Todos los capítulos de ระหว่างที่เราหายไป: Capítulo 21 - Capítulo 30

30 Capítulos

บทที่ 21: สถานีขนส่งหมอชิต และสตอรี่บอร์ดแผ่นสุดท้าย

สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต 2) ในช่วงหัวค่ำของวันศุกร์ ไม่เคยมีความปรานีต่อใครคลื่นมนุษย์นับพันคนเบียดเสียดกันอยู่ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวและกลิ่นควันท่อไอเสียรถทัวร์ ทุกคนแบกกระเป๋าใบใหญ่ กระสอบปุ๋ยใส่ของฝาก และความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานในเมืองหลวง เพื่อแลกกับตั๋วโดยสารที่จะพาพวกเขากลับไปสู่ ‘บ้าน’ ในช่วงวันหยุดยาวบิวนั่งอยู่บนเก้าอี้สเตนเลสแถวยาวหน้าชานชาลาที่ 42 กระเป๋าเป้ใบใหญ่ยักษ์วางอยู่แทบเท้า เขาสวมเสื้อยืดสีทึบและหมวกแก๊ปดึงปีกต่ำเพื่อซ่อนแววตา อีกเพียงยี่สิบนาที รถทัวร์วีไอพีสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จะเคลื่อนตัวออกเดินทาง พาเขาหนีกลับไปสู่ความสงบเงียบจอมปลอมที่เขาคุ้นเคยอาร์ตไดเรกเตอร์หนุ่มทอดสายตามองผู้คนรอบตัว...ผู้หญิงวัยกลางคนข้างๆ เขากำลังนั่งหลับตาพิงกระสอบข้าวสาร ใบหน้าของเธอมีรอยฝ้าแดดฝังลึก ถัดไปเป็นชายหนุ่มในชุดช่างเปื้อนคราบน้ำมัน กำลังแกะข้าวเหนียวหมูปิ้งที่เย็นชืดเข้าปากด้วยความหิวโหย บิวมองเห็นสเตตัส -1 วิ่งวนอยู่เหนือหัวของคนเหล่านี้ พวกเขาคือความจริง พวกเขาคือคนที่โฆษณาชิ้นนั้นควรจะเข้าไปโอบกอดแต่แล้ว สายตาของบิวก็สะดุดเข้ากับหน้าจอโทรศัพท์มือถื
Leer más

บทที่ 22: เครดิตที่ถูกลบทิ้ง

นาฬิกาดิจิทัลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์บอกเวลาตีหนึ่งสิบห้านาทีห้องพักขนาดสามสิบตารางเมตรของปลายยังคงคับแคบเหมือนเดิม แต่คืนนี้ มวลอากาศภายในห้องไม่ได้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการแข่งขันหรือการสาดอีโก้ใส่กันเหมือนตอนที่พวกเขามานั่งตัดต่องานกันครั้งแรก มันมีความเงียบสงบแปลกๆ ลอยอวลอยู่ เป็นความเงียบของคนที่เพิ่งเดินผ่านพายุแห่งความละอายใจ แล้วตัดสินใจจับมือกันเพื่อทำในสิ่งที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตการทำงานบิวเพิ่งมาถึงเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เขาทิ้งกระเป๋าเป้ใบยักษ์ไว้ที่หน้าประตู แล้วตรงดิ่งมานั่งลงหน้าจอแมคบุ๊กโปรโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงต้นในสภาพเสื้อยืดคอย้วยตัวเดิม นั่งกอดเข่าพิงผนังห้อง แววตาของเขาไม่ได้เลื่อนลอยเพราะฤทธิ์ยาคลายเครียดอีกต่อไป มันกลับมามีประกายของความดื้อรั้นแบบเดียวกับตอนที่เขายังเป็นนักศึกษาหัวขบถ ส่วนแพร... ผู้บริหารหญิงที่เพิ่งปฏิเสธการไปฉลองดีลสิบล้าน นั่งพับเพียบอยู่บนพื้นกระเบื้องยาง บนตักมีแท็บเล็ตที่เปิดหน้าต่างเบราว์เซอร์สีดำทึบ“ถ้าเราแฮ็กเข้าไปเปลี่ยนไฟล์ในเพจหลักของคุณสมภพ... เราจะติดคุกกันหมดนะ” แพรเปิดประเด็นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอสวมวิญญาณนักธุรกิจที่มองเห็นคว
Leer más

