All Chapters of ดุจน้ำค้างรุ่งสางกับแสงจางริบหรี่: Chapter 11 - Chapter 19

19 Chapters

บทที่ 11

ความหงุดหงิดอัดอั้นที่กดทับอยู่ในอกของฉีเหย่มาหลายวันพลันระเบิดขึ้นในทันที ราวกับมีคนจุดชนวนเข้าให้ ตูมเดียว ทุกอย่างก็พังทลายหมดสิ้น เขากระชากช่อดอกไม้ติดอกออกอย่างแรงแล้วฟาดลงพื้น ช่อดอกไม้เด้งอยู่สองที ก่อนกลิ้งไปบนพรมแดงอย่างโดดเดี่ยว“พวกคุณล้อผมเล่นบ้าอะไรกันวะ?!” เสียงของเขาดังก้องไปทั่วหอประชุม จนทุกคนสะดุ้งตกใจ “เรื่องแต่งงานใหญ่ขนาดนี้ เปลี่ยนตัวเจ้าสาวแล้วยังไม่บอกผมอีก?!”ทั้งงานแตกตื่นทันทีแขกในงานต่างหันไปซุบซิบกระซาบกัน เหมือนฝูงนกกระจอกที่ถูกทำให้แตกตื่น ส่งเสียงจอแจไม่หยุด บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นของคนที่กำลังรอดูเรื่องสนุกเวินอวิ๋นหว่านยืนอยู่บนพรมแดง ใบหน้าซีดขาว มือไม้ทำอะไรไม่ถูก กำชายกระโปรงแน่นจนข้อนิ้วซีด ดวงตาแดงก่ำราวกับกำลังจะร้องไห้ออกมาแม่ของเขาหน้าบึ้งตึง ลุกพรวดขึ้นทันที “ฉีเหย่! ทำอะไรระวังหน่อย ให้มันรู้บ้างว่านี่ที่ไหน!”“ระวังบ้าอะไรล่ะ!” ฉีเหย่ระเบิดอารมณ์เต็มที่ เขายกเท้าถีบชั้นวางดอกไม้ข้างตัวจนคว่ำลงกับพื้น แจกันแตกกระจาย น้ำกับดอกไม้หกเกลื่อน กลีบดอกไม้เปื้อนดินดูน่าอนาถ “ผมไม่สนว่าเธอจะเป็นลูกสาวตระกูลเวินหรือไม่ งานแต่งนี้ผมไม่แต
Read more

บทที่ 12

ฉีเหย่จ้องกระดาษโน้ตแผ่นนั้น รูม่านตาหดตัวลงอย่างรุนแรงเธอบอกว่า เธอไม่รักแล้วมือของฉีเหย่กำแน่นในทันที กระดาษโน้ตถูกขยำจนยับยู่ยี่ ขอบกระดาษทิ่มเข้าฝ่ามือจนเจ็บเล็กน้อย แต่เขาไม่ยอมปล่อย“เหลวไหล!” เขาคำรามออกมา เสียงก้องสะท้อนอยู่ในวิลล่าที่ว่างเปล่า ราวกับเสียงร้องของสัตว์ป่า “อยู่ๆ จะบอกว่าไม่รักก็ไม่รักงั้นเหรอ?! ตามจีบฉันมาตั้งเจ็ดปี แล้วจะบอกว่าไม่รักแล้วเนี่ยนะ?!”เขาคว้าแหวนขึ้นมาแล้วฟาดลงพื้นอย่างแรง หยกกระแทกเข้ากับกระเบื้องจนเกิดเสียงใสกังวาน เด้งอยู่สองทีแล้วกลิ้งไปติดมุมกำแพงเขาพุ่งไปเก็บมันขึ้นมา ฟาดลงพื้นอีก เก็บขึ้นมาอีก ทำซ้ำอยู่หลายครั้ง แหวนเปื้อนฝุ่น เขากำมันไว้ในฝ่ามือแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เส้นเลือดบนหลังมือปูดนูนขึ้นมาจังหวะนั้นเอง ลู่ฉือผลักประตูเข้ามา ก็ได้เห็นภาพตรงหน้าก็คือฉากนี้ฉีเหย่ยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นอันว่างเปล่า มือกำแหวนเอาไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำ อกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ทั้งตัวเขาเหมือนสัตว์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บ กำลังแผ่กลิ่นอายอันตรายที่ใกล้จะควบคุมไม่อยู่“อาเหย่...” ลู่ฉือเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง น้ำเสียงเบาราวกับกำลังปลอบแมวที่กำลังพองขน
Read more

