All Chapters of ทะลุมิติมาในนิยายสัตว์อสูร พร้อมระบบเลี้ยงดูวายร้าย: Chapter 21 - Chapter 30

38 Chapters

บทที่ 9.2 คืนที่มีคนเฝ้าไข้

ทันใดนั้นความอบอุ่นสายหนึ่งก็ซึมซาบผ่านผิวหนังบริเวณข้อมือของฉัน มันไม่ได้เป็นพลังที่รุนแรงและเฉียบขาดเหมือนพลังฟื้นฟูระดับ F ที่ระบบเคยมอบให้ หากแต่มันอ่อนโยนและนุ่มนวล ราวกับแสงแดดแรกของยามเช้าที่ส่องลอดผ่านม่านใบไม้ ความอบอุ่นค่อยๆ ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของฉันอย่างเชื่องช้า มันช่วยปลอบประโลมความร้อนระอุภายใน และบรรเทาความปวดแสบปวดร้อนจากบาดแผลลงได้ทีละน้อยเอลเดนกำลังพยายามรักษาฉัน ทั้งที่ตัวเขายังคงหวาดผวา ทั้งที่ร่างกายตัวเองก็มีแต่บาดแผล อุ้งเท้าเล็กๆ ของเขาสั่นสะท้านรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจของลูกกวางน้อยเริ่มหอบเหนื่อยและขาดห้วง ทว่าเด็กน้อยก็ยังดื้อดึง ไม่ยอมถอนพลังกลับไป“พอได้แล้วเอลเดน” เสียงของอัสลานดังแทรกขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ “ขืนฝืนทำต่อนายจะหมดแรงเอานะ”“ฉันยังไหว” เอลเดนตอบเสียงสั่น “ตัวของเธอยังร้อนอยู่”ความอบอุ่นยังคงไหลเวียนเข้ามาในร่างฉันอีกครู่หนึ่ง ก่อนที่มันจะค่อยๆ อ่อนแรงและจางหายไปในที่สุด พร้อมกับเสียงร่างเล็กๆ ที่ทรุดฮวบลงนั่งหอบหายใจอยู่ข้างเตียง “ฉันหมดแรงแล้ว&r
Read more

บทที่ 9.3 คืนที่มีคนเฝ้าไข้

ภาพของลูกสัตว์ตัวน้อยทั้งห้า กำลังนอนหลับกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดอยู่รอบๆ เตียงไม้ของฉัน อัสลานนอนหมอบคุดคู้ติดอยู่กับขอบเตียงฝั่งที่ใกล้กับศีรษะของฉันมากที่สุด อุ้งเท้าหน้าข้างหนึ่งของเขายังคงกอดก่ายเศษผ้าเปียกอีกชิ้นเอาไว้แน่น ราวกับว่าเมื่อคืนนี้ลูกสิงโตน้อยได้เผลอหลับไป ทั้งที่ยังคงพยายามทำหน้าที่คอยเปลี่ยนผ้าชุบน้ำให้ฉันอยู่ถัดไปข้างๆ กันคือเรนาร์ จิ้งจอกน้อยที่กำลังนอนตะแคง โดยใช้หางสีแดงทั้งเก้าสายของเขาม้วนขดโอบล้อมรอบร่างของตัวเองและเอลเดนเอาไว้อย่างมิดชิดราวกับเป็นผ้าห่มผืนหนา ลูกกวางน้อยเอลเดนซุกใบหน้าอยู่ใต้กองหางฟูฟ่องนั้น ทว่าแม้ดวงตาจะปิดสนิทแต่สีหน้าของเขากลับดูซีดเซียวและอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด นี่คงเป็นผลกระทบจากการฝืนใช้พลังรักษาฉันเมื่อคืนนี้สินะไทรันนอนขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่ตรงบริเวณปลายเตียง ศีรษะเล็กๆ พาดเกยอยู่บนขาหน้า และที่สำคัญคือเขานอนหันหน้าทอดสายตามาทางฉัน ราวกับต้องการจะเฝ้ามองดูอาการของฉันไปจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่ความง่วงจะพรากสติไปส่วนไครอสนอนขดอยู่ตรงหน้าประตู หางยาววางขวางทางเข้าออกเอาไว้แต่ดวงตากลมกลับปิดสนิท ปีกเกล็ดสีดำพับเ
Read more

