วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้ のすべてのチャプター: チャプター 21 - チャプター 30

30 チャプター

บทที่ 21

หลังจากเรื่องราวทุกอย่างเสร็จสิ้นลง เยี่ยนเจ๋อก็พาลั่วชิงอวิ๋นเดินทางกลับไปเยือนทะเลบูรพาคราหนึ่งผืนทะเลที่ทอประกายคลื่นระยิบระยับเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกับเส้นขอบฟ้า ระลอกคลื่นสีขาวราวหิมะม้วนตัวซัดสาดทับซ้อนซ้ำๆ ส่งเสียงดังซ่าซ่า ขณะที่ห้วงทะเลลึกมีเสียงกู่ร้องขับขานเพลงสวรรค์ของเผ่าเงือกแว่วดังขึ้นมาคนทั้งสองล่องเรือลำน้อยเคลื่อนตัวไปบนผืนน้ำอย่างเชื่องช้า เยี่ยนเจ๋อเอ่ยเล่าถึงตำนานเรื่องลี้ลับแปลกประหลาดสารพัดเรื่อง ส่วนลั่วชิงอวิ๋นก็รับฟังจนเคลิบเคลิ้ม แววตาเปล่งประกายด้วยความสนใจใคร่รู้ลมทะเลที่พัดเข้ากระทบใบหน้าล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งเสรีภาพ ลั่วชิงอวิ๋นนอนเอนกายอยู่ตรงหัวเรือ ทอดสายตามองสีน้ำเงินเข้มอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาตรงหน้า ภายในใจพลันเอ่อล้นไปด้วยความสงบและอิ่มเอมใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเยี่ยนเจ๋อเฝ้ามองใบหน้าที่ดูผ่อนคลายสบายใจของนาง มุมปากพลันหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มละมุนโดยไม่รู้ตัว“ชิงอวิ๋น เจ้าชอบทะเลบูรพาหรือไม่?”ลั่วชิงอวิ๋นยื่นมือไปลูบไล้นกนางนวลที่บินมาเกาะอยู่ข้างกาย น้ำเสียงเอ่ยออกมาด้วยความสุนทรีย์ใจยิ่ง“ตอนที่ข้ายังอยู่บนหุบเขาอินซู่ก็เคยไ
続きを読む

บทที่ 22

แม่ทัพมารที่ยกทัพมาบุกทะเลบูรพาคือ ฮั่วหลัว ผู้ที่เคยสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้แก่เซียวจวินโม่เมื่อสามพันปีก่อน ในศึกสงครามระหว่างเซียนและมารครั้งที่แล้ว หลังจากมันกลืนกินซากศพที่นอนตายเกลื่อนกลาดจนเลือดไหลนองเป็นสายน้ำในสมรภูมิไปจนหมดสิ้น ก็ได้เร้นกายเข้าไปกักตนบำเพ็ญเพียรอยู่ส่วนลึกของแดนมาร ออกศึกครั้งนี้ พลังฝีมือคงจะก้าวกระโดดจนยากเกินกว่าจะจินตนาการได้แล้วในวันนี้มันได้นำพาเผ่ากินคนมาปักหลักปิดล้อมชายฝั่งทะเลบูรพา เข่นฆ่าสิ่งมีชีวิตตามชายฝั่งจนราบคาบ โลหิตสีแดงฉานย้อมหาดทรายจนกลายเป็นสีเลือด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งกระจายในอากาศจนชวนให้รู้สึกคลื่นเหียนอาเจียนเยี่ยนเจ๋อยืนอยู่เหนือชั้นเมฆ เฝ้ามองไอหมอกมารสีดำทมิฬที่ม้วนตัวพวยพุ่งอยู่ตามแนวชายฝั่ง ภายในใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและโศกเศร้าอาดูลย์ยิ่งนักฮั่วหลัวเข่นฆ่ามาตลอดทั้งวัน ในที่สุดก็รอจนได้พบกองทัพแห่งทะเลบูรพาเสียที ดวงตาคู่ที่แดงฉานราวกับถูกชโลมด้วยโลหิตฉายแววตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด“เจ้ามังกรเฒ่าแห่งทะเลบูรพามันรู้ว่าข้ามา เลยหดหัวเป็นเต่าในกระดองไปแล้วหรืออย่างไร? ถึงได้ส่งไอ้เด็กอมมืออย่างเจ้ามาออกศึก? ผอมแห้งไม่มีเนื้อหนัง
続きを読む