บทที่ 13

จดหมายรักปึกแล้วปึกเล่า ซองสีชมพู ซองสีฟ้า ซองสีขาว บางซองยังมีสติกเกอร์ติดอยู่ แปะเบี้ยวๆ บิดๆ ราวกับตอนติดมือกำลังสั่นเศษข่าวทีละแผ่น ปกนิตยสาร ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ทั้งหมดเป็นรูปของเขา บางรูปถูกตัดมาจากนิตยสาร ขอบกระดาษถูกตัดอย่างเรียบร้อย บางรูปเป็นภาพที่พิมพ์ออกมา ความละเอียดไม่สูงนัก ภาพเบลอเล็กน้อย แต่เธอก็ยังเก็บไว้มีกระดาษห่อลูกอมแท่งอยู่ชิ้นหนึ่ง ยับย่นจนดูไม่ได้ เป็นพลาสติกใสที่พิมพ์ลายสตรอว์เบอร์รีเอาไว้เขาเคยโยนมันทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ แต่เธอเก็บมันกลับมายังมีรูปถ่ายอีกใบหนึ่ง เป็นภาพถ่ายหมู่ตอนสองครอบครัวมารวมตัวกัน เขาทำหน้าเบื่อหน่าย หันหน้าไปมองทางอื่น ส่วนเธอยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์ มุมปากยกสูง เผยให้เห็นฟันขาวเล็กน้อย ด้านหลังรูปมีตัวหนังสือเขียนไว้หนึ่งบรรทัด แต่ภาพไม่ชัดเกินไป มองไม่ออกว่าเขียนอะไรฉีเหย่จ้องสิ่งของเหล่านั้น นิ้วมือกำขอบโต๊ะแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อไม้ เศษไม้ทิ่มเข้าไปในซอกเล็บจนเจ็บ แต่เขาไม่ยอมปล่อยมือเธอทิ้งของพวกนี้หมดแล้วเธอทิ้งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาเขานึกถึงคำพูดของเธอขึ้นมา “อีกไม่นาน ฉันก็จะไม่กวนคุณแล้ว”เธอไม่ได้พูดประ
Read more

บทที่ 14

ฉีเหย่าส่ายหน้า เสียงแหบพร่าราวกับถูกควันบุหรี่รมมาเป็นเวลานาน “ไม่เจอ เธอเหมือนหายไปจากโลกนี้เลย”ลู่ฉือเงียบไปครู่หนึ่ง เขาพิงอยู่กับประตูรถ ยืนเคียงข้างฉีเหย่ ทั้งคู่ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเสียงสายน้ำไหลเอื่อยดังซ่าๆ ไม่รีบร้อน ไม่เชื่องช้า“อาเหย่ ฉันมีเรื่องหนึ่งอยากบอกนาย” ลู่ฉือเอ่ยขึ้นกะทันหัน น้ำเสียงสงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความจริงจังที่ยากจะอธิบาย“เรื่องอะไร”“นายจำได้ไหม คืนที่เหมียนถวนตาย เวินซูเยว่ตกลงมาจากชั้นสอง”ฉีเหย่ขมวดคิ้ว บุหรี่ยังคีบอยู่ระหว่างนิ้วมือ เถ้าบุหรี่ร่วงลงมาอีกช่วงหนึ่ง “จะพูดถึงเรื่องนั้นทำไม?”“หลังจากนั้นฉันไปสืบมา” ลู่ฉือหันไปมองเขา แววตาจริงจัง แสงไฟถนนส่องกระทบใบหน้า ทำให้ครึ่งหนึ่งสว่าง อีกครึ่งหนึ่งจมอยู่ในเงา “เหมียนถวนไม่ได้ถูกเวินซูเยว่วางยาตาย เป็นฝีมือของคนรับใช้คนนั้นต่างหาก เธอกลัวว่านายจะโทษที่ดูแลแมวไม่ดี เลยจงใจบอกว่าเวินซูเยว่เป็นคนปล่อยแมวออกไป ส่วนยาเบื่อหนูก็เป็นเธอที่ป้อนเอง เพื่อโยนความผิดให้เวินซูเยว่”รูม่านตาของฉีเหย่หดตัวลงทันที นิ้วมือคลายออก บุหรี่หล่นลงพื้น กลิ้งอยู่สองที ก่อนตกลงไปในร่องข้างถนน“นายว่าอะไรนะ?!”“
Read more

