Short
บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน

บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน

作家:  โฮก โฮก โฮก完了
言語: Thai
goodnovel4goodnovel
22チャプター
3.2Kビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

ย้อนกลับ

ความรักทรมาน

ความลำเอียง/ความเห็นแก่ตัว

มีสติและเป็นอิสระ

บังคับให้รัก

การตายปลอม/การตายปลอม

เป็นองครักษ์เงาของอ๋องผู้สำเร็จราชการเข้าสู่ปีที่เก้า เจียงเยี่ยถังตัดสินใจจะไปจากเขา นางเดินเข้าไปในร้านขายยาที่ไม่สะดุดตาแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเมือง ใช้เงินสิบตำลึงซื้อยาแสร้งตายหนึ่งเม็ด เถ้าแก่ร้านบอกกับนางว่าหลังจากกินยาเข้าไปแล้ว ชีพจรจะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และหยุดหายใจอย่างสิ้นเชิงในวันที่เจ็ด สามวันหลังจากนั้นถึงจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เจียงเยี่ยถังกินยาเม็ดนั้นเข้าไป แล้วเดินกลับไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการ หิมะที่ร่วงลงบนบ่าของนาง มันเย็นยะเยือกเสียดแทงกระดูก นางพลันนึกถึงฤดูหนาวเมื่อเก้าปีก่อนขึ้นมาอย่างฉับพลัน ผู้คนอดอยากล้มตายทั่วแผ่นดิน นางที่อายุเพียงเจ็ดขวบ จำเป็นต้องขายตัวเองให้พ่อค้าทาสในราคาห้าตำลึง เพื่อเลี้ยงดูน้องสาวไม่ให้อดตาย

もっと見る

第1話

บทที่ 1

لقد أمضيتُ ثلاثة أيام وليالٍ أتعذب في الفراش بفعل شهاب أبو العزم.

كان في السابق صهرًا وضيعًا، لم أكن أسمح له بلمسي فحسب، بل كنت أدفعه تحت أقدامي وأهينه.

الآن أنا في حالة بؤس بينما هو في ازدهار، وكأنه ينتقم، لديه طاقة لا تنضب يستخدمها عليّ.

زوجي هو الرجل الذي انتقل للعيش في بيت عائلتي.

في الأصل كنت أحب شقيقه، ولكن بسبب حفل اجتماع الزملاء، استغل سكري وشاركني الفراش.

وانتشر الخبر بين الجميع.

لم يجد والدي بُدًّا من تزويجي منه، لكن بشرط أن ينتقل للعيش في منزل عائلتنا.

وهو ابن والده من زوجته السابقة، بعد طلاق والده وزواجه مرة أخرى، لم يعره والده اهتمامًا يذكر.

لكن ظروف عائلتي المالية جيدة جدًا، وأنا كنت دائمًا مدللة والديّ منذ طفولتي، فطلبنا منه أن يسكن في منزل عائلتنا كان أمرًا يرغب فيه والده بشدة.

وهكذا تزوجنا.

لكنني لم أكن راضية، فأنا أحب شقيقه.

وبسبب استيائي، كنت أهاجمه على جميع الأصعدة، أجبره على النوم على الأرض ليلًا، ولم أسمح له مطلقًا بأن يشاركني السرير.

أثناء تناول الطعام، كنت أنا وأخي نستهزئ به ونضطهده باستمرار، ولا نسمح له بتناول الطعام من الأطباق.

عندما ألتقي بأصدقائي وكانت تمطر، كان يأتي بلطف ليحضر لي المظلة، لكنني كنت أصرخ عليه.

باختصار، إذا لم أشتمه، فإن قلبي لا يهدأ.

لكنه كان شخصًا غريبًا بعض الشيء، وكأنه لا يملك أي غضب، فبغض النظر عن كيفية قمعي أنا وعائلتي له وإذلاله، لم يغضب أبدًا، وكان دائمًا هادئًا.

على الرغم من أنه كان وسيمًا، إلا أنه في أيام الدراسة كان انطوائيًا للغاية، وكانت نتائجه الدراسية متدنية، وكثيرًا ما كرر الصفوف، وكان وجوده في المدرسة شيئًا يثير الازدراء.

