วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้ のすべてのチャプター: チャプター 11 - チャプター 20

30 チャプター

บทที่ 11

ยามที่แสงสีรุ้งเจ็ดสายนี้ปรากฏขึ้น ก็เข้าปกคลุมไปทั่วทั้งแดนสวรรค์ทันทีในช่วงเวลานั้น เซียนทุกองค์บนแท่นประหารเซียนไม่สามารถลืมตาได้ และไม่สามารถร่ายอาคมใดๆ ออกมาได้ ทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่กับที่เพื่อทนรับเสียงฟ้าร้องที่ดังขึ้นติดต่อกันอย่างต่อเนื่องสามวันให้หลัง เสียงฟ้าร้องค่อยๆ สงบลง พลันมีเสียงกู่ร้องก้องกังวานของหงส์เพลิงดังทะลุชั้นเมฆมาจากขอบฟ้าเซียวจวินโม่รับรู้ได้ว่าคาถาต้องห้ามเริ่มคลายออก จึงรีบร่ายเวทสร้างม่านพลังขึ้นบนแท่นประหารเซียนทันที และเหล่าเซียนทั้งหลายก็พากันเคลื่อนไหวตามไปติดๆผู้คนต่างพากันลืมตาขึ้น เห็นเพียงแสงสีรุ้งค่อยๆ เลือนหายไป ทั่วทั้งฟ้าดินพลันกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกคราแล้วพญาหงส์เล่า?เหล่าเซียนต่างหันมามองสบตากันไปมา ทุกคนต่างมองเห็นความตื่นตระหนกในแววตาของกันและกันเซียวจวินโม่ทอดสายตามองขอบฟ้าสีแดงฉานที่กระแสพลังปราณกำลังพลุ่งพล่านไปทั่ว สีหน้าของเขาพลันมืดมนลงทันทีเขาร่ายเวทพยุงร่างของเยี่ยนเจ๋อขึ้นมา แล้วโยนออกไปนอกม่านพลัง หมายจะหยั่งเชิงอานุภาพของอัคคีสวรรค์ทันทีที่ร่างมังกรอันม้วนตัวด้วยไอสีม่วงสัมผัสกับอัคคีสวรรค์ กลับถูกเปลวเพลิงก
続きを読む

บทที่ 12

เมื่อเห็นว่าทุกคนจำตนเองได้แล้ว ลั่วชิงอวิ๋นก็ไม่คิดที่จะเล่นเกมทายปริศนานี้ต่อไปอีกนางวาดมุทราแปลงกายกลับคืนสู่ร่างมนุษย์ อาภรณ์สีแดงเพลิงดุจเปลวไฟขับเน้นให้ผิวพรรณของนางขาวผ่องราวหิมะ คิ้วตางดงามปานภาพวาดนางสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง หมู่เมฆสีแดงโดยรอบพลันม้วนตัวมารวมกัน ไอเซียนสีทองอ่อนสายหนึ่งโอบล้อมรอบกายของนางไว้แน่นเหล่าเซียนทอดสายตามองไปจากระยะไกล รู้สึกเพียงว่าสตรีที่อยู่นอกม่านพลังช่างดูสง่างามและลึกลับ กอปรด้วยตบะบารมีอันสูงส่งจนไม่อาจล่วงเกินได้“มิได้พบกันสามวัน ทุกท่านยังสบายดีอยู่หรือไม่? ข้าผ่านพ้นทัณฑ์ทรมานกลับมา เดิมทีควรจะอยู่สนทนาพาทีรำลึกความหลังกับพวกท่านเสียหน่อย ทว่าข้ายังมีธุระด่วนต้องไปจัดการ เรื่องรำลึกความหลังนี้เห็นทีต้องยกยอดไปคุยกันในพิธีขึ้นครองตำแหน่งของข้าในอีกสามเดือนข้างหน้าแล้วกระมัง”น้ำเสียงของลั่วชิงอวิ๋นแทรกซึมผ่านม่านพลังดังก้องไปทั่วแท่นประหารเซียน ชั่วพริบตานั้นทุกคนพลันสีหน้าแปรเปลี่ยนไปทันทีแต่ลั่วชิงอวิ๋นไม่มีแก่ใจจะอยู่ดูสีหน้าของพวกเขา นางโบกมือคราหนึ่ง เรียกเอาร่างของเยี่ยนเจ๋อที่ถูกเปลวเพลิงปกป้องไว้เข้ามาแนบอ้อมอก จากนั้นจึงบัญชา
続きを読む