บทที่ 23

แม้ว่าวิกฤตการณ์แห่งทะเลบูรพาจะได้รับการปัดเป่าจนคลี่คลายลงแล้ว ทว่าไฟสงครามกลับยังไม่มอดดับลงลั่วชิงอวิ๋นกับเยี่ยนเจ๋อนำกองทัพเร่งรุดมาถึงโลกมนุษย์ พลันเห็นเทาเที่ยกำลังแลบลิ้นยักษ์สีแดงคล้ำที่อาบไปด้วยพิษร้าย เข่นฆ่าล้างบางชาวบ้านที่กำลังวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่านเยี่ยนเจ๋อเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี จึงรีบดลบันดาลให้สายฝนตกลงมาห่าใหญ่กลายเป็นม่านน้ำเพื่อบดบังสายตาของเทาเที่ยทันที ส่วนลั่วชิงอวิ๋นก็รวบรวมพลังอัคคีขึ้นมาขุมหนึ่ง แล้วซัดตรงเข้าใส่ปากมหึมาของมันอย่างแม่นยำลิ้นมหึมาของเทาเที่ยถูกเปลวเพลิงแผดเผาจนไหม้เกรียมเป็นสีดำสนิท มันแผดเสียงร้องคำรามอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส ก่อนจะหมุนกลับลำพุ่งทะยานเข้าใส่ลั่วชิงอวิ๋นทันทีลั่วชิงอวิ๋นไม่รอช้า คืนร่างเดิมเป็นพญาหงส์สยายปีกทองคำเข้าพัวพันต่อสู้กับเทาเที่ย ส่วนเยี่ยนเจ๋อก็ใช้มวลน้ำเป็นอาวุธคอยกวาดล้างเหล่าทหารมารที่กำลังออกอาละวาดในโลกมนุษย์สมรภูมิทั้งสองฝั่งต่างเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน จนยามนี้ยังไม่อาจชี้ขาดผลแพ้ชนะได้ทว่าในอีกด้านหนึ่ง จอมมารได้นำพากองทัพอันเกรียงไกรบุกล้อมวังสวรรค์เอาไว้แน่นหนาจนแม้แต่น้ำก็ไหลผ่านมิได้
続きを読む

บทที่ 24

ลั่วชิงอวิ๋นหาทราบไม่ว่าเหตุใดเซียวจวินโม่ถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ทว่าในเวลานี้สถานการณ์เข้าขั้นคับขัน นางไม่มีเวลาว่างมากพอจะเอ่ยปากไต่ถาม ทำได้เพียงจับมือร่วมรบกับเซียวจวินโม่ เพื่อช่วยกันต้อนเทาเที่ยให้ล่าถอยจมดิ่งลงสู่ใต้เกลียวคลื่นคลั่งการบุกจู่โจมอย่างกะทันหันของเซียวจวินโม่ส่งผลให้เทาเที่ยต้องถอยร่นไม่เป็นกระบวน มันแผดเสียงคำรามกึกก้อง พลางพ่นน้ำลายสกปรกฟุ้งกระจายเต็มท้องฟ้าน้ำลายที่เจือไปด้วยประกายแสงสีดำทมิฬเหล่านี้ เพียงแค่สัมผัสถูกร่างกายก็สามารถกัดเซาะเนื้อตัวจนกลายเป็นรูโหว่เน่าเฟะได้ คนทั้งสองจึงรีบกางข่ายมนต์พลังปราณขึ้นมาเป็นเกราะกำบังอย่างเร่งด่วนอาศัยจังหวะที่ได้ขยับเข้ามาใกล้ชิดกันชั่วครู่นี้ ลั่วชิงอวิ๋นจึงเอ่ยปากถามความเคลือบแคลงใจภายในจิตใจของนางออกไป“จอมมารกำลังล้อมวังสวรรค์อยู่มิใช่หรือ? เหตุใดท่านถึงลงมายังโลกมนุษย์ได้?”“จอมมารนำทัพเดินทางมาสมทบที่โลกมนุษย์แล้ว ข้าเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้า ก็เลยรีบเร่งรุดตามมา”จอมมารลงมายังโลกมนุษย์แล้วอย่างนั้นหรือ? เหตุใดนางถึงไม่ระแคะระคายเลยสักนิด?คำบอกเล่าของเซียวจวินโม่ทำให้ลั่วชิงอวิ๋นใจหายวูบ นางตระหน
続きを読む

