All Chapters of ศาลาฉางถิง สิ้นรอยอาลัย: Chapter 11 - Chapter 20

23 Chapters

บทที่ 11

ทันใดนั้น เซี่ยชิงเยี่ยนก็นึกบางสิ่งขึ้นมาได้ ยามที่ท่านหมอกำลังจะก้าวออกจากจวน เขาจึงเอ่ยรั้งไว้“ในน้ำแกงนี้คือสิ่งใดหรือ?” เขาเอ่ยถามท่านหมอท่านหมอตอบว่า “ในน้ำแกงใส่โสมพันปีลงไปหนึ่งหัว สำหรับรักษาอาการใจสั่นของแม่นางซูได้พอดีขอรับ”“ค่ารักษาเท่าใด?”“เรียนท่านโหว โสมพันปีราคาหัวละสามร้อยตำลึงขอรับ”ไม่รู้ด้วยเหตุใด ในห้วงความคิดของเขากลับปรากฏภาพสาวใช้ที่เพิ่งโขกศีรษะสิ้นใจตายไปเมื่อช่วงกลางวันวาบขึ้นมา เขาพยายามข่มกลั้นความรู้สึกผิดปกติในใจเอาไว้“อาการใจสั่นของหลิงอินรุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? ถึงขั้นต้องใช้โสมพันปีจึงจะรักษาหาย”ท่านหมอชะงักไปเล็กน้อย “ท่านโหวไม่ทราบหรือขอรับ? แม่นางซูเพียงแค่ตกใจกลัวธรรมดาเท่านั้น แท้จริงแล้วพักผ่อนสักสองสามวันก็ไร้ซึ่งอาการใดแล้ว ทว่าแม่นางซูไม่คลายกังวล จึงให้ข้าใช้ตัวยาที่ดีที่สุด ข้าถึงได้นำโสมหัวนี้มา ก่อนจะใช้ยาก็ได้สอบถามแม่นางซูแล้วขอรับ”เขากดเสียงต่ำ “ดี ข้ารู้แล้ว ท่านกลับไปเถิด”ท่านหมอเดินออกจากจวนไปแล้ว ทว่าจิตใจของเซี่ยชิงเยี่ยนกลับยิ่งว้าวุ่นไม่สงบการจากไปของจ้าวเซ่อเซ่อ ความตายของสาวใช้ ถ้อยคำเสียดสีของเหล่าขันที
Read more

บทที่ 12

เพียงแค่หลับตาลง ในห้วงความคิดของเขาก็พลันปรากฏเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับจ้าวเซ่อเซ่อขึ้นมายามที่พวกเขารู้จักกันใหม่ ๆ เขาตามเกี้ยวพาราสีสตรีผู้นั้นอย่างกระตือรือร้นยามที่พวกเขาเข้าพิธีมงคลสมรส เขาได้ให้คำสัตย์สาบานต่อนางพวกเขาเคยตกลงกันว่าชั่วชีวิตนี้จะมีเพียงกันและกันตราบฟ้าดินสลาย ทะเลเหือดแห้งหินผาแหลกเหลวทว่าในท้ายที่สุด ทุกสิ่งกลับกลายเป็นเพียงภาพของจ้าวเซ่อเซ่อในวาระสุดท้าย ที่เอ่ยคำว่า “ตัดขาดเยื่อใย” ออกมาด้วยความสิ้นหวังจู่ ๆ เขาก็รู้สึกหายใจติดขัด ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากหัวใจของเขาเอาไว้แน่นเขาไม่อาจข่มตาหลับได้เป็นเวลานาน ราวกับว่ามีบางสิ่งในใจขาดหายไปหลังจากดึงสติกลับมาได้ เซี่ยชิงเยี่ยนก็เรียกพ่อบ้านประจำจวนเข้ามา“ไปตรวจสอบค่าใช้จ่ายในจวนช่วงนี้มาให้ข้า แล้วก็... เรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับเซ่อเซ่อด้วย”พ่อบ้านรับคำสมุดบัญชีของจวนถูกนำมา พ่อบ้านแจกแจงรายละเอียดให้เซี่ยชิงเยี่ยนฟังทีละรายการ“เดือนก่อน ค่าใช้จ่ายในจวนใช้ไปทั้งสิ้นสามร้อยอีแปะ ซึ่งเป็นไปตามกฎที่แม่นางซูตั้งไว้ว่าวันละสิบอีแปะ มิได้เกินเลยขอรับ ทว่าเบี้ยหวัดรายเดือนของบ่าวไพร่ทั้งจว
Read more

