Mag-log in"เราต่างพยายามไขว่คว้าหาความสุข... ด้วยการแอบมองชีวิตของคนอื่น" สิบปีหลังจากกอดคอกันเรียนจบนิเทศฯ 'ปลาย' ยังคงเป็นแค่ก็อปปี้ไรเตอร์ฟรีแลนซ์ที่รอคอยจุดเปลี่ยนของชีวิต ขณะที่เพื่อนรักอย่าง 'ต้น' ผงาดขึ้นเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ระดับท็อป 'แพร' อดีตคนรักกลายเป็นเจ้าของสตาร์ทอัพที่ใครๆ ก็จับตามอง และ 'บิว' เลือกทิ้งแสงสีไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่เชียงใหม่ ชีวิตที่เหมือนจะเดินกันไปคนละเส้นทาง ถูกกระชากให้กลับมาพบกันอีกครั้ง เมื่อโปรเจกต์โฆษณามูลค่ามหาศาลบังคับให้พวกเขาต้องมาร่วมทีมกัน การรวมตัวที่หน้าฉากดูเหมือนจะเป็นภาพฝันของมิตรภาพ กลับกลายเป็นความกดดัน การเปรียบเทียบ และความอิจฉาริษยา ทุกการเบรนสตอร์มคือการฟาดฟัน ทุกรอยยิ้มคือการซ่อนคมมีด และทุกคำว่า 'ไม่เป็นไร' คือการกดทับความจริงที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมา ในวงการที่ทุกคนต้องปั้นแต่งเรื่องราวเพื่อขายสินค้า... บางทีหน้ากากที่พวกเขากำลังสวมใส่ อาจจะเป็นผลงานโฆษณาที่หลอกลวงที่สุด
view moreค่ำคืนวันศุกร์ในซอยลึกย่านเอกมัยยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของหยาดฝนที่เพิ่งซาเม็ดไปได้ไม่นาน ทิ้งไว้เพียงความชื้นแฉะบนพื้นผิวถนนคอนกรีตและไอหมอกจางๆ ที่ลอยตัดกับแสงไฟหน้ารถยนต์ ร้านคราฟต์เบียร์สไตล์สปีคอีซี่ (Speakeasy) ตั้งอยู่เยื้องกับผับชื่อดัง มันไม่มีป้ายชื่อร้านเด่นชัด มีเพียงประตูกระจกนิรภัยสีดำทึบมืดสนิทบานยักษ์ที่ทำหน้าที่ตัดขาดโลกภายนอกอันอึกทึกครึกโครม ออกจากความเงียบสงบอันหรูหราดูลึกลับเบื้องหลังเมื่อผลักประตูไม้โอ๊กเนื้อหนาเข้าไป แสงไฟนีออนดวงจิ๋วสีส้มสลัวระยิบระยับใต้ฝ้าเพดานสีดำสนิท แทบจะไม่ช่วยส่องสว่างให้เห็นใบหน้าของผู้คนในร้านเลยแม้แต่น้อย กลิ่นอายของข้าวมอลต์คั่ว ควันไอของฮอปส์สด และกลิ่นเนื้อไม้โอ๊กเก่าแก่ ลอยอบอวลปะปนไปกับกลิ่นน้ำหอมของเหล่านักธุรกิจและเซเลบริตี้ที่มาจับจองพื้นที่มุมส่วนตัว เสียงเพลงอินดี้ร็อกยุค 90 เปิดคลอเบาๆ ในระดับความดังที่พอดีกับการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้กระซิบกระซาบเรื่องราวความลับทางธุรกิจโดยไม่ให้โต๊ะข้างๆ ได้ยินกลุ่ม ‘สี่ทิศ’ และเตย เดินเรียงแถวเข้ามาภายในร้านด้วยฝีเท้าที่เชื่องช้าและระแวดระวัง ร่างกายของพวกเขาแต่ละคนยังคงมีร่องรอยความเหนื