บทที่ 23: จดหมายรักจากคนแปลกหน้า

แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาตกกระทบใบหน้าของปลาย เขาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหลังจากการนอนบนพื้นแข็งๆ ปลายขยี้ตา ลุกขึ้นนั่งมองเพื่อนๆ ที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่ในสภาพระเกะระกะเขาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่น กดเปิดหน้าจอเพื่อเช็กเวลาแต่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอแจ้งเตือน (Notifications) กลับทำให้ลมหายใจของก็อปปี้ไรเตอร์หนุ่มสะดุดปลายเบิกตากว้าง จ้องมองหน้าจอเฟซบุ๊กด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เขาไม่ได้เห็นตัวเลขหลักล้าน เขาไม่ได้เห็นกระแสไวรัลที่สั่นสะเทือนประเทศเหมือนคลิปของแบรนด์หลักวิดีโอจากเพจ ‘ระหว่างที่เราหายไป’ มียอดวิวเพียงแค่ 12,450 วิวมันเป็นตัวเลขที่น่าสมเพชมากในวงการโฆษณา ถ้าเอาไปพรีเซนต์ลูกค้า คงโดนด่าเปิงตั้งแต่สิบวินาทีแรกแต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของปลายเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่ยอดวิวแต่มันคือตัวเลขการแชร์ 840 ครั้ง และคอมเมนต์อีกกว่า 1,200 ข้อความในโลกของอัลกอริทึมโซเชียลมีเดีย อัตราส่วนยอดวิวหลักหมื่น แต่มีคอมเมนต์หลักพัน มันคือความผิดปกติขั้นสุด มันหมายความว่าแทบทุกคนที่กดดูคลิปนี้ ดูมันจนจบ และตัดสินใจหยุดนิ้วเพื่อพิมพ์อะไรบางอย่างลงไป“
Leer más

บทที่ 24: รอยด้านที่จางหาย และจังหวะดนตรีบนเคาน์เตอร์

กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วเข้มผสมกับกลิ่นนมสดร้อนๆ ลอยอบอวลอยู่ภายในร้านกาแฟสไตล์มินิมอลใต้ตึกออฟฟิศของต้น เสียงเครื่องบดเมล็ดกาแฟทำงานดังครืดคราดสลับกับเสียงไอน้ำจากก้านสตรีมนม เป็นซาวนด์แทร็กประจำวันที่ดังซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า‘โอม’ บาริสต้าหนุ่มวัยยี่สิบแปดปี สวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้มทับเสื้อยืดสีดำ เขากำลังใช้แทมเปอร์ (Tamper) กดอัดผงกาแฟลงในก้านชงอย่างทะมัดทะแมงและแม่นยำ น้ำหนักมือที่กดลงไปนั้นพอดีเป๊ะ เป็นความชำนาญที่เกิดจากการทำซ้ำๆ มานับหมื่นแก้วตลอดสามปีที่ผ่านมาโอมหมุนก้านชงเข้ากับหัวกรุ๊ปของเครื่องเอสเปรสโซ กดปุ่มให้น้ำร้อนไหลผ่าน กลิ่นหอมกรุ่นระเหยขึ้นมาปะทะจมูก แต่สำหรับโอม... กลิ่นพวกนี้มันตายด้านไปจากระบบรับรู้ของเขาตั้งนานแล้วเขาเลื่อนสายตามองออกไปนอกกระจกร้าน เห็นกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายสามคนกำลังเดินหัวเราะร่า สะพายกระเป๋ากีตาร์และถือไม้กลองเดินมุ่งหน้าไปทางห้องซ้อมดนตรีปากซอย แววตาของเด็กพวกนั้นเต็มไปด้วยประกายของความหวัง ประกายของคนที่เชื่อว่าวันหนึ่งพวกเขาจะได้ยืนอยู่บนเวทีใหญ่ มีแสงไฟสาดส่อง และมีคนนับพันร้องเพลงตามโอมเคยมองโลกด้วยแววตาแบบนั้น... เมื่อห้าปีก่อน
Leer más

