Short
ดุจน้ำค้างรุ่งสางกับแสงจางริบหรี่

ดุจน้ำค้างรุ่งสางกับแสงจางริบหรี่

Oleh:  แสงสว่างTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
19Bab
6.7KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

คนในหนานเฉิงต่างรู้กันดีว่า เวินซูเยว่กับฉีเหย่เป็นคู่ที่ขึ้นชื่อว่าเข้ากันไม่ได้ราวน้ำกับไฟ ในฐานะว่าที่คู่หมั้นของฉีเหย่ที่เป็นเพียงในนาม เวินซูเยว่ตั้งกฎ “ข้อห้ามสามข้อ” ให้เขาไว้ : ห้ามเขาแข่งรถ ห้ามกลับบ้านดึกและยิ่งห้ามไปหาเซี่ยอวิ๋นซู ผู้เป็นรักแรกในใจของเขา แต่เขากลับทำตรงข้ามกับเธอทุกอย่าง ไม่ไปแข่งรถจนขับวนถนนภูเขารอบหนานเฉิงก็ออกไปดื่มในคลับทั้งคืนจนเมาไม่รู้เรื่อง ซ้ำยังในวันเกิดของเธอ ตั้งใจพาเซี่ยอวิ๋นซูไปจูบกันใต้พลุไฟที่สว่างเต็มท้องฟ้า เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนแหลกละเอียด ทุกคนต่างรอดูละครฉากใหญ่ เพราะพวกเขาเดาว่าด้วยนิสัยของเวินซูเยว่ ผู้เป็นคุณหนูอันดับหนึ่งแห่งหนานเฉิง เมื่อเห็นภาพจูบที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วนั้น เธอต้องบุกไปอย่างเอาเรื่อง แล้วลากตัวผู้ชายเจ้าสำราญคนนั้นกลับบ้านแน่ หลังภาพนั้นถูกแชร์ว่อนบนโลกออนไลน์เพียงหนึ่งชั่วโมง เวินซูเยว่ก็ปรากฏตัวขึ้นจริง แต่เธอไม่ได้โกรธเกรี้ยว หรือบังคับพาเขากลับบ้าน เพียงเดินเข้าไปยืนต่อหน้าฉีเหย่อย่างสงบ แล้วเอื้อมมือออกไป เสียงเบาจนเหมือนจะสลายไปในอากาศ “ฉีเหย่ เมื่อเจ็ดปีก่อน ฉันเคยให้ผ้าคุ้มครองกับนาย ตอนนี้…คืนให้ฉันได้ไหม” ในห้องส่วนตัว เงียบกริบจนได้ยินแม้เข็มตกกระทบพื้น ฉีเหย่ถึงกับชะงักไป เผลอยกมือขึ้นแตะสร้อยคอที่ห้อยเครื่องรางสีแดงนั้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อเจ็ดปีก่อน เขาเกิดอุบัติเหตุจากการแข่งรถ ต้องเข้าห้องไอซียูและกู้ชีพอยู่ทั้งวันทั้งคืน และตอนที่ฟื้นขึ้นมา คนแรกที่เขาเห็นก็คือเวินซูเยว่

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

ดวงตาของเธอแดงก่ำจากการร้องไห้ ทั้งตัวผอมลงไปมาก พอเห็นว่าเขาลืมตาขึ้น น้ำตาก็ไหลลงมาอีก แล้วเธอก็ถอดผ้าคุ้มครองจากคอตัวเอง สวมมันให้เขาด้วยท่าทางแข็ง ๆ

“นี่เป็นของที่คุณย่าฉันให้มา ฉันใส่มาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยได้รับบาดเจ็บแม้แต่ครั้งเดียว” น้ำเสียงของเธอในตอนนั้นทั้งแหบทั้งดุ “ตอนนี้ฉันให้มันกับนาย ฉีเหย่ นายต้องใส่มันไว้ให้ดี จากนี้ไป ห้ามบาดเจ็บอีก”

เขาเคยรังเกียจคู่หมั้นคนนี้อย่างมาก ควรจะดึงมันออกแล้วโยนใส่หน้าเธอไปตั้งแต่ตอนนั้น

แต่วันนั้นเหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจ เขากลับไม่ทำ แค่หัวเราะเย็น ๆ แล้วพูดว่า “บ้าอำนาจขนาดนี้เลยเหรอ แล้วฉันต้องใส่มันไปทั้งชีวิตเลยหรือไง?”