أما شقيقه فكان مختلفًا تمامًا، كان مشرقًا وسيمًا، ونتائجه الدراسية ممتازة، وكان شخصية بارزة في المدرسة.

عندما أتذكر أن شعلة الحب التي كانت قد بدأت تتقد بيني وبين شقيقه قد خمدها هو، استولى على قلبي مرة أخرى شعور بعدم الرضا.

في منتصف الليل، نزلت من السرير وركلته ليستيقظ من نومه العميق على الأرض، وقلت إنني عطشانة.

فاستيقظ على الفور وذهب ليحضر لي الماء.

كان شديد الرعاية، ففي فصل الخريف كان يتذكر دائمًا أن يحضر لي كوبًا من الماء الدافئ.

لكن عندما تذكرت كيف استغل ضعفي في تلك الليلة، ثار غضبي ورفعت يدي وسكبت الكوب كله على وجهه.

حتى بعد كل هذا لم يغضب، بل ذهب بهدوء إلى الحمام.

بينما أنظر إلى ظهره الطويل والصامت، شعرت ببعض الذنب في أعماقي، لكنني ما إن تذكرت كيف دمر سعادتي مدى الحياة، حتى تبخر ذلك الذنب دون أثر.

وهكذا، ظللت أقمعهُ وأذله لمدة ثلاث سنوات.

لكن ثلاث سنوات تكفي لحدوث الكثير: عائلتي أفلسَت، بدأت أُحبّه، والأهم... أنه طلب مني الطلاق.

عندما قدم لي اتفاقية الطلاق، قال إن حبيبته القديمة قد عادت.

أعترف، في تلك اللحظة، كنت أشعر بألم كبير، وكأن يدًا كبيرة قبضت على قلبي، وشعرت بضيق لا يحتمل.

لكنّي، ونظرًا لنشأتي المدللة وكبريائي، لم أظهر أمامه أي حزن أو أسى، بل وقّعت على وثيقة الطلاق بلا تردد.

بعد التوقيع، سمعت صوته الهادئ والبارد بجانبي فجأة: "هل تريدين أن أرسل السائق ليوصلكِ؟"

استغرقت وقتًا حتى أدركت ما قاله.

نعم، هذه الفيلا التي عشت فيها لأكثر من عشرين عامًا لم تعد ملكًا لعائلتي بعد الآن.

فقد أفلسَت عائلتي، وتم بيع جميع الأصول.

أما هو، ذلك الرجل الذي تزوجني بحيلة واحتقرته عائلتي بأكملها، فقد أسس شركة سرًا دون علمنا، والآن أصبحت أعماله ناجحة جدًا لدرجة أنه اشترى هذه الفيلا.

لكنني لا أملك الحق لألومه، ولا لأطالبه بتقسيم الممتلكات، لأن كل ما حصل عليه كان نتيجة صبره وتحمله لسنوات عديدة، وجاء بجهوده الخاصة، حتى أنه لم يستخدم فلسًا واحدًا من عائلتنا.

كان ينظر إلي بهدوء دون أن يستعجلني.

وهذا الهدوء الذي يتحلى به جعلني أتذكر كل ما فعلته معه في الماضي، وشعرت بالخجل.

ففي مثل هذه الظروف، بعد أن أصبحت أنا في حالة بؤس وهو في ازدهار، كان ينبغي عليه أن يرد إليّ الإهانات التي تعرض لها مضاعفة.

لكنه لم يفعل، بل حتى أنه كان هادئًا كالمعتاد.

فقلت على الفور: "لا حاجة، يمكنني العودة بنفسي."

وبعد أن قلت ذلك، هرعت إلى الخارج في ذعر.

وسمعت صوت استفساره الخافت من خلفي: "هل أتيتِ لرؤيتي لسبب ما هذا المساء؟"

"لا"، واندفعت خارج السور دون أن ألتفت.

كان المطر يتساقط في الخارج، فشددت قبضتي على الهدية في يدي.

اليوم هو ذكرى زواجنا الثالثة.

لم أكن أحسنُ معاملته في الماضي، ولكن عندما أدركتُ أنني بدأت أشعر بالإعجاب نحوه، أردت أن أحتفل معه بهذه المناسبة بشكل لائق.