แสงแดดอุ่นๆ ยามสายสาดส่องเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของวิกเตอร์ที่เอเจนซี่ ‘โกลบอลวิชัน’ ห้องที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์นำเข้าและรางวัลโฆษณานับสิบชิ้นที่ตั้งเรียงรายอยู่บนชั้นวางวิกเตอร์นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หน้าจอโค้งขนาดใหญ่พิเศษ บนจอไม่ได้เปิดตารางเป้าหมายยอดขาย 200 ล้านเหมือนเมื่อคืน แต่เขากำลังเปิดคลิปวิดีโอของ ‘โอม บาริสต้า’ จากเพจใต้ดินวนดูซ้ำเป็นรอบที่ยี่สิบในฐานะ ECD ระดับท็อปของประเทศ วิกเตอร์ไม่ได้ดูคลิปนี้ด้วยสายตาของคนทั่วไป เขาถอดรหัสความรู้สึกทิ้งไป และสวมแว่นตาของนักวิเคราะห์โฆษณาแทนดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองการย้อมสีภาพ (Color Grading) ที่ตั้งใจทำให้ดูหยาบ แต่ยังคงรักษามิติของแสงเงาเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน‘เกรนภาพแตกๆ แต่ไฮไลต์ที่ตกกระทบหน้าตัวละครยังคมชัด... คนที่จะคุมแสงดิบๆ แบบนี้ได้โดยไม่ให้ภาพดูราคาถูก มีอาร์ตไดเรกเตอร์ในไทยไม่กี่คนหรอกที่ทำได้... รสนิยมแบบนี้... ไอ้บิวแน่ๆ’วิกเตอร์เลื่อนสายตาไปอ่านแคปชันสั้นๆ สามบรรทัดที่อยู่เหนือคลิป‘โครงสร้างประโยคไม่ได้พยายามยัดเยียดให้คนคล้อยตาม แต่ทิ้งสเปซให้คนอ่านไปเติมความรู้สึกต่อเอาเอง... ลายเซ็นการเขียนก๊อปปี้แบบหมาจนต
“คัต! ยอดเยี่ยมมากครับน้องคิน อารมณ์ความเหนื่อยล้าตอนพิงพวงมาลัยรถเมื่อกี้ดูแพงมากครับ!”เสียงผู้กำกับโฆษณาดังลั่นสเปซสตูดิโอขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ทีมงานกว่าสามสิบชีวิตกำลังง่วนอยู่กับการจัดไฟและเซ็ตกล้องสำหรับถ่ายทำแคมเปญ ‘หยุดพัก’ เคสที่สอง (เวอร์ชันบนดิน)ตรงกลางสตูดิโอมีรถ EV สีเทาด้านคันเดิมจอดอยู่ แต่บรรยากาศรอบๆ แตกต่างจากการถ่ายทำของเตยอย่างสิ้นเชิง มันถูกล้อมรอบด้วยไฟคิโนโฟลว์ (Kino Flo) แผงใหญ่ แผ่นรีเฟล็กซ์สีทอง และพัดลมตัวยักษ์ที่คอยเป่าผมของ ‘คิน’... ยูทูบเบอร์หนุ่มสายท่องเที่ยวที่มีผู้ติดตามกว่าห้าล้านคน ให้ปลิวไสวอย่างมีสไตล์คินก้าวลงจากรถ EV พร้อมกับรอยยิ้มกว้างขวาง รับผ้าเย็นจากผู้จัดการส่วนตัวมาซับหน้า เขาไม่ได้ดูเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด ผิวพรรณของเขาเปล่งปลั่งจากการฉีดวิตามิน และเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เขาสวมก็ดูไร้ที่ติต้นและแพรยืนมองภาพนั้นอยู่หลังจอมอนิเตอร์ของลูกค้า“เพอร์เฟกต์มากครับคุณแพร คุณต้น...” คุณสมภพที่วันนี้สละเวลามาดูการถ่ายทำด้วยตัวเอง เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “การเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ระดับท็อปแบบนี้แหละ คือสิ่งที่แบรนด์เราต้องการ คอนเซปต์ ‘ทำงานหนักจนเหน
