Lahat ng Kabanata ng คุณสามีที่แพ้ผู้หญิงกลับสัมผัสหญิงอื่น: Kabanata 1 - Kabanata 10

10 Kabanata

บทที่ 1

สามีเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินออกมา เขาโยนเสื้อผ้าที่ฉันเพิ่งจับเมื่อครู่ลงถังขยะไปอย่างไม่ใส่ใจฉันพยายามห้ามเขา “นั่นเป็นของขวัญวันเกิดที่ฉันให้คุณนะ เพิ่งใส่ไปแค่ครั้งเดียวเอง”โจวจี้หมิงเอ่ยเสียงเรียบ “คุณจับมันแล้ว ต่อให้ซักยังไงก็ยังมีกลิ่นของคุณติดอยู่ ทิ้งไปเถอะ”พอสังเกตเห็นว่าฉันอารมณ์ดิ่งลง โจวจี้หมิงก็ปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง “อีอี คุณก็รู้ว่าผมสัมผัสผู้หญิงไม่ได้ คุณเพิ่งตั้งท้อง อย่าอารมณ์เสียไปเลย มันไม่ดีต่อลูก”ราวกับต้องการจะปลอบใจฉัน เขาสวมถุงมือไหมพรมทับถุงมือแพทย์อีกชั้นหนึ่ง ก่อนจะวางมือแหมะลงบนหัวฉันเบา ๆ แล้วขยี้ผมราวกับกำลังให้ทานทว่าการกระทำนั้นกลับยิ่งทำให้ฉันรู้สึกพังทลายฉันสะบัดมือเขาออก รู้สึกจุกแน่นในลำคอ “โจวจี้หมิง ในสายตาคุณ ฉันมันสกปรกมากเลยเหรอ”โจวจี้หมิงชะงักไป พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย “ซ่งอี้ ผมเห็นใจที่คุณลำบากตั้งท้อง คุณเองก็ต้องเห็นใจที่ผมทำงานเหนื่อยด้วยสิ อย่ามางี่เง่าไร้เหตุผลได้ไหม”โจวจี้หมิงเป็นถึงเจ้าของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ งานเขายุ่งมาก แม้แต่เมื่อวานตอนฉันขึ้นเตียงผ่าตัด เขายังอ้างเรื่องประชุมจนมาสายไปถึงสองชั่วโมงแต่พอได้ดูค
Magbasa pa

บทที่ 2

โจวจี้หมิงเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงฉัน แววตาของเขาลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย “อีอี เมื่อวานที่บริษัทมีธุระจริง ๆ ส่วนเรื่องที่มาส่งลู่จือที่โรงพยาบาลมันเป็นแค่เหตุฉุกเฉิน คุณอย่าคิดมากเลยนะ”“อีกอย่าง นี่ก็เป็นแค่การผ่าตัดเล็ก ๆ คุณก็ทำมาตั้งสามรอบแล้ว น่าจะรับมือเองไหว เลิกงี่เง่าได้แล้ว รอให้ช่วงนี้งานที่บริษัทซาลงเมื่อไหร่ ผมจะลางานอยู่บ้านเป็นเพื่อนคุณเอง”ลู่จือหยิบแอปเปิลออกจากกระเช้ามาปอกเปลือกแล้วแบ่งครึ่ง ก่อนจะยื่นซีกหนึ่งให้โจวจี้หมิงอย่างเป็นธรรมชาติ โจวจี้หมิงอ้าปากงับชิ้นแอปเปิลจากมือของลู่จือตามสัญชาตญาณ ริมฝีปากของเขาเฉียดผ่านหลังมือของเธอไปมาอย่างจงใจ จนลู่จือแกล้งทำเป็นค้อนแล้วทุบเขาไปหนึ่งทีหยอกล้อกันจนพอแล้ว ลู่จือก็หันมาควงแขนฉันอย่างสนิทสนม พลางยื่นแอปเปิลอีกครึ่งหนึ่งมาจ่อที่ปากฉัน“โธ่ อีอี ฉันกับโจวจี้หมิงเป็นเพื่อนกันมาตั้งกี่ปีแล้ว มีฉันคอยจับตาดูเขาให้แบบนี้ เขาไม่มีทางนอกใจแน่ เธอวางใจได้เลย!”จมูกของฉันสูดเอากลิ่นน้ำหอมผู้ชายฉุนกึกจากตัวลู่จือเข้าไปจนสำลัก จึงเผลอปัดมือเธอออกตามสัญชาตญาณแล้วเริ่มอาเจียนแห้ง ๆบาดแผลบนมือของลู่จือเปื้อนน้ำแอปเปิล เธอเจ็บจนเผล
Magbasa pa