บทที่ 15

ฉีเหย่ชะงักงัน น้ำตาเกาะอยู่บนแพขนตา แต่ไม่ยอมร่วงลงมา“ลองคิดดูสิ” ลู่ฉือมองเข้าไปในดวงตาของเขา พูดช้าๆ ทีละคำ “นายบอกว่าเธอน่าเบื่อ แต่ตอนที่เธอซ้อมเปียโนจนมือเต็มไปด้วยด้าน นายเคยแอบมองเธอหรือเปล่า? นายบอกว่าเธอหัวโบราณ แต่ทุกครั้งที่เธอคอยดูแลคอยจัดการเรื่องของนาย ในใจนายจริงๆ แล้วรู้สึกดีหรือเปล่า? นายบอกว่าเกลียดเธอ แต่ตลอดเจ็ดปีที่เธอวิ่งตามนาย มีครั้งไหนบ้างที่นายผลักไสเธอจริง ๆ”ฉีเหย่าอ้าปาก แต่พูดอะไรไม่ออก ลำคอเหมือนมีอะไรบางอย่างติดค้างอยู่“นายพาเซี่ยอวิ๋นซูไปอวดไปทั่ว จูบเธอต่อหน้าเวินซูเยว่ นายไม่รู้สึกเลยเหรอว่าตัวเองทำตัวเด็กมาก?” น้ำเสียงของลู่ฉือไม่ได้ดังนัก แต่ทุกคำพูดกลับเหมือนค้อนที่กระแทกลงบนหัวใจของเขาทีละครั้ง “นายไม่ได้ชอบเซี่ยอวิ๋นซูหรอก นายแค่อยากยั่วให้เวินซูเยว่หึง นายอยากเห็นเธอหึง อยากเห็นเธอวิ่งตามนาย อยากให้สายตาและความสนใจทั้งหมดของเธออยู่ที่นายคนเดียว”“หุบปาก!” เสียงของฉีเหย่าแหบจนแทบไม่เป็นเสียง ราวกับถูกบีบออกมาจากลำคอ“นายชอบเธอมานานแล้ว” ลู่ฉือไม่ได้หยุดพูด บุหรี่ยังคีบอยู่ระหว่างนิ้ว เถ้าบุหรี่ร่วงลงพื้นเต็มไปหมด “นายแค่ชินกับการมีเธออยู่
Read more