لكن لم أكن أتوقع أن ما كان ينتظرني هو وثيقة الطلاق.

ابتسمت ابتسامة ساخرة وتركت المطر الغزير يهطل عليَّ، حتى أصبحت في حالة مُزرية.

وفي اليوم التالي، مرضت واضطررت إلى البقاء في الفراش دون القدرة على النهوض.

وفجأة سمعت ضجة وصياحًا من الخارج.

سحبت جسدي الضعيف إلى الخارج لأرى، فشاهدت والدي جالسًا على سور الجدار المقشر، يقول إنه لا يريد العيش بعد الآن.

نحن نعيش الآن في مبنى سكني قديم، بيئته قذرة وفوضوية، لكن الإيجار رخيص.

بكت أمي بحرقة أمام والدي، قائلة إذا قفز فهي ستقفز أيضًا، ولن يعيش أحد بعد ذلك.

ذهبت لأقنع والدي برأس يكاد ينفجر من الألم، وقلت له إنه مجرد إفلاس، طالما نحن أحياء، فالأمل لا يزال موجودًا.

لكن والدي حدق في فجأة بنظرة ثقيلة، تلك النظرة الحارقة جعلت قلبي يرتجف.

ثم قال: "اذهبي لتتوسلي إلى شهاب ليساعدني، هو صهر عائلتنا، سيساعدنا لا محالة."

وأسرعت أمي قائلة: "نعم، على الرغم من أننا لم نكن طيبين معه في الماضي، لكن نظرًا لمكانتكِ، سيساعدنا بالتأكيد، لذا توسلي إليه."

ابتسمت ابتسامة مريرة، فوالداي لا يزالان لا يعلمان أن شهاب قد طلقني.

رفضت التوسل إلى ذلك الرجل، لكن والدي هددني بالانتحار مرة أخرى.

بلا خيار، وافقت في النهاية.

قبل خروجي، أنفقت أمي القليل من المال المتبقي لشراء ملابس لي: فستان طويل بخط عنق عميق، وأحذية أنيقة مدببة.

حتى أن أمي استعانت بشخص ما ليضع لي مكياجًا جميلًا ويصفف شعري بإتقان.

نظرت إلى نفسي في المرآة، وارتسمت ابتسامة ساخرة على شفتي.

لا يبدو هذا كما لو أنني ذاهبة لأتوسل، بل كما لو أنني ذاهبة للإغواء.

لكن الآن، حتى لو وقفت عارية أمام ذلك الرجل، فلن يمنحني حتى نظرة.

حتى الآن لا أفهم، لماذا شاركني الفراش في ليلة لقاء الزملاء؟ هل كان هو أيضًا سكرانًا فظنني حبيبته القديمة؟

بعد أن طردت تلك الأفكار المزعجة، ومن أجل جعل والديّ ييأسان، قررت أن أتظاهر بالذهاب للتوسل إلى شهاب.

علمت أن شهاب موجود الآن في شركته، لذا ذهبت مباشرة إلى شركته بهذا المظهر.

كان والداي ينتظران "الأخبار السارة" عند مدخل الشركة.

عندما رأيت التعبير المتوقع على وجهي والديّ، لم أعرف ماذا أقول للحظة، شعرت فقط ببعض الحزن.

عندما وصلت إلى الطابق الذي يوجد فيه، ألقى الكثير من الناس عليّ نظرات غريبة، وانتشرت في الهواء مناقشات وتعليقات سيئة.

تظاهرت بعدم السماع، شددت ظهري، وذهبت مباشرة إلى مكتب شهاب.

لكن بمجرد أن رأيته، جُبِنت، وانحنى ظهري قليلًا.

في تلك اللحظة، كان يجلس على الكرسي، بأناقة ووقار، يبتسم وينظر إليّ...