บทที่ 25: เปลือกหนาของบาริสต้า

ก้านชงกาแฟเหล็กสเตนเลสในมือของโอมหยุดชะงักไปสามวินาทีถ้วนมันเป็นสามวินาทีที่ยาวนานราวกับเข็มนาฬิกาถูกหยุดเอาไว้ด้วยเวทมนตร์ สายตาของบาริสต้าหนุ่มจดจ้องอยู่ที่ปลายนิ้วของปลายที่กำลังเคาะโต๊ะไม้เป็นจังหวะเพลงอินดี้ร็อก จังหวะที่เขาคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง ก่อนที่สายตานั้นจะค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาสบตากับก็อปปี้ไรเตอร์วัยสามสิบสี่ แววตาของโอมในเสี้ยววินาทีนั้นวูบไหวอย่างรุนแรง มันเต็มไปด้วยความสับสน ความหวาดระแวง และความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับแผลเก่าที่ถูกปิดทับด้วยพลาสเตอร์ยามานานปี จู่ๆ ก็ถูกใครบางคนกระชากมันออกอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัวทว่า เพียงชั่วพริบตาเดียว แววตาที่สั่นไหวนั้นก็ถูกกลบฝังลงไปภายใต้ความเย็นชาและเฉยเมยราวกับผิวน้ำในสระที่กลับมานิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่นอีกครั้งโอมไม่แม้แต่จะชายตากล้ามองนามบัตรกระดาษเนื้อหยาบยับๆ ที่ปลายวางทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์ เขายืดตัวตรง สองมือรวบผ้าเช็ดโต๊ะสีไมโครไฟเบอร์ผืนเล็กขึ้นมาถือไว้แน่น แล้วดึงเอารอยยิ้มการค้ารอยยิ้มแบบเดียวกับที่เขาใช้ต้อนรับพนักงานออฟฟิศนับร้อยคนในแต่ละวันกลับมาสวมทับบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว แ
Leer más

บทที่ 26: ฤดูฝนของคนหลงทาง

สิบสี่วัน...คือระยะเวลาที่ปลายใช้ชีวิตราวกับเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ของร้านกาแฟมินิมอลใต้ตึกออฟฟิศแห่งนี้ทุกๆ วันเวลาบ่ายสองโมงตรง ก็อปปี้ไรเตอร์หนุ่มในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวเก่ง จะผลักประตูกระจกเข้ามา สั่งอเมริกาโน่เย็นหนึ่งแก้ว จ่ายเงิน แล้วเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะไม้เข้ามุมตัวเดิม เขาไม่เคยชวนโอมคุยเรื่องดนตรีอีก ไม่เคยถามไถ่เรื่องส่วนตัว ไม่เคยทำตัวเกะกะ เขาเพียงแค่กางสมุดโน้ตปกอ่อนออก ขีดเขียนพล็อตนิยายไซไฟที่ค้างคามาหลายปีสลับกับการนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างและทุกครั้งที่โอมปรายตามองมา ปลายก็จะเพียงแค่พยักหน้าให้เบาๆ... เป็นการทักทายที่ปราศจากคำถาม ปราศจากการคุกคาม มีเพียงการ 'ดำรงอยู่' เพื่อบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้หนีไปไหนสำหรับโอม ในช่วงสามสี่วันแรก การมีอยู่ของปลายสร้างความอึดอัดให้เขาจนแทบหายใจไม่ออก บาริสต้าหนุ่มระแวงว่าชายแปลกหน้าคนนี้จะเดินเข้ามาขุดคุ้ยบาดแผลของเขาเมื่อไหร่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปครบสัปดาห์ ความระแวงนั้นก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความคุ้นชินโอมเริ่มจดจำได้ว่าปลายชอบกินอเมริกาโน่คั่วกลาง ไม่ใส่ไซรัปเลยแม้แต่หยดเดียว เขาเริ่มชินกับการมีผู้ชายหน้าตาอมทุกข์มาน
Leer más