บทที่ 13

เซี่ยชิงเยี่ยนเพิ่งส่งท่านหมอกลับไป ซูหลิงอินก็เดินเข้ามาพร้อมใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ“ท่านโหว มิใช่กล่าวไว้แล้วหรือว่าวันละสิบอีแปะ เหตุใดจึงสั่งยามากมายเพียงนี้? ต้องรู้ว่าพวกคนยากจนเหล่านั้น แม้แต่เงินเชิญท่านหมอมารักษายังไม่มี มิใช่ต้องอาศัยตนเองอดทนฝ่าไปหรอกหรือ?”กล่าวจบ นางก็นึกถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ สีหน้าไม่พอใจยิ่งหนักขึ้นกว่าเดิม “ก่อนหน้านี้นางจ้าวเชิญท่านหมอ ข้าก็มิได้กล่าวอันใดแล้ว ท้ายที่สุดนางก็เป็นฮูหยินโหว แต่ยามนี้เป็นเพียงสาวใช้คนหนึ่ง ถึงกับต้องทำเยี่ยงนี้เชียวหรือ?”มีบ่าวไพร่บางคนเผยสีหน้าโกรธเคืองออกมาให้เห็นแล้วน้ำเสียงของเซี่ยชิงเยี่ยนเรียบเฉยเย็นเยียบ “ข้าให้เจ้าดูแลจัดการเรื่องในจวน ตัวเจ้าเองต้องการใช้แต่ของดีที่สุด ข้าก็มิได้ว่ากล่าวอันใด เจ้าตั้งกฎใช้วันละสิบอีแปะ ข้าก็ล้วนตามใจ ทว่ากลับจ่ายเงินซื้อเศษผักเน่า เนื้อหมูเสียมาทำอันใดกัน? หนำซ้ำยังหักเงินเดือนบ่าวไพร่ เจ้าดูเอาเถิดว่ายามนี้จวนถูกเจ้าทำให้กลายเป็นสภาพใดไปแล้ว หากผู้อื่นล่วงรู้ว่าในจวนโหวของข้า ถึงขั้นมีคนป่วยเพราะอาหารเป็นพิษ ซ้ำยังต้องกินเศษอาหารทุกวัน ข้าจะยังมีหน้าใดไปสู้
Read more

บทที่ 14

หลังจากนั้นก็ถึงวันมงคลสมรส เซี่ยชิงเยี่ยนได้เชิญแขกเหรื่อมากมายตามความต้องการของซูหลิงอิน มิใช่เพียงเหล่าคุณชายจากตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองหลวง แต่ยังรวมถึงขุมกำลังต่าง ๆ ในราชสำนักด้วยกระทั่งทำให้คนทั้งเมืองหลวงล่วงรู้ว่า อู่อันโหวเซี่ยชิงเยี่ยนกำลังจะแต่งงานกับหญิงเก็บดอกบัวในวันนั้น จวนตระกูลเซี่ยถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คนแน่นขนัด ของขวัญแสดงความยินดีที่แขกเหรื่อส่งมานั้นมากมายจนกองเต็มสองห้องทว่ายามที่อาหารยกขึ้นโต๊ะ ใบหน้าของทุกคนพลันมืดครึ้มลงสำรับอาหารที่จัดเตรียมไว้บนโต๊ะ กลับกลายเป็นเศษผักเน่าเสียทั้งโต๊ะ!ผู้ที่มาร่วมงานล้วนเป็นผู้มีตำแหน่งสูงส่งและมีหน้ามีตา พวกเขาเคยต้องทนรับความอัปยศอดสูเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน ในตอนนั้นเอง ขุนนางบู๊ผู้มีอารมณ์ร้อนผู้หนึ่งถึงกับพลิกโต๊ะคว่ำลงกับพื้น“เซี่ยชิงเยี่ยน เจ้าหมายความว่าอย่างไร! หากไม่อยากเชิญผู้ใดก็อย่าเชิญ เอาเศษผักเน่ามาให้พวกเรากิน เจ้าตั้งใจจะหยามเกียรติพวกเราใช่หรือไม่!” คนอื่น ๆ ต่างพากันส่งเสียงสนับสนุน ทำให้เซี่ยชิงเยี่ยนตกใจจนต้องก้าวลงมาจากแท่นพิธี แล้วปรายตามองอาหารบนโต๊ะเพียงปราดตามอง เขาก็โกรธจนแทบคลั่ง“ซูหล
Read more