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む
コメントはありません
22 チャプター
บทที่ 1
แต่ระหว่างทางกลับถูกโจรดักปล้น เด็กที่ร่วมทางมากับนางล้วนตายกันหมด มีเพียงนางคนเดียวที่หนีรอดมาในสภาพบาดแผลทั่วร่าง หมดแรงล้มลงไปนอนรอความตายท่ามกลางหิมะเป็นรถม้าของเซียวหลิ่นที่แล่นมาจอดตรงหน้านางปีนั้นเซียวหลิ่นเพิ่งจะอายุสิบหกปีเท่านั้น แต่กลับมีอำนาจสั่นสะเทือนราชสำนักแล้วเขาก้มต่ำมองนางที่นอนหายใจรวยรินบนพื้น เสื้อคลุมตัวยาวสีนิลสะบัดพึ่บพั่บตามแรงลม“อยากรอดไหม?” เสียงเด็กหนุ่มเย็นเยือกดุจน้ำแข็งนางพยักหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย“นับจากนี้เป็นต้นไป ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า”เขามอบโจ๊กร้อน ๆ ให้นางหนึ่งชาม ชุดกันหนาวบุฝ้ายหนึ่งตัว และกริชหนึ่งเล่มเก้าปีมานี้ เขาลงมือฝึกฝนนางด้วยตัวเองจนนางกลายเป็นดาบที่แหลมคมที่สุด เป็นองครักษ์เงาที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นเจียงเยี่ยถังไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกที่นางมีต่อเซียวหลิ่น มันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่เมื่อใดบางทีอาจเป็นตอนที่นางทำภารกิจและได้รับบาดเจ็บหนัก เขาเฝ้าดูแลอยู่ข้างกายสามวันสามคืน หรือบางทีอาจเป็นตอนที่เขาสอนนางให้คัดอักษรอย่างใกล้ชิด จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่าผ่านข้างหู หรืออาจจะเป็นงานเลี้ยงไหว้พระจันทร์เมื่อปีก่อน ตอนที่เ
続きを読む
บทที่ 2
เสียงดัง ‘เพล้ง’ ถ้วยชาในมือของเซียวหลิ่นหล่นกระแทกพื้นจนแตกกระจาย“เจ้าว่าอะไรนะ?!”เสียงของเขาเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง หมอหลวงหมอบตัวติดพื้นไม่กล้าแหงนหน้าขึ้นมา “กระหม่อมมิกล้าพูดจาส่งเดช แม่นางเจียงนาง...”“ไปให้พ้น!”หมอหลวงรีบถอยออกไปอย่างลนลาน เจียงเยี่ยถังนอนนิ่งไม่ไหวติง นางรู้ดีแก่ใจว่ายาแสร้งตายเริ่มแสดงอาการให้เห็นแล้วจนกระทั่งความเงียบเข้าครอบงำในตำหนัก เซียวหลิ่นจึงใช้มือแหวกผ้าม่านออก เผยให้เห็นใบหน้าซีดขาวของเจียงเยี่ยถัง มือสองข้างที่มักจะกุมกระบี่ ในตอนนี้กลับแผ่หลาอยู่บนผ้านวมอย่างไร้เรี่ยวแรง“จิ่วเชียนซุ่ยเคยกล่าวคำสาบานกับข้า” เสียงของเขาเย็นเยียบดุจเคลือบน้ำแข็ง “ถ้าหากกล้าทำให้เจ้าเป็นอันตรายถึงชีวิต ข้าจะเป็นคนทำให้เขาทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตาย เจียงเยี่ยถัง เจ้าไปแอบไปสมรู้ร่วมคิดกับหมอหลวง ให้แสดงละครตบตาว่าเจ้ากำลังจะตายตั้งแต่เมื่อใดกัน?”เจียงเยี่ยถังหลับตาลงอย่างเชื่องช้า ไม่เอื้อนเอ่ยอะไรทั้งสิ้นครั้นเห็นว่านางไม่พูดแก้ต่าง เซียวหลิ่นก็ยิ่งมั่นใจว่านางกำลังโกหก จึงออกคำสั่งอย่างเย็นชา “ทหาร โยนยาของนางทิ้งไปให้หมด! ในเมื่อนางชอบเสแสร้งมากนัก งั้นก็ปล่อยใ
