All Chapters of [แบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบระดับ SS]: Chapter 71 - Chapter 80

81 Chapters

#71. เส้นแบ่งของความฝันอันวิจิตร

สมาชิกในทีมที่เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเดินทางอันยาวนานบนรถบัส ต่างพากันแยกย้ายไปยังจุดหมายของตนทันทีที่มาถึงจุดพักรถ สภาพอากาศในวันนี้ช่างสดใส และบรรยากาศภายในทีมก็คึกคักขึ้นกว่าเดิมมากหลังจากคว้าชัยชนะครั้งใหญ่มาได้ ความคาดหวังต่อการแข่งขันในรอบทัวร์นาเมนต์หลักที่จะตามมาหลังวันหยุดอันแสนหวานและการพักผ่อนที่เต็มอิ่มนั้น มากพอที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นจางฮานึลมองภาพเหล่านั้นพลางคลี่ยิ้ม "นี่พวกเราชนะติดต่อกันจริงๆ เหรอเนี่ย? ฝันไปหรือเปล่าครับ ฮ่าๆ!"คำตะโกนของชเวอูฮยอนที่เดินนำอยู่ข้างหน้าทำให้สมาชิกคนอื่นๆ ยิ้มตาม หลังจากเริ่มได้รับความสนใจจากคนทั้งประเทศ ทางมหาวิทยาลัยก็เริ่มยื่นมือเข้ามาสนับสนุนทีม 'มาคูมาคู' อย่างเต็มที่ซอจองอูเอ่ยขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย "รุ่นพี่ครับ! ไหนๆ ก็เป็นแบบนี้แล้ว นัดต่อไปก็ชนะให้ขาดลอยไปเลยนะครับ รุ่นพี่คิมคังมูกับรุ่นพี่ชเวอูฮยอนจะได้เซ็นสัญญาเข้าทีมโปรอย่างเป็นทางการสักที!""ใช่แล้ว เราต้องพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์เท่านั้น" คิมคังมูเอ่ยตอบด้วยความมั่นใจ แม้ตอนนี้จะยังไม่มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการและเป็นเพียงข้อตก
Read more

#72. หลอมละลายหัวใจ

เส้นประสาทของยูฮวานตึงเครียดราวกับสายธนูที่ขึงจนแน่นมาตั้งแต่เมื่อครู่ เขาจับพวงมาลัยไว้แน่นพลางเหลือบมองใบหน้าซีดเผือดของจางฮานึลที่นั่งตัวแข็งทึนอยู่เบาะข้างๆ เป็นระยะมันเริ่มตั้งแต่ตอนที่ฮานึลเห็นชื่อของโจกีบอมแล้วใช่ไหม ตลอดเวลาที่แวะซื้อไก่ผัดเผ็ดจนกระทั่งขึ้นรถ ฮานึลเอาแต่จ้องหน้าจอโทรศัพท์ในมือตาไม่กระพริบราวกับคนโดนผีสิง นิ้วมือเรียวจิกเกร็งจนซีดขาว พอหน้าจอดับก็กดเปิดใหม่แล้วจ้องมันซ้ำๆ ความเงียบอันหนักอึ้งที่ดำเนินมาตลอดทั้งบ่ายนี้ทำให้ยูฮวานรู้สึกอึดอัดจนแทบคลั่ง ดูเหมือนฮานึลจะลืมไปเสียสนิทว่ามีใครกำลังนั่งขับรถอยู่ข้างๆความกังวลและร้อนใจปะทุขึ้นในอกของยูฮวาน ทันทีที่รถติดสัญญาณไฟแดงตรงสี่แยก ชายหนุ่มก็ปลดเข็มขัดนิรภัยออกทันที ร่างหนาขยับรุกรานเข้าสู่พื้นที่ของฮานึลอย่างรวดเร็ว"จางฮานึล"สิ้นเสียงต่ำอันทรงพลัง มือหนาของยูฮวานก็คว้าไหล่บางของฮานึลให้หันมาหาตนทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ นิ้วเรียวยาวเชยคางของอีกฝ่ายขึ้นอย่างแรงจนฮานึลชะงัก ยูฮวานโน้มใบหน้าลงไปพ่นลมหายใจอันร้อนผ่าวชิดริมฝีปากของฮานึล"อื้อ... ฮ่า..."การจู
Read more