บทที่ 10.1 อาหารเช้าที่อบอุ่น

หลังจากอุ้มเด็กน้อยทั้งห้าขึ้นไปนอนเบียดเสียดกันบนเตียงแคบๆ จนครบทุกคนเรียบร้อยแล้ว ฉันก็ยืนกอดอกมองพวกเขาเงียบๆ อยู่ชั่วครู่หูกลมๆ สีทองของอัสลานยังคงกระตุกยิกๆ เป็นระยะ หางทั้งเก้าสายของเรนาร์พยายามม้วนขดแนบชิดลำตัวเพื่อปั้นหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ ทั้งที่ความจริงแล้วปลายหางเส้นหนึ่งของเขายังคงสั่นระริกเบาๆ ไทรันนอนเกร็งตัวแข็งทื่อราวกับท่อนไม้ เอลเดนพยายามซุกซ่อนใบหน้าให้มุดลึกอยู่ใต้ผ้าห่มจนเหลือเพียงปลายเขากวางเล็กจิ๋วที่โผล่พ้นออกมาให้เห็น ส่วนไครอสแม้จะยังคงหลับตาปี๋แน่นสนิท ทว่าปลายปีกเกล็ดสีดำกลับขยับดุ๊กดิ๊กไปมาเห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขาตื่นกันหมดแล้ว! แต่ในเมื่อทุกคนยังคงร่วมใจกันแกล้งหลับและยังไม่พร้อมจะยอมรับ ฉันก็ตัดสินใจแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แล้วเดินไปยังห้องครัวร่างกายของฉันยังคงรู้สึกอ่อนแรงจากพิษไข้ แต่เมื่อนำไปเทียบกับอาการร้อนรุ่มและหนาวสั่นเมื่อคืนแล้ว สภาพของฉันในตอนนี้นับว่าดีขึ้นมาก อย่างน้อยฉันก็สามารถยืนและค่อยๆ เดินได้ด้วยตัวเอง แม้ทุกครั้งที่ขยับแรงๆ บาดแผลจะยังปวดขึ้นมาก็ตามและฉันรู้ดีว่าทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับพลัง
Read more

บทที่ 10.2 อาหารเช้าที่อบอุ่น

หลังจากเตรียมวัตถุดิบลงหม้อเสร็จ ฉันก็หันขวับไปมองที่เตาดิน ก่อนจะยืนนิ่งค้างไปพักใหญ่ ปัญหาระดับชาติของฉันวนกลับมาเยือนอีกแล้วฉันลอบถอนหายใจยาว ทอดสายตามองกองฟืนแห้งที่วางอยู่ใต้เตาด้วยความรู้สึกอ่อนใจ ตอนนี้อัสลานยังคงแกล้งหลับอยู่บนเตียง หากฉันตะโกนเรียกให้เขามาช่วยพ่นไฟใส่เตาให้ตรงๆ มันก็ดูจะเป็นการเปิดโปงและหักหน้าเจ้าตัวเล็กจนเกินไป แต่ถ้าฉันไม่เรียกเขา ฉันที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะจุดไฟด้วยตัวเอง จะใช้วิธีไหนทำให้ซุปหม้อนี้สุกได้กันในขณะที่กำลังยืนคิดไม่ตกว่าจะหาทางออกให้เรื่องนี้อย่างไรดี เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก็ดังแว่วมาจากทางด้านหลัง"ผมตื่นแล้ว" ฉันหันขวับกลับไปมองตามต้นเสียง ก็พบเข้ากับลูกสิงโตตัวผอมที่กำลังยืนอยู่ข้างเตียงด้วยท่าทีเคร่งขรึมและจริงจังเกินวัย หางสีทองอร่ามทอดตกลงแนบพื้น ใบหน้าพยายามปั้นแต่งให้ดูเรียบเฉยและงัวเงีย ราวกับเพิ่งจะสลัดความง่วงและลืมตาตื่นขึ้นมาโดยบังเอิญ"อ๊ะ! นายตื่นพอดีเลยอัสลาน ช่วยมาจุดไฟที่เตาให้ฉันหน่อยได้ไหม" ฉันเลือกที่จะใช้ประโยคคำถามแกมขอร้อง เพื่อไม่ให้เขารู้สึกว่ากำลังถูกบังคับด้วยคำสั่งใบหูกลมๆ ของ
Read more