続きを読む
บทที่ 3
ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงวัดเลือดที่หัวเข่าของเซียวหลิ่นแข็งตัวไปนานแล้ว แต่เขายังคงดื้อดึงจะพาเจียงเยว่เจียวไปจุดธูปก่อนภายในพระวิหาร ควันธูปลอยอ้อยอิ่ง เซียวหลิ่นกุมมือของเจียงเยว่เจียว คุกเข่าต่อหน้าพระพุทธรูปด้วยจิตศรัทธาแรงกล้า“ขอพระพุทธองค์โปรดคุ้มครอง ให้เจียวเจียวปลอดภัยและมีความสุขตลอดไป”เจียงเยี่ยถังยืนอยู่นอกพระวิหาร หยาดฝนไหลหยดจากปลายเส้นผมของนางหลังจุดธูปไหว้พระเรียบร้อย ท่านเจ้าอาวาสมาต้อนรับพวกเขาด้วยตัวเอง “ท่านอ๋องทำบุญบริจาคให้วัดมานานหลายปี อาตมาไม่มีอะไรจะตอบแทน มีเพียงบัวพุทธรัศมีกระถางนี้ที่มอบให้ท่านได้ ช่วยคุ้มครองบ้านเรือนให้สงบสุขปลอดภัย”เจียงเยว่เจียวกลับอยากได้ดอกไม้อีกกระถางหนึ่งมากกว่า “ขอเปลี่ยนเป็นกระถางนี้ได้หรือไม่?”ท่านเจ้าอาวาสมีสีหน้าลำบากใจ “ปทุมทองเก้าวัฏกระถางนี้ อาตมารับปากจะมอบมันให้ท่านชายน้อยแล้ว...”เซียวหลิ่นหันไปมองท่านชายน้อยที่อยู่ข้าง ๆ “ข้าขอใช้ร้านเครื่องหอมทางเหนือของเมืองแลกกับบัวกระถางนี้ เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร?”ท่านชายน้อยโพล่งด้วยความตกใจ “ท่านอ๋อง ร้านค้านั่นมีค่ามหาศาลยิ่งกว่าบัวกระถางนี้มาก...”“เจียวเจียวอยากได้ ต
続きを読む
บทที่ 4
“บังอาจ!” เซียวหลิ่นตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นอย่างโมโห “นางมอบเงินให้เจ้ากี่ตำลึง ถึงได้ยอมเล่นละครตบตากับนางไม่รู้จักจบจักสิ้นเช่นนี้?”เจียงเยี่ยถังลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก มองเสี้ยวหน้าที่เดือดดาลของเซียวหลิ่นเขาจ้องหมอหลวงคนนั้นเขม็ง ดวงตาฉายแววโกรธจัดแบบที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน“รักษาอย่างสุดความสามารถ! ถ้านางตาย พวกเจ้าก็ลงหลุมไปกับนางด้วย!”หลายวันหลังจากนั้น เรือนเล็กของเจียงเยี่ยถังก็มีกลิ่นยาคละคลุ้งไม่จางหายสติของเจียงเยี่ยถังล่องลอยท่ามกลางความมืดมิด บางครั้งจะได้ยินเสียงหมอหลวงกระซิบกัน บางครั้งก็รู้สึกเจ็บแผลจี๊ดขึ้นมาจวบจนกระทั่งรุ่งสางของวันหนึ่ง นางถึงได้ฟื้นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ภาพที่ปรากฏสู่สายตาคือมุ้งเตียงสีเขียวครามอันคุ้นเคย“ท่านอ๋อง แม่นางเจียงฟื้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากนอกประตู เซียวหลิ่นในอาภรณ์สีน้ำหมึกก้าวเข้ามาในห้อง ป้ายหยกที่แขวนบริเวณเอวแกว่งไปมาตามจังหวะการเคลื่อนไหว เสี้ยวหน้าคมคายที่เย็นชาของเขาตัดกับแสงยามเช้าเขายืนอยู่หน้าเตียง ก้มมองนางด้วยสายตาพิจารณา “ฟื้นแล้วสินะ?”เจียงเยี่ยถังอยากจะลุกขึ้นทำความเคารพ แต่ความเจ็บที่แล่นริ้วขึ
