเวณเอวแกว่งไปมาตามจังหวะการเคลื่อนไหว เสี้ยวหน้าคมคายที่เย็นชาของเขาตัดกับแสงยามเช้าเขายืนอยู่หน้าเตียง ก้มมองนางด้วยสายตาพิจารณา “ฟื้นแล้วสินะ?”เจียงเยี่ยถังอยากจะลุกขึ้นทำความเคารพ แต่ความเจ็บที่แล่นริ้วขึ
Read More
บทที่ 5
ทหารองครักษ์สองสามคนก้าวมาข้างหน้า จับเจียงเยี่ยถังกดกับโต๊ะด้วยความหยาบคาย“ล่วงเกินแล้ว” หมอหลวงหยิบกริชขึ้นมา จ่อตรงส่วนปลายแหลมคมลงบนหน้าอกนาง“พรู่ด!”พริบตาที่กริชปักลงไป เจียงเยี่ยถังก็กัดริมฝีปากจนแตก นางรู้สึกได้ถึงคมมีดที่กำลังขยับไปมาอยู่ใกล้ ๆ หัวใจของตัวเอง เลือดอุ่นร้อนสายหนึ่งค่อย ๆ ไหลลงชามเงินที่วางอยู่ด้านข้างติ๋ง ติ๋งหนึ่งชาม สองชาม สามชาม...ตอนที่ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว หูได้ยินเพียงเสียงของเลือดหยดติ๋ง ๆและเก็บเลือดได้ครบสี่ชามนั้น ในที่สุดเจียงเยี่ยถังก็ทนไม่ไหวและหมดสติไปตอนที่ได้สติขึ้นมาอีกครั้ง นางก็ถูกส่งตัวกลับมาที่เรือนหลังเล็กของตัวเองแล้วบาดแผลตรงหน้าอกไม่ได้รับการดูแลรักษา คราบเลือดแห้งกรังทำให้เสื้อผ้าแนบติดกับบาดแผล ขยับเพียงนิดเดียวก็เจ็บเหมือนหัวใจถูกฉีกขาดเจียงเยี่ยถังกัดฟันทน ค่อย ๆ ลอกเนื้อผ้าที่แห้งติดกับบาดแผลออกทีละนิด ทุกครั้งที่ลอกออกแม้เพียงนิดเดียว ก็รู้สึกราวกับมีคนเอามีดมาเฉือนหัวใจของนางแล้วนางหลั่งเหงื่อเย็นจนเปียกชุ่มผ้าปูที่นอน แต่กลับไม่มีกระทั่งแรงจะเปล่งเสียงครวญครางออกมาหลังจัดการบาดแผลเรียบร้อย เจียงเยี่ยถังก
Read More
บทที่ 6
ในกรงเหล็ก หมาป่าหิวโซสิบกว่าตัวกำลังแยกเขี้ยวแหลมคม ดวงตาวาววับจ้องเขม็งมาทางเจียงเยี่ยถังอาการบาดเจ็บของนางยังไม่ทันหายดี การเคลื่อนไหวจึงช้ากว่าปกติหลายเท่าตัว“โฮก!”ตอนที่หมาป่าตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่ เจียงเยี่ยถังเบี่ยงตัวหลบไปข้าง ๆ แล้วใช้กระบี่ในมือแทงใส่ท้องหมาป่าตัวนั้นจนเลือดอุ่นร้อนสาดกระเซ็นลงบนหน้านาง ทำให้หมาป่าตัวอื่น ๆ แสดงท่าทีดุร้ายยิ่งกว่าเดิมตัวที่สอง ตัวที่สาม...นางควบคุมตัวเองลำบากขึ้นเรื่อย ๆ เผลอไผลเพียงเล็กน้อย แขนขวาของนางก็ถูกคมเขี้ยวฉีกกระชากจนเกิดแผลเหวอะ“อึก...” นางครางเสียงทุ้มในลำคอ ก่อนจะเซถอยหลังขณะกำลังมึนงง นางคล้ายจะมองเห็นเซียวหลิ่นที่อยู่บนอัฒจันทร์ลุกพรวดขึ้นมาแต่ครู่ต่อมา เจียงเยว่เจียวก็ดึงแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ไม่รู้ว่าพูดอะไรกับเขา เซียวหลิ่นถึงได้ลังเลอยู่สักพักก่อนจะโน้มตัวลงอุ้มเจียงเยว่เจียว ก่อนจะเดินออกจากสนามประลองไปโดยไม่หันกลับมาเจียงเยี่ยถังจิตใจด้านชาโดยสมบูรณ์เมื่อไม่มีคำสั่งจากเซียวหลิ่น ก็ไม่มีใครกล้าเปิดกรงเหล็กเข้ามาช่วยเหลือ นางทำได้เพียงกัดฟันอดทนไล่ฆ่าหมาป่าไปทีละตัวยามที่หมาป่าตัวสุดท้ายล้มลง ภายในกรงเหล็กก