บทที่ 13

ความเจ็บปวดอันรุนแรงแสนสาหัสทำเอาตบะรับรู้ของเซียวจวินโม่แทบจะแตกดับสูญสลายเบื้องหน้าของเขามืดดำไร้แสง ทว่าสองหูกลับยังคงได้ยินถ้อยคำที่ลั่วชิงอวิ๋นเอื้อนเอ่ยได้อย่างแจ่มชัดไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องอีก…ในห้วงคำนึงของเซียวจวินโม่พลันผุดเศษเสี้ยวแห่งความทรงจำนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามาอย่างกะทันหันภาพแผ่นหลังที่ยอมแบกเขาเดินฝ่าฟันระยะทางนับลี้ในดินแดนรกร้างแห่งหุบเขาอินซู่ ไอเซียนที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างไม่ขาดสายภายในถ้ำอันมืดมิด และแววตาอันแสนอ่อนโยนที่ทอดมองมายามสัญญารักร่วมกันภายใต้แสงจันทร์นวลตาเรื่องราวทุกหยาดหยด ล้วนเป็นความทรงจำที่ตราตรึงใจและล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเขาทว่าโฉมสะคราญในภาพจำเหล่านั้นกลับพร่าเลือนจนไม่อาจมองเห็นได้ถนัดตาดวงตาของเซียวจวินโม่คล้ายถูกขนวิหคและเส้นไหมหนาทึบจนลมไม่อาจลอดผ่านบดบังไว้แน่น เขาพยายามจะปัดเป่าสิ่งกีดขวางตรงหน้าออกไป ทว่ากลับไร้ผลสิ้นดีความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดไหลบ่ามาจากส่วนลึกของความทรงจำ ก่อนจะค่อยๆ กลืนกินโลกทั้งใบของเขาจนหมดสิ้นเซียวจวินโม่หวาดหวั่นเหลือเกินว่าภาพความหลังเหล่านี้จะจมดิ่งสู่ห้วงลึกตลอดกาล หัวใจของเขาพล
続きを読む

บทที่ 14

ในเมื่อลั่วชิงอวิ๋นข้ามผ่านทัณฑ์อัคคีสวรรค์เก้าสิบเก้าชั้นฟ้ามาได้แล้ว นางย่อมครอบครองพลังวิญญาณแห่งสายเลือดหงสาที่บริสุทธิ์และดุดันที่สุดในใต้หล้า เหล่าเศษเสี้ยววิญญาณทั้งหลายต่างพากันสยบยอมนับถือนางเป็นนาย เหนี่ยวนำดวงจิตน้อมรับนางเข้าปกครองดูแลหุบเขาลั่วเสียนับแต่ยุคบรรพกาลมา หุบเขาลั่วเสียก็เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าหงสา หากผู้ใดที่ไร้ซึ่งสายเลือดหงสาริย่างกรายเข้ามา ณ สถานที่แห่งนี้ ย่อมต้องถูกเศษเสี้ยววิญญาณหงสาอันดุร้ายไร้ที่เปรียบโจมตีเข้าใส่ทันทีเมื่อครั้งวัยเยาว์ ลั่วชิงอวิ๋นเคยได้ยินเรื่องเล่าลึกลับเกี่ยวกับหุบเขาลั่วเสียมาไม่น้อย นางจึงปักใจเชื่อมาโดยตลอดว่าสถานที่แห่งนี้คือภูมิประเทศแร้นแค้น เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายที่ปรากฏกายไม่ว่างเว้น และอบอวลด้วยไอพิษขมุกขมัวกระทั่งได้ย่างกรายเข้ามาในหุบเขา นางจึงได้ตระหนักว่าคำเล่าลือเชื่อถือไม่ได้เลยสักนิดภายในเขามีต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้า ลำธารใสไหลรินส่งเสียงระรื่น นกบินว่อนและฝูงกวางวิ่งเล่นอยู่ตามผืนป่า ดอกท้อดอกหลีต่างแข่งกันบานสะพรั่งอวดความงามบนกิ่งสูง ทุกสรรพสิ่งตั้งแต่ภูเขาต้นไม้ไปจนถึงพวกภูตพรายและสัตว์ป่าล้วนดูสงบสุขแล
続きを読む