続きを読む
บทที่ 5
ทหารองครักษ์สองสามคนก้าวมาข้างหน้า จับเจียงเยี่ยถังกดกับโต๊ะด้วยความหยาบคาย“ล่วงเกินแล้ว” หมอหลวงหยิบกริชขึ้นมา จ่อตรงส่วนปลายแหลมคมลงบนหน้าอกนาง“พรู่ด!”พริบตาที่กริชปักลงไป เจียงเยี่ยถังก็กัดริมฝีปากจนแตก นางรู้สึกได้ถึงคมมีดที่กำลังขยับไปมาอยู่ใกล้ ๆ หัวใจของตัวเอง เลือดอุ่นร้อนสายหนึ่งค่อย ๆ ไหลลงชามเงินที่วางอยู่ด้านข้างติ๋ง ติ๋งหนึ่งชาม สองชาม สามชาม...ตอนที่ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว หูได้ยินเพียงเสียงของเลือดหยดติ๋ง ๆและเก็บเลือดได้ครบสี่ชามนั้น ในที่สุดเจียงเยี่ยถังก็ทนไม่ไหวและหมดสติไปตอนที่ได้สติขึ้นมาอีกครั้ง นางก็ถูกส่งตัวกลับมาที่เรือนหลังเล็กของตัวเองแล้วบาดแผลตรงหน้าอกไม่ได้รับการดูแลรักษา คราบเลือดแห้งกรังทำให้เสื้อผ้าแนบติดกับบาดแผล ขยับเพียงนิดเดียวก็เจ็บเหมือนหัวใจถูกฉีกขาดเจียงเยี่ยถังกัดฟันทน ค่อย ๆ ลอกเนื้อผ้าที่แห้งติดกับบาดแผลออกทีละนิด ทุกครั้งที่ลอกออกแม้เพียงนิดเดียว ก็รู้สึกราวกับมีคนเอามีดมาเฉือนหัวใจของนางแล้วนางหลั่งเหงื่อเย็นจนเปียกชุ่มผ้าปูที่นอน แต่กลับไม่มีกระทั่งแรงจะเปล่งเสียงครวญครางออกมาหลังจัดการบาดแผลเรียบร้อย เจียงเยี่ยถังก
続きを読む
บทที่ 6
ในกรงเหล็ก หมาป่าหิวโซสิบกว่าตัวกำลังแยกเขี้ยวแหลมคม ดวงตาวาววับจ้องเขม็งมาทางเจียงเยี่ยถังอาการบาดเจ็บของนางยังไม่ทันหายดี การเคลื่อนไหวจึงช้ากว่าปกติหลายเท่าตัว“โฮก!”ตอนที่หมาป่าตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่ เจียงเยี่ยถังเบี่ยงตัวหลบไปข้าง ๆ แล้วใช้กระบี่ในมือแทงใส่ท้องหมาป่าตัวนั้นจนเลือดอุ่นร้อนสาดกระเซ็นลงบนหน้านาง ทำให้หมาป่าตัวอื่น ๆ แสดงท่าทีดุร้ายยิ่งกว่าเดิมตัวที่สอง ตัวที่สาม...นางควบคุมตัวเองลำบากขึ้นเรื่อย ๆ เผลอไผลเพียงเล็กน้อย แขนขวาของนางก็ถูกคมเขี้ยวฉีกกระชากจนเกิดแผลเหวอะ“อึก...” นางครางเสียงทุ้มในลำคอ ก่อนจะเซถอยหลังขณะกำลังมึนงง นางคล้ายจะมองเห็นเซียวหลิ่นที่อยู่บนอัฒจันทร์ลุกพรวดขึ้นมาแต่ครู่ต่อมา เจียงเยว่เจียวก็ดึงแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ไม่รู้ว่าพูดอะไรกับเขา เซียวหลิ่นถึงได้ลังเลอยู่สักพักก่อนจะโน้มตัวลงอุ้มเจียงเยว่เจียว ก่อนจะเดินออกจากสนามประลองไปโดยไม่หันกลับมาเจียงเยี่ยถังจิตใจด้านชาโดยสมบูรณ์เมื่อไม่มีคำสั่งจากเซียวหลิ่น ก็ไม่มีใครกล้าเปิดกรงเหล็กเข้ามาช่วยเหลือ นางทำได้เพียงกัดฟันอดทนไล่ฆ่าหมาป่าไปทีละตัวยามที่หมาป่าตัวสุดท้ายล้มลง ภายในกรงเหล็กก
続きを読む
บทที่ 7
