All Chapters of ทะลุมิติมาในนิยายสัตว์อสูร พร้อมระบบเลี้ยงดูวายร้าย: Chapter 31 - Chapter 38

38 Chapters

บทที่ 12.2 ชนะโดยไม่ต้องลงมือ

“แต่ในเมื่อทุกคนมั่นใจว่าฉันเป็นสตรีไร้ยางอาย และเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะความสำส่อนของฉัน เช่นนั้นก็คงไม่มีใครต้องกังวลถ้าฉันจะยื่นเรื่องไปยังคณะสภาจักรวรรดิและผู้ตรวจการ”ผู้คนรอบๆ พลันสะดุ้งพร้อมกัน หญิงสาวร่างท้วมคนหนึ่งรีบดึงแขนชายอสูรที่มีเขาคล้ายกวางซึ่งกำลังแบกฟืนให้รีบหมุนตัวเดินออกไปจากบริเวณนั้นทันที ขณะที่หญิงวัยกลางคนซึ่งเคยตากสมุนไพรอยู่ริมทางก็รีบเก็บตะกร้าของตนแล้วถอยกลับเข้าไปในบ้านฉันมองภาพเหล่านั้นด้วยสายตานิ่งสงบ มนุษย์ไม่ว่าจะอยู่โลกไหนก็ไม่แตกต่างกัน“เธอ!” มิราเบลตวาดขึ้นก่อนจะกัดริมฝีปากแน่น อสูรบุรุษคู่พันธะทั้งหกของเธอขยับตัวพร้อมกัน สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความไม่พอใจ โดยเฉพาะอสูรอินทรีที่เพิ่งเอ่ยข่มขู่เรนาร์ก่อนหน้านี้ เขาก้าวออกมาเบื้องหน้าหนึ่งก้าว ปีกสีน้ำตาลเข้มด้านหลังกางออกเล็กน้อยด้วยท่าทีคุกคาม“อย่าคิดว่าเพียงยกชื่อผู้ตรวจการขึ้นมาแล้วจะสามารถพูดจาใส่ร้ายนายหญิงของพวกเราได้”ฉันปรายตามองเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน“ถ้าฉันกำลังใส่ร้ายจริง พวกนายก็สามารถให้ผู้ตรวจการพิสูจน์ได้นี่” แน่นอนว่าฉันไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตอบโต้ รีบกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
Read more

บทที่ 12.3 ชนะโดยไม่ต้องลงมือ

หลังเดินห่างจากฝูงชนและความวุ่นวายมาได้ระยะหนึ่ง เสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านทางด้านหลังก็ค่อยๆ เบาบางลงและถูกแทนที่ด้วยเสียงของสายลม เรนาร์ที่เดินเงียบมาตลอดทางก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าแฝงไปด้วยความจริงจัง“คุณ... จะไปแจ้งเรื่องถึงผู้ตรวจการของสภาจักรวรรดิจริงๆ หรือ”ฉันชะงักฝีเท้าเล็กน้อย หันไปมองลูกจิ้งจอกตัวน้อยที่กำลังเดินขนาบข้าง“ตอนนี้ยังไม่ไปหรอก” หูจิ้งจอกสีแดงของเขากระดิกตั้งชันขึ้นทันที“หมายความว่าอย่างไรครับ”“ก็หมายความว่า... ถ้าเกิดคนพวกนั้นยังหาเรื่อง หรือตามมาระรานครอบครัวของเรา ฉันก็อาจจะไปร้องเรียนจริงๆ” ฉันตอบกลับไปตามความจริง ก่อนจะยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก “แต่เรื่องใหญ่ระดับร้องเรียนไปยังคณะสภาจักรวรรดิน่ะ มันต้องใช้ทั้งเวลา เส้นสาย เงินทอง และหลักฐานที่แน่นหนามากพอ ซึ่งในตอนนี้... ฉันยังไม่มีอะไรพร้อมเลยสักอย่างเดียวน่ะสิ”เรนาร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังใช้สมองน้อยๆ ประมวลผลคำตอบของฉัน“ถ้างั้นเมื่อครู่นี้... คุณก็โกหกชาวบ้านเพื่อขู่พวกเขาสินะ”“ฉันไม่ได้โกหกเสียหน่อย” ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันบอกพวกเขาเพียงแค่ว่า จะร้องขอความเ
Read more