บทที่ 25

ครั้นเมื่อคนทั้งสองเร่งรุดมาถึงประตูสวรรค์ ภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำเอาพวกเขาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องพลันเห็นวังสวรรค์ที่ในยามปกติมีเวรยามแน่นหนา ประตูกลับเปิดทิ้งไว้หมด ซากศพของเหล่านายทหารสวรรค์และทหารมารนอนตายเกลื่อนกลาดดาษดื่นไปทั่วทั้งห้องโถง โดยมีเสียงเข้าห้ำหั่นต่อสู้กันอย่างดุเดือดดังแว่วมาจากส่วนลึกของวังลั่วชิงอวิ๋นกับเยี่ยนเจ๋อหันมาสบสายตากันคราหนึ่ง ใบหน้าของคนทั้งคู่ต่างเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและวิตกกังวลอย่างยิ่งเมื่อทั้งสองฝ่าเข้ามาถึงตำหนักหลิงสุ่ย ก็พบว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยการตะลุมบอนพัวพันระหว่างเซียนและมารจนสภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี โดยมีเง็กเซียนฮ่องเต้กับเซียวจวินโม่กำลังจับมือร่วมรบต้านทานจอมมารอยู่กระบวนท่าโจมตีของจอมมารดุดันและรวดเร็วยิ่งนัก ในเวลาเพียงไม่นานมันก็ซัดเซียวจวินโม่จนร่วงตกจากชั้นเมฆ ส่วนเง็กเซียนฮ่องเต้กลับถูกมันคว้าตัวจับกุมเอาไว้ได้คามือ!มันพ่นลมหายใจเป็นไอมารสีดำทมิฬคราหนึ่ง บนใบหน้าฉายแววพึงพอใจและเย้ยหยัน พลางก้มศีรษะลงทอดสายตามองลงไปที่ภาพการตะลุมบอนนองเลือดภายในตำหนัก ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างโอหังบ้าคลั่ง“พวกเศษสวะแห่งแดนเซ
続きを読む

บทที่ 26

ในเผ่าสวรรค์มีวิชาลับต้องห้ามอันถูกปิดผนึกไว้บทหนึ่ง นามว่าวิชาย้ายวายุหากร่ายมหาเวทบทนี้ขึ้นมา จะสามารถสูบกลืนกระแสพลังที่เข้มข้นที่สุดในบริเวณโดยรอบเข้าสู่ร่างกายเพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังของตนเองได้ในยามที่เซียวจวินโม่บรรลุนิติภาวะ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ได้แอบถ่ายทอดวิชาลับนี้ให้แก่เขาเป็นการส่วนตัว ทว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยใช้มันเลยหากยามนี้เขาเลือกที่จะร่ายวิชาย้ายวายุ ย่อมสามารถกำจัดไอมารให้หมดสิ้นไปได้ ทว่าภายในใจของเซียวจวินโม่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจตัวเขาเป็นฝ่ายเซียน หากสูบกลืนไอมารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายในขณะที่เขากำลังบาดเจ็บสาหัส ย่อมไม่มีทางสลายพลังมารได้แน่ และเมื่อพลังปราณเซียนกับไอมารปะทะหักล้างกันเอง เส้นชีพจรของเขาจะต้องฉีกขาดสะบั้นลงทันที ณ ที่ตรงนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองแสงสีทองที่สาดแสงวับแวมออกมาเป็นระยะ แววตาของเขาฉายประกายความรู้สึกอันสับสนปนเปออกมาแวบหนึ่งมือของเซียวจวินโม่แปรเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อวาดมุทราสร้างอักขระคาถา รอบกายของเขาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นลมพายุหมุนเกลียวสายหนึ่ง ส่งผลให้ไอมารรอบทิศทางพากันพวยพุ่งทะลักเข้าหาตัวเ
続きを読む