#73. ลางบอกเหตุสีเลือด

"ชาติก่อน... ฮะ มันไม่ได้ซ้ำรอยเดิมเป๊ะๆ หรอกนะ ยิ่งพวกเราพยายาม อนาคตก็ยิ่งเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นต่างหาก"คำกระซิบอันแผ่วเบาของซอจองอูที่จงใจขยับสะโพกยั่วยวน ทำให้ยูคยองโฮคำรามในลำคอต่ำก่อนจะกดสะโพกบางไว้แน่นราวกับจะบดขยี้ให้แหลกคามือ "นายทำฉันคลั่งไปหมดแล้ว"สำหรับคยองโฮแล้ว เรื่องชาติก่อนคงเป็นเพียงมุกตลกทะลึ่งทะเล้นที่ช่วยเพิ่มความเร่าร้อนบนเตียงเท่านั้น แม้จองอูจะกำลังเสียวซ่านจนแทบขาดใจภายใต้บทเพลงรักอันดุดัน แต่เขากลับไม่สามารถสลัดภาพลางบอกเหตุอันมืดมนที่จู่ๆ ก็แล่นเข้ามาในหัวได้เลย"ว่าแต่... วันนี้จางฮานึลน่ะ เอาแต่จ้องโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว... มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่านะ? อ๊ะ... อ๊า!"ท่ามกลางความสุขสมที่ถาโถม คยองโฮเอ่ยด้วยน้ำเสียงปนหึงหวงพลางช้อนสะโพกของจองอูให้สูงขึ้น "ไม่บอกก็รู้ รุ่นพี่โจกีบอมต้องติดต่อมาตอดนิดตอดหน่อยอีกแน่ๆ"โจกีบอม... ในเมื่อหมอนั่นเป็น 'ผู้ย้อนอดีต' ที่กุมความลับในชาติก่อนไว้เหมือนกัน ถึงได้จับตาดูฮานึลอย่างหมกมุ่นขนาดนี้ จองอูคิดในใจ ทว่าเพราะคยองโฮเป็นคนอยู่กับความเป็นจริงอย่างที่สุด จองอูจึง
Read more

#74. ค่ำคืนของเหล่าผู้ทรงอิทธิพล

ความเจ็บปวดอันมหาศาลที่รุนแรงเสียจนไม่สามารถแม้แต่จะเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้กำลังฉีกกระชากไปทั่วทั้งร่าง จางฮานึลนอนฟุบอยู่บนพื้นซีเมนต์ ความเย็นเยือกของลานจอดรถใต้ดินอันมืดมิดสัมผัสเข้าที่แก้ม และที่ปลายความเย็นนั้น กลิ่นอายของความตายสีเลือดอันเข้มข้นก็โชยออกมาอย่างหนักหน่วง แว่วเสียงของยูฮวานที่ตะโกนก้องราวกับจะกระอักเลือดพลางประคองร่างของเขาไว้ เริ่มห่างไกลออกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ"...คุณพ่อ? แม้กระทั่งคุณปู่ด้วยเหรอ? ...ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะครับ?"หากเป็นพ่อและปู่ของยูฮวาน ก็หมายถึงยูโดวานและยูจุนชอลอย่างนั้นเหรอ ท่ามกลางวงล้อมของความทรมานที่บีบรัดอวัยวะภายใน ฮานึลฝืนปรือตาที่ช้ำเลือดขึ้นมอง ภายใต้แสงไฟสลัวของลานจอดรถ วินาทีที่เขาเห็นร่างในรองเท้าหนังหรูหราสีดำสนิทก้าวสามขุมเข้ามาหาเหมือนยมทูต— โลกของฮานึลก็ดับวูบลงตอนนี้สำหรับฮานึลแล้ว ทุกเสียงในโลกก้องกังวานอยู่ไกลๆ ราวกับเสียงอื้ออึงใต้ผิวน้ำ เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวพลางกระชากคอเสื้อหมอให้รีบตรวจและช่วยชีวิตเขาไว้ นั่นเป็นเสียงของยูฮวานไม่ผิดแน่เขาอยากจะบอกว่าตัวเองไม่เป็นไร แ
Read more