บทที่ 13.1 ความลับของอลิซ

“ในที่สุดเธอก็มาเสียทีนะ... อลิซ อริสเตอร์” เสียงแหบพร่าที่ดังลอดผ่านบานประตูไม้เก่าออกมา ทำให้ปลายนิ้วของฉันชะงักค้างอยู่กลางอากาศทั้งที่ฉันยังไม่ได้เคาะประตู ทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยปากแนะนำตัว แต่คนด้านในกลับเรียกชื่อเต็มของฉันออกมาได้อย่างถูกต้อง ราวกับเฝ้ารออยู่ก่อนแล้วนี่มันแปลกประหลาดเกินไปแล้วความเย็นวาบแล่นผ่านแผ่นหลังของฉันโดยไม่รู้ตัว เรนาร์ซึ่งยืนอยู่ข้างกายขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย ราวกับสัมผัสได้ถึงความกังวลในใจของฉัน หูจิ้งจอกสีแดงทั้งสองข้างตั้งชัน หางทั้งเก้าม้วนแนบลำตัว ดวงตาสีชาดจับจ้องบานประตูตรงหน้าเขม็งด้วยความระแวดระวัง“ผิดปกติ” เสียงกระซิบเบาๆ ของลูกจิ้งจอกน้อยดังขึ้น “เธอรู้ได้อย่างไรว่าเป็นพวกเรา”ฉันลอบมองท่าทีเฝ้าระวังของเรนาร์ ความตื่นตกใจและหวาดหวั่นก่อนหน้านี้ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นบางอย่างในอก ดูเหมือนว่าความวุ่นวายกลางตลาดเมื่อครู่จะไม่ได้สูญเปล่าเสียทีเดียว“ไม่เป็นไร” ฉันตอบเขาเบาๆ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วผลักบานประตูไม้ตรงหน้าเข้าไปเอี๊ยด... เสียงบานพับเก่าครางยาวดังแว่วอยู่ในความเงียบ ทันทีที่ประตูเปิดออก กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นก็พุ่งเข้าปะ
Read more

บทที่ 13.2 ความลับของอลิซ

“ฉันชื่อเซฟรา คนในหมู่บ้านเรียกแม่เฒ่าเซฟรา หากเธอต้องการขายสมุนไพร ก็เอาของออกมาดูหน่อย” หญิงชราถามโดยไม่อ้อมค้อมฉันปลดห่อใบไม้ตรงเอวออกมาวางบนโต๊ะ แล้วค่อยๆ เปิดใบไม้ชั้นนอกออกทีละชั้นอย่างระมัดระวัง กลีบดอกจันทร์พิษสีม่วงอมเงินพลันปรากฏขึ้นภายใต้แสงสลัว ละอองสีเงินละเอียดบนผิวกลีบสะท้อนแสงเป็นประกายเย็นเยียบงดงามแม่เฒ่าเซฟราขยับตัวเข้ามาใกล้ เธอไม่ได้ใช้มือสัมผัสกลีบดอกจันทร์พิษโดยตรง แต่ใช้คีมไม้ขนาดเล็กคีบขึ้นมา ส่องกับลำแสงที่ลอดผ่านช่องลม ก่อนจะยกขึ้นดมกลิ่นใกล้จมูก“กลีบสมบูรณ์ ไม่มีเศษเกสร ไม่มีน้ำยางจากก้านปะปน” ริมฝีปากแห้งผากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย “ผู้ที่เก็บนับว่าเป็นคนมีความรู้ดีทีเดียว”ทันทีที่แม่เฒ่าเซฟราเอ่ยชมคนเก็บ ลูกจิ้งจอกแดงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วลอบมองฉันด้วยสายตาระแวดระวังร่างเดิมตั้งแต่เล็กก็ถูกบอกว่าเป็นอัจฉริยะ ดังนั้นนอกจากฝึกฝนเพื่อเลื่อนระดับพลังแล้ว ก็แทบไม่เคยสนใจเรียนรู้อะไรอย่างอื่นเลย ตอนนี้ฉันแสดงความสามารถด้านสมุนไพรออกมา เรนาร์จะสงสัยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนัก
Read more