เธอเงียบไปนานมาก ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า “รอวันที่ฉันไม่รักนาย วันนั้นนายก็ถอดมันออกได้ เพราะวันนั้น ฉันจะมาขอมันคืนเอง”

ไม่รู้ทำไม ตอนนี้พอนึกถึงประโยคนั้น ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ก็พุ่งขึ้นมาในอก แต่เขารีบกดมันลงไป แล้วเอนหลังพิงโซฟา ยิ้มเย็นอย่างไม่ใส่ใจ “เธอจะเอาคืนไปทำอะไร”

“ไม่ทำอะไรหรอก” น้ำเสียงของเวินซูเยว่เรียบมาก “แค่ไม่อยากให้คุณแล้ว”

ความหงุดหงิดที่ควบคุมไม่ได้กลับพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง ฉีเหย่มองใบหน้าที่คุ้นเคยจนคุ้นเกินไปตรงหน้า

ตั้งแต่เด็ก ใบหน้านี้มักจะเป็นใบหน้าของคุณหนูผู้ดีที่สุภาพ เรียบร้อย มีมารยาทอยู่เสมอ ทั้งสงบ ทั้งอดทน ทั้งทำให้เขารู้สึกน่าเบื่อ

เขานึกถึงหลายปีที่ผ่านมา ที่เธอวิ่งตามเขาอยู่ข้างหลัง นึกถึงท่าทางคอยจู้จี้ทุกเรื่องของเธอ แล้วจู่ ๆ เขาก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

“อ้อ ~ ” เขาลากเสียงยาว มุมปากยกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ สายตาเต็มไปด้วยความเหยียด “นี่เธอเห็นว่าหลายปีมานี้ทำยังไงฉันก็ไม่ชอบเธอสักที เลยคิดว่าตามติดแบบเดิมไม่ได้ผล เลยเริ่มเล่นเกมให้ฉันหึงเหรอ”

เวินซูเยว่ไม่พูดอะไร

ฉีเหย่ยิ่งมั่นใจว่าเดาถูก เขาลุกขึ้น ยืนมองเธอจากที่สูง “เอาสิ ถ้าอยากเล่นก็เล่นได้ อยากเอาผ้าคุ้มครองคืนก็ได้ แต่ต้องกินมะม่วงถาดนี้ให้หมดก่อน ฉันถึงจะให้”

พอคำพูดนั้นจบลง ทั้งห้องก็สูดลมหายใจเข้าพร้อมกัน

เซี่ยอวิ๋นซูเป็นคนแรกที่ทนไม่ไหว เธอจับแขนเสื้อฉีเหย่เบา ๆ แล้วพูดเสียงเบา “อาเหย่…แบบนี้มันจะเกินไปไหม คุณเวิน…เธอแพ้มะม่วงนะ”

ฉีเหย่ไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขาจ้องเวินซูเยว่ตาไม่กะพริบ “ถ้าเธอคิดว่าเกินไป ก็ไม่ต้องกิน ฉันไม่ได้บังคับ”

ทันทีที่พูดจบ เวินซูเยว่ก็ลุกไปนั่งที่โต๊ะกาแฟ

เธอหยิบมะม่วงขึ้นมาชิ้นหนึ่ง แล้วใส่เข้าปาก เคี้ยว แล้วกลืนลงไป

คำแรกที่กินเข้าไป ริมฝีปากก็เริ่มแดงขึ้น

คำที่สอง ผื่นเล็ก ๆ ก็เริ่มขึ้นที่แก้ม

คำที่สาม การหายใจของเธอเริ่มถี่ขึ้น คอเริ่มมีผื่นแดงกระจายเป็นวงใหญ่

ทั้งห้องเงียบสนิท

ฉีเหย่จ้องเธอ มองผิวขาวที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแดงจัด มองการหายใจที่เริ่มลำบาก แต่เธอยังไม่หยุดมือ มะม่วงหนึ่งชิ้น สองชิ้น สามชิ้น…

จนถาดว่างเปล่า เธอถึงได้เงยหน้าขึ้น

ดวงตาของเธอบวมจนแทบลืมไม่ขึ้น ริมฝีปากบวมจนออกม่วง เสียงขาดเป็นห้วง เหมือนใช้แรงทั้งหมดที่มี “ฉัน…กินหมดแล้ว…คืนให้ฉันได้ไหม…”

ไฟโทสะในอกฉีเหย่ยิ่งลุกโชน เขาเตะโต๊ะกาแฟตรงหน้าอย่างแรง เสียงแก้วแตกกระจายแสบหู

“เอาไป!” เขากระชากผ้าคุ้มครองออกจากคอ แล้วปาใส่เธออย่างแรง “ไสหัวไปซะ!”