บทที่ 16

เถ้าแก่เบ้ปาก ก่อนจะพูดออกมาประโยคหนึ่ง "เธอไม่มีคู่หมั้นสักหน่อย เธอบอกว่าเธออยู่ตัวคนเดียว ไม่มีครอบครัว"ฉีเหย่รู้สึกเจ็บในใจขึ้นมา เหมือนถูกมีดทื่อๆ กรีดลงไป ไม่ใช่ความเจ็บแหลมคม แต่เป็นความอึดอัด หน่วงๆ หนักๆ ทีละนิดทีละหน่อยเขาไม่พูดอะไร เดินขึ้นไปชั้นสามทันที ก้าวยาวมาก ก้าวทีเดียวข้ามไปสองขั้นบันไดเขายืนอยู่หน้าห้อง 301 สูดหายใจเข้าลึก นิ้วมือหดเกร็งขึ้นเล็กน้อย แล้วเคาะประตูประตูเปิดออกเวินซูเยว่ยืนอยู่ตรงประตู สวมเสื้อยืดที่ซักจนสีซีด คอเสื้อยืดออกเล็กน้อย ผมถูกรวบอย่างลวกๆ มีเส้นผมหลุดรุ่ยตกลงมาข้างแก้มใบหน้ายังคงซีดขาว ริมฝีปากแห้งแตก ข้อมือยังพันผ้าพันแผลอยู่ ยังไม่ได้แกะ พันอยู่หลายรอบแล้ว ดูสกปรกเล็กน้อย ขอบผ้ารุ่ยออกแล้ววินาทีที่เห็นเขา สีหน้าของเธอไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆไม่ใช่ดีใจ ไม่ใช่โกรธ ไม่ใช่เศร้าแค่สงบเหมือนมองคนแปลกหน้า“คุณมาทำไม?” เธอถาม น้ำเสียงเรียบเฉย เหมือนถามว่าอากาศวันนี้เป็นยังไงฉีเหย่มองท่าทีเย็นชานั้นของเธอ ลำคอเหมือนมีอะไรอุดอยู่ คำพูดนับพันนับหมื่นติดอยู่ตรงคอ พูดไม่ออกสักคำ“ฉันมาหาคุณ” เสียงของเขาแหบเหมือนถูกกระดาษทรายขูด “ก
Read more

บทที่ 17

ฉีเหย่ยืนอยู่หน้าประตูโรงแรมตลอดบ่าย ไม่ได้จากไปไหนเขานั่งอยู่บนขั้นบันได เสื้อสูทถอดพาดไว้บนเข่า แขนเสื้อเชิ้ตพับขึ้นถึงข้อศอก แขนถูกยุงกัดเป็นตุ่มหลายจุด แต่เขาไม่เกาเลยสักครั้งเขาโทรหาลู่ฉือ เสียงแหบหนัก “ช่วยฉันตรวจเซี่ยอวิ๋นซู”“ตรวจอะไร”“ตรวจทุกอย่างที่เธอทำมาตลอดหลายปี โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเวินซูเยว่”ลู่ฉือเงียบไปครู่หนึ่ง เสียงกดคีย์บอร์ดดังมาจากปลายสาย “ในที่สุดนายก็คิดได้แล้วเหรอ?”“อย่าพูดมาก รีบไปตรวจ”หนึ่งชั่วโมงต่อมา ลู่ฉือส่งไฟล์มาให้ หนากว่าสิบหน้า ตัวอักษรแน่นขนัด มีทั้งภาพแคป หน้าจอ เสียงบันทึก และรายการโอนเงินฉีเหย่กดเปิดอ่าน สีหน้าค่อยๆ มืดลงเรื่อยๆสิ่งที่เซี่ยอวิ๋นซูทำมาตลอด ไม่ได้มีแค่เรื่องลักพาตัวและใส่ร้ายเธอจ้างคนไปทำมือกับรถของเวินซูเยว่ ท่อเบรกถูกกรีดจนรั่ว เบรกเสีย เวินซูเยว่เกือบขับตกสะพานทางยกระดับตอนกลับบ้านครั้งนั้นเวินซูเยว่นอนโรงพยาบาลหนึ่งสัปดาห์ ซี่โครงร้าวสองซี่ ศีรษะถูกเย็บสี่เข็มเขาคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ และไม่เคยไปดูเธอเลยเธอจ้างคนขโมยผลงานออกแบบของเวินซูเยว่ เวินซูเยว่เรียนออกแบบเครื่องประดับ ผลงานจบการศึกษาของเธอเป็น
Read more