ห้องเช่ารายเดือนขนาดสิบแปดตารางเมตรในซอยลึกย่านลาดพร้าว คับแคบลงไปถนัดตาเมื่อมีคนสี่คนเข้ามาอัดแน่นกันอยู่ภายในพัดลมเพดานที่เก่าจนสีลอกครางเอี๊ยดอ๊าด หมุนวนพัดเอาอากาศร้อนอบอ้าวและกลิ่นอับชื้นของห้องที่ไม่ได้เปิดหน้าต่างมานานให้ลอยฟุ้ง บิวยืนถือกล้อง DSLR ตัวเล็กๆ อยู่มุมห้อง แผ่นหลังชิดติดกับตู้เสื้อผ้าไม้ไม้อัด ส่วนเตยนั่งพับเพียบอยู่บนพื้นกระเบื้องยางใกล้ๆ ปลาย ถือไมค์อัดเสียงแบบพกพาไว้ในมืออย่างระมัดระวังไม่มีไฟสปอตไลต์ ไม่มีรีเฟล็กซ์สะท้อนแสง ทุกอย่างอาศัยเพียงแสงไฟฟลูออเรสเซนต์สีขาวอมฟ้าที่ส่องสว่างอยู่กลางเพดานห้องโอมนั่งอยู่บนขอบเตียงนอนเดี่ยวที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีเทาเรียบๆ เขาสวมเสื้อยืดคอย้วยและกางเกงขาสั้นใส่อยู่บ้าน ใบหน้าปราศจากรอยยิ้มการค้าที่เคยใช้รับแขกในร้านกาแฟสายตาของอดีตนักดนตรีหนุ่ม จับจ้องไปยังช่องว่างแคบๆ ระหว่างหลังตู้เสื้อผ้ากับเพดานห้อง“ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าโยนมันขึ้นไปไว้บนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่...” โอมเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “รู้แค่ว่าตอนนั้นผมไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง เดือนนั้นผมกินมาม่าติดกันสองอาทิตย์ แล้วผมก็ตัดสินใจเดินไปสมัครงานร้านก
อะดรีนาลีนเป็นสารเคมีที่ซื่อสัตย์แต่มักจะหมดฤทธิ์เร็วเสมอเมื่อการบอกลาที่หน้าสถานีรถไฟฟ้าจบลง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตัวเอง ปลายยืนมองไฟท้ายรถแท็กซี่ที่พ่นควันจางๆ พุ่งตัวออกไปสู่ถนนที่การจราจรยังคงอัมพาต ท้องฟ้ากรุงเทพมหานครเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ดวงดาว มีเพียงแสงสะท้อนจากไฟถนนที่ส่อง
กาแฟอเมริกาโน่เย็นในแก้วทรงสูงละลายจนรสชาติจืดชืดไม่ต่างอะไรกับน้ำเปล่าบรรยากาศในล็อบบี้เลาจน์ของโรงแรมห้าดาวยังคงคลาคล่ำไปด้วยนักธุรกิจที่จับกลุ่มคุยกันด้วยเสียงกระซิบกระซาบ ทว่าที่มุมกั้นความเป็นส่วนตัวมุมหนึ่ง กลุ่ม ‘สี่ทิศ’ นั่งจมจ่อมอยู่บนโซฟาตัวหนาอย่างเงียบงัน เวลาผ่านไปกว่าสามชั่วโมงแล้วนั
โถงทางเดินชั้น 50 ของโรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางย่านเพลินจิต ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสมรภูมิเงียบสงัดสำหรับบริษัทเอเจนซี่โฆษณาระดับท็อปของประเทศ พรมทอหนานุ่มสีแดงเบอร์กันดีดูดซับเสียงฝีเท้าจนหมด บรรยากาศเย็นเยียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วเข้มผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง กลุ่ม ‘สี่ทิศ’ นั่งเรียงกันอยู่บนโซ
ตีสี่สี่สิบห้านาที ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครยังคงมืดสนิท มีเพียงแสงไฟกะพริบจากยอดเสาสัญญาณบนตึกระฟ้าที่ยืนยันว่าเมืองนี้ไม่เคยหลับใหล ห้องวอร์รูมบนชั้น 42 ของเอเจนซี่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศและเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ แพรนอนขดตัวอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวโดยมีเสื้อสูทขอ