พอเขาพูดจบ เขาก็คว้าแขนเซี่ยอวิ๋นซูแล้วเดินออกไปโดยไม่หันกลับ

คนอื่น ๆ ในห้องก็พากันรีบหลบออกไปอย่างรู้ตัว

ตอนที่เขาเกือบจะก้าวพ้นประตู เสียง “ตึง” ดังขึ้นจากด้านหลัง

เซี่ยอวิ๋นซูหันกลับไปมอง แล้วร้องออกมา “อาเหย่! คุณเวิน…เธอล้มลงแล้ว! อาการแพ้หนักมากเลย จะไม่ไหวแล้วหรือเปล่า ต้องพาไปโรงพยาบาลไหม?”

ฉีเหย่ชะงักเท้า หันกลับไปโดยไม่รู้ตัว ก็เห็นเวินซูเยว่นอนขดอยู่บนพื้น ทั้งตัวกระตุก ผื่นบนหน้ารวมตัวกันเป็นแผ่น เสียงหายใจหนักเหมือนเครื่องสูบลม

หัวใจเขากระตุกวูบ เขากำลังจะก้าวเข้าไป แต่เซี่ยอวิ๋นซูกลับสะดุดล้มลงมาชนเขา

เขารีบหันไปพยุงเธอทันที คิ้วขมวดแน่น “อยู่ดี ๆ ทำไมถึงข้อเท้าพลิก เจ็บไหม”

เซี่ยอวิ๋นซูพิงอยู่ในอ้อมแขน น้ำเสียงน่าสงสาร “ฉันไม่เป็นไร…ฉันทนได้ คุณไปดูคุณเวินเถอะ เธอดูหนักมากจริง ๆ…”

ฉีเหย่หันไปมองเวินซูเยว่ด้วยสายตารังเกียจ ใจหนึ่งเต็มไปด้วยความหงุดหงิดแปลก ๆ แต่ปากกลับพูดเย็นชา “ไม่ต้องสนเธอ เธอเป็นคนกินเอง ถ้าตายก็สมควรแล้ว จะได้ไม่มีใครมากวนฉัน ผมพาคุณไปโรงพยาบาลตรวจร่างกายเอง”

พอพูดจบ เขาก็อุ้มเซี่ยอวิ๋นซูขึ้น เดินออกไปอย่างไม่ลังเล

ภายในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง

เวินซูเยว่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า แล้วกดเรียกรถพยาบาล

“ฉัน…อยู่ที่หนานเฉิง…คาเฟ่เม่ยลี่…ชั้นสาม…ห้อง 308…” เสียงของเธอขาด ๆ หาย ๆ แทบฟังไม่รู้เรื่อง “แพ้…ต้องการรถพยาบาล…”

พอวางสายไป เธอก็เอาแก้มแนบพื้นเย็น ๆ ปล่อยให้สติค่อย ๆ หลุดลอย

“ไม่เป็นไรนะ ฉีเหย่…” เธอพึมพำ เสียงเบาเหมือนขนนก “เดี๋ยวฉัน…ก็จะไม่รบกวนนายแล้ว”