#75. คนโกหกหน้าตายที่กลายเป็นระเบิดเวลา

 ตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมาจางฮานึลแทบไม่เคยต้องนอนโรงพยาบาลเลย การที่ต้องมานอนฟังบทสนทนาที่ตัดสินความเป็นความตายของตัวเองแบบนี้ ทำให้เขารู้สึกกระหายน้ำอย่างประหลาด แม้จะอยู่ภายใต้ห้วงนิทราอันลึกซึ้ง แต่เขาก็ยังรวมสติทั้งหมดไปที่หมอ โดยหวังว่าจะได้รับยาแก้ปวดเพื่อระงับความทรมานอันแหลมคมนี้ หรือไม่ก็ยานอนหลับแรงๆ ให้หมดสติไป"ผู้อำนวยการคัง มันจะเรื่องใหญ่โตอะไรกันนักหนา เด็กหนุ่มที่จู่ๆ ก็หมดสติไปแบบนี้ จะต้องมีโรคประจำตัวหรือมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่แน่ๆ"เสียงห้วนของยูโดวานกระแทกผนังห้องพักฟื้นอย่างแรง และแพทย์เจ้าของไข้ก็เปิดชาร์ตเสียงดังก่อนจะเริ่มอธิบายอย่างระมัดระวัง"พวกเราทำ MRI และตรวจเลือดอย่างละเอียดเสร็จแล้วครับ ในความเป็นจริงแล้ว สำหรับคนที่เป็นนักกีฬา ค่าร่างกายทุกอย่างของคนไข้คนนี้ต่ำกว่ามาตรฐานมาก จำนวนเม็ดเลือดขาวลดลงอย่างผิดปกติ และความดันโลหิตก็ต่ำเกินไป เขามีอาการโลหิตจางรุนแรงจนไม่แปลกใจเลยถ้าลมหายใจจะหยุดลงเมื่อไหร่ก็ได้ แถมค่าตับก็ทะลุขีดอันตรายไปแล้วครับ"นี่มันเรื่อง b้าอะไรกัน ฮานึลไม่สามารถซ่อนความตื่นตระหนกกับคำวินิจฉั
Read more

#76. ความรู้สึกเหมือนถูกขังในกรงสัตว์ร้าย

ทันทีที่ประตูห้องพักฟื้นเปิดออก ยูฮวานก็พุ่งตัวเข้าหาจางฮานึลที่นั่งอยู่บนเตียงอย่างบ้าคลั่ง"นาย! ถ้าป่วยก็ควรจะบอกฉันให้เร็วกว่านี้สิ!"ในความเป็นจริง เพราะความทรงจำในชาติก่อนกลับมาและร่างกายก็หายดีราวกับปาฏิหาริย์ ฮานึลจึงไม่มีคำพูดใดที่จะเอ่ยออกไปได้ง่ายๆ "ไม่มีอะไรมากหรอก... ขอโทษทีที่ทำให้เป็นห่วงนะ""นายใช้ร่างกายหนักเกินไปเพื่อวิเคราะห์การแข่งขันจนเป็นแบบนี้ใช่ไหม!"ฮานึลกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เขาก็แค่ใช้ความทรงจำในอดีตเป็นเหมือนคีย์ลัดช่วยแนะนำข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่เมื่อโดนยูฮวานชมเกินจริงจนเหมือนทะลุปรุโปร่ง ฮานึลก็รู้สึกร้อนผ่าวไปตั้งแต่หลังคอจนถึงใบหู'ทั้งหมดนี้... เป็นเพราะนายเป็นพิตเชอร์อัจฉริยะต่างหาก' เขาอยากจะค้านแบบนั้น แต่ริมฝีปากที่ถูกมืออันร้อนผ่าวของยูฮวานกุมไว้กลับไม่ขยับตามใจนึก"นายหมายความว่ายังไง... ทีมของเราลุยมาด้วยกันนะ" ยูฮวานคว้าข้อมือของฮานึลไว้พลางขู่คำราม "ต่อไปนี้ จำไว้เลยว่าฉันจะผูกนายไว้ไม่ให้คลาดสายตาแม้แต่ก้าวเดียว!"In ตอนนั้นเอง หลังจากมีเสียงเคาะประตู แพทย์เจ้าของไข้วัยชราก็เดินเข้ามาพ
Read more