บทที่ 13.3 ความลับของอลิซ

แม้ภายนอกฉันเอ่ยต่อรองราคาด้วยท่าทางนิ่งสงบ แต่ในความเป็นจริงกลับรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ในใจไม่น้อย หากอีกฝ่ายปฏิเสธไม่ยอมรับซื้อ ต่อให้สมุนไพรพวกนี้เป็นของดีแค่ไหน ก็จะกลายเป็นไร้ค่าในทันที จนกระทั่งเห็นรอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าของแม่เฒ่าเซฟรา หัวใจที่ตึงเครียดของฉันจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง“ก่อนหน้านี้เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาฉันเสียด้วยซ้ำ ตอนนี้กลับต่อรองราคาของได้คล่องเชียว”ฉันชะงักไปเล็กน้อย ดูเหมือนแม่เฒ่าเซฟราจะรู้จักร่างเดิมมากกว่าที่ฉันคิด แต่รู้จักแล้วอย่างไร หลายปีผ่านไปแล้ว คนเราย่อมเปลี่ยนไปได้ไม่ใช่หรือไง“คนเราย่อมเปลี่ยนกันได้ค่ะ” ฉันตอบกลับสั้นๆ เพื่อไม่ให้มีพิรุจมากจนเกินไป“อืม...” แม่เฒ่าเซฟราพยักหน้า “ใครที่พบเจอเรื่องแบบเธอ ก็คงต้องเปลี่ยนแปลงบ้างจริงๆ”ประโยคนั้นทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบ เรื่องแบบเธอ ที่อีกฝ่ายพูดถึงคือเรื่องใดกัน ในขณะที่รอฟังคนตรงหน้าขยายความแม่เฒ่าเซฟรากลับไม่ได้สนใจจะพูดเรื่องนี้ต่อ เพียงใช้นิ้วเหี่ยวย่นเคาะโต๊ะไม้เป็นจังหวะ“เช่นนั้นเธอต้องการเท่าไร” เมื่ออีกฝ่ายไม่เอ่ยถึง และฉันก็ไม่สามารถถามออกไปตรงๆ ป
Read more

บทที่ 13.4 ความลับของอลิซ

【คำเตือน! ตรวจพบพลังตรวจสอบวิญญาณจากบุคคลภายนอก】ฉันตวัดสายตามองไปทางแม่เฒ่าเซฟราด้วยความไม่พอใจ หากแต่อีกฝ่ายกลับส่งยิ้มอ่อนโยนตอบกลับมา ราวกับไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อยที่กำลังแอบสำรวจบางอย่างในตัวฉัน“เปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ”“คุณหมายความว่ายังไง” ในใจของฉันพลันตื่นตระหนกขึ้นมา หญิงชราตรงหน้าคงไม่ได้จับพิรุธอะไรฉันได้หรอกใช่ไหม“ยื่นแขนมา” ฉันยังคงมองแม่เฒ่าเซฟราอย่างสับสน หากเธอจับพิรุธฉันได้จริง เหตุใดจึงยังคงมีท่าทีอ่อนโยนเช่นนี้“แขนเธอได้รับบาดเจ็บไม่ใช่หรือ” ฉันก้มมองผ้าพันแผลบนแขนตัวเอง แล้วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นแขนออกไปอย่างระมัดระวัง ในขณะที่เรนาร์ขยับลุกขึ้นมายืนประชิดตัวฉันในทันที หางทั้งเก้ากางออกเล็กน้อยด้วยความระแวง“คุณจะทำอะไรเธอ” คำถามนั้นทำให้ฉันเหลือบมองเขาอย่างประหลาดใจ เรนาร์ยอมลุกขึ้นต่อต้านแม่เฒ่าเซฟรา เพราะเป็นห่วงฉัน นี่เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายของฉันไปมากจริงๆแม่เฒ่าเซฟราเหลือบมองเขาแล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ“ฉันแค่ตรวจแผลให้แม่ของนาย ไม่ได้จะตัดแขนเสียหน่อย” เรนาร์เงียบลงทันที แต่ยังไม่ยอมถอยกลับไป สายตาของเขายังคงจับจ้องมือของแม่เฒ่าเซฟราอย่างระแวดระวังฉั
Read more