Read More
บทที่ 7
ตอนที่เซียวหลิ่นควบม้ากลับจวน เจียงเยว่เจียวก็เฝ้ารออยู่ที่หน้าจวนตั้งนานแล้ว มือของนางยกชายกระโปรงตั้งท่ารอพอเห็นเงาของเขาจากที่ไกล ๆ ดวงตาของนางก็เต็มไปด้วยความปิติยินดี วิ่งออกไปข้างหน้าราวกับผีเสื้อที่โผบิน“ท่านอ๋อง!” นางร้องเรียกเสียงหวาน กระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของเขาเต็มแรง สองแขนกอดรัดเอวสอบของเขาแน่น “ในที่สุดท่านก็กลับมาเสียที เจียวเจียวคิดถึงท่านอยู่ทุกช่วงเวลาทุกลมหายใจเลยเพคะ...”“หลังจากนี้ไปข้าจะอยู่กับเจ้าทุกวันเลยดีไหม?”เซียวหลิ่นก้มมองนางด้วยมุมปากประดับรอยยิ้ม พร้อมกันนั้นก็สวมกอดนางกลับบรรดาข้ารับใช้ต่างพากันมารวมตัวอยู่ข้าง ๆ พวกเขามองห่านป่าที่องครักษ์ด้านหลังชูขึ้นสูงด้วยความตื่นเต้นตัวนี้น่าจะเป็นจ่าฝูงของห่านป่า ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยขนสีแดงฉานราวเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ ดวงตาสีทองคู่หนึ่งเปล่งประกายมีชีวิตชีวา อีกทั้งปีกยังใหญ่โตจนน่าตกตะลึงในพิธีเสกสมรสของราชวงศ์หรืองานแต่งของตระกูลใหญ่ ฝ่ายเจ้าบ่าวทั้งหลายมักจะนิยมจับห่านป่ามาเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองรักภรรยามากแค่ไหนบรรดาสาวใช้ต่างเผยสีหน้าอิจฉาออกมาให้เห็น ท่านอ๋องเซียวช่างดีต่อแม่นางเจียงยิ่งนัก
Read More
บทที่ 8
หลังจากเซียวหลิ่นเดินเล่นชมดอกไม้ในสวน และเขียนบทกวีเป็นเพื่อนเจียงเยว่เจียวเรียบร้อยแล้ว เขาก็รู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้นเรื่อย ๆเขาไม่รู้สึกอยากอาหารจริง ๆ จึงปฏิเสธคำเชิญไปทานอาหารค่ำด้วยความรำคาญเล็กน้อยหลังอาบน้ำเสร็จก็ล้มตัวนอนบนเตียงแล้วผล็อยหลับไปทันทีไม่รู้ว่านอกห้องมีฝนตกหนักตั้งแต่เมื่อไหร่ สายฝนโปรยกระหน่ำลงบนพื้นหินส่งเสียงดังชวนให้หงุดหงิดยิ่งนักเซียวหลิ่นนอนหลับทั้งที่ขมวดคิ้วเขาฝันร้าย มันเป็นความฝันที่ยาวนานมากภายในความฝัน เจียงเยี่ยถังขี่ม้าสีขาวตัวหนึ่ง วิ่งขนาบข้างเขาบนทางเส้นเล็ก ๆ ระหว่างภูเขานางสวมชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตา เส้นผมปลิวสยายตามแรงลม แต่กลับก้มหน้าก้มตาตลอดทาง ไม่พูดไม่จาเลยสักคำเขารู้สึกว่ามันผิดปกติ จึงเอียงศีรษะไปถามนางว่าเป็นอะไรไปเจียงเยี่ยถังถึงได้เงยหน้าขึ้นมาอย่างเชื่องช้าดวงตาที่เคยสงบนิ่งดุจผิวน้ำของนางกลับเต็มไปด้วยน้ำตา มันไหลรินลงมาเปรอะเปื้อนแก้มที่ซีดขาวอย่างเงียบงัน“ท่านอ๋อง ข้าต้องไปแล้ว” เสียงของนางเบามากจนแทบไม่ได้ยินความกระวนกระวายและหวาดหวั่นก่อตัวขึ้นในใจ เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าตัวนางได้ แต่ร่างกายกลับถูกตรึงอย