บทที่ 3

หัวใจปวดแปลบราวกับถูกเข็มนับพันนับหมื่นเล่มทิ่มแทง ฉันพยายามหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงเรื่องราวเหล่านั้น ทว่าความทรงจำกลับยังคงทะลักทลายเข้ามาจนแทบจะกลืนกินฉันไปทั้งตัวโจวจี้หมิง เขาเป็นแบบนี้กับฉันแค่คนเดียวเหรอเขารังเกียจว่าฉันสกปรกมาตลอดสินะตอนโจวจี้หมิงกลับมา ทนายความก็ส่งสัญญาที่พรินต์เสร็จแล้วมาให้ถึงห้องพักฟื้นพอดีฉันเปิดปลอกปากกาด้วยตัวเอง ก่อนจะยื่นด้ามปากกาไปให้ “เซ็นสิ”โจวจี้หมิงทำท่าจะรับไปตามสัญชาตญาณ แต่มือที่ค้างอยู่กลางอากาศพลันชะงักและชักกลับทันทีที่เห็นฉันจับปากกาด้ามนั้นอยู่ แววตาของเขาวูบไหวเล็กน้อยหลังดูเชิงกันอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็แสร้งทำเป็นถามอย่างผ่อนคลาย “สัญญาอะไร”ฉันตอบส่ง ๆ “สัญญาเล็ก ๆ ฉบับหนึ่งน่ะ”โจวจี้หมิงร้องอ๋อ “สัญญาของเสิ่นซื่อที่คุณเป็นคนประสานงานให้ก่อนหน้านี้ใช่ไหม วางไว้ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวผมเซ็นเอง”ฉันจ้องโจวจี้หมิงเขม็ง “ฉันอยากให้คุณเซ็นตอนนี้ โจวจี้หมิง ทำไมคุณถึงไม่เซ็นล่ะ เพราะฉันเคยจับปากกาด้ามนี้ คุณก็เลยไม่อยากใช้ใช่ไหม”โจวจี้หมิงถอนหายใจ “อีอี คุณอย่าคิดมากสิ ที่ผมแตะต้องคุณแล้วแพ้ ก็เพราะผมมองว่าคุณเป็นผู้หญิงไง นั่นเป็นสัญล
Magbasa pa

บทที่ 4

ก่อนที่เขาจะปิดประตู ฉันก็เห็นรอยจูบประทับอยู่บนหน้าอกของเขาอย่างชัดเจนลู่จือเห็นโจวจี้หมิงเข้าไปในห้องน้ำแล้วเริ่มอาบน้ำโดยไม่สนใจไยดีอะไรอีก จู่ ๆ เธอก็กระตุกยิ้มมุมปากแล้วเปลี่ยนสีหน้าไป“ซ่งอี้ ฉันก็นึกว่าจี้หมิงจะชอบเธอมากซะอีก ที่แท้เขาก็ขยะแขยงเธอขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย! ขนาดแตะต้องนิดเดียวยังไม่ได้เลย! ตอนแรกฉันยังแอบกังวลว่าเขาจะเปลี่ยนใจ แต่ตอนนี้ฉันวางใจแล้วละ ที่แท้เขาก็แค่หวังผลประโยชน์จากเส้นสายของเธอจริง ๆ ด้วย”“ซ่งอี้ เธอนี่ช่างน่าสงสารจริง ๆ ผู้ชายที่เธออุตส่าห์หลงรักมาตั้งนาน ทำไมถึงเห็นเธอเป็นขยะไร้ค่า ขนาดจะแตะยังไม่อยากแตะเลย”สายตาของฉันเริ่มพร่ามัวลงเรื่อย ๆ ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำเอาฉันหายใจติดขัด ฉันทำได้เพียงวิงวอนลู่จือที่อยู่ตรงหน้า “ขอร้องละ ช่วยตามหมอให้ที ช่วยลูกของฉันด้วย...”“ทำไมฉันต้องช่วยเธอด้วย นี่มันลูกของเธอกับโจวจี้หมิงนะ ฉันภาวนาให้เธอแท้งใจจะขาดอยู่แล้ว!”ลู่จือแค่นเสียงหัวเราะเยาะ ราวกับจู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เธอเอามือปิดปากด้วยความตกใจ “อุ๊ยตาย ลืมบอกเธอไปเลย จี้หมิงเขากลัวฉันจะหึง ก็เลยไม่ได้ใช้อสุจิของตัวเองหรอกนะ ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นน
Magbasa pa