บทที่ 27

ท่ามกลางแสงสีทองและหมอกทมิฬที่พัวพันกันยุ่งเหยิง เซียวจวินโม่ก็เสาะหาจนพบร่างของลั่วชิงอวิ๋นนางนอนสลบอยู่บนภาพเงาร่างของคุนเผิงตัวหนึ่ง และดูเหมือนว่าจะหมดสติแน่นิ่งไปแล้วทันใดนั้น เซียวจวินโม่พลันนึกถึงเรื่องราวลึกลับในบันทึกโบราณเล่มหนึ่งขึ้นมาได้มีข่าวเล่าลือสืบต่อกันมาว่า ในยุคบรรพกาล ประมุขเผ่าหงสาเคยหมั้นหมายผูกสัมพันธ์สมรสกับ…คุนเผิงเพียงตัวเดียวที่มีอยู่ในโลกหล้าในเวลาต่อมา เผ่าหงสาได้ยอมสละชีพทั้งเผ่าเพื่อปกป้องสรรพชีวิต ในยามที่ประมุขเผ่ากำลังจะสิ้นใจได้แปรเปลี่ยนร่างเป็นอัคคีสวรรค์ คุนเผิงตัวนั้นจึงกระโดดเข้าสู่กองอัคคีสวรรค์เพื่อตายตกตามกันด้วยความรักอันลึกซึ้งเงาร่างคุนเผิงแผดเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างแสนรันทดใส่เซียวจวินโม่คราหนึ่ง ราวกับกำลังบอกเล่าความในใจบางอย่างอยู่เซียวจวินโม่ได้แต่ฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส และตั้งใจรับฟังอยู่เงียบๆหลังจากคุนเผิงบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของตนเองแล้ว ก็ได้อธิบายเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดอย่างกระจ่างแจ้งชัดเจนหลังจากคุนเผิงกระโดดเข้าสู่อัคคีสวรรค์ ดวงวิญญาณกลับยังมิได้แตกสลายไปจนหมดสิ้น ทว่าได้ทิ้งเศษเสี้ยววิญญาณสายนี้เอาไว
続きを読む

บทที่ 28

เงาร่างคุนเผิงโผบินพาลั่วชิงอวิ๋นทะยานออกมาจากใจกลางค่ายกลยามเมื่อเยี่ยนเจ๋อเหลียวมองเงาร่างอันแสนคุ้นเคยสายนั้น ใจที่แหลกสลายไร้ความรู้สึกก็พลันกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้งหนึ่งคุนเผิงแผดเสียงร้องคำรามลั่น มันค่อยๆ วางคนที่อยู่บนหลังลงสู่อ้อมอกของเยี่ยนเจ๋อ จากนั้นจึงขยับปีกทองโบกสะบัดเบาๆ พัดพาร่างของคนทั้งสองให้ร่อนลงมาจากเหนือนภาชั้นเมฆหลังจากหลุดพ้นออกมาจากขอบเขตค่ายกลสยบมาร พลังปราณวิญญาณทั่วร่างของเยี่ยนเจ๋อก็กลับมาโคจรแล่นพล่านได้ดังเดิม เขาโอบกอดลั่วชิงอวิ๋นในอ้อมอกเอาไว้แน่น ก่อนจะทะยานร่างลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงเหนือชั้นเมฆพลันบังเกิดแสงสว่างเจิดจ้าบาดตาระเบิดออกสายหนึ่ง ตามมาด้วยเปลวเพลิงพวยพุ่งทะยานฟ้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ย้อมผืนนภาที่เคยสลัวรางให้กลายเป็นสีแดงชาดทหารมารภายในตำหนักหลิงสุ่ยถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว ทวยเทพทั้งหลายต่างแหงนหน้าขึ้นมองความผันผวนบนท้องฟ้า ในยามนั้นมีดาวตกสีดำสนิทดวงหนึ่งลอยพาดผ่านขอบฟ้า ซือมิ่งรีบยกนิ้วขึ้นคำนวณ จิตใจพลันสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก“องค์รัชทายาททรงสละชีพเพื่อใต้หล้ายับยั้งจอมมารแล้ว!”เยี่ยนเจ๋อที่ได้
続きを読む