เธอยังไม่รู้สินะ

ว่าฉันถูกตรวจพบแล้วว่า…ไม่ใช่ลูกของตระกูลเวิน

ตัวจริง…กำลังจะกลับมาแล้ว

ส่วนฉัน…ก็ต้องออกจากที่นี่เหมือนกัน

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

ซาวด์ เดอร์
ซาวด์ เดอร์
จบได้ปลายเปิดมากเเต่ชอบความที่หยดไว้มาก ดอกเดซี่ (Daisy) เป็นสัญลักษณ์ของ ความบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา ความรักที่ซื่อสัตย์ และการเริ่มต้นใหม่
2026-07-04 01:53:03
0
0
supansa kantawong
supansa kantawong
ยังไม่จบบบบบบบ!!
2026-07-02 13:01:41
0
0
F
F
แต่งต่ออีกนิดทีค่ะ
2026-07-01 12:29:23
0
0
อนุพงษ์ ทวีผล
อนุพงษ์ ทวีผล
ไม่จบ ?!!!
2026-06-29 22:37:57
0
0
19 Bab
บทที่ 1
ดวงตาของเธอแดงก่ำจากการร้องไห้ ทั้งตัวผอมลงไปมาก พอเห็นว่าเขาลืมตาขึ้น น้ำตาก็ไหลลงมาอีก แล้วเธอก็ถอดผ้าคุ้มครองจากคอตัวเอง สวมมันให้เขาด้วยท่าทางแข็ง ๆ“นี่เป็นของที่คุณย่าฉันให้มา ฉันใส่มาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยได้รับบาดเจ็บแม้แต่ครั้งเดียว” น้ำเสียงของเธอในตอนนั้นทั้งแหบทั้งดุ “ตอนนี้ฉันให้มันกับนาย ฉีเหย่ นายต้องใส่มันไว้ให้ดี จากนี้ไป ห้ามบาดเจ็บอีก”เขาเคยรังเกียจคู่หมั้นคนนี้อย่างมาก ควรจะดึงมันออกแล้วโยนใส่หน้าเธอไปตั้งแต่ตอนนั้นแต่วันนั้นเหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจ เขากลับไม่ทำ แค่หัวเราะเย็น ๆ แล้วพูดว่า “บ้าอำนาจขนาดนี้เลยเหรอ แล้วฉันต้องใส่มันไปทั้งชีวิตเลยหรือไง?”เธอเงียบไปนานมาก ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า “รอวันที่ฉันไม่รักนาย วันนั้นนายก็ถอดมันออกได้ เพราะวันนั้น ฉันจะมาขอมันคืนเอง”ไม่รู้ทำไม ตอนนี้พอนึกถึงประโยคนั้น ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ก็พุ่งขึ้นมาในอก แต่เขารีบกดมันลงไป แล้วเอนหลังพิงโซฟา ยิ้มเย็นอย่างไม่ใส่ใจ “เธอจะเอาคืนไปทำอะไร”“ไม่ทำอะไรหรอก” น้ำเสียงของเวินซูเยว่เรียบมาก “แค่ไม่อยากให้คุณแล้ว”ความหงุดหงิดที่ควบคุมไม่ได้กลับพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง ฉีเหย่มองใบหน
Baca selengkapnya
บทที่ 2
เวินซูเยว่เกิดมาก็เป็นคุณหนูแห่งตระกูลเวิน ตั้งแต่เด็กเธอถูกเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด เชี่ยวชาญทั้งดนตรี หมากรุก พู่กัน และภาพวาด เป็นกุลสตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุดในสายตาของทุกคนแต่มีแค่เธอเท่านั้นที่รู้ ว่าชีวิตอันตายตัวแบบนี้ทำให้เธออึดอัดแค่ไหนทุกวันต้องตื่นกี่โมง ฝึกเปียโนกี่โมง อ่านหนังสือกี่โมง แม้แต่เวลายิ้ม มุมปากต้องยกขึ้นกี่องศา ทุกอย่างล้วนถูกกำหนดไว้หมดแล้ว เธอเหมือนเครื่องลายครามที่ถูกแกะสลักอย่างประณีต งดงาม สมบูรณ์แบบ แต่ไร้วิญญาณจนกระทั่งฉีเหย่ปรากฏตัวขึ้นเขาคือหนุ่มเจ้าสำราญที่โด่งดังที่สุดแห่งหนานเฉิง