บทที่ 15

เมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต จิตใจของลั่วชิงอวิ๋นกลับสงบนิ่งไร้ความหวั่นไหว นางยืนอยู่เบื้องหน้าหุบเขาอินซู่ที่สูงเสียดฟ้าเพื่อรอคอยเหล่าคนรู้จักเมื่อครั้งอดีตพลังวิญญาณหงสาไหลเวียนไปทั่วใต้หล้า แรงกดดันที่มองไม่เห็นบีบคั้นให้หมู่วิหคน้อยใหญ่นับร้อยต่างพากันบินเตลิดออกจากผืนป่า ยกเว้นพวกวิหคหลวนอาวุโสอายุหมื่นปีที่ยังคงรับการทดสอบอยู่ที่แท่นประหารเซียน คนของเผ่าวิหคหลวนแทบจะยกพวกออกมากันหมดทั้งเผ่า เพื่อมารวมตัวกันที่ริมแม่น้ำจื้อชูภายใต้การกดขี่ของสายเลือดอันทรงพลัง วิหคหลวนทุกตัวต่างก็เผยร่างจริงออกมา พร้อมกับก้มศีรษะหมอบกราบลงกับพื้นลั่วชิงอวิ๋นมองดูวิหคหลวนขนาดยักษ์สองตัวที่มีขนสีทองอร่ามทั่วร่างซึ่งคุกเข่าอยู่ด้านหน้าสุดด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ มุมปากพลันจุดรอยยิ้มสายหนึ่งขึ้นมา“ซี่หยาง ซูฮว่า เหตุใดเมื่อพบเจอบรรพชนอย่างข้าแล้ว จึงไม่มีท่าทีเคารพนอบน้อมเลยสักนิด?”ซี่หยางโมโหจนหน้าตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขาถลึงตาจ้องมองด้วยความเย็นชาและตวาดด่าลั่นทันที“เดรัจฉาน บังอาจขานนามของบิดามารดาตรงๆ ในใจของเจ้ายังหลงเหลือศีลธรรมจรรยาอยู่บ้างหรือไม่?”“บิดามารดา? บิดามารดาอันใดกั
続きを読む

บทที่ 16

เซียวจวินโม่หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตแล้วรู้สึกเสียใจภายหลัง ทันทีที่เขาได้ยินข่าวว่าลั่วชิงอวิ๋นบุกรุกเข้ามาในวังสวรรค์ ก็พลันขาดความยับยั้งชั่งใจ สู้ฝืนลากสังขารที่ยังไม่หายดีมุ่งหน้ามายังริมบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์อย่างเร่งรีบเขาโบกมือไล่เหล่าทหารกับแม่ทัพสวรรค์ให้ถอยออกไป พลันจ้องมองสตรีเบื้องหน้าที่เขาเคยรักทว่ากลับทรยศหักหลัง หันกลับมามองตนด้วยสีหน้าเฉยชา ในใจของเซียวจวินโม่พลันบังเกิดความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาสายหนึ่ง“ไม่ได้พบกันเพียงไม่กี่วัน เจ้าสบายดีหรือไม่?”เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่แสนจะอบอุ่นและอ่อนโยนเช่นนี้ของเซียวจวินโม่ ลั่วชิงอวิ๋นก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง นางแอบร่ายเคล็ดวิชาสายหนึ่งอย่างเงียบเชียบเพื่อส่งกระแสพลังเข้าไปตรวจสอบภายในร่างกายของเซียวจวินโม่เป็นไปตามคาด วิชาลับของเผ่าวิหคหลวนที่สามารถบิดเบือนแก้ไขความทรงจำซึ่งเคยอยู่บนร่างของเขาได้มลายหายไปสิ้นแล้วมิน่าเล่า คนที่มักจะไม่มีสีหน้าดีๆ ให้นางอยู่เป็นนิจถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ที่แท้ก็จำเรื่องราวทั้งหมดได้แล้วนี่เอง“ลำบากองค์รัชทายาทต้องเป็นห่วงแล้ว ตัวข้าทุกอย่างราบรื่นดี เพียงแต่พิษจากตะปูสลายวิญญาณยังไม่ถ
続きを読む

