ระหว่างที่เราหายไป

ระหว่างที่เราหายไป

last updateDernière mise à jour : 2026-05-29
Par:  WandererMis à jour à l'instant
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
Notes insuffisantes
16Chapitres
2Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

"เราต่างพยายามไขว่คว้าหาความสุข... ด้วยการแอบมองชีวิตของคนอื่น" สิบปีหลังจากกอดคอกันเรียนจบนิเทศฯ 'ปลาย' ยังคงเป็นแค่ก็อปปี้ไรเตอร์ฟรีแลนซ์ที่รอคอยจุดเปลี่ยนของชีวิต ขณะที่เพื่อนรักอย่าง 'ต้น' ผงาดขึ้นเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ระดับท็อป 'แพร' อดีตคนรักกลายเป็นเจ้าของสตาร์ทอัพที่ใครๆ ก็จับตามอง และ 'บิว' เลือกทิ้งแสงสีไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่เชียงใหม่ ชีวิตที่เหมือนจะเดินกันไปคนละเส้นทาง ถูกกระชากให้กลับมาพบกันอีกครั้ง เมื่อโปรเจกต์โฆษณามูลค่ามหาศาลบังคับให้พวกเขาต้องมาร่วมทีมกัน การรวมตัวที่หน้าฉากดูเหมือนจะเป็นภาพฝันของมิตรภาพ กลับกลายเป็นความกดดัน การเปรียบเทียบ และความอิจฉาริษยา ทุกการเบรนสตอร์มคือการฟาดฟัน ทุกรอยยิ้มคือการซ่อนคมมีด และทุกคำว่า 'ไม่เป็นไร' คือการกดทับความจริงที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมา ในวงการที่ทุกคนต้องปั้นแต่งเรื่องราวเพื่อขายสินค้า... บางทีหน้ากากที่พวกเขากำลังสวมใส่ อาจจะเป็นผลงานโฆษณาที่หลอกลวงที่สุด

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1: “ความยินดี” ที่ปลายนิ้ว

แสงไฟนีออนสีส้มหม่นจากป้ายโฆษณาริมถนนสาทรสาดลอดผ่านบานกระจกของร้านกาแฟที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง กระทบลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า “ปลาย” ชายหนุ่มวัย 34 ปี นั่งจ้องหน้าจอแมคบุ๊กที่เปิดโปรแกรมพิมพ์เอกสารค้างไว้ เคอร์เซอร์กะพริบเป็นจังหวะเนิบนาบ ราวกับกำลังเยาะเย้ยความว่างเปล่าในหัวของเขา

บนหน้าจอคือบรีฟงานจากแบรนด์อาหารเสริมคอลลาเจนที่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ไปกว่า ‘กินแล้วขาวใส มั่นใจสู้กล้อง’ มันคืองานชิ้นเล็กๆ ที่เอเจนซี่หน้าใหม่โยนมาให้ฟรีแลนซ์อย่างเขารับช่วงต่อ ปลายถอนหายใจลากยาว เขาเป็นก็อปปี้ไรเตอร์มาสิบปี เคยฝันถึงงานคราฟต์ที่ได้รางวัลคานส์ไลอ้อนส์ (Cannes Lions) ฝันถึงแคมเปญที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมคนในสังคม แต่ความเป็นจริงในคืนนี้ เขากำลังพยายามคิดคำคล้องจองตื้นๆ เพื่อแลกกับค่าจ้างหมื่นห้าพันบาทที่ต้องรอเครดิตเทอมอีก 60 วัน

‘ยังไม่ถึงเวลาของเราหรอก... เดี๋ยวจังหวะมันก็มาเอง’

ปลายบอกตัวเองด้วยประโยคนี้ซ้ำๆ มาตั้งแต่ตอนอายุยี่สิบห้า จนตอนนี้ตัวเลขสามสิบสี่ขยับเข้ามากดทับบนบ่า เขาปลอบใจตัวเองด้วยคำว่า ‘อิสระ’ และ ‘การเป็นนายตัวเอง’ แต่นานวันเข้า เส้นแบ่งระหว่างความติสต์กับการไม่มีใครจ้างก็เริ่มเลือนลางลงทุกที

ปลายนิ้วที่ควรจะพิมพ์ก๊อปปี้โฆษณา กลับเลื่อนไปกดเปิดแท็บเบราว์เซอร์ใหม่โดยสัญชาตญาณ เขาเข้าสู่โซเชียลมีเดีย—ดินแดนที่ทุกคนมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ

โพสต์แรกที่เด้งขึ้นมาบนฟีดคือรูปภาพของ “ต้น” เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนนิเทศฯ ที่ BU ต้นในชุดสูทลำลองที่ดูตัดเย็บมาอย่างดี ยืนยิ้มกว้างอยู่ตรงกลางวงล้อมของลูกทีม มือข้างหนึ่งถือถ้วยรางวัล B.A.D Awards แคปชั่นเขียนด้วยความถ่อมตัวตามสไตล์คนเก่งที่รู้ว่าตัวเองเก่ง: ‘งานนี้จะสำเร็จไม่ได้เลยถ้าไม่มีทีมที่ดี ขอบคุณทุกคนที่อดทนกับความเอาแต่ใจของผมนะครับ เราเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น’

ปลายจ้องมองรอยยิ้มของเพื่อนรัก ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับก่อตัวขึ้นในช่องท้อง มันหนักอึ้งและเย็นเฉียบ มันไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือ ‘ความอิจฉา’ ที่ถูกบดบังด้วยคำว่ามิตรภาพ ปลายกับต้นเคยนั่งกินเบียร์กระป๋องริมฟุตบาทและวิจารณ์งานโฆษณายุคเก่าด้วยกัน เคยฝันว่าจะตั้งเอเจนซี่ด้วยกัน แต่ตอนนี้ ต้นคือ Executive Creative Director (ECD) ของเอเจนซี่ข้ามชาติ ส่วนเขายังนั่งคิดสโลแกนคอลลาเจนอยู่ในร้านกาแฟตอนตีหนึ่ง

ปลายกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ บังคับมุมปากให้ยกขึ้นแม้จะไม่มีใครเห็น ก่อนจะพิมพ์คอมเมนต์ลงไปว่า

“ยินดีด้วยนะมึง สุดยอดตลอดกาล นัดฉลองกันหน่อยโว้ย!”

พิมพ์จบเขาก็กดเอนเทอร์ ปิดท้ายด้วยอีโมจิรูปไฟลุกสามดวง นั่นคือสิ่งที่คนเป็นเพื่อนควรทำ... ใช่ไหม? การแสดงความยินดีที่ถูกเคลือบด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มที่บอกว่า ‘ฉันร่วมยินดีกับความสำเร็จของนาย’ แม้ในใจจะกำลังตั้งคำถามว่า ‘แล้วเมื่อไหร่จะถึงตากูบ้างวะ?

เขาเลื่อนฟีดต่อไป ถัดมาคือโพสต์จาก LinkedIn ของ “แพร” อดีตคนรักที่เลิกรากันไปเมื่อห้าปีก่อน แพรในลุคผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่ โพสต์บทความยาวเหยียดเกี่ยวกับ ‘การ Disrupt วงการครีเอทีฟด้วย AI และ Data-Driven Marketing’ แพรคือ Founder ของสตาร์ทอัพที่ดูเจิดจ้าที่สุดในรุ่น มีข่าวลงสื่อแทบทุกไตรมาส ปลายอ่านผ่านๆ เห็นคีย์เวิร์ดอย่าง Synergy, Agile และ Mindset เต็มไปหมด เขาแค่นหัวเราะในลำคอ แพรดูไปไกลเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึงแล้วจริงๆ

และปิดท้ายด้วยไอจีสตอรี่ของ “บิว” เพื่อนอีกคนในกลุ่ม ‘สี่ทิศ’ บิวเรียนจบอาร์ตไดเร็กชั่นมาด้วยฝีมือที่เก่งกาจที่สุดในรุ่น แต่กลับทิ้งทุกอย่างไปเปิดโฮมสเตย์และร้านกาแฟดริปเล็กๆ ที่แม่ริม เชียงใหม่ สตอรี่ของบิวมีแค่เสียงนกร้อง ต้นไม้สีเขียว และหยดน้ำกาแฟที่ค่อยๆ ไหลผ่านฟิลเตอร์ช้าๆ พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า ‘หายใจ’

ปลายมองสตอรี่นั้นแล้วรู้สึกถึงความย้อนแย้งในตัวเอง ใจหนึ่งเขามองว่าบิวคือคนที่ไม่ทะเยอทะยาน ยอมแพ้ต่อสนามแข่งขันในกรุงเทพฯ แต่อีกใจหนึ่ง เขากลับอิจฉาความสงบในแววตาของบิวผ่านรูปถ่ายเหล่านั้น—ความสงบที่ปลายไม่เคยค้นพบในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยบรีฟงานและการถูกเปรียบเทียบ

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ดังขัดจังหวะภวังค์ หน้าจอแสดงชื่อ ‘Mama’

“ปลาย น้าสมรเพิ่งไลน์มาอวดว่าลูกพี่ลูกน้องเราได้โปรโมทเป็นผู้จัดการแบงก์แล้วนะ เงินเดือนเฉียดแสนแล้ว... เมื่อไหร่ลูกจะเลิกเป็นฟรีแลนซ์สักที หางานประจำทำเถอะลูก 34 แล้วนะ ความมั่นคงมันสำคัญนะลูก”