ทั้งแข่งรถ ชกต่อยหรือแม้แต่กีฬาเอ็กซ์ตรีม ไม่มีอะไรที่เขาไม่เก่งเขาใช้ชีวิตอย่างอิสระ โผงผาง ไม่ยอมอยู่ในกรอบ ราวกับสายลมที่ไม่มีสิ่งใดพันธนาการได้ครั้งแรกที่เธอเจอเขา คือในงานเลี้ยงของสองตระกูลเขามาสายไปหนึ่งชั่วโมง ขี่มอเตอร์ไซค์เสียงดังลั่นเข้ามาในงาน พอถอดหมวกกันน็อกออก ก็เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่แม้ผมจะยุ่งเพราะลม แต่ก็ยังดูดีอย่างไร้เหตุผลเขายิ้มกว้างให้ทุกคน บอกว่า “รถติดระหว่างทาง” แล้วก็นั่งลงอย่างสบายอารมณ์ ใช้ดวงตาคู่งามเหลือบมองเธอ ก่อนเชิดคางใส่เล็
Baca selengkapnya
บทที่ 3
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อก็ลอยเข้าจมูกก่อนเป็นอย่างแรกเวินซูเยว่ค่อย ๆ เปิดตา สิ่งที่เห็นคือเพดานสีขาวซีดภายในห้องพักผู้ป่วยเงียบมาก เงียบจนได้ยินเสียงหยดยาจากสายน้ำเกลือเธอหันไปมองข้างเตียง ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเธอไม่ได้แปลกใจ ฉีเหย่ไม่มีทางมา ส่วนคนตระกูลเวินก็ยิ่งไม่มีทางมาหลายวันต่อจากนั้น เธอพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพียงลำพังในมือถือมีแจ้งเตือนข่าวเด้งขึ้นมาทุกวัน ล้วนเป็นข่าวของฉีเหย่กับเซี่ยอวิ๋นซูฉีเหย่พาเซี่ยอวิ๋นซูไปหาหมอส่วนตัว ฉีเหย่ยังซื้อกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดให้เซี่ยอวิ๋นซูทั้งแถว แถมฉีเหย่ยังพาเซี่ยอวิ๋นซูไปพักผ่อนริมทะเลอีกด้วยเมื่อก่อนพอเห็นข่าวแบบนี้ เธอจะรีบวางทุกอย่างในมือลงทันที แล้วพุ่งไปหาเขา ลากเขาออกมาจากข้างกายเซี่ยอวิ๋นซู พากลับบ้านให้ได้แต่ตอนนี้ เธอเพียงปัดแจ้งเตือนเหล่านั้นทิ้ง เปลี่ยนผ้าพันแผล กินข้าว และนอนอย่างเงียบ ๆหลังอาการดีขึ้นเกือบหมด เธอก็จัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาล แล้วเรียกแท็กซี่กลับไปยังวิลล่าที่เธออยู่มาหลายปีวิลล่าหลังนี้ ผู้ใหญ่ของทั้งสองตระกูลบังคับให้ฉีเหย่กับเธอย้ายมาอยู่ด้วยกัน เพื่อจะได้พัฒนาความส
Baca selengkapnya
บทที่ 4
“เวินซูเยว่ เธอหมายความว่ายังไง?!” เขาก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว แววตาเต็มไปด้วยการจับผิด “ช่วงนี้เธอติดเล่นเกมให้ฉันหึงจนเลิกไม่ได้แล้วใช่ไหม? ฉันกับอวิ๋นซูออกข่าวเธอก็ไม่สน ฉันตกม้าเข้าโรงพยาบาลเธอก็ไม่สน ตอนนี้ยังกล้าพูดอีกว่าจะไม่ยุ่งกับฉันแล้ว?”เขาก้มตัวลง เงาร่างปกคลุมเธอไว้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเย้ยหยัน “เวินซูเยว่ ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เลิกใช้ลูกไม้เดิม ๆ แบบนี้เรียกร้องความสนใจจากฉันได้แล้ว มันไม่ได้ผลหรอก!”