ในความเลือนราง นางมองเห็นร่างสูงโปร่งสายหนึ่งเดินเข้ามาจากแดนไกลสวมอาภรณ์ผ้าต่วนสีหมึก เกล้าผมครอบด้วยกวานหยก ใบหน้าของเซี่ยชิงเยี่ยนหล่อเหลาราวกับภาพวาด เขายังคงมีท่าทีเย็นชาและสูงส่งเช่นเดิม“เกิดอันใดขึ้น?”หงซิ่วราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้ นางถลาเข้าไปคุกเข่าแทบเท้าเขา “ท่านโหว! ฮูหยินมีโรคไอเรื้อรังมาแต่ไหนแต่ไร วันนี้ซื้อยาใช้เงินเกินไปหนึ่งอีแปะ แม่นางซูถึงกับจะโบยฮูหยินยี่สิบแส้! ฮูหยินร่างกายอ่อนแอ จะทนรับการลงทัณฑ์เช่นนี้ได้อย่างไร? ขอท่านโหวโปรดเมตตาด้วยเจ้าค่ะ!”เซี่ยชิงเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาทอดมองแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยคราบเลือดของจ้าวเซ่อเซ่อ แววตาปรากฏร่องรอยแห่งความเวทนาวูบหนึ่ง“หลิงอิน” เขาเอ่ยปาก “ช่างเถิด”ซูหลิงอินขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที “ยามที่ท่านโหวพาข้าเข้าจวน ได้เอ่ยปากไว้เองมิใช่หรือ ว่าคนทั้งจวนล้วนต้องเชื่อฟังข้า”“หากวันนี้ยอมทำลายกฎเกณฑ์เพื่อฮูหยินโหว วันหน้าผู้คนพากันเอาเยี่ยงอย่าง อำนาจจัดการจวนโหวนี้ ข้าไม่ขอรับไว้ก็แล้วกัน!”เอ่ยจบ นางก็หมุนตัวเตรียมจะจากไปเซี่ยชิงเยี่ยนรีบคว้าตัวนางไว้ “ได้ ๆ ๆ ข้าไม่ยุ่งแล้ว”เขายกมือขึ้นปิดตาซู
Read more