Read More
บทที่ 9
เซียวหลิ่นยืนนิ่งอยู่ที่เดิม องครักษ์จึงพูดอะไรบางอย่างต่ออีกสองสามประโยค แต่เขากลับไม่ได้ยินเลยสักอย่าง เพราะตอนนี้หูของเขามีเพียงเสียงวิ้ง ๆ ดังก้อง“ชีพจรอ่อนแอ เพราะบาดแผลเก่าส่งผลกระทบกับร่างกายหนักมากเกินไป เกรงว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว...”“ภายในร่างของแม่นางเจียงมีพิษสะสมอยู่จนเรื้อรัง ตอนนี้ไร้หนทางรักษาแล้ว...”คำพูดที่หมอหลวงเคยบอกกับเขา ตอนนี้ดังสะท้อนในห้วงสมองของเขาอย่างชัดเจนครั้งแล้วครั้งเล่าหัวใจของเขาปวดแปลบขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดเอาไว้แน่น จนกระทั่งหายใจยังทำได้ยากลำบาก“ท่านอ๋อง!” เสียงของเจียงเยว่เจียวดังมาจากด้านหลัง แฝงการสะอื้นไห้เบา ๆ “ที่ผ่านมาพี่สาวมักจะใช้วิธีการแบบนี้เรียกร้องความสนใจของท่านอ๋องเสมอ ท่านคิดจะทิ้งข้าไว้ในโถงพิธีงานแต่งเพียงลำพังจริง ๆ หรือเพคะ?”สายตาของแขกทั้งห้องต่างหันมาจับจ้องที่เขาพร้อมกัน เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นไม่ขาดสายแถมยังหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย“ข้าจำได้ว่าท่านอ๋องเซียวไม่ค่อยจะสนใจใยดีองครักษ์เงาที่ฆ่าคนเหมือนผักปลาคนนั้นสักเท่าไหร่นะ? แต่พอเห็นสีหน้าท่าทางของเขาในยามนี้
Read More
บทที่ 10
เซียวหลิ่นไม่รู้ตัวเลยว่านั่งอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนท้องฟ้านอกหน้าต่างจากสว่างแจ้งก็ค่อย ๆ มืดมิด จนกระทั่งมืดสนิทเป็นสีดำภายในห้องไม่ได้จุดตะเกียงไฟ มีเพียงแสงจันทร์เย็นเยียบส่องเข้ามา ตกกระทบใบหน้าที่ซีดขาวของเจียงเยี่ยถังแพขนตายาวทอดเงาเล็ก ๆ บนเปลือกตา เงียบสงบราวกับว่านางเพียงนอนหลับไปเท่านั้นแต่เขารู้ดี นางไม่มีทางตื่นขึ้นมาอีกแล้ว“ทำไมถึงกลายเป็นอย่างนี้ไปได้...” เซียวหลิ่นพึมพำเบา ๆ นิ้วมือของเขาลูบหลังมือเย็นเฉียบของนางอย่างเหม่อลอยเขานึกถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อนขึ้นมา ตอนที่นางฆ่าคนเป็นครั้งแรกและเสียขวัญจนตัวสั่นเทิ้ม เขาคว้าตัวนางเข้ามากอดและปลอบใจอยู่นานมากมีครั้งหนึ่งในวันที่หิมะโปรยปราย นางทำภารกิจจนได้รับบาดเจ็บหนัก กระอักเลือดเยอะมากจนอาการเป็นตายเท่ากัน เขาอยู่เฝ้านางถึงสามวันสามคืนนึกถึงคืนงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ เขากดนางไว้ด้านหลังฉากกันลม ตอนที่นางกัดปากตัวเองแน่นเพราะไม่กล้าส่งเสียงออกมา...เขาในตอนนั้น เอาใจใส่นางถึงเพียงนั้นแท้ ๆตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป?เซียวหลิ่นมองสำรวจไปรอบห้อง ก่อนจะพบกล่องไม้เก่า ๆ ที่วางอยู่ตรงมุมห้อง
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status