เวินซูเยว่เหนื่อยมาก เพิ่งจะอ้าปากจะพูดว่า “คุณเข้าใจผิดแล้ว” เสียงอ่อนแอปนสะอื้นก็ดังมาจากหน้าประตู“คุณเวิน…”ไม่รู้ว่าเซี่ยอวิ๋นซูมายืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไร ดวงตาแดงเหมือนกระต่าย ตัวสั่นเล็กน้อย ราวกับลมพัดแรงอีกนิดก็จะล้มลงเธอค่อย ๆ ขยับเข้ามาสองก้าว สายตามองสลับระหว่างฉีเหย่กับเวินซูเยว่ สุดท้ายก็ก้มหน้าลงอย่างหวาด ๆ เสียงเบาราวยุงบิน “คุณเวิน ขอร้องเถอะค่ะ…ถ้ามีอะไรไม่พอใจ ก็ลงที่ฉันเถอะ อย่าทะเลาะกับอาเหย่เลย เขายังบาดเจ็บอยู่นะ…”ยังพูดไม่ทันจบ น้ำตาก็ไหลลงมาเหมือนลูกปัดขาดสาย“ฉันรู้…ฉันรู้ว่าตัวเองไม่คู่ควรกับอาเหย่” เธอปิดปาก ร้องไห้จนไหล่สั่น “หลังพ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
เวินซูเยว่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา วิดีโอบนหน้าจอเริ่มเล่นทันทีชายคนหนึ่งที่มองหน้าไม่ชัดกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น ถูกซ้อมจนเนื้อตัวแหลก เลือดอาบไปทั้งตัว ปากตะโกนไม่หยุดว่า “คุณเวินเป็นคนสั่ง! คุณเวินให้พวกเราลักพาตัวคุณเซี่ย! อย่าตีแล้ว! ขอร้อง อย่าตีแล้ว!”สมองของเวินซูเยว่ดังอื้อไปพักหนึ่ง กว่าจะเข้าใจว่าเซี่ยอวิ๋นซูถูกลักพาตัว และพวกคนร้ายบอกว่าเธอเป็นคนสั่งการ“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน” เธอวางโทรศัพท์ลงข้างตัว น้ำเสียงอ่อนล้า “ฉันไม่ได้ทำ”“ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใคร?!” เสียงของฉีเหย่สั่น ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเพราะปวดใจ “ก่อนหน้านี้เธอทุบรถฉัน บังคับให้ฉันกลับบ้าน เรื่องพวกนั้นฉันทนได้หมด! แต่ฉันพูดไปกี่ครั้งแล้วว่าอวิ๋นซูคือเส้นตายของฉัน! ห้ามเธอแตะต้องเธอ! รู้ไหมว่าถ้าฉันไปช้ากว่านั้นอีกนิดเดียว เธอได้เกิดเรื่องแน่!”“จะให้ฉันพูดอีกกี่ครั้งว่าไม่ใช่ฉัน!” ในที่สุดน้ำเสียงของเวินซูเยว่ก็เริ่มสั่น “ฉันบอกแล้วว่า ต่อไปคุณจะรักเซี่ยอวิ๋นซูยังไงก็เชิญ ฉันจะไม่ยุ่งกับคุณอีก และจะไม่โกรธอีกแม้แต่นิดเดียว! ช่วงนี้คุณเห็นฉันเคยไปวุ่นวายกับคุณไหม?! แล้วฉันจะไปหาเรื่องลักพาตัวเธอทำไม?!”คำพู
Baca selengkapnya
บทที่ 6
เวินซูเยว่าอยากอธิบาย อยากบอกว่าตัวเองถูกใส่ร้าย แต่พออ้าปาก สิ่งที่รับรู้ได้กลับมีเพียงกลิ่นคาวเลือดเข้มข้นสายตาของฉีเหย่ตกไปที่เปียโนแกรนด์สีขาวตรงมุมห้อง นั่นคือของที่เวินซูเยว่ขนเข้ามาตอนย้ายมาอยู่วิลล่านี้ และเป็นสิ่งที่เธอรักที่สุดในวินาทีนั้น ดูเหมือนเขาจะหาวิธีแก้แค้นที่ดีที่สุดเจอแล้ว“เกือบลืมไปเลย เธอชอบเล่นเปียโนใช่ไหม”ทันทีที่พูดจบ เขาก็คว้าเศษแจกันแตกจากพื้น แล้วกระชากข้อมือเวินซูเยว่มา ก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว เศษกระเบื้องคมกริบก็ฟันลงบนข้อมือเธออย่างแรง!“กรี๊ด ! ”เวินซูเยว่กรีดร้องออกมาอย่างน่าเวทนา ความเจ็บปวดระเบิดขึ้นจากข้อมือ เลือดพุ่งทะลักออกมาในทันที ย้อมแขนทั้งแขนเป็นสีแดงสด“ฉี…เหย่…” เธอเจ็บจนทั้งตัวชักเกร็ง แม้แต่พูดยังพูดไม่ครบ ได้แต่มองเขาอย่างสิ้นหวังฉีเหย่ปล่อยมือเธอ มองร่างที่ขดตัวด้วยความทรมานของเธอ แววตาไม่มีแม้แต่ความสะเทือนใจ มีเพียงความสะใจเย็นเยียบจากการแก้แค้น “จำไว้ เธอแตะต้องอวิ๋นซู งั้นฉัน…ก็จะทำลายสิ่งที่เธอรักที่สุด!”เขาหันตัวกลับ แล้วดึงเซี่ยอวิ๋นซูที่ตกใจจนตัวสั่นเข้ามากอด ก่อนพูดเสียงอ่อนโยนว่า “ไปกันเถอะ ออกจากที่นี่กัน ที