บทที่ 17

ลั่วชิงอวิ๋นเร่งเดินทางกลับมายังหุบเขาลั่วเสียโดยไม่หยุดพักอันดับแรกนางโคจรพลังส่งยาเม็ดที่ได้มาจากเซียวจวินโม่เข้าสู่ร่างของเยี่ยนเจ๋อ ก่อนจะนำของวิเศษทั้งสามสิ่งมากลั่นด้วยอัคคีสวรรค์หงสาจนแปรสภาพเป็นน้ำยา จากนั้นจึงหย่อนร่างของเยี่ยนเจ๋อลงอ่างต่อมานางก็กรีดฝ่ามือของตนเอง แล้วปล่อยให้หยาดโลหิตไหลหยดลงสู่สระน้ำพุโลหิตสดๆ ค่อยๆ แผ่ซ่านจนน้ำยาที่เคยใสกระจ่างกลับกลายเป็นสีแดงฉาน และแม้แต่ไอหมอกที่ลอยล่องอยู่รอบๆ ก็ยังถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดงชาดหลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ลั่วชิงอวิ๋นก็นั่งลงที่ริมสระ โคจรพลังวิญญาณเพื่อเริ่มต้นรักษาอาการบาดเจ็บให้แก่เยี่ยนเจ๋อไอทมิฬระลอกแล้วระลอกเล่าแผ่พุ่งออกมาจากใต้เกล็ดของเยี่ยนเจ๋อ ทว่าเพียงไม่นานก็ถูกพลังแห่งอัคคีสวรรค์ภายในห้องกลืนกินจนหมดสิ้นสีหน้าของเยี่ยนเจ๋อค่อยๆ เปลี่ยนจากสีคล้ำม่วงมาเป็นซีดขาว และภายใต้ความร้อนระอุของตัวยา มันก็กลับกลายเป็นแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้งด้วยผลจากการที่ลั่วชิงอวิ๋นใช้พลังวิญญาณช่วยฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง บาดแผลภายในร่างกายของเขาที่เกิดจากพิษร้ายคุกคามจึงเริ่มสมานตัวขึ้นทีละน้อย ลมหายใจของเขาค่อยๆ กลับคืนส
続きを読む

บทที่ 18

แม้ว่าเยี่ยนเจ๋อจะฟื้นคืนสติขึ้นมาแล้ว ทว่าร่างกายก็ยังคงอ่อนแอยิ่งนัก ทางทะเลบูรพาจึงได้ส่งเซียนรับใช้มายังหุบเขาลั่วเสีย หมายจะรับตัวเขากลับไปพักฟื้นลั่วชิงอวิ๋นฟังถ้อยคำตามมารยาทของเซียนรับใช้ ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มอันเป็นมิตร ทว่าในใจกลับรู้สึกอึดอัดแน่นอกนางไม่อยากให้เยี่ยนเจ๋อกลับไปที่ทะเลบูรพาเลย ทว่าในเมื่อบิดามารดาของเขาเป็นคนส่งคนมารับด้วยตัวเอง นางก็ยากที่จะเอ่ยปากปฏิเสธ ทำได้เพียงเอ่ยตอบอึกอักและพยายามหาข้ออ้างต่างๆ นานาเพื่อถ่วงเวลาเอาไว้หลังจากเยี่ยนเจ๋อดื่มยาเสร็จสิ้นก็เดินมาถึงหน้าตําหนักใหญ่ เมื่อได้ยินว่าด้านในมีเสียงความเคลื่อนไหว จึงแอบฟังอยู่เงียบๆ โดยไม่ส่งเสียงใด“ผลฮุยเยี่ยนที่เยี่ยนเจ๋อต้องกินนั้น จำเป็นต้องเก็บสดๆ ใหม่ๆ ในทุกวัน หากเขากลับไปยังทะเลบูรพา เกรงว่าร่างกายจะฟื้นตัวได้ช้าลง”ผลฮุยเยี่ยนจำเป็นต้องสดใหม่เท่านั้นหรือ? แต่ก่อนหน้านี้ผลไม้ที่เขาเก็บมา ผ่านไปตั้งสามสี่วันก็ยังใช้ได้อยู่นี่นา?เยี่ยนเจ๋อเดาได้ทันทีว่านี่คือเรื่องโกหกที่ลั่วชิงอวิ๋นกุขึ้นมาเพราะตัดใจยอมให้ตนจากไปไม่ได้ มุมปากจึงอดมิได้ที่จะผุดรอยยิ้มบางๆ ออกมาเขาค่อยๆ เดินเข้า
続きを読む