#77. ไม่คิดเลยว่าตัวเองต้องมาตกอยู่ในสภาพผู้ลี้ภัยที่อ่อนแอ

เช้าวันรุ่งขึ้น ห้องพักฟื้นเงียบสงัดจนทำให้แสงแดดบริสุทธิ์ที่ส่องผ่านช่องหน้าต่างกลับรู้สึกใจร้ายอย่างประหลาด การต้องมาฉลองวันหยุดยาวอันแสนหวานบนเตียงโรงพยาบาลที่อ้างว้างแบบนี้ จางฮานึลจ้องมองเพดานด้วยดวงตาที่ปรือขึ้นเล็กน้อยพลางถอนหายใจอย่างแห้งแล้งยูฮวานที่เมื่อวานคลุ้มคลั่งราวกับสัตว์ร้ายและแทบจะกระชากคอเสื้อพ่อตัวเอง ถูกพวกบอดี้การ์ดลากกลับบ้านไปอย่างทุลักทุเล ตอนนี้เมื่อต้องอยู่คนเดียวในห้อง VIP อันกว้างขวางด้วยร่างกายที่ปกติ ฮานึลกลับรู้สึกอึดอัดจนต้องรีบคว้าชายเสื้อกาวน์ของหมอไว้ราวกับจะอ้อนวอนขอหนีไปจากกรงขังของตระกูลยูแห่งนี้"ฉันสบายดีจริงๆ ครับคุณหมอ... ให้ฉันกลับบ้านเถอะนะ""ดูเหมือนว่ายาชาและยาแก้ปวดเพิ่งจะออกฤทธิ์เต็มที่สินะครับ แต่อาการวูบเมื่อวานมันรุนแรงมากจนถึงขั้นหมดสติ หมอว่านอนดูอาการอีกสักวันจะปลอดภัยกว่า""ไม่เลยครับ ฉันรู้สภาพร่างกายของตัวเองดีที่สุด อย่างที่คุณหมอเห็น ตอนนี้ค่าร่างกายทุกอย่างก็ปกติแล้วไม่ใช่เหรอครับ?"แพทย์คังฮยอน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแดฮัน พยักหน้าเงียบๆ พลางพลิกชาร์ตที่แสดงผลปกติราวกับปาฏิหาริย์ "มันก็ใช่
Read more

#78. เจาะลึกเข้าไปในรอยร้าว

โชคดีที่ในบ่ายวันนั้น ขั้นตอนการออกจากโรงพยาบาลถูกจัดการอย่างรวดเร็ว จางฮานึลออกเดินทางไปยังบ้านของยูฮวานท่ามกลางการส่งตัวอย่างนอบน้อมของเจ้าหน้าที่ยูกรุ๊ปและการคุ้มกันอย่างแน่นหนาของบอดี้การ์ดที่จู่ๆ ก็โผล่มา"เลขาคิม ฝากดูแลเขาด้วยนะ""ครับ คุณจางฮานึล เนื่องจากเป็นคำสั่งของท่านประธาน ผมจะไปส่งคุณที่คฤหาสน์อย่างปลอดภัยครับ"เมื่อวานเขาถูกหามเหมือนสัตว์ร้ายในรถพยาบาลที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและไซเรนสีแดง แต่วันนี้เขากลับได้เอนกายบนเบาะหลังของรถเซดานสุดหรูที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของตระกูลยู ภายในรถที่เคลื่อนตัวไปอย่างนุ่มนวล ฮานึลจมดิ่งสู่ความรู้สึกแปลกประหลาดกับความหรูหราที่เกินเอ่ยบนเตียงผู้ป่วยอย่างกะทันหัน จากเหตุการณ์นี้ ฮานึลถูกตีตราในใจของยูฮวานอย่างเป็นทางการแล้วว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอเหมือนคนป่วยระยะสุดท้ายที่ไม่รู้ว่าจะล้มพับไปตอนไหน"ฉันตกใจมาก... แต่ก็โล่งใจเหมือนกัน เพราะมันทำให้ฉันได้รู้จริงๆ ว่าสภาพร่างกายของนายมันพังยับเยินแค่ไหน" น้ำเสียงทุ้มต่ำของยูฮวานเติมเต็มรถให้หนักอึ้ง แม้ฮานึลจะหลบสายตาด้วยความประหม่า แต่เมื่อรู้ว่าความกังวล
Read more