บทที่ 18

เขากดวางสาย สีหน้าดำทะมึน นิ้วกำโทรศัพท์แน่นจนแทบบิดผิดรูปเขาโทรหาทนาย เสียงเย็นแข็ง “ฉันจะฟ้องเซี่ยอวิ๋นซู ข้อหาทำร้ายร่างกาย หมิ่นประมาท ใส่ร้าย ฟ้องทั้งหมด”“หลักฐานพอไหม”“พอ” น้ำเสียงฉีเหย่เหมือนถูกบีบออกมาจากไรฟัน “ไม่พอก็หาเพิ่ม”จัดการเรื่องเซี่ยอวิ๋นซูเสร็จ เขากลับไปที่หน้าโรงแรมอีกครั้งฟ้ามืดแล้ว ไฟถนนสว่างขึ้น แสงสีส้มหม่นๆ ส่องลงมาบนขั้นบันได ส่องลงบนตัวเขา ทอดเงายาวออกไปเขาเคาะประตูห้อง 301“คุณยังมาทำไมอีก” เสียงเวินซูเยว่ดังมาจากข้างใน แฝงความเหนื่อย เหมือนเพิ่งตื่นนอน“ฉันหิว” ฉีเหย่พูด เสียงแหบ “เมื่อก่อนเธอไม่ใช่ชอบทำอาหารให้ฉันเหรอ ทำให้อีกครั้งได้ไหม”ข้างในเงียบไปนาน จนนานจนเขาคิดว่าเธอจะไม่ตอบแล้ว“ฉันจะไม่ทำอาหารให้คุณอีกแล้ว” เสียงเธอเบามาก เหมือนลอยมาจากที่ไกล “คุณไปเถอะ”ฉีเหย่พิงประตู เอาหน้าผากแนบกับไม้ประตูเย็นจัด เสียงแหบหนัก “ฉันไม่ไป ถ้าคุณไม่ออกมา ฉันจะรออยู่ตรงนี้”เวินซูเยว่ไม่พูดอะไรอีกฉีเหย่ายืนรออยู่หน้าห้องจริงๆหนึ่งชั่วโมงสองชั่วโมงสามชั่วโมงเจ้าของโรงแรมขึ้นมาดูหลายครั้ง อ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่พูด แค่ส่ายหั
Read more

บทที่ 19

เวินซูเยว่ชะงัก น้ำตาเกาะอยู่ที่ขนตา สั่นระริก แต่ยังไม่ยอมร่วงลงมาฉีเหย่ปล่อยเธอ ถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วล้วงเอาแหวนวงนั้นออกมาจากกระเป๋า หยกสีเขียวใส มีรอยขีดบางๆ หลายรอย นั่นคือรอยที่เขาทำตอนปามัน“เอานี่คืนให้เธอ” เขายื่นแหวนออกไป ฝ่ามือแบออก แหวนวางอยู่กลางฝ่ามือของเขา “ของที่เธอไม่อยากได้ ฉันก็ไม่เอา แต่ถ้าเธอไม่เอาฉันแล้ว…”เขามองเธอ แววตาเด็ดขาด ราวกับตัดสินใจเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต“งั้นฉันก็ไม่มีอะไรให้มีชีวิตอยู่ต่อแล้ว”รูม่านตาเวินซูเยว่หดลงทันที ใบหน้าซีดขาวในพริบตา “คุณหมายความว่ายังไง?”ฉีเหย่ไม่ตอบ หันหลังเดินออกไปทันที ก้าวยาวมาก รองเท้าหนังเหยียบพื้นปูนทางเดินดัง “ตึงๆๆ” ทุกก้าวเหมือนเหยียบลงบนหัวใจของเธอเวินซูเยว่ยืนอยู่หน้าประตู มองแผ่นหลังของเขาที่ค่อยๆ หายไปจนสุดทางเดิน ลางสังหรณ์รุนแรงพุ่งขึ้นมา เหมือนบางอย่างขาดสะบั้น เส้นที่ตึงมานาน…ขาดลงจริงๆเธอวิ่งตามออกไปข้างล่าง รถของฉีเหย่ยังจอดอยู่ เครื่องยนต์คำราม ไอเสียสั่นกระแทกดัง “ตึ้งๆๆ” ไฟหน้ารถเปิดอยู่ ส่องทางด้านหน้าให้สว่างจ้าเขานั่งอยู่ที่เบาะคนขับ ลดกระจกลงครึ่งหนึ่ง พอเห็นเธอวิ่งตามลงมา มุมปากเข
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status