บทที่ 10.3 อาหารเช้าที่อบอุ่น

"ค่อยๆ กิน ระวังลวกปากด้วยล่ะ มันยังร้อนอยู่นะ" ฉันเอ่ยกำชับด้วยความเป็นห่วง พลางทอดสายตามองดูพวกเขาทีละคนอัสลานที่กำลังก้มหน้าลงไปทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นซุปเล็กน้อย ก่อนจะใช้ลิ้นเล็กๆ แตะชิมน้ำซุปอย่างกล้าๆ กลัวๆ เรนาร์ที่กำลังใช้ลิ้นตวัดเลียกินเส้นไข่บางๆ ด้วยความรู้สึกทึ่งและสงสัย ไทรันที่กำลังออกแรงเป่าลมฟู่ๆ ไล่ไอร้อนเหนือชามสองสามครั้ง ก่อนจะจัดการซดน้ำซุปรวดเดียวหายไปครึ่งชาม ส่วนเอลเดนนั้นยังคงจ้องมองไข่สีเหลืองอ่อนฟูฟ่องด้วยดวงตากลมโตที่เป็นประกายวิบวับ ก่อนจะค่อยๆ เล็มกินมันอย่างช้าๆ ราวกับกลัวว่ามันจะหมด ในขณะที่ไครอสยังคงวางมาดนิ่งสงบ ทว่าหางมังกรสีดำที่เคยขดพันรัดรอบตัวแน่น บัดนี้กลับคลายตัวออกอย่างผ่อนคลาย ขยับเท้าเข้ามาใกล้ชาม ก้มหน้าซดซุปกินเช่นเดียวกับพี่น้องคนอื่นๆอย่างน้อยที่สุดการที่เด็กทั้งห้าคนเริ่มยอมกินอาหารที่ฉันทำให้ โดยไม่ต้องมานั่งรอให้ฉันกินพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจก่อนเช่นนี้ มันก็ถือเป็นพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขาเริ่มมอบความไว้วางใจให้ฉันมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว"รสชาติเป็นยังไงบ้าง" ฉันเอ่ยถามยิ้มๆ"อร
Read more

บทที่ 10.4 อาหารเช้าที่อบอุ่น

"เรนาร์... เมื่อกี้นี้นายว่ายังไงนะ" ฉันเบิกตากว้าง รีบเอ่ยถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจจิ้งจอกน้อยเงียบกริบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งใจ ก่อนจะยอมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้ฟังดูไม่แยแสและไม่ใส่ใจ"ผมจำได้ว่าหมอผีในหมู่บ้าน รับแลกพืชสมุนไพร กับเสบียงอาหาร ของใช้ หรือไม่ก็ตีราคาจ่ายเป็นเหรียญทองแดง"ดวงตาของฉันเบิกกว้างเป็นประกายวิบวับในทันที รับแลกพืชสมุนไพร นี่ไม่เท่ากับมอบเงินให้ฉันตรงๆ หรอกหรือ คิดถึงทักษะเนตรทิพย์ที่เพิ่งได้มา แน่นอนว่าการค้นหาสมุนไพรในป่าสำหรับฉันเป็นเรื่องที่ง่ายดายเสียยิ่งกว่ากะพริบตา"แล้วต้องเป็นสมุนไพรประเภทไหน แบบไหน เธอถึงจะรับซื้อ""เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้รายละเอียดทั้งหมดหรอก" เขาส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะเหลือบสายตามองฉันอย่างระมัดระวัง "แต่ผมเคยแอบเห็นพวกชาวบ้าน นำเอาพืชแปลกๆ ที่ขุดได้จากในป่าไปให้หมอผีตรวจดู จากนั้นเธอก็จะประเมินสรรพคุณ แล้วตีราคาจ่ายเงินให้"สมองของฉันพลันปะติดปะต่อและนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ ฉันดีดตัวลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ จนเด็กน้อยทั้งห้าต่างสะดุ้งเฮือกขยับตัวถอยหลังหนีด้วยความตกใจ
Read more