บทที่ 15

เซี่ยชิงเยี่ยนกลับมาถึงจวน ลานเรือนที่เคยยุ่งเหยิงก่อนหน้านี้ถูกเก็บกวาดจนสะอาดสะอ้านแล้ว ทว่าประตูห้องของซูหลิงอินกลับปิดสนิท นางยังคงอยู่ในอารมณ์โกรธเซี่ยชิงเยี่ยนมิได้ใส่ใจ เขาเดินไปที่ห้องตำรา ฝนหมึกและหยิบพู่กันขึ้นมาเบื้องหน้ากระดาษเปล่า สิ่งแรกที่เขาหวนนึกถึงคือจ้าวเซ่อเซ่อมือของเขาเคยจับดินสอเขียนคิ้ว วาดลวดลายบนคิ้วของนางนัยน์ตาของเขาเคยมีเพียงนางผู้เดียว สลักลึกรูปโฉมของนางไว้ในใจหัวใจของเขาเคยเร่าร้อนหาใดเปรียบ สลักแน่นด้วยนามของนางทว่าในยามนี้ การหย่าร้างของพวกเขาแทบมิได้ผ่านมือเขาเลย กลับถูกพรากจากกันอย่างเย็นชาด้วยราชโองการเซี่ยชิงเยี่ยนจรดพู่กันเขียนลงไป “ซูหลิงอินภรรยาข้า ก่อนแต่งเข้าจวน ได้รังแกฮูหยินนางจ้าวคนก่อน บีบคั้นให้จ้าวเซ่อเซ่อต้องทูลขอราชโองการหย่าร้าง หลังแต่งเข้าจวนมาไม่ถึงสามวัน กลับทำให้คนในจวนวุ่นวายหาความสงบมิได้ ไร้ซึ่งจรรยาสตรี ไม่รู้จักกาลเทศะ คุณธรรมไม่คู่ควรกับตำแหน่ง จึงขอเขียนหนังสือหย่าฉบับนี้ นับแต่นี้เป็นต้นไป ข้าเซี่ยชิงเยี่ยนและซูหลิงอินตัดขาดกัน ไม่มีสิ่งใดข้องเกี่ยวกันอีก!”เซี่ยชิงเยี่ยนตวัดพู่กันเขียนทีละอักษร เรี่ยวแรงจดป
Read more

บทที่ 16

ซูหลิงอินใบหน้าซีดเผือดลงในบัดดล นางสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมของคนที่กดนางไว้ แล้วถลาเข้าไปเกาะขาเซี่ยชิงเยี่ยน“ท่านโหว ท่านจะไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ท่านมิได้บอกหรือว่าคนที่ท่านรักที่สุดคือข้า? ข้ารู้ตัวว่าผิดไปแล้ว ภายหน้าข้าจะแก้ไข ข้าจะไม่ตั้งกฎสิบอีแปะอันใดนั่นอีกแล้ว ข้าจะดูแลจัดการเรื่องราวน้อยใหญ่ในจวนเป็นอย่างดี จะมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกเป็นอันขาด!”“ท่านโหว ท่านมิได้บอกหรือว่าท่านชื่นชอบข้าที่สุด? ท่านโหว ท่านโหว!”ซูหลิงอินแผดเสียงตะโกนจนแหบแห้ง หวังเพียงจะได้รับความเวทนาจากเซี่ยชิงเยี่ยนแม้แต่น้อย ทว่าเซี่ยชิงเยี่ยนกลับไม่ปริปากเอื้อนเอ่ยแม้แต่ครึ่งคำ นัยน์ตาคู่นั้นไร้ซึ่งแววความอบอุ่นในวันวาน ราวกับความรักที่ผ่านมาเป็นเพียงฝันตื่นหนึ่งนัยน์ตาของซูหลิงอินเต็มไปด้วยความเคียดแค้น นางถูกจับกดลงไปอีกครา แส้โบยลงบนร่างของนางอย่างรุนแรงไร้ความปรานี ทิ้งรอยเลือดไว้เป็นทางยาวนางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส แต่ผู้ที่โบยตีนางกลับมิได้หยุดมือเลยแม้แต่น้อย บ่าวไพร่ในจวนที่เคยถูกนางรังแกล้วนพากันชี้หน้าด่าทอ ซูหลิงอินทนรับไม่ไหวอีกต่อไป ขณะที่กำลังรับโทษนางยั
Read more