ปลายถอนหายใจหนักกว่าเดิม ความกดดันจากครอบครัวคือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดว่าสังคมไม่ได้วัดคุณค่าของคุณที่ ‘ความสุข’ แต่วัดที่ ‘ตำแหน่ง’ และ ‘ตัวเลขในบัญชี’ การบอกผู้ใหญ่ว่าการเป็นฟรีแลนซ์คือการไขว่คว้าอิสระ เป็นเรื่องที่เสียเวลาเปล่าสำหรับวัฒนธรรมที่เชิดชูคนมีหน้ามีตา มีงานประจำที่เบิกค่ารักษาพยาบาลให้พ่อแม่ได้

เขาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วเพื่อตัดรำคาญและรักษาหน้าตัวเอง

“ผมสบายดีม้า งานโปรเจกต์ช่วงนี้เงินดีกว่างานประจำเยอะ ม้าไม่ต้องห่วงหรอก ไว้เดี๋ยวเดือนหน้าโอนเงินไปให้เพิ่มนะ”

เขาโกหก…..เงินในบัญชีเขาตอนนี้เหลืออยู่ไม่ถึงสามหมื่นบาทด้วยซ้ำ

ขณะที่ปลายกำลังจะพับหน้าจอแล็ปท็อปเพื่อยอมแพ้ให้กับค่ำคืนนี้ โทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นขึ้นมาเบอร์ที่โชว์บนหน้าจอทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว

‘ต้น (ECD)’

ปลายปล่อยให้สายเรียกเข้าดังอยู่สามครั้ง เพื่อไม่ให้ดูเหมือนว่าเขากำลังว่างหรือรอคอยสายจากใคร ก่อนจะสไลด์หน้าจอกดรับพร้อมกับปรับน้ำเสียงให้ดูตื่นตัวและร่าเริงตามสไตล์เพื่อนฝูง

“ไงมึง ท่าน ECD! เพิ่งไปคอมเมนต์ยินดีด้วยในเฟซบุ๊กเมื่อกี้เลย ฉลองอยู่ร้านไหนวะเนี่ย” ปลายทักทาย เสียงของเขาฟังดูเป็นธรรมชาติจนน่ากลัว

แต่เสียงที่ตอบกลับมากลับไม่สดใสอย่างที่คิด มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ถูกซ่อนไว้ใต้ภาพลักษณ์สวยหรูบนโซเชียล

“ปลาย... มึงคิวว่างป่าววะช่วงนี้”

ปลายชะงักไปนิดหนึ่ง อีโก้ในตัวสั่งให้เขาเล่นตัว “ก็... ตึงๆ อยู่ว่ะ มีโปรเจกต์ของแบรนด์อาหารเสริมค้างอยู่ มึงมีไรวะ”

“กูมีพิตช์งาน (Pitching) ตัวใหม่... แบรนด์รถยนต์ระดับชาติเลย งบมหาศาลที่สุดเท่าที่เอเจนซี่กูเคยทำมา” เสียงของต้นเริ่มมีประกายของความเครียดผสมกับความหวัง “กูอยากได้คนช่วย... และกูไม่ไว้ใจเด็กในทีมกูเลยว่ะ กูต้องการคนที่รู้ใจกู คนที่กูไม่ต้องมานั่งสอนเบสิก... กูต้องการมึงว่ะปลาย”

หัวใจของปลายเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งบีต คำว่า ‘งบมหาศาล’ และ ‘แบรนด์รถระดับชาติ’ คือตั๋วใบสำคัญที่จะดึงเขาให้ขึ้นมาผงาดในวงการได้ มันคือโอกาสที่เขาบอกตัวเองว่า ‘รอเวลา’ มาตลอดสิบปี

“งานใหญ่ขนาดนั้น เอเจนซี่มึงไม่มีคนทำหรือไงวะ” ปลายแกล้งถามเพื่อหยั่งเชิง

“มี... แต่กูอยากได้มึง” ต้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ปลายขนลุก “กูโทรหาแพรแล้ว แพรจะเข้ามาช่วยดูพาร์ท Data & Tech ให้ สตาร์ทอัพแพรกำลังต้องการโปรไฟล์งานสเกลนี้ไปต่อยอด... แล้วกูก็เพิ่งคุยกับบิว มันตกลงจะบินลงมาจากเชียงใหม่เพื่อมารับหน้าที่อาร์ตไดเร็กชั่นให้โปรเจกต์นี้ชั่วคราว”

ปลายเบิกตากว้าง กลุ่มสี่ทิศ... แก๊งเพื่อนสนิทที่เคยร่วมหัวจมท้ายกันสมัยทำธีสิสกำลังจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในรอบเกือบสิบปี

“มึง... เอาจริงดิ?” ปลายถามย้ำ

“เอาจริงดิวะ... ขาดแค่มึงคนเดียว ปลาย” ต้นย้ำ “มาทำด้วยกันเถอะวะ เหมือนสมัยก่อนไง... แต่ครั้งนี้เราจะชนะของจริง”

ปลายมองภาพสะท้อนของตัวเองบนกระจกสีชาของร้านกาแฟ เขามองเห็นผู้ชายวัยสามสิบสี่ที่กำลังหลงทาง ชายที่อิจฉาเพื่อน อิจฉาแฟนเก่า อิจฉาแม้กระทั่งเพื่อนที่ทิ้งทุกอย่างไปอยู่ในป่าเขา

“...กูก็ไม่ได้ว่างมากหรอกนะ” ปลายตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พยายามรักษาระยะห่างของศักดิ์ศรี “แต่เห็นแก่มึงที่กำลังเดือดร้อน เดี๋ยวกูเจียดเวลาไปช่วยดูให้ก็ได้”

“ขอบใจมากมึง พรุ่งนี้บ่ายโมง เจอกันที่ออฟฟิศกูนะ” ต้นตัดสายไป

ปลายวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เขามองหน้าจอแมคบุ๊กที่ว่างเปล่าอีกครั้ง ก่อนจะกดบันทึกไฟล์สโลแกนคอลลาเจนโง่ๆ นั้นแล้วพับหน้าจอลง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า—ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความยินดี แต่เป็นรอยยิ้มของนักรบที่กำลังจะได้กลับลงสู่สนามรบ

สนามรบที่ศัตรูไม่ใช่เอเจนซี่คู่แข่ง แต่เป็น ‘อีโก้’ และ ‘ความสำเร็จ’ ของเพื่อนสนิทที่เขารักที่สุด

และในค่ำคืนนั้น ปลายไม่รู้เลยว่าการกลับมารวมตัวกันครั้งนี้ จะไม่มีใครรอดพ้นจากการถูกกระชากหน้ากาก ‘ไม่เป็นไร’ ที่พวกเขาสวมใส่มันมาตลอดชีวิต