บทที่ 11.1  อดีตสหายผู้หวังดี

เมื่อได้รับฟังคำอธิบายที่เป็นเหตุเป็นผล แม้ว่าลึกๆ ในใจของลูกสิงโตจะยังคงรู้สึกคัดค้านและอยากตามไปด้วย แต่อัสลานก็ยอมสงบปากสงบคำ ไม่ได้เอ่ยเถียงอะไรออกมาอีก กลับกลายเป็นไทรันเสียอีก ที่แสดงสีหน้าบึ้งตึงไม่ยินยอมอย่างเห็นได้ชัด“แต่ว่าแขนของคุณมันยังบาดเจ็บอยู่นะ” แม้ว่าน้ำเสียงที่ลูกเสือขาวเอ่ยออกมาจะยังคงติดห้วนและแข็งกระด้าง แต่ความห่วงใยและความกังวลที่แฝงอยู่นั้นกลับชัดเจนจนฉันอดยิ้มกว้างไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยตอบเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน“นายไม่ต้องห่วง ฉันแค่ไปทำธุระจะรีบกลับมาก่อนมืดแน่นอน”“ค... ใครเขาห่วงคุณกัน! ผม... ผมก็แค่กลัวว่า คุณจะไปเป็นภาระ ทำให้เรนาร์ต้องพลอยลำบากไปด้วยต่างหากล่ะ!” พูดจบ ไทรันก็รีบสะบัดหน้า เบนสายตาหลบไปอีกทางด้วยความเขินอายในขณะเดียวกัน เอลเดนก็ขยับตัวเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน แล้วเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่สั่นเครือ “ให้ผมช่วยรักษาแผลให้คุณอีกสักหน่อยดีไหม”ฉันวางห่อกลีบดอกจันทร์พิษลงไว้บนโต๊ะข้างๆ แล้วย่อตัวลงคุกเข่า ให้ระดับสายตาอยู่ในระดับเดียวกับเอลเดน ดว
Read more

บทที่ 11.2 อดีตสหายผู้หวังดี

เพราะพิกัดที่ตั้งกระท่อมของร่างเดิมและเด็กๆ อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางตัวหมู่บ้านพอสมควร ในช่วงแรกของการเดินทาง สองข้างทางมีเพียงทุ่งวัชพืชรกสูงและรั้วไม้ผุพังที่ถูกทิ้งร้าง ทว่าความห่างไกลนี้ก็กลายเป็นข้อดีที่ทำให้ฉันสามารถเปิดใช้เนตรทิพย์ และแวะเก็บเกี่ยวสมุนไพรชั้นดีติดไม้ติดมือมาได้เพิ่มอีกสองสามชนิดหญ้าปราณน้ำค้าง พืชใบเรียวเล็กที่มีหยดน้ำใสเกาะพราวอยู่ตลอดเวลา สรรพคุณของมันช่วยดับกระหายและฟื้นฟูความเหนื่อยล้าทางกายได้ รากโสมนิทรา สมุนไพรกลิ่นหอมฉุนที่ซ่อนหัวอยู่ใต้ดิน มีสรรพคุณเป็นยานอนหลับและช่วยระงับอาการปวดได้อย่างชะงัดฉันจัดการเก็บกวาดพวกมันห่อด้วยใบไม้หลายชั้น แล้ววางลงในตะกร้าบนบ่าอย่างเบามือและพึงพอใจ ก่อนจะยื่นมือออกไปหาลูกสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยที่ตอนนี้ทั้งตัวเปื้อนไปด้วยดินโคลนจากการช่วยฉันขุดหญ้าปราณน้ำค้างและรากโสมนิทรา“มาเช็ดตัวให้สะอาดก่อน”“ไม่เป็นไร ผมจัดการเองได้” เรนาร์บอกก่อนจะสลัดตัวไปมา จนเศษดินบนตัวหลุดกระเด็น ทว่าก็ยังคงมีคราบบางส่วนที่เปื้อนบนตัวเ
Read more