บทที่ 17

“คุณหนู ท่านได้ยินหรือไม่เจ้าคะ? อู่อันโหวออกนำทัพไปทำศึกแล้ว” หงซิ่วเอ่ยอย่างตื่นเต้นกระตือรือร้น “ได้ยินว่าศึกครานี้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายยิ่งนักเลยนะเจ้าคะ”จ้าวเซ่อเซ่อได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้น “จะอันตรายเพียงไร ก็มิได้เกี่ยวข้องอันใดกับข้า อีกอย่างเขาในฐานะอู่อันโหว การแบ่งเบาพระภาระของฮ่องเต้ย่อมเป็นเรื่องสมควรแล้ว”เอ่ยจบ นางก็เดินเข้าไปในเรือน หงซิ่วจึงรีบเดินตามไปทันทีเจียงหนานฝนตกชุก จ้าวเซ่อเซ่อเดินทางมาอยู่ที่นี่ได้หลายเดือนแล้ว ในคราแรกนางมีเพียงสินเดิมที่เหลือติดตัวอยู่บ้าง ยังมิได้คิดว่าจะทำสิ่งใด ทว่าหลังจากผ่านพ้นสายฝนวสันตฤดูที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงและรวดเร็วอยู่หลายครา นางจึงตัดสินใจเปิดร้านขายร่มขึ้นมาแห่งหนึ่งดินแดนเจียงหนานแห่งนี้แท้จริงแล้วมิได้ขาดแคลนร่ม ทุกหลังคาเรือนล้วนตระเตรียมไว้หลายคัน แม้แต่ในโรงเตี๊ยมก็ยังมีร่มหลายคันไว้คอยหยิบยืมแก่แขกเหรื่อทว่าอย่างไรเสีย ร่มก็ยังคงเป็นสิ่งของที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเจียงหนาน โดยเฉพาะร่มที่งดงาม จ้าวเซ่อเซ่อพาหงซิ่วลงมือวาดลวดลายประดับบนผืนร่มด้วยตนเอง ร่มแต่ละคันล้วนมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน จึงเป็นที่โปรดปรานของ
Read more

บทที่ 18

จ้าวเซ่อเซ่อย่อมไม่มีข้อโต้แย้งใดเดิมทีนางเอ่ยปากถามหงซิ่วว่าต้องการมาด้วยกันหรือไม่ ทว่าหงซิ่วกลับรีบวิ่งหนีไปไกลเสียก่อน นางจึงจำต้องออกจากเรือนมากับหลิ่วหนานฝานเพียงลำพังสองคนเดินมาได้ไม่นาน ด้านนอกก็มีฝนโปรยปรายลงมา ดินแดนเจียงหนานนั้นฝนตกชุก ยามวสันตฤดูยิ่งมักมีฝนปรอยตกกระทบเป็นระลอก หลิ่วหนานฝานคุ้นชินกับสภาพอากาศเช่นนี้มานานแล้ว ในมือของเขาจึงกางร่มออกแล้วยกบังเหนือศีรษะให้จ้าวเซ่อเซ่อ“ระวังหน่อยเถิด ประเดี๋ยวจะเปียกฝนเอาได้” เขากล่าวพลางจงใจเอียงร่มไปทางจ้าวเซ่อเซ่อเล็กน้อยหยาดฝนสาดกระเซ็นจนเนื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ของบุรุษเปียกชุ่ม ทว่าเขากลับไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อยกระทั่งถึงที่หมาย จ้าวเซ่อเซ่อจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าหัวไหล่ของเขาเปียกชุ่มจนแทบจะแนบเนื้อ แผ่ไอชื้นแฉะออกมา“เมื่อครู่เหตุใดท่านจึงไม่บอกเล่า? ท่านเปียกไปหมดแล้ว” นางอดมิได้ที่จะร้อนใจขึ้นมาหลายส่วนทว่าหลิ่วหนานฝานกลับปัดหยดน้ำบนตัวออกอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วแย้มยิ้มส่งให้นาง “ร่างกายของเจ้าอ่อนแอ หากเจ้าเปียกฝนไปคงได้ล้มหมอนนอนเสื่อเป็นแน่ ส่วนข้านั้นร่างกายแข็งแรงบึกบึน ไม่เป็นอันใดหรอก หากเซ่อเซ่อห่วงใยข้า มอ
Read more