บทที่ 29

ลั่วชิงอวิ๋นอาศัยอยู่ในทะเลบูรพาได้หนึ่งปี ในช่วงเวลานั้นมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งเง็กเซียนฮ่องเต้และองค์รัชทายาทต่างสิ้นชีพลงติดต่อกัน ภายในวังสวรรค์จึงเกิดการแย่งชิงอำนาจขึ้นระลอกหนึ่ง สุดท้ายเป็นเซียวถางโอรสองค์เล็กของเง็กเซียนฮ่องเต้ที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์นอกจากทะเลบูรพาที่รอดพ้นจากน้ำมือของเผ่ามารแล้ว ทั้งสามภพต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีการบาดเจ็บล้มตายมหาศาล ทำให้ตำแหน่งเซียนว่างลงมากมาย ด้วยเหตุนี้ทั้งโลกมนุษย์และภพปีศาจจึงเกิดกระแสความนิยมในการบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุเป็นเซียนหลังจากร่างกายของลั่วชิงอวิ๋นฟื้นฟูดีแล้ว นางก็พาเยี่ยนเจ๋อออกท่องเที่ยวไปทั่วทั้งสี่คาบสมุทร เพื่อแผ่ซ่านไอทิพย์หงสาลงสู่ขุนเขาและลำน้ำเทือกเขาที่ถูกทหารมารชนจนหักเหยียบจนราบ ลำน้ำที่ถูกไอมารปนเปื้อนจนแห้งขอด ต่างกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความตระหนกในใจของเหล่ามนุษย์ ปีศาจ และสิงสาราสัตว์ที่รอดชีวิตมาได้ค่อยๆ ถูกปัดเป่าเยียวยา แม้แต่ฤดูกาลก็กลับมาหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนดังเดิมการออกท่องเที่ยวในครั้งนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานนับหลายร้อยปี ทั่วทั้งสี่คาบสมุทรแปดดินแดนต่างอาบไล้ด้วยไอทิพย์
続きを読む

บทที่ 30

งานมงคลสมรสของลั่วชิงอวิ๋นและเยี่ยนเจ๋อถูกกำหนดขึ้นในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิเยี่ยนเจ๋อคือองค์ชายสามแห่งทะเลบูรพา ส่วนลั่วชิงอวิ๋นคือมหาเทพผู้ปกครองดินแดนแห่งหนึ่ง ฐานันดรของคนทั้งคู่ต่างก็สูงส่งล้ำเลิศ หากจัดงานแต่งงานขึ้นมา ทั้งสามภพย่อมต้องหลั่งไหลมาร่วมงานอย่างแน่นอนทว่าลั่วชิงอวิ๋นไม่ต้องการให้เอิกเกริกเกินไปนัก จึงตัดสินใจประกาศให้ทั้งสามภพรับรู้ว่า งานแต่งงานในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่หุบเขาลั่วเสียโดยเน้นความเรียบง่ายในทุกสิ่ง และเหล่าเทพเซียนทั้งหลายไม่จำเป็นต้องเดินทางมาร่วมอวยพรทั้งสองคนใช้เวลาปรึกษาหารือกันอยู่นาน จึงสามารถตกลงรายละเอียดของงานแต่งงานทีละเรื่องจนเสร็จสรรพเรียบร้อยแต่ลั่วชิงอวิ๋นก็ยังคงมีเรื่องให้ต้องกลัดกลุ้มอยู่บ้างยามนี้นางคือเทพประมุขหงสา จำต้องพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นการถาวร จึงไม่อาจตามเยี่ยนเจ๋อกลับไปอาศัยอยู่ที่ทะเลบูรพาได้นางกังวลว่าหากเยี่ยนเจ๋อมาพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นเวลานาน ราชามังกรจะขุ่นเคืองใจเอาได้เพราะเรื่องนี้ ทำให้นางกินไม่ได้นอนไม่หลับ ขบคิดอยู่นานก็ยังไม่อาจหาวิธีแก้ปัญหาที่บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นเยี่ยนเจ๋อที่เฝ้ามอง
続きを読む
前へ
123
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status