บทที่ 27: ความกล้าหาญที่จะยอมแพ้

ห้องเช่ารายเดือนขนาดสิบแปดตารางเมตรในซอยลึกย่านลาดพร้าว คับแคบลงไปถนัดตาเมื่อมีคนสี่คนเข้ามาอัดแน่นกันอยู่ภายในพัดลมเพดานที่เก่าจนสีลอกครางเอี๊ยดอ๊าด หมุนวนพัดเอาอากาศร้อนอบอ้าวและกลิ่นอับชื้นของห้องที่ไม่ได้เปิดหน้าต่างมานานให้ลอยฟุ้ง บิวยืนถือกล้อง DSLR ตัวเล็กๆ อยู่มุมห้อง แผ่นหลังชิดติดกับตู้เสื้อผ้าไม้ไม้อัด ส่วนเตยนั่งพับเพียบอยู่บนพื้นกระเบื้องยางใกล้ๆ ปลาย ถือไมค์อัดเสียงแบบพกพาไว้ในมืออย่างระมัดระวังไม่มีไฟสปอตไลต์ ไม่มีรีเฟล็กซ์สะท้อนแสง ทุกอย่างอาศัยเพียงแสงไฟฟลูออเรสเซนต์สีขาวอมฟ้าที่ส่องสว่างอยู่กลางเพดานห้องโอมนั่งอยู่บนขอบเตียงนอนเดี่ยวที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีเทาเรียบๆ เขาสวมเสื้อยืดคอย้วยและกางเกงขาสั้นใส่อยู่บ้าน ใบหน้าปราศจากรอยยิ้มการค้าที่เคยใช้รับแขกในร้านกาแฟสายตาของอดีตนักดนตรีหนุ่ม จับจ้องไปยังช่องว่างแคบๆ ระหว่างหลังตู้เสื้อผ้ากับเพดานห้อง“ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าโยนมันขึ้นไปไว้บนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่...” โอมเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “รู้แค่ว่าตอนนั้นผมไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง เดือนนั้นผมกินมาม่าติดกันสองอาทิตย์ แล้วผมก็ตัดสินใจเดินไปสมัครงานร้านก
Leer más

บทที่ 28: โลกบนดินที่สว่างไสว

“คัต! ยอดเยี่ยมมากครับน้องคิน อารมณ์ความเหนื่อยล้าตอนพิงพวงมาลัยรถเมื่อกี้ดูแพงมากครับ!”เสียงผู้กำกับโฆษณาดังลั่นสเปซสตูดิโอขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ทีมงานกว่าสามสิบชีวิตกำลังง่วนอยู่กับการจัดไฟและเซ็ตกล้องสำหรับถ่ายทำแคมเปญ ‘หยุดพัก’ เคสที่สอง (เวอร์ชันบนดิน)ตรงกลางสตูดิโอมีรถ EV สีเทาด้านคันเดิมจอดอยู่ แต่บรรยากาศรอบๆ แตกต่างจากการถ่ายทำของเตยอย่างสิ้นเชิง มันถูกล้อมรอบด้วยไฟคิโนโฟลว์ (Kino Flo) แผงใหญ่ แผ่นรีเฟล็กซ์สีทอง และพัดลมตัวยักษ์ที่คอยเป่าผมของ ‘คิน’... ยูทูบเบอร์หนุ่มสายท่องเที่ยวที่มีผู้ติดตามกว่าห้าล้านคน ให้ปลิวไสวอย่างมีสไตล์คินก้าวลงจากรถ EV พร้อมกับรอยยิ้มกว้างขวาง รับผ้าเย็นจากผู้จัดการส่วนตัวมาซับหน้า เขาไม่ได้ดูเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด ผิวพรรณของเขาเปล่งปลั่งจากการฉีดวิตามิน และเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เขาสวมก็ดูไร้ที่ติต้นและแพรยืนมองภาพนั้นอยู่หลังจอมอนิเตอร์ของลูกค้า“เพอร์เฟกต์มากครับคุณแพร คุณต้น...” คุณสมภพที่วันนี้สละเวลามาดูการถ่ายทำด้วยตัวเอง เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “การเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ระดับท็อปแบบนี้แหละ คือสิ่งที่แบรนด์เราต้องการ คอนเซปต์ ‘ทำงานหนักจนเหน
Leer más

บทที่ 29: ข้อความลับในอินบ็อกซ์

แสงแดดอุ่นๆ ยามสายสาดส่องเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของวิกเตอร์ที่เอเจนซี่ ‘โกลบอลวิชัน’ ห้องที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์นำเข้าและรางวัลโฆษณานับสิบชิ้นที่ตั้งเรียงรายอยู่บนชั้นวางวิกเตอร์นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หน้าจอโค้งขนาดใหญ่พิเศษ บนจอไม่ได้เปิดตารางเป้าหมายยอดขาย 200 ล้านเหมือนเมื่อคืน แต่เขากำลังเปิดคลิปวิดีโอของ ‘โอม บาริสต้า’ จากเพจใต้ดินวนดูซ้ำเป็นรอบที่ยี่สิบในฐานะ ECD ระดับท็อปของประเทศ วิกเตอร์ไม่ได้ดูคลิปนี้ด้วยสายตาของคนทั่วไป เขาถอดรหัสความรู้สึกทิ้งไป และสวมแว่นตาของนักวิเคราะห์โฆษณาแทนดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองการย้อมสีภาพ (Color Grading) ที่ตั้งใจทำให้ดูหยาบ แต่ยังคงรักษามิติของแสงเงาเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน‘เกรนภาพแตกๆ แต่ไฮไลต์ที่ตกกระทบหน้าตัวละครยังคมชัด... คนที่จะคุมแสงดิบๆ แบบนี้ได้โดยไม่ให้ภาพดูราคาถูก มีอาร์ตไดเรกเตอร์ในไทยไม่กี่คนหรอกที่ทำได้... รสนิยมแบบนี้... ไอ้บิวแน่ๆ’วิกเตอร์เลื่อนสายตาไปอ่านแคปชันสั้นๆ สามบรรทัดที่อยู่เหนือคลิป‘โครงสร้างประโยคไม่ได้พยายามยัดเยียดให้คนคล้อยตาม แต่ทิ้งสเปซให้คนอ่านไปเติมความรู้สึกต่อเอาเอง... ลายเซ็นการเขียนก๊อปปี้แบบหมาจนต
Leer más

บทที่ 30: โต๊ะเจรจาของคนพัง

ค่ำคืนวันศุกร์ในซอยลึกย่านเอกมัยยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของหยาดฝนที่เพิ่งซาเม็ดไปได้ไม่นาน ทิ้งไว้เพียงความชื้นแฉะบนพื้นผิวถนนคอนกรีตและไอหมอกจางๆ ที่ลอยตัดกับแสงไฟหน้ารถยนต์ ร้านคราฟต์เบียร์สไตล์สปีคอีซี่ (Speakeasy) ตั้งอยู่เยื้องกับผับชื่อดัง มันไม่มีป้ายชื่อร้านเด่นชัด มีเพียงประตูกระจกนิรภัยสีดำทึบมืดสนิทบานยักษ์ที่ทำหน้าที่ตัดขาดโลกภายนอกอันอึกทึกครึกโครม ออกจากความเงียบสงบอันหรูหราดูลึกลับเบื้องหลังเมื่อผลักประตูไม้โอ๊กเนื้อหนาเข้าไป แสงไฟนีออนดวงจิ๋วสีส้มสลัวระยิบระยับใต้ฝ้าเพดานสีดำสนิท แทบจะไม่ช่วยส่องสว่างให้เห็นใบหน้าของผู้คนในร้านเลยแม้แต่น้อย กลิ่นอายของข้าวมอลต์คั่ว ควันไอของฮอปส์สด และกลิ่นเนื้อไม้โอ๊กเก่าแก่ ลอยอบอวลปะปนไปกับกลิ่นน้ำหอมของเหล่านักธุรกิจและเซเลบริตี้ที่มาจับจองพื้นที่มุมส่วนตัว เสียงเพลงอินดี้ร็อกยุค 90 เปิดคลอเบาๆ ในระดับความดังที่พอดีกับการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้กระซิบกระซาบเรื่องราวความลับทางธุรกิจโดยไม่ให้โต๊ะข้างๆ ได้ยินกลุ่ม ‘สี่ทิศ’ และเตย เดินเรียงแถวเข้ามาภายในร้านด้วยฝีเท้าที่เชื่องช้าและระแวดระวัง ร่างกายของพวกเขาแต่ละคนยังคงมีร่องรอยความเหนื
Leer más
ANTERIOR
123
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status