บทที่ 19

หลังจากนั้น จ้าวเซ่อเซ่อได้ทำร่มด้วยมือของนางเองมอบให้แก่หลิ่วหนานฝาน เพื่อเป็นค่ารักษาที่เขาดูแลนางมาอย่างยาวนาน ยามที่หลิ่วหนานฝานได้รับ เขารู้สึกยินดียิ่งนัก นัยน์ตาของเขามิอาจปิดบังความตื่นเต้นเอาไว้ได้ยามสบเข้ากับแววตาอันเร่าร้อนปานนั้น หัวใจของนางก็พลันเต้นระรัวเร็วขึ้นมาอย่างมิอาจห้ามได้วันเวลาล่วงเลยผ่านไปสามเดือนอย่างไม่ช้าไม่เร็ว จ้าวเซ่อเซ่อเคยชินเสียแล้วกับการมีหลิ่วหนานฝานอยู่เคียงข้าง แม้แต่หงซิ่วยังอดบ่นมิได้ในบางครา ว่าหลิ่วหนานฝานที่เป็นเพียงหมอผู้หนึ่งกลับมาแย่งงานของนางไปเสียสิ้น ทุกสิ่งล้วนต้องแย่งทำความดีความชอบต่อหน้าคุณหนูมองดูท่าทีแก้มป่องแสนงอนของหงซิ่วแล้ว จ้าวเซ่อเซ่อก็หัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจทว่ายามที่อากาศร้อนอบอ้าวยังมิได้ผ่านพ้นไปจนหมดสิ้น เมืองหลวงก็มีข่าวคราวส่งมาว่า อู่อันโหวเซี่ยชิงเยี่ยนรบชนะครั้งใหญ่กลับมา ว่ากันว่าเขาห้าวหาญไร้เทียมทานในสนามรบ บุกตัดหัวราชาซงหนูได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว แล้วหิ้วกลับมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้และข่าวลือที่แพร่สะพัดก่อนหน้านี้ก็เป็นความจริง เซี่ยชิงเยี่ยนที่สร้างความดีความชอบใหญ่หลวงมิได้เรียกร้องสิ่งใด เขาเพียง
Read more

บทที่ 20

วันรุ่งขึ้น เซี่ยชิงเยี่ยนก็ควบม้ามาถึงเจียงหนาน และหยุดลงที่หน้าเรือนร้านค้าของจ้าวเซ่อเซ่อในฐานะอู่อันโหว การที่เซี่ยชิงเยี่ยนจะสืบหาตัวจ้าวเซ่อเซ่อนั้นง่ายดายปานพลิกฝ่ามือ นางจึงมิได้แปลกใจกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้นี้แต่อย่างใด หลังจากได้รับการปลอบโยนจากหลิ่วหนานฝาน นางก็คิดตกแล้วว่า ไม่ว่าอย่างไร เรื่องราวระหว่างนางกับเซี่ยชิงเยี่ยนก็จำต้องสะสางให้กระจ่างชัดเพียงแรกสบตากับนาง เซี่ยชิงเยี่ยนก็สาวเท้าเข้าไปหาทันทีตลอดหลายเดือนในสนามรบ ทุกลมหายใจของเขาล้วนคำนึงถึงจ้าวเซ่อเซ่อ แม้ศึกจะกำชัย แต่ในใจเขากลับมีเพียงจ้าวเซ่อเซ่อผู้เดียว เขาเร่งควบม้าฝ่าตะบึงกลับเมืองหลวง ฮ่องเต้ทรงรับสั่งจะพระราชทานเลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ให้ ทว่าเขากลับปฏิเสธจนสิ้น ขอเพียงราชโองการฉบับเดียว ราชโองการที่สามารถรั้งตัวนางกลับมาได้ครั้นผ่านความเป็นความตายมาได้ เมื่อได้พานพบจ้าวเซ่อเซ่ออีกครา ความรู้สึกของเซี่ยชิงเยี่ยนก็ดั่งได้ของล้ำค่าที่สูญหายกลับคืนมา เขาทอดสายตาสำรวจดวงหน้าของนาง พบว่าช่วงเวลาที่รอนแรมอยู่ในเจียงหนานนี้นางดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้าง พวงแก้มมีเนื้อหนังขึ้นเล็กน้อย ดูน่าเอ็นดูยิ่งกว่าเดิมท
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status