ตอนที่เซียวหลิ่นควบม้ากลับจวน เจียงเยว่เจียวก็เฝ้ารออยู่ที่หน้าจวนตั้งนานแล้ว มือของนางยกชายกระโปรงตั้งท่ารอพอเห็นเงาของเขาจากที่ไกล ๆ ดวงตาของนางก็เต็มไปด้วยความปิติยินดี วิ่งออกไปข้างหน้าราวกับผีเสื้อที่โผบิน“ท่านอ๋อง!” นางร้องเรียกเสียงหวาน กระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของเขาเต็มแรง สองแขนกอดรัดเอวสอบของเขาแน่น “ในที่สุดท่านก็กลับมาเสียที เจียวเจียวคิดถึงท่านอยู่ทุกช่วงเวลาทุกลมหายใจเลยเพคะ...”“หลังจากนี้ไปข้าจะอยู่กับเจ้าทุกวันเลยดีไหม?”เซียวหลิ่นก้มมองนางด้วยมุมปากประดับรอยยิ้ม พร้อมกันนั้นก็สวมกอดนางกลับบรรดาข้ารับใช้ต่างพากันมารวมตัวอยู่ข้าง ๆ พวกเขามองห่านป่าที่องครักษ์ด้านหลังชูขึ้นสูงด้วยความตื่นเต้นตัวนี้น่าจะเป็นจ่าฝูงของห่านป่า ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยขนสีแดงฉานราวเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ ดวงตาสีทองคู่หนึ่งเปล่งประกายมีชีวิตชีวา อีกทั้งปีกยังใหญ่โตจนน่าตกตะลึงในพิธีเสกสมรสของราชวงศ์หรืองานแต่งของตระกูลใหญ่ ฝ่ายเจ้าบ่าวทั้งหลายมักจะนิยมจับห่านป่ามาเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองรักภรรยามากแค่ไหนบรรดาสาวใช้ต่างเผยสีหน้าอิจฉาออกมาให้เห็น ท่านอ๋องเซียวช่างดีต่อแม่นางเจียงยิ่งนัก
続きを読む
บทที่ 8
หลังจากเซียวหลิ่นเดินเล่นชมดอกไม้ในสวน และเขียนบทกวีเป็นเพื่อนเจียงเยว่เจียวเรียบร้อยแล้ว เขาก็รู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้นเรื่อย ๆเขาไม่รู้สึกอยากอาหารจริง ๆ จึงปฏิเสธคำเชิญไปทานอาหารค่ำด้วยความรำคาญเล็กน้อยหลังอาบน้ำเสร็จก็ล้มตัวนอนบนเตียงแล้วผล็อยหลับไปทันทีไม่รู้ว่านอกห้องมีฝนตกหนักตั้งแต่เมื่อไหร่ สายฝนโปรยกระหน่ำลงบนพื้นหินส่งเสียงดังชวนให้หงุดหงิดยิ่งนักเซียวหลิ่นนอนหลับทั้งที่ขมวดคิ้วเขาฝันร้าย มันเป็นความฝันที่ยาวนานมากภายในความฝัน เจียงเยี่ยถังขี่ม้าสีขาวตัวหนึ่ง วิ่งขนาบข้างเขาบนทางเส้นเล็ก ๆ ระหว่างภูเขานางสวมชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตา เส้นผมปลิวสยายตามแรงลม แต่กลับก้มหน้าก้มตาตลอดทาง ไม่พูดไม่จาเลยสักคำเขารู้สึกว่ามันผิดปกติ จึงเอียงศีรษะไปถามนางว่าเป็นอะไรไปเจียงเยี่ยถังถึงได้เงยหน้าขึ้นมาอย่างเชื่องช้าดวงตาที่เคยสงบนิ่งดุจผิวน้ำของนางกลับเต็มไปด้วยน้ำตา มันไหลรินลงมาเปรอะเปื้อนแก้มที่ซีดขาวอย่างเงียบงัน“ท่านอ๋อง ข้าต้องไปแล้ว” เสียงของนางเบามากจนแทบไม่ได้ยินความกระวนกระวายและหวาดหวั่นก่อตัวขึ้นในใจ เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าตัวนางได้ แต่ร่างกายกลับถูกตรึงอย
続きを読む
บทที่ 9