บทที่ 5

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็ถูกย้ายมาอยู่โรงพยาบาลเอกชนแล้ว เบื้องหน้าคือเสิ่นอวิ๋นเฮ่อที่มีรอยเขียวคล้ำใต้ตาอย่างเห็นได้ชัดฉันถามเสียงแหบพร่า “คุณมาได้ยังไง”เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ตอนที่คุณส่งข้อความมาหาผม ผมรู้สึกได้ว่าอารมณ์คุณไม่ปกติ ก็เลยถือวิสาสะเช็กตำแหน่งโทรศัพท์มือถือของคุณดู พอเห็นว่าอยู่ที่โรงพยาบาล ผมกลัวว่าคุณจะเป็นอะไรไปก็เลยรีบตามมา โชคดีที่มาทันเวลา...”เสิ่นอวิ๋นเฮ่อพูดไปขอบตาก็แดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย ชายหนุ่มร่างกำยำสูงร้อยแปดสิบหกเซนติเมตรกำลังซุกใบหน้าถูไถกับหลังมือของฉันด้วยท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจราวกับเด็ก ๆ“อีอี คุณทำผมตกใจแทบแย่...ผมเพิ่งจะได้กอดคุณอีกครั้ง ผม...ผมนึกว่าคุณจะทิ้งผมไปอีกแล้ว”ฉันฝืนยิ้มออกมา สัมผัสได้ถึงร่างกายที่เพิ่งรอดพ้นจากความตายของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนแรง “ไม่หรอก ครั้งนี้ฉันจะทำดีกับตัวเองให้มากขึ้นแล้วละ”เสิ่นอวิ๋นเฮ่อไม่กล้าบอกฉันว่าสุดท้ายแล้วก็รักษาชีวิตลูกของฉันเอาไว้ไม่ได้แต่ป่วยขนาดนี้แล้ว ฉันเองก็พอจะเดาออกอยู่เหมือนกัน ยังไงซะมันก็เป็นอุบัติเหตุ ต่อให้เกิดมา พอเด็กได้รู้ชาติกำเนิดของตัวเองก็คงจะไม่มีคว
Magbasa pa

บทที่ 6

จนถึงตอนนี้ฉันถึงเพิ่งเข้าใจ ที่แท้เขาก็รังเกียจแค่ฉันคนเดียว คำอธิบายทั้งหมดล้วนเป็นแค่ข้ออ้าง เป็นข้ออ้างเพื่อปกปิดความเกลียดชังที่เขามีต่อฉันเสิ่นอวิ๋นเฮ่อเห็นฉันซดน้ำซุปช้าลง จึงยื่นหลังมือมาอังหน้าผากฉัน พอแน่ใจว่าไข้ลดแล้วก็ดีดหน้าผากฉันเบา ๆ “เวลากินข้าวอย่าคิดฟุ้งซ่านสิ ตั้งใจกินหน่อย”พอเห็นฉันยังคงกินคำหนึ่งแล้วหยุดพักไปนาน เขาก็หยิบชามของฉันไปซดคำหนึ่ง พลันขมวดคิ้วแล้วเอ่ย “จริงด้วยสินะ พอเย็นแล้วรสชาติเปลี่ยนเลย ชามนี้ไม่ต้องกินแล้วนะ เดี๋ยวผมตักให้ใหม่”ฉันพยักหน้ารับ ว่านอนสอนง่ายราวกับเด็กสาวที่ไม่ประสีประสาต่อโลกเมื่อห้าปีก่อนเสิ่นอวิ๋นเฮ่อกลับไปจัดการธุระที่บริษัท ฉันจึงอยู่ดูเอกสารโครงการของเสิ่นซื่อในห้องพักฟื้นเพียงลำพังธุรกิจของตระกูลซ่งยังไม่ถึงคิวที่ฉันต้องเข้าไปจัดการ เสิ่นอวิ๋นเฮ่ออยากหาอะไรให้ฉันทำแก้เบื่อจึงเสนอให้ฉันเข้าไปถือหุ้นในเสิ่นซื่อ พ่วงด้วยตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของสาขาย่อย ฉันเลยอาศัยช่วงที่นอนโรงพยาบาลศึกษาสภาพแวดล้อมปัจจุบันของเสิ่นซื่อให้คุ้นชินไว้ล่วงหน้าจู่ ๆ ภายนอกห้องพักฟื้นก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น โจวจี้หมิงผลักประตูพรวดพราดเข้า
Magbasa pa