บทที่ 14.1 รอยประทับที่ตื่นขึ้น

“ฉันจะลบรอยประทับพวกนี้ เพื่อฟื้นฟูแก่นวิญญาณได้อย่างไร”“ไม่อาจลบได้” แม่เฒ่าเซฟราพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“รอยประทับเหล่านั้น แม้จะกดทับแก่นวิญญาณของเธอจนไม่อาจฟื้นตัวได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ประคองแก่นวิญญาณของเธอไม่ให้แตกสลายเช่นกัน”หญิงชราหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงต่ำลง“ดังนั้น หากทำลายหรือลบรอยประทับเหล่านี้โดยตรง แก่นวิญญาณของเธอก็อาจแตกสลายจนไม่เหลือสิ่งใดให้แก้ไขอีก”แก่นวิญญาณแตกสลายก็จะกลายเป็นผู้ไร้พลังโดยสมบูรณ์ ในจักรวรรดิเอเธเรีย ผู้ไร้พลังคือชนชั้นต่ำสุด เป็นคนที่ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือแม้แต่สิทธิ์จะปกป้องตัวเอง“อย่างนั้นฉันจะต้องทำอย่างไร จึงจะลบรอยประทับเหล่านี้โดยไม่กระทบแก่นวิญญาณของฉัน”“ต้องให้ผู้ที่สร้างรอยประทับเป็นผู้ลบด้วยตัวเอง” ฉันนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะพยายามรื้อฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ในค่ายทหารของร่างเดิม เพื่อหาตัวเจ้าของรอยประทับทั้งห้าทว่าไม่ว่าจะพยายามอย่างไร ภาพในความทรงจำก็มีเพียงเหตุการ
Read more

บทที่ 14.2 รอยประทับที่ตื่นขึ้น

หัวใจของฉันสั่นไหวขึ้นมาในทันที สามวันก่อน นั่นไม่ใช่ช่วงเวลาที่ฉันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้พอดีหรอกหรือ“แม่เฒ่าเซฟรา การตอบสนองที่คุณพูดถึง หมายความว่าอย่างไร” ฉันถามเสียงแผ่ว แม่เฒ่าเซฟราโน้มตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยเสียงแหบพร่า“หมายความว่า เจ้าของรอยประทับรอยนั้นยังมีชีวิตอยู่ และอยู่ในระยะไม่ไกลนัก” ความเย็นแล่นวาบไปทั่วแผ่นหลังของฉัน “เพียงแต่รอยประทับนี้เบาบางเกินไป เธอกับเขาจึงไม่อาจสัมผัสกันและกันได้”“เช่นนั้นฉันต้องทำอย่างไรจึงจะสัมผัสเขาได้”“มีเพียงการกระตุ้นรอยประทับบนแก่นวิญญาณของเธอ เธอจึงจะสัมผัสถึงเจ้าของรอยประทับได้ เพียงแต่วิธีนี้อาจจะเจ็บสักหน่อย”หากสัมผัสถึงอีกฝ่ายได้ เช่นนั้นการให้เขาลบรอยประทับบนแก่นวิญญาณของฉันก็คงไม่ใช่เรื่องยาก โดยไม่ต้องทบทวนให้มากความ ฉันก็พยักหน้ารับคำของแม่เฒ่าเซฟราในทันที“อย่างนั้นก็ยื่นมือมา หลับตาลง แล้วตั้งสมาธิให้ดี”ฉันทำตามอย่างว่าง่าย หลับตาและยื่นมือออกไป มือเหี่ยวย่นยื่นมากุมมือฉันอีกครั้ง พลังบางอย่างไหลผ่านเข้ามาที่กลางอก ก่อนที่ใต้กระดูกไหปลาร้าด้านซ้
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status