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
16
บทที่ 1: “ความยินดี” ที่ปลายนิ้ว
แสงไฟนีออนสีส้มหม่นจากป้ายโฆษณาริมถนนสาทรสาดลอดผ่านบานกระจกของร้านกาแฟที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง กระทบลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า “ปลาย” ชายหนุ่มวัย 34 ปี นั่งจ้องหน้าจอแมคบุ๊กที่เปิดโปรแกรมพิมพ์เอกสารค้างไว้ เคอร์เซอร์กะพริบเป็นจังหวะเนิบนาบ ราวกับกำลังเยาะเย้ยความว่างเปล่าในหัวของเขา บนหน้าจอคือบรีฟงานจากแบรนด์อาหารเสริมคอลลาเจนที่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ไปกว่า ‘กินแล้วขาวใส มั่นใจสู้กล้อง’ มันคืองานชิ้นเล็กๆ ที่เอเจนซี่หน้าใหม่โยนมาให้ฟรีแลนซ์อย่างเขารับช่วงต่อ ปลายถอนหายใจลากยาว เขาเป็นก็อปปี้ไรเตอร์มาสิบปี เคยฝันถึงงานคราฟต์ที่ได้รางวัลคานส์ไลอ้อนส์ (Cannes Lions) ฝันถึงแคมเปญที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมคนในสังคม แต่ความเป็นจริงในคืนนี้ เขากำลังพยายามคิดคำคล้องจองตื้นๆ เพื่อแลกกับค่าจ้างหมื่นห้าพันบาทที่ต้องรอเครดิตเทอมอีก 60 วัน ‘ยังไม่ถึงเวลาของเราหรอก... เดี๋ยวจังหวะมันก็มาเอง’ ปลายบอกตัวเองด้วยประโยคนี้ซ้ำๆ มาตั้งแต่ตอนอายุยี่สิบห้า จนตอนนี้ตัวเลขสามสิบสี่ขยับเข้ามากดทับบนบ่า เขาปลอบใจตัวเองด้วยคำว่า ‘อิสระ’ และ ‘การเป็นนายตัวเอง’ แต่นานวันเข้า เส้นแบ่งระหว่างความ
last updateDernière mise à jour : 2026-05-22
Read More
บทที่ 2: รอยยิ้มพลาสติก
โถงล็อบบี้ของอาคารสำนักงานใจกลางสุขุมวิทเย็นเฉียบจนบาดผิว ปลายยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองบนกระจกบานยักษ์ที่กรุผนังตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เสื้อยืดสีดำที่ซักจนคอเริ่มย้วย กางเกงยีนส์ตัวเก่ง และรองเท้าผ้าใบที่ผ่านการลุยฝนมานับไม่ถ้วน ดูตัดกับพนักงานออฟฟิศที่เดินขวักไขว่ด้วยชุดสูทและเดรสแบรนด์เนมอย่างสิ้นเชิง เขาล้วงหยิบบัตรประชาชนออกมาวางบนเคาน์เตอร์หินอ่อนเพื่อแลกบัตรผู้มาติดต่อ พนักงานต้อนรับสาวส่งยิ้มตามมารยาท พลางยื่นบัตรแข็งสีเงินที่มีโลโก้เอเจนซี่ของ ‘ต้น’ ให้เขาพร้อมบัตรประชาชน ขณะที่ก้าวเข้าไปในลิฟต์ความเร็วสูง ตัวเลขชั้นที่พุ่งทะยานขึ้นไปทำให้อาการหูอื้อกำเริบเบาๆ พร้อมกับความรู้สึกโหวงในช่องท้อง อายุสามสิบสี่ปีแล้ว... ปลายก้มมองบัตรประชาชนของตัวเองในมือ การไม่มีบัตรพนักงานหมายถึงการไม่มีสวัสดิการใดๆ รองรับชีวิต เขาจำได้ดีว่าตัวเองเคยก้มหน้าก้มตาส่งเงินสมทบทุนมาตลอดในช่วงที่เคยทำงานประจำ ก่อนจะตัดสินใจลาออกเมื่อหลายปีก่อนเพื่อแสวงหาคำว่า ‘อิสระ’ แต่ตอนนี้ ความเป็นจริงเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลที่หายไป และเงินบำนาญชราภาพที่ดูริบหรี่ กลายเป็นเงาทะมึนที่คอยหลอกหลอนเขาทุกครั้งที่รู้
last updateDernière mise à jour : 2026-05-22
Read More
บทที่ 3: ดาต้า หน้ากาก และซากความฝัน
สามวันหลังจากการประชุมครั้งแรก ห้องกระจกของต้นกลายสภาพเป็นวอร์รูม (War Room) ที่เต็มไปด้วยกระดานไวท์บอร์ด โพสต์อิทหลากสี และแก้วกาแฟที่ถูกทิ้งไว้ข้ามคืน บรรยากาศในห้องตลบอบอวลไปด้วยความเครียดที่ถูกกดทับไว้ใต้รอยยิ้มบางๆ แบบมืออาชีพ แพรยืนอยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์ เลเซอร์พอยเตอร์ในมือของเธอชี้ไปที่กราฟแสดงพฤติกรรมผู้บริโภค “จาก Data ที่แพลตฟอร์มเราเก็บมาตลอดหกเดือนหลังสุด” แพรเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน มั่นใจแบบคนที่คุ้นเคยกับการพิตช์งานกับนักลงทุน “อินไซต์ของคนไทยวัยทำงานตอนต้นถึงกลาง สิ่งที่พวกเขาโหยหาที่สุดไม่ใช่ ‘การพักผ่อน’ แต่คือ ‘การได้รับการยอมรับ’ (Recognition) ตัวเลขชี้ชัดเลยว่า ยอดเอ็นเกจเมนต์ของคอนเทนต์ที่โชว์ความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือเลื่อนตำแหน่ง สูงกว่าคอนเทนต์สายฮีลใจถึงสามเท่า” แพรกดเปลี่ยนสไลด์ หน้าจอแสดงรูปภาพจำลองของป้ายโฆษณาที่ใช้ AI สร้างขึ้น เป็นภาพชายหนุ่มใส่สูทยืนพิงรถ EV คันหรู ท่ามกลางแสงไฟเมืองหลวง พร้อมสโลแกน ‘พุ่งทะยานสู่ความสำเร็จที่ใครก็ต้องมอง’ “นี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการ…ต้น” แพรหันไปทางเจ้าของห้อง “ภาพลักษณ์ที่บอกว่า ฉันรอดแล
last updateDernière mise à jour : 2026-05-23
Read More
บทที่ 4: ราคาของความสมบูรณ์แบบ
เข็มนาฬิกาบนผนังออฟฟิศชี้บอกเวลาตีสองสี่สิบห้านาที เสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอคือเสียงเดียวที่หลงเหลืออยู่ในชั้น 42 ของอาคารสำนักงานใจกลางเมือง แสงไฟในโซนทำงานส่วนใหญ่ถูกปิดลงแล้ว เหลือเพียงไฟดาวน์ไลท์ไม่กี่ดวงที่ส่องสว่างลงมาตรงโต๊ะทำงานชั่วคราวของปลาย หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงสว่างจ้า สะท้อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยตีนกาบางๆ และหนวดเคราที่ไม่ได้โกนมาสองวัน ปลายนั่งจ้องหน้ากระดาษดิจิทัลที่ว่างเปล่ามานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว โฟลเดอร์ข้อมูลที่แพรส่งมาให้ถูกเปิดทิ้งไว้ กราฟแท่งและตัวเลขสถิตินับไม่ถ้วนพยายามบอกเขาว่าผู้บริโภคยุคนี้ต้องการอะไร มันคือข้อมูลเชิงธุรกิจที่แม่นยำ มันคือความจริงของโลกทุนนิยม แต่สำหรับก็อปปี้ไรเตอร์อย่างเขา ตัวเลขพวกนี้มันแห้งแล้งเกินกว่าจะกลั่นออกมาเป็นตัวหนังสือที่สัมผัสหัวใจคนได้ ปลายถอนหายใจยาว เขายกมือขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบๆ จากการอดนอน สมองของเขาเริ่มประมวลผลสิ่งรอบตัว วงการโฆษณาในระดับเอเจนซี่ข้ามชาติแบบนี้ แท้จริงแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับสมรภูมิการขายงานแบบ B2B (Business-to-Business) สเกลยักษ์ ต้น ไม่ได้มีหน้าที่แค่คิดงานศิลปะหรือประดิษฐ์คำสวยหรู แ
last updateDernière mise à jour : 2026-05-23
Read More
บทที่ 5: ยอดภูเขาน้ำแข็งและตัวเลขที่ติดลบ
เสียงฝนตกกระทบกระจกหน้ารถยุโรปสีดำขลับดังประสานกับเสียงที่ปัดน้ำฝนซึ่งทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ภายในห้องโดยสารที่เก็บเสียงได้อย่างสมบูรณ์แบบ แอร์คอนดิชันเนอร์ปรับอุณหภูมิไว้ที่ 22 องศาเซลเซียส น้ำหอมปรับอากาศกลิ่นไม้หอมซีดาร์วูดให้ความรู้สึกหรูหราและเงียบสงบ แต่มันไม่อาจดับความร้อนรุ่มในใจของผู้หญิงที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยได้เลย “แพร... พี่พูดตรงๆ นะ รันเวย์ (Runway) ของเราตอนนี้เหลือไม่ถึงสองเดือนแล้ว ถ้าเดือนหน้าเรายังปิดดีล Series A กับทางเวนเจอร์แคปปิตอล (VC) ของสิงคโปร์ไม่ได้ บริษัทเราต้องปลดคนออกอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง หรือไม่ก็... ต้องเตรียมยื่นล้มละลาย” เสียงของผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของบริษัทดังลอดออกมาจากลำโพงบลูทูธ น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “แพรรู้แล้วพี่นพ แพรเห็นตัวเลขในรีพอร์ตแล้ว” แพรตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามกดให้เรียบและนิ่งที่สุด แม้ว่าก้อนเนื้อในอกซ้ายจะเต้นรัวจนแทบทะลุออกมา “แพรกำลังพยายามอยู่ ทางฝั่งสิงคโปร์เขาแค่ต้องการ Use Case ระดับสเกลประเทศเพื่อเมกชัวร์ว่าแพลตฟอร์ม Data ของเรามันสเกลอัปได้จริง ถ้าแพรเอาโปรเจกต์ขอ
last updateDernière mise à jour : 2026-05-23
Read More
บทที่ 6: ศิลปะการหลบหนีและสตอรี่บอร์ดของคนบาป