บทที่ 7

พูดจบเขาก็หลับตา ทำหน้าเหมือนพร้อมตายพลางคว้ามือฉันกะจะฟาดลงบนหน้าตัวเองฉันสะบัดมือเขาออก เอ่ยเสียงเรียบ “ช่างเถอะ”แต่งงานกับสามีตัวเองมาตั้งสามปี ต้องเฉียดเข้าไปใกล้ความตายถึงจะได้รับความเมตตาให้แตะต้องตัวเขาสักครั้ง ช่างน่าขำสิ้นดีช่างเถอะ ฉันขยะแขยง ฉันรังเกียจว่ามันสกปรกโจวจี้หมิงเพิ่งจะอ้าปากพูด ผู้ช่วยก็ผลักประตูเข้ามาด้วยความร้อนรน “แย่แล้วครับประธานโจว เสิ่นซื่อยกเลิกความร่วมมือกับเราแล้ว สายป่านทางการเงินของเราสะดุดแล้วครับ! แถมเมื่อกี้เสิ่นซื่อเพิ่งจัดงานแถลงข่าว ประกาศว่าถ้าใครร่วมธุรกิจกับบริษัทเรา ต่อไปจะถูกเสิ่นซื่อขึ้นแบล็กลิสต์ พอพาร์ตเนอร์ได้ยินก็พากันถอนทุนหนีไปหมดเลย! บริษัทเรากำลังจะล้มละลายแล้วครับ!”“อะไรนะ”ลู่จือร้อนรนยิ่งกว่าโจวจี้หมิงเสียอีก เธอคว้าคอเสื้อผู้ช่วยแล้วเค้นเสียงเหี้ยม “นายพูดให้เคลียร์สิ หมายความว่ายังไง จี้หมิงรวยมากไม่ใช่เหรอ เมื่อไม่กี่วันก่อนยังบอกอยู่เลยว่าจะเปิดสาขาย่อย แล้วจะล้มละลายได้ยังไง”ลู่จือย่อมต้องร้อนรนอยู่แล้ว เพราะโจวจี้หมิงเคยรับปากเอาไว้ว่าจะให้เธอเป็นผู้จัดการทั่วไปของสาขาย่อยแต่ฉันจะปล่อยให้พวกเขามีโอกาสนั้นได้
Magbasa pa

บทที่ 8

โจวจี้หมิงทำเพียงขยำหนังสือหย่าจนเป็นก้อนกลม แล้วปาลงถังขยะอย่างแรง “อีอี วันนี้คุณต้องคุยกับผมให้รู้เรื่อง คุณยังรักผมอยู่แน่ ๆ แค่กำลังโกรธผมอยู่ใช่ไหม ผมไม่ยอมหย่าหรอก! อย่าหวังว่าจะได้หย่าเลย!”ลู่จือทนไม่ไหว เธอออกแรงดึงโจวจี้หมิงสุดชีวิต “โจวจี้หมิง นายบ้าไปแล้วหรือไง! หน้าด้านไปไหม! พวกนายหย่ากันแล้วนะ! รีบตามฉันมาเดี๋ยวนี้เลย!”วินาทีต่อมา ประตูก็ถูกบอดี้การ์ดล็อกค้างไว้จากด้านใน เสิ่นอวิ๋นเฮ่อยืนพิงประตูพลางเอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ“คิดว่าถิ่นของตระกูลเสิ่นเป็นตลาดสดหรือไง นึกอยากจะมาก็มา นึกอยากจะไปก็ไปเหรอ”“รำลึกความหลังกับภรรยาของผมมานานพอแล้วมั้ง ถึงตาผมพูดบ้างได้หรือยัง”เสิ่นอวิ๋นเฮ่อก้าวขายาว ๆ เข้ามาหาฉัน เขาช่วยจัดผ้าห่มที่ยับยู่ยี่ให้เรียบอย่างเบามือ ก่อนจะลูบผมฉันอย่างอ่อนโยน“แวะซื้อน้ำหวานมาให้ตอนเลิกงาน เมื่อก่อนคุณชอบกินมากที่สุดเลยนี่”พอเห็นฉันได้ดื่มน้ำหวานอย่างราบรื่น เสิ่นอวิ๋นเฮ่อถึงค่อย ๆ ถอดเสื้อสูทและแว่นกันแดดออกอย่างไม่รีบร้อนโจวจี้หมิงเบิกตากว้างทันที “กะ...แกคือเสิ่นอวิ๋นเฮ่อเหรอ แกเป็นคนขับรถบ้านฉันไม่ใช่หรือไง”โจวจี้หมิงขมวดคิ้วอย่างหงุดหง
Magbasa pa