บทที่ 11.3 อดีตสหายผู้หวังดี

มิราเบล เวลลิส บุตรสาวคนโปรดของตระกูลเวลลิส ครอบครัวเศรษฐีพ่อค้าผ้า และเป็นอดีตสหายร่วมชั้นฝึกหัดพลังปลอบประโลมของร่างเดิมในอดีตนั้น มิราเบลเป็นเพียงเงาที่คอยเดินตามหลังอลิซอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นทักษะการควบคุมพลัง คะแนนการทดสอบวัดระดับ หรือแม้กระทั่งความสนใจและคำชมเชยจากผู้อาวุโส อลิซล้วนโดดเด่นและเหนือกว่าอีกฝ่ายแทบจะทุกด้านเพื่อรับบทหญิงสาวผู้น่าสงสาร มิราเบลจึงแสร้งตีหน้าเศร้า สวมบทบาทเป็นสหายผู้แสนดีคอยค้ำจุนร่างเดิม ทว่าจากแววตาที่ตรงข้ามกับคำพูดของมิราเบล ต่อให้เจ้าของร่างเดิมมองไม่ออก ฉันก็พอเดาได้ว่าความเป็นมิตรของมิราเบลไม่เคยจริงใจตั้งแต่แรกจนกระทั่งแก่นวิญญาณของอลิซเสียหาย ระดับพลังตกจากขั้น B มาเป็นระดับ F คนแรกที่รีบเข้ามาเยี่ยมเยียนและแสดงความเห็นใจอย่างออกนอกหน้ามากที่สุดก็คือมิราเบล ทว่าถ้อยคำปลอบประโลมทุกประโยคนั้น กลับซุกซ่อนเข็มพิษแหลมคมเอาไว้คอยทิ่มแทง'น่าเสียดายจังเลยนะ ทั้งที่เธอเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของรุ่นแท้ๆ''แต่เอาน่า ต่อให้ตอนนี้เธอจะกลายเป็นคนไร้ค่าไปแล้ว แต่เธอก็ยังมีหน้าตาสะสวย คงพอจะหาอสูรบุรุษชั้นต่ำแต่งเป็นสาม
Read more

บทที่ 12.1 ชนะโดยไม่ต้องลงมือ

กล้าแตะต้องเขาก็ลองดู”ฉันตวาดเสียงแข็ง ขยับเท้าไปยืนเบื้องหน้าเรนาร์ ก่อนจะจ้องมองไปยังอสูรอินทรีชายข้างกายมิราเบลลูกจิ้งจอกช้อนสายตาขึ้นมองฉันด้วยสายตาตื่นตกใจ อาจเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันปกป้องเขาแทนที่จะทุบตี ต่อว่าเขาเหมือนที่ร่างเดิมเคยทำ“ตกอับขนาดนี้ยังกล้าอวดดีอีกหรืออลิซ คิดว่าตัวเองยังเป็นอัจฉริยะของรุ่นเหมือนเมื่อก่อนอยู่หรือไง”“แล้วทำไมฉันจะไม่กล้าอวดดีล่ะ” ฉันโต้กลับมิราเบลด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเยือกเย็น “หรือเธอลืมไปแล้วว่าเหตุการณ์ที่ทำให้ระดับพลังของฉันตกต่ำลงเป็นเพราะอะไร” ฉันยังคงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ทว่าดังกังวานพอที่จะให้ฝูงชนรอบข้างได้ยินกันอย่างถ้วนหน้า “หรือเธอคิดว่าการที่ในตอนนั้นฉันทำตามรับสั่งองค์จักรพรรดินีอย่างเคร่งครัด ช่วยเหลือเยียวยาทหารอสูรกล้าอย่างสุดกำลังจนแก่นวิญญาณเสียหาย ระดับพลังลดลงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างนั้นหรือ”รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของมิราเบลพลันแข็งค้างไปชั่วขณะ หากแต่พริบตาเธอก็กลับมาเชิดหน้าด้วยท่าทีเย่อหยิ่งไม่ยินยอม“เหอะ! เธอคงไม่คิดว่าแค่พูดจาสวยหรู ก็จะลบล้างความสำส่อนของตนเองได้หรอกนะอลิซ” มิราเบลพูดพลางขบขันดู
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status