Baca selengkapnya
บทที่ 7
เวินซูเยว่เงียบ ไม่ตอบอะไร เพียงแค่ก้มตาลง ปิดบังอารมณ์ในดวงตาไว้ฉีเหย่เองก็ขี้เกียจสนใจเธอต่อ เขาลุกขึ้นเดินวนอยู่ในห้องรับแขก มองหาอะไรบางอย่างไปทั่ว “เหมียนถวนล่ะ?”เหมียนถวนคือแมวแร็กดอลล์ตัวหนึ่ง เขากับเซี่ยอวิ๋นซูเลี้ยงมันมาหลายปีแล้ว ก่อนออกไปเที่ยวครั้งนี้ เขายังกำชับคนรับใช้เป็นพิเศษให้ดูแลมันดี ๆเขาเดินหาจนทั่ว แต่ไม่เห็นเงาขาวฟูที่คุ้นเคย คิ้วจึงยิ่งขมวดแน่น ก่อนตะโกนเรียกคนรับใช้ “เหมียนถวนอยู่ไหน?”สีหน้าคนรับใช้ซีดเผือด รีบร้อนเดินหาทั่วบ้านอย่างลนลาน สายตาหลุกหลิกไปมา สุดท้ายเหมือนตัดสินใจครั้งใหญ่ ก่อนพูดเสียงเบา “คุณชายคะ…คะ…คุณเวินปล่อยเหมียนถวนไปค่ะ ฉันห้ามแล้ว แต่เธอไม่ฟัง…”เวินซูเยว่เงยหน้าขึ้นทันที ในดวงตามีความไม่อยากเชื่อวาบผ่าน “คุณพูดบ้าอะไร? ฉันไปปล่อยเหมียนถวนตอนไหน?”คนรับใช้ก้มหน้า เสียงยิ่งเบาลง แต่ทุกคำกลับแทงใจ “คุณเวินคะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ชอบเหมียนถวน แต่ยังไงมันก็เป็นแมวที่คุณชายกับคุณเซี่ยเลี้ยงมาหลายปีนะคะ…”“ฉันไม่ได้ทำ” น้ำเสียงของเวินซูเยว่เย็นลง “อย่าใส่ร้ายกัน”“พอได้แล้ว!”ฉีเหย่ตวาดตัดบท ดวงตาเย็นเยียบราวน้ำแข็ง เต็มไปด้วยความรังเกีย
Baca selengkapnya
บทที่ 8
เวินซูเยว่พิงกรอบประตู ร่างกายอ่อนแรงเพราะพิษไข้ ริมฝีปากซีดขาว แม้แต่น้ำเสียงก็ยังไร้เรี่ยวแรง “ฉันไม่ได้ทำ ไม่มีอะไรต้องอธิบายด้วย”“เธอไม่ได้ทำงั้นเหรอ” ฉีเหย่เดินเข้ามาทีละก้าว ความโกรธในดวงตาแทบลุกเป็นไฟ “เหมียนถวนถูกเธอปล่อย ถูกเธอหาเจอ แล้วก็โดนวางยา เวินซูเยว่ เธอคิดว่าฉันเป็นคนโง่หรือไง?”“ฉันบอกแล้วว่าไม่ได้ทำ” เวินซูเยว่พูดซ้ำ เสียงแหบพร่า “คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ฉันก็ทำอะไรไม่ได้”ฉีเหย่มองท่าทีดื้อเงียบของเธอ ความโกรธยิ่งปะทุหนักกว่าเดิมเขาหันไปหยิบเหล้าแรงขวดหนึ่งจากบนโต๊ะ บิดฝาออก แล้วบีบคางเธออย่างแรง ก่อนกรอกของเหลวรสเผ็ดร้อนเข้าปากเธอ!“ดี! ปากแข็งใช่ไหม? งั้นฉันจะดูว่าเธอจะแข็งไปได้ถึงเมื่อไร!”เหล้าไหลเข้าคอ เวินซูเยว่ไออย่างรุนแรง จนน้ำตาไหลออกมา แอลกอฮอล์เผาลำคอและหลอดอาหารจนทรมานอย่างหนักเธอพยายามผลักเขาออก แต่เพราะกำลังเป็นไข้ ทั้งร่างไร้เรี่ยวแรง จึงดิ้นไม่หลุดเลยเหล้าถูกกรอกไปกว่าครึ่งขวด เธอสำลักจนแทบหายใจไม่ออก พยายามดิ้นหนีสุดแรง แต่มือของฉีเหย่กลับเหมือนคีมเหล็กที่ล็อกตัวเธอไว้แน่น“ปล่อยฉัน…แค่ก…ปล่อย…”ในที่สุดเธอก็ดิ้นหลุดจากมือเขา โซเซวิ่ง