บทที่ 9

เสิ่นอวิ๋นเฮ่อเช็ดรองเท้าหนังด้วยความขยะแขยง พลางเอ่ยเสียงเรียบ “ทำไม คิดว่าฉันไม่ตีผู้หญิงหรือไง”เมื่อเห็นว่าลู่จือไม่กล้าปริปากพูดอะไรอีก เสิ่นอวิ๋นเฮ่อถึงได้โยนเอกสารปึกหนึ่งลงตรงหน้าพวกเขาทั้งสองคน“เดิมทีที่ฉันแฝงตัวเข้าไปในบริษัทพวกแก ก็แค่หาโอกาสปกป้องอีอี นึกไม่ถึงเลยว่าพวกแกจะโง่ขนาดนี้ ฉันลองเช็กส่ง ๆ ก็เจอแต่หลักฐานการทุจริตฟอกเงินเต็มไปหมด ทำบัญชีปลอมได้ไม่เลวเลยนี่”“ไหน ๆ ก็มาแล้ว ฉันก็ไม่มีอะไรจะต้อนรับพวกแก งั้นก็เชิญเข้าไปกินในคุกสักสองสามวันก็แล้วกัน”เมื่อเห็นตำรวจเดินเข้ามา โจวจี้หมิงก็ลุกลี้ลุกลนทันที“เสิ่นอวิ๋นเฮ่อ แกกล้าจับฉันเหรอ แกแย่งเมียฉัน ทำลายบริษัทฉัน แล้วตอนนี้ยังจะส่งฉันเข้าคุกอีก ฝากไว้ก่อนเถอะ! แกคอยดูนะ! แกคิดว่าตระกูลโจวของฉันรังแกได้ง่าย ๆ หรือไง!”เสิ่นอวิ๋นเฮ่อไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เพียงแค่โบกมือส่งสัญญาณให้คนพาตัวโจวจี้หมิงกับลู่จือออกไปฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะทำเพื่อฉันได้ถึงขนาดนี้ เพื่อที่จะได้ดูแลฉัน เขายอมลดตัวแฝงตัวเข้าไปเป็นคนขับรถในบริษัท ทำงานนั้นมานานถึงสามปีเต็มขอบตาของฉันร้อนผ่าว เสิ่นอวิ๋นเฮ่อใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้ฉัน
Magbasa pa

บทที่ 10

“แน่นอนสิ! ฉันยอมเสี่ยงอันตรายตั้งขนาดไหนกว่าจะจับตัวมาได้ ถ้าไม่รีบเข้าไปช่วยเดี๋ยวก็โดนคนอื่นตัดหน้าไปหรอก เราต้องรีบทำเวลาแล้ว!”“แค่ต้องลำบากเธอหน่อยนะ หลังจากนี้ต่อหน้าคนอื่นพวกเราต้องรักษาระยะห่างกันหน่อย เข้าใจไหม ไม่งั้นฉันจะจีบยัยนั่นลำบาก รอให้ฉันจีบติดแล้วเอาทรัพยากรของยัยนั่นมาได้เมื่อไหร่ ฉันจะแต่งเธอเข้าบ้านเอง”“ก็ได้ โจวจี้หมิง ฉันขอให้นายรับปากว่าจะไม่แตะต้องตัวยัยนั่นแม้แต่ปลายเล็บ ไม่งั้นฉันจะเอาเรื่องในวันนี้ไปแฉให้หมด!”“แน่นอนอยู่แล้ว โดนรุมโทรมซะยับเยินขนาดนั้น ขืนให้แตะฉันก็ขยะแขยงเหมือนกัน”โจวจี้หมิงตกตะลึง “อีอี คุณไปเอาของพรรค์นี้มาจากไหน นี่มันเป็นบทสนทนาของเราในรถที่ไม่ได้ใช้แล้วนะ ไม่มีทางที่ใครจะรู้ได้เด็ดขาด...”ฉันกระตุกยิ้มมุมปาก “ตอนนี้ฉันคือคุณนายเสิ่น มีอะไรบ้างที่ฉันสืบไม่ได้”โจวจี้หมิงตาแดงก่ำ เขาทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง “อีอี ผมผิดไปแล้วจริง ๆ ก่อนหน้านี้ผมอาจจะเคยคิดร้าย แต่ตลอดสามปีมานี้ผมจริงใจกับคุณจริง ๆ นะ! ผมชอบคุณจริง ๆ!”“เรื่องลูก ลู่จือเป็นคนแอบเล่นตุกติกเอง พอผมจับได้ก็กลัวว่าคุณรู้แล้วจะโกรธ เลยไม่ได้ห้ามเธอ ผมไม่ได้ตั้งใจจ
Magbasa pa
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status