บทที่ 19

สิ่งที่เยี่ยนเจ๋อพูดนั้นไม่ผิด แต่ลั่วชิงอวิ๋นก็ยังรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจอยู่ดี“คนปลิ้นปล้อนหน้าไหว้หลังหลอกอย่างเง็กเซียนฮ่องเต้ กลับปกครองแดนสวรรค์มานานกว่าสามหมื่นปี ดูท่าทางวิถีโลกใบนี้จะเสื่อมถอยลงไปมากแล้วจริงๆ และคงจะเป็นจริงอย่างที่ซือมิ่งเคยกล่าวไว้ บัดนี้มหาภัยพิบัติกำลังคืบคลานเข้ามาแล้ว”ทว่าทั้งสองต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ การถือกำเนิดของพญาหงส์นั้นหมายถึงการมาเยือนของมหันตภัยร้ายที่จะล้างบางโลกหล้าจนดับสูญ และลั่วชิงอวิ๋นก็คือผู้กอบกู้โลกเพียงหนึ่งเดียวที่ใต้หล้าแห่งนี้มีอยู่นางไม่รู้เลยว่ามหันตภัยนั้นจะมาถึงเมื่อใด ทั้งยังไม่รู้ว่าตนเองจะมีความสามารถพอที่จะกอบกู้ใต้หล้าได้หรือไม่ และยิ่งไม่รู้เลยว่าตนเองจะสามารถรอดชีวิตกลับมาจากมหาภัยพิบัตินั้นมาได้หรือไม่เพราะอย่างไรเสียเทพประมุขหงสาทั้งสององค์ก่อนหน้า ต่างก็สละชีพจนดวงจิตแตกสลายเพื่อปกป้องสามภพเอาไว้หนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร ลั่วชิงอวิ๋นเองก็ยังมิอาจทราบได้หัวใจของเยี่ยนเจ๋อเองก็รู้สึกหนักอึ้ง เขาเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่ขอบฟ้า แววตาพลันฉายแววความมุ่งมั่นอันแรงกล้าออกมา“ชิงอวิ๋น หากเจ้าต้องสละชีพเพื่อกอบกู้ใต้หล้าจร
続きを読む

บทที่ 20

พอเสียงระฆังยามอู่ดังขึ้น คลื่นลมจากใต้หล้าพลันแปรปรวน เปลวเพลิงสีทองค่อยๆ ลุกโชนขึ้นบนแท่นพิธีอันสูงตระหง่านตามด้วยเสียงกู่ร้องยาวนานของพญาหงส์สะเทือนถึงชั้นเมฆา พิธีสืบทอดตำแหน่งอันเป็นที่จับตามองของใต้หล้าในครั้งนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเยี่ยนเจ๋อมิได้ยืนอยู่บนแท่นชมพิธีกรรมร่วมกับเหล่าเซียนจากทะเลบูรพาเขายืนอยู่บนยอดเขาชีหวงเพียงลำพัง ทอดสายตามองลั่วชิงอวิ๋นที่สวมใส่อาภรณ์หงส์ลายเพลิงปักขนนกอันหรูหราอลังการ กำลังขี่หงส์เพลิงค่อยๆ เยื้องกรายออกมาจากภายในตำหนักเพลิงอันโชติช่วงเริงร่ายอยู่เบื้องหลังของลั่วชิงอวิ๋นไม่ขาดสาย นางได้เผยร่างแท้พญาหงส์ที่บดบังแสงสุริยันและผืนฟ้า โผบินอยู่เหนือสรวงสวรรค์เก้าชั้นฟ้ายามที่ปีกสีทองสยายออก แสงสว่างเจิดจ้าที่สาดส่องลงมาก็งดงามวิจิตรตระการตาเกินกว่าจะหาคำใดมาเปรียบเปรย กระทั่งแสงตะวันยังต้องหม่นแสงลงเพราะเหตุนี้ดวงตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักลึกซึ้งและความภาคภูมิใจคู่นั้น คอยเฝ้ามองตามติดเรือนร่างของนางอยู่ตลอดเวลา เฝ้าดูนางก้าวขึ้นสู่แท่นพิธี อ่านโองการสวรรค์ ประกอบพิธีกรรม และน้อมรับการกราบไหว้เคารพจากทวยเทพทั่วทั้งสวรรค์เ
続きを読む
前へ
123
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status