เซียวหลิ่นยืนนิ่งอยู่ที่เดิม องครักษ์จึงพูดอะไรบางอย่างต่ออีกสองสามประโยค แต่เขากลับไม่ได้ยินเลยสักอย่าง เพราะตอนนี้หูของเขามีเพียงเสียงวิ้ง ๆ ดังก้อง“ชีพจรอ่อนแอ เพราะบาดแผลเก่าส่งผลกระทบกับร่างกายหนักมากเกินไป เกรงว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว...”“ภายในร่างของแม่นางเจียงมีพิษสะสมอยู่จนเรื้อรัง ตอนนี้ไร้หนทางรักษาแล้ว...”คำพูดที่หมอหลวงเคยบอกกับเขา ตอนนี้ดังสะท้อนในห้วงสมองของเขาอย่างชัดเจนครั้งแล้วครั้งเล่าหัวใจของเขาปวดแปลบขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดเอาไว้แน่น จนกระทั่งหายใจยังทำได้ยากลำบาก“ท่านอ๋อง!” เสียงของเจียงเยว่เจียวดังมาจากด้านหลัง แฝงการสะอื้นไห้เบา ๆ “ที่ผ่านมาพี่สาวมักจะใช้วิธีการแบบนี้เรียกร้องความสนใจของท่านอ๋องเสมอ ท่านคิดจะทิ้งข้าไว้ในโถงพิธีงานแต่งเพียงลำพังจริง ๆ หรือเพคะ?”สายตาของแขกทั้งห้องต่างหันมาจับจ้องที่เขาพร้อมกัน เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นไม่ขาดสายแถมยังหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย“ข้าจำได้ว่าท่านอ๋องเซียวไม่ค่อยจะสนใจใยดีองครักษ์เงาที่ฆ่าคนเหมือนผักปลาคนนั้นสักเท่าไหร่นะ? แต่พอเห็นสีหน้าท่าทางของเขาในยามนี้
続きを読む
บทที่ 10
เซียวหลิ่นไม่รู้ตัวเลยว่านั่งอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนท้องฟ้านอกหน้าต่างจากสว่างแจ้งก็ค่อย ๆ มืดมิด จนกระทั่งมืดสนิทเป็นสีดำภายในห้องไม่ได้จุดตะเกียงไฟ มีเพียงแสงจันทร์เย็นเยียบส่องเข้ามา ตกกระทบใบหน้าที่ซีดขาวของเจียงเยี่ยถังแพขนตายาวทอดเงาเล็ก ๆ บนเปลือกตา เงียบสงบราวกับว่านางเพียงนอนหลับไปเท่านั้นแต่เขารู้ดี นางไม่มีทางตื่นขึ้นมาอีกแล้ว“ทำไมถึงกลายเป็นอย่างนี้ไปได้...” เซียวหลิ่นพึมพำเบา ๆ นิ้วมือของเขาลูบหลังมือเย็นเฉียบของนางอย่างเหม่อลอยเขานึกถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อนขึ้นมา ตอนที่นางฆ่าคนเป็นครั้งแรกและเสียขวัญจนตัวสั่นเทิ้ม เขาคว้าตัวนางเข้ามากอดและปลอบใจอยู่นานมากมีครั้งหนึ่งในวันที่หิมะโปรยปราย นางทำภารกิจจนได้รับบาดเจ็บหนัก กระอักเลือดเยอะมากจนอาการเป็นตายเท่ากัน เขาอยู่เฝ้านางถึงสามวันสามคืนนึกถึงคืนงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ เขากดนางไว้ด้านหลังฉากกันลม ตอนที่นางกัดปากตัวเองแน่นเพราะไม่กล้าส่งเสียงออกมา...เขาในตอนนั้น เอาใจใส่นางถึงเพียงนั้นแท้ ๆตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป?เซียวหลิ่นมองสำรวจไปรอบห้อง ก่อนจะพบกล่องไม้เก่า ๆ ที่วางอยู่ตรงมุมห้อง
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status