#79. การลงทัณฑ์

จางฮานึลพยายามตั้งสติ ในความทรงจำของโจกีบอม เขาในชาติก่อนมีชีวิตที่รุ่งโรจน์ในฐานะแคตเชอร์ผู้คร่ำหวอดในเมเจอร์ลีกจนถึงอายุสี่สิบ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก ทว่าเขากลับไม่กล้าถามถึงยูฮวาน เพราะไม่อยากสะกิดแผลใจของรุ่นพี่ที่ยังเจ็บปวดกับอดีต ฮานึลได้แต่หวังลึกๆ ว่าในชาติก่อน ยูฮวานเองก็ประสบความสำเร็จและอยู่เคียงข้างเขาเช่นกัน'ถ้าชาติก่อนยูฮวานทิ้งฉันไปก่อน แล้วฉันต้องโดดเดี่ยว...'ความสำเร็จนั้นคงไร้ความหมายจนทำให้หน้าอกเจ็บแปลบ ฮานึลกลัวที่จะได้ยินความจริงอันโหดร้าย จึงเลือกที่จะส่งข้อความตอบกลับไปด้วยความจริงใจ[ขอบคุณที่ตอบกลับครับ ความจริงผมรอคำพูดของรุ่นพี่อยู่ ชาติก่อนผมคงมีความสุขมากที่เป็นนักกีฬาเมเจอร์ลีก แต่พอรู้ว่ารุ่นพี่ต้องทรมาน ใจผมก็หนักอึ้งไปด้วยเลยครับ]ทันทีที่กดส่ง ข้อความตอบกลับก็เเด้งขึ้นมาทันราวกับรออยู่แล้ว[รุ่นน้องฮานึล สิ่งเดียวที่ฉันตระหนักได้คือ เราแค่ต้องพยายามไม่ให้มันซ้ำรอยเดิม การรู้อดีตทำให้เราเตรียมตัวได้ นี่ไม่ใช่โอกาสที่มอบให้เราหรอกเหรอ?]คำพูดนั้นทำให้ดวงตาที่ปิดสนิทในใจของฮานึลเบิกกว้าง ที่
Read more

#80. จงพูดมาเร็วเข้า (Speak, Quickly)

จางฮานึลตระหนักได้ว่าเขาไม่ควรจุดไฟเผาความวิตกกังวลของยูฮวานอีก การที่เขาทำตัวเหมือนจะหายตัวไปตลอดเวลาจนทำให้ยูฮวานคลั่ง ยูฮวานบดจูบปิดปากอันโดดเดี่ยวของฮานึลราวกับจะทำลายมัน และกอดเอวบางไว้แน่น ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ราวกับจะฉีกขาด"นายต้องโดนลงโทษซะบ้าง จะได้เลิกคิดฟุ้งซ่านด้วยสมองฉลาดๆ นั่น"สัมผัสอันเร่าร้อนของยูฮวานโหมกระหน่ำราวกับพายุ มันเป็นค่ำคืนแห่งการผูกมัดอันสมบูรณ์แบบเพื่อไม่ให้มีช่องว่างให้หนี สติของฮานึลขาวโพลนด้วยความสุขสมอันน่าเวียนหัว"อ๊ะ... ยูฮวาน...!"ฮานึลบิดเอวและส่งเสียงครางอย่างหมดสติท่ามกลางความสุขสมที่อันตราย มุมปากของยูฮวานยกยิ้มอย่างโหดร้าย ลมหายใจหอบกระชั้นปัดเป่าไปตามลำคอและใบหูจนขนลุกซู่ แม้จะเรียกว่าการลงทัณฑ์ แต่ความสุขสมที่ทำให้หายใจไม่ทั่วท้องนี้กลับใกล้เคียงกับพรประเสริฐ"ฮานึล...! จะถึงแล้ว... อึก!"เสียงเนื้อกระทบกันและเสียงครางหอบอื้ออึงไปทั่วห้องราวกับท่วงทำนองที่สอดประสาน เสียงหายใจของยูฮวานหยั่งลึกในอก ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวราวกับหัวใจสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ในที่สุด ความสุขสมขั้นสุดก็ระเบิ
Read more
PREV
1
...
456789
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status