ตีสี่สี่สิบห้านาที ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครยังคงมืดสนิท มีเพียงแสงไฟกะพริบจากยอดเสาสัญญาณบนตึกระฟ้าที่ยืนยันว่าเมืองนี้ไม่เคยหลับใหล ห้องวอร์รูมบนชั้น 42 ของเอเจนซี่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศและเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ แพรนอนขดตัวอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวโดยมีเสื้อสูทของต้นห่มทับไว้ รอยคราบมาสคาร่ายังคงทิ้งร่องรอยจางๆ ไว้ใต้ตา ต้นฟุบหน้าหลับอยู่กับโต๊ะกระจกโดยมีกองกระดาษบรีฟงานหนุนต่างหมอน ส่วนปลาย... ก็อปปี้ไรเตอร์ผู้ประกาศตัวว่าเป็นผู้แพ้ นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นพรมอย่างไม่สนใจมาดใดๆ แขนข้างหนึ่งก่ายหน้าผาก ราวกับว่าแม้แต่ในความฝัน เขาก็ยังพยายามคิดหาคำโฆษณาอยู่ …มีเพียงคนเดียวในห้องที่ยังคงตื่นอยู่ “บิว” นั่งอยู่หลังโต๊ะดราฟต์งานตรงมุมห้อง แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบกระดาษขนาด A3 ที่ถูกตีเส้นแบ่งเป็นช่องสี่เหลี่ยมสำหรับวาดสตอรี่บอร์ด (Storyboard) เสียงปลายดินสอ 4B ขูดขีดลงบนผิวกระดาษดังแกรกๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอและหนักแน่น บิวกำลังลงเงาในช่องที่เจ็ด... ช่องที่เป็นภาพโคลสอัปดวงตาของผู้หญิงในรถ EV คันนั้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและโดดเดี่ยว บิวหยุดมือ
last updateDernière mise à jour : 2026-05-23
Read More
บทที่ 7: สมรภูมิร้อยล้านและสูทที่ไร้รอยยับ
โถงทางเดินชั้น 50 ของโรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางย่านเพลินจิต ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสมรภูมิเงียบสงัดสำหรับบริษัทเอเจนซี่โฆษณาระดับท็อปของประเทศ พรมทอหนานุ่มสีแดงเบอร์กันดีดูดซับเสียงฝีเท้าจนหมด บรรยากาศเย็นเยียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วเข้มผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง กลุ่ม ‘สี่ทิศ’ นั่งเรียงกันอยู่บนโซฟาบุหนังหน้าห้องแกรนด์บอลรูม ซึ่งถูกใช้เป็นห้อง Pitching งานของแบรนด์รถยนต์ EV สัญชาติญี่ปุ่น พวกเขาทั้งสี่คนอยู่ในชุดที่ดู ‘เป็นทางการที่สุด’ เท่าที่จะหาได้ในเวลาจำกัด ต้นสวมสูทสีกรมท่าที่แม้จะดูดีแต่ก็ไม่อาจซ่อนรอยคล้ำใต้ตา แพรอยู่ในชุดเดรสสูทสีดำเรียบหรูที่ปกปิดความกังวลไว้มิดชิด บิวยอมสละเสื้อฝ้ายมาใส่เชิ้ตสีขาวทับด้วยเบลเซอร์สีเทาหม่น ส่วนปลาย... เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสแล็กที่เพิ่งรีดเมื่อเช้า เป็นชุดที่เขาเคยใส่สมัยทำงานเซลส์ขายโปรเจกต์ B2B เมื่อหลายปีก่อน “ตื่นเต้นเหรอวะ” ปลายหันไปถามต้นที่กำลังนั่งประสานมือและเคาะนิ้วโป้งเข้าหากันรัวๆ “นิดหน่อยว่ะ” ต้นพึมพำ “กูไม่ได้พิตช์งานด้วยความรู้สึก ‘ไม่มั่นใจ’ แบบนี้มานานแล้ว ปกติกูจะถือ Data เข้าไปฟาดหน้าลูกค้า แต่วันนี้.
last updateDernière mise à jour : 2026-05-24
Read More
บทที่ 8: รสชาติของความพ่ายแพ้ และเมล็ดพันธุ์แห่งคินสึงิ
กาแฟอเมริกาโน่เย็นในแก้วทรงสูงละลายจนรสชาติจืดชืดไม่ต่างอะไรกับน้ำเปล่าบรรยากาศในล็อบบี้เลาจน์ของโรงแรมห้าดาวยังคงคลาคล่ำไปด้วยนักธุรกิจที่จับกลุ่มคุยกันด้วยเสียงกระซิบกระซาบ ทว่าที่มุมกั้นความเป็นส่วนตัวมุมหนึ่ง กลุ่ม ‘สี่ทิศ’ นั่งจมจ่อมอยู่บนโซฟาตัวหนาอย่างเงียบงัน เวลาผ่านไปกว่าสามชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่พวกเขาเดินออกจากห้องพรีเซนต์งาน ความเงียบระหว่างเพื่อนทั้งสี่ไม่ได้เกิดจากความโกรธเคือง แต่มันคือความว่างเปล่าที่หนักอึ้งโทรศัพท์มือถือของต้นที่วางอยู่กลางโต๊ะกระจกสั่นครืด ทำลายความเงียบงันนั้นลงหน้าจอแสดงชื่อ ‘เลขาฯ คุณสมภพ’ทุกคนกลั้นหายใจโดยไม่ได้นัดหมาย ต้นเอื้อมมือที่สั่นเทาเล็กน้อยไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย เขากรอกเสียงลงไปอย่างราบเรียบ “ครับ... ต้นรับสายครับ”ปลายจับจ้องไปที่ใบหน้าของเพื่อนรัก เขามองเห็นคิ้วของต้นกระตุกเล็กน้อย เห็นริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง และเห็นไหล่ที่เคยตั้งตรงค่อยๆ ลู่ลงเหมือนผ้าที่เปียกน้ำ ต้นไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไปนอกจากคำว่า “เข้าใจครับ ขอบพระคุณมากครับที่ให้โอกาส” ก่อนจะกดวางสายต้นวางโทรศัพท์ลงที่เดิม เขาเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนทั้งสามคน
last updateDernière mise à jour : 2026-05-25
Read More
บทที่ 9: เศษเสี้ยวของการมีชีวิต
อะดรีนาลีนเป็นสารเคมีที่ซื่อสัตย์แต่มักจะหมดฤทธิ์เร็วเสมอเมื่อการบอกลาที่หน้าสถานีรถไฟฟ้าจบลง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตัวเอง ปลายยืนมองไฟท้ายรถแท็กซี่ที่พ่นควันจางๆ พุ่งตัวออกไปสู่ถนนที่การจราจรยังคงอัมพาต ท้องฟ้ากรุงเทพมหานครเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ดวงดาว มีเพียงแสงสะท้อนจากไฟถนนที่ส่องให้เห็นเมฆฝนที่ยังคงลอยต่ำกว่าปลายจะฝ่ารถติดกลับมาถึงคอนโดมิเนียมเก่าๆ ย่านชานเมืองของตัวเอง เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบสี่ทุ่มเสียงลูกกุญแจทองเหลืองเสียดสีกับรูกุญแจประตูดังแกรกๆ มันเป็นเสียงที่คุ้นเคยและน่าเบื่อหน่ายที่สุดในชีวิต ปลายผลักประตูไม้อัดที่บานพับเริ่มฝืดเข้าไป กลิ่นอับชื้นของห้องที่ไม่ได้เปิดหน้าต่างระบายอากาศมาหลายวันลอยมาปะทะจมูก เขาเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟ หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์กะพริบติดๆ ดับๆ อยู่สามครั้งก่อนจะสว่างขึ้น เผยให้เห็นสภาพห้องสี่เหลี่ยมขนาดสามสิบตารางเมตรที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยตลอดห้าปีที่ผ่านมากองหนังสือที่วางระเกะระกะบนพื้น จานชามสองสามใบที่ยังไม่ได้ล้างในซิงก์ ราวตากผ้าที่แขวนเสื้อยืดสีซีดๆ และโต๊ะทำงานตัวเล็กที่เต็มไปด้วยซองจดหมายทวงหนี้บัตรเครดิตปลายทิ้งตัวลงบนเตียงที
last updateDernière mise à jour : 2026-05-25
Read More
บทที่ 10: บาดแผลที่โต๊ะข้างๆ
กรุงเทพมหานครตอนเที่ยงวันไม่เคยปรานีใคร ไม่ว่าคุณจะเป็นเศรษฐีพันล้านหรือพนักงานกินเงินเดือนขั้นต่ำ พระอาทิตย์ก็พร้อมจะแผดเผาอย่างเท่าเทียมร้านข้าวแกงป้าพรตั้งอยู่บนฟุตบาทในซอยแคบๆ ห่างจากตึกออฟฟิศหรูของต้นเพียงร้อยกว่าเมตร หลังคากันสาดผ้าใบสีน้ำเงินซีดจางถูกขึงไว้ลวกๆ เพื่อบังแดด มีพัดลมตั้งพื้นตัวใหญ่ที่ส่ายไปมาพร้อมกับส่งเสียงดังแกรกๆ พ่นลมร้อนที่ปะปนไปด้วยกลิ่นควันรถและกลิ่นน้ำปลาพริกเข้าใส่ลูกค้าที่นั่งเบียดเสียดกันอยู่บนเก้าอี้พลาสติกกลุ่ม ‘สี่ทิศ’ นั่งล้อมวงกันอยู่ที่โต๊ะสเตนเลสตัวในสุด ชิดติดกับกำแพงสังกะสีของเขตก่อสร้างแพรในชุดเดรสทำงานแบรนด์เนมที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนเพื่อกันแดด นั่งใช้ทิชชูแผ่นบางๆ ซับเหงื่อที่ซึมตามไรผมอย่างระมัดระวัง เธอไม่ได้รังเกียจสถานที่แห่งนี้ แต่ความร้อนและฝุ่นควันทำให้ผู้บริหารหญิงอย่างเธอรู้สึกไม่สบายตัว ทว่าเมื่อมองจานข้าวสวยร้อนๆ ที่ราดด้วยแกงเขียวหวานไก่และหมูทอดตรงหน้า เธอกลับรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมานาน... รสชาติของสมัยเรียนมหาวิทยาลัย รสชาติของช่วงเวลาที่เธอยังไม่ต้องแบกตัวเลขยอดขายหลักสิบล้าน“มึงบอกป้าเขาให้ตักไ
last updateDernière mise à jour : 2026-05-26
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status