Baca selengkapnya
บทที่ 9
เซี่ยอวิ๋นซูขดตัวอยู่บนโซฟา ในอ้อมกอดมีตุ๊กตาแมวตัวหนึ่ง ดวงตาร้องไห้จนบวมแดง เสียงแหบพร่าราวกับลำคอถูกขูดมาทั้งคืน“เหมียนถวน…เหมียนถวนไม่มีทางกลับมาแล้วจริง ๆ เหรอ…”ฉีเหย่นั่งอยู่ข้างเธอ ขมวดคิ้วแน่น นิ้วเคาะบนหัวเข่าสองครั้ง น้ำเสียงกดความหงุดหงิดไว้ “ถามสัตวแพทย์แล้ว ช่วยไว้ไม่ได้แล้ว แต่ถ้าเธอเสียใจมากจริง ๆ ฉันซื้อให้ใหม่ก็ได้ สิบตัวก็ยังได้”“ฉันไม่เอาแมวตัวอื่น ฉันจะเอาแค่เหมียนถวน…” เซี่ยอวิ๋นซูโผเข้ากอดเขา ร้องไห้จนแทบหายใจไม่ทัน น้ำตาซึมเสื้อเชิ้ตเขาเป็นวงใหญ่ “มันเป็นแมวที่พวกเราเลี้ยงกันมาหลายปี…อาเหย่ นายรู้ไหม สำหรับฉัน เหมียนถวนก็เหมือนคนในครอบครัว…”ร่างของฉีเหย่แข็งไปชั่วขณะ จริง ๆ แล้วเขาไม่ชอบการร้องไห้ออดอ้อนแบบนี้นัก ทั้งเปียกชื้น ทั้งเหนียวหนึบ เหมือนอากาศอบชื้นในฤดูร้อนที่เกาะติดผิวหนังแต่พอนึกว่าเธอเพิ่งเสียแมวรักไป เขาก็ยังยกมือขึ้นตบหลังเธอเบา ๆ อย่างแข็งทื่อ “พอได้แล้ว อย่าร้องไห้เลย”โทรศัพท์ดังขึ้นฉีเหย่มองชื่อสายเรียกเข้า ก่อนกดรับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แม่ มีอะไร?”ปลายสาย เสียงของแม่ฉีเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ “อาเหย่ งานแต่งกำหนดอ
Baca selengkapnya
บทที่ 10
สามวันต่อมา ณ คฤหาสน์เก่าตระกูลฉีฉีเหย่สวมสูทสีดำทั้งตัว ยืนอยู่หน้าห้องจัดพิธี สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจเนกไทที่รัดคอทำให้เขาหายใจไม่สะดวก เขาดึงมันให้คลายออกเล็กน้อย พอคลายแล้วก็รู้สึกหลวมเกินไป สุดท้ายจึงขี้เกียจสนใจอีกเดิมทีเขาไม่คิดจะมา แต่แม่เขาพูดชัดเจนแล้วว่า ถ้าไม่มา ก็ให้ตัดขาดความสัมพันธ์กันไปเลยแม้เขาจะหัวแข็งแค่ไหน ก็ยังไม่ถึงขั้นแตกหักกับตระกูลโดยสิ้นเชิงแขกทยอยเดินทางมาถึงอย่างต่อเนื่อง เสียงหัวเราะ เสียงชนแก้ว เสียงทักทายดังไม่ขาดสายบรรยากาศครึกครื้นเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ในอากาศลอยปะปนไปด้วยกลิ่นแชมเปญและน้ำหอม หวานเลี่ยนจนชวนอึดอัดลู่ฉือ เพื่อนสนิทของฉีเหย่ เดินเข้ามาตบไหล่เขา ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวทั้งปาก “อาเหย่ ยินดีด้วยนะ ในที่สุดก็ได้แต่งเมียสักที แต่สีหน้านายนี่เป็นอะไร ทำเหมือนกำลังจะถูกพาไปประหารเลย”ฉีเหย่แค่นหัวเราะ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มประชด “น่าขยะแขยงยิ่งกว่าขึ้นเขียงอีก”ลู่ฉือเลิกคิ้ว หยิบแชมเปญสองแก้วจากถาดของพนักงานที่เดินผ่าน แล้วยื่นให้เขาแก้วหนึ่ง “นายเกลียดเวินซูเยว่ขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันว่าหล่อนก็ดีนะ ทั้งสวย ทั้งชาติตระกูลดี แถมยังร
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status