All Chapters of หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน: Chapter 11 - Chapter 20

24 Chapters

บทที่ 11

นางกำนิ้วมือของตนเองแน่น “อามู่ ท่านพูดความจริงกับข้ามาเถิด เป็นเพราะมู่เซิงเกอทำสิ่งใดกับท่านใช่ไหม? นางใช้กลอุบายสกปรกอันใดใช่หรือไม่ ถึงทำให้ท่านต้องแต่งกับนางให้ได้ มิฉะนั้นท่านจะหย่าขาดกับข้าเพื่อนางได้อย่างไรกัน!”ยิ่งพูด อารมณ์ของนางก็ยิ่งพลุ่งพล่าน ตัวอักษรไม่กี่คำสุดท้ายแทบจะเป็นการแผดเสียงตะโกนออกมาทว่าตั้งแต่ต้นจนจบฉีมู่ก็ยังคงมีท่าทางสงบนิ่งเช่นนั้น หลังจากตระหนักได้ว่าคนตนเองชอบคือมู่เซิงเกอ ยามที่เขามองมู่จืออวี่ก็ไม่มีความรักใคร่เอ็นดูเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เขาเพียงอยากพบมู่เซิงเกอ แล้วแต่งนางกลับมา จากนั้นก็กดร่างนางลงบนเตียงเพื่อลงทัณฑ์นางอย่างหนักหน่วง ให้นางได้รับรู้ถึงผลลัพธ์ของการจากเขาไปโดยพลการ!เมื่อเห็นใบหน้าที่ไม่สะทกสะท้านนั้นของฉีมู่ มู่จืออวี่ก็รู้สึกราวกับว่าหัวใจของตนเองถูกบางสิ่งกรีดผ่านอย่างรุนแรง ขอบตาของนางเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา พลางขบเม้มริมฝีปากแน่น“มู่เซิงเกอไปด่านชายแดนแล้ว! นางไม่มีทางกลับมาอีก ฉีมู่ ท่านไม่มีวันแต่งกับนางได้หรอก!”การขัดขวางครั้งแล้วครั้งเล่าของมู่จืออวี่ทำให้ฉีมู่รู้สึกเหนื่อยหน่ายรำคาญใจแล้ว เขามองไปยังคนที่จวนเจ
Read more

บทที่ 12

ฉีมู่เอ่ยคำอย่างหนักแน่นเด็ดขาด ส่วนนายท่านมู่กลับกระวนกระวายจนความง่วงงุนมลายหายไปสิ้น การแต่งงานของพวกเขาตกลงกันไว้ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน จนกระทั่งถึงตอนแต่งงานก็ยังราบรื่นดีทุกประการ เหตุใดพอเวลาผ่านไปเพียงวันเดียว องค์รัชทายาทผู้นี้กลับคิดจะกลับคำเสียแล้ว!อีกทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ หากทั้งสองตระกูลต้องหย่าขาดจากกันจริงๆ เรื่องนี้สำหรับตระกูลมู่แล้วแทบจะเป็นการโจมตีที่ถึงแก่ชีวิตเลยทีเดียวฉีมู่เป็นถึงองค์รัชทายาท วันหน้าย่อมเป็นฮ่องเต้ ใครเล่าจะกล้านำเขาไปนินทาลับหลัง ทุกๆ คนมีแต่จะคิดว่าเป็นความผิดของมู่จืออวี่ ไม่แน่ว่าจะถูกครหาว่าอย่างไรบ้าง ถึงเวลานั้นในเมืองหลวงใครยังจะกล้าแต่งงานกับมู่จืออวี่อีก?นายท่านมู่ถูมือไปมาด้วยท่าทีประจบเอาใจ “องค์รัชทายาท ท่านพอจะบอกพวกเราได้หรือไม่ว่าเกิดจากสาเหตุใด พวกเราจะได้หาทางแก้ไขร่วมกัน จริงไหมพ่ะย่ะค่ะ? เรื่องแต่งงานกับหย่าขาดมิใช่เรื่องล้อเล่น เหตุใดจึงนึกอยากจะหย่าก็หย่าเช่นนี้เล่า”มู่จืออวี่เดินตามมาทางด้านหลัง แววตาของนางไร้ซึ่งประกายชีวิตชีวา พลางฝืนยกมุมปากขึ้น “เป็นเพราะองค์รัชทายาททรงปรารถนาจะตบแต่งมู่เซิงเกอเจ้าค่ะ”“แต่
Read more

บทที่ 13

ข่าวเรื่องที่ฉีมู่กับมู่จืออวี่หย่าขาดแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวงแล้วชั่วพริบตา ผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่“เหตุใดองค์รัชทายาทเพิ่งเข้าพิธีอภิเษกกับมู่จืออวี่ได้เพียงวันเดียวก็หย่าขาดเสียแล้ว เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำอันใดซ่อนอยู่เป็นแน่กระมัง?”“ข้าได้ยินมาว่า เป็นเพราะคุณหนูตระกูลมู่ผู้นี้ไม่รักนวลสงวนตัว คืนวันเข้าหอเมื่อองค์รัชทายาททอดพระเนตรเห็นเข้าก็แทบพิโรธจนกระอักเลือด”“ช้าก่อน ข้ากลับได้ยินมาว่ายอดดวงใจขององค์รัชทายาทเป็นผู้อื่น วันแต่งงานวันนั้น คนในดวงใจของเขาก็จากไปเช่นกัน องค์รัชทายาทจึงยอมหย่าขาดเพื่อรีบไปตามหานางในดวงใจที่แท้จริงต่างหาก”“ทว่าในเมืองหลวงแห่งนี้ ตระกูลมู่ก็นับว่าอยู่ในอันดับต้นๆ แล้ว ยังจะมีใครดีไปกว่ามู่จืออวี่อีกหรือ?”คนส่วนใหญ่ล้วนไม่ทราบตื้นลึกหนาบางที่แท้จริง ทว่าก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดาสุ่มไปทั่วจนเกิดข่าวลือมั่วซั่วสารพัด ถึงกระนั้นก็ไม่มีผู้ใดกล้าใช้ถ้อยคำใส่ร้ายป้ายสีองค์รัชทายาทอย่างเปิดเผย เพราะหากเรื่องนั้นแว่วเข้าพระกรรณเมื่อใด ย่อมมีโทษทัณฑ์ถึงขั้นหัวหลุดจากบ่าแต่ยามพูดถึงตระกูลมู่ คนเหล่านั้นกลับไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย
Read more

บทที่ 14

ฉีมู่มาถึงวังหลวง และมุ่งตรงไปยังตำหนักหย่างซิน“เสด็จพ่อ ลูกขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”เขาให้ขันทีเข้าไปกราบทูลรายงาน ไม่นานนักก็ถูกเรียกตัวเข้าไปฮ่องเต้มีสีพระพักตร์เรียบเฉยจนยากจะคาดเดาความรู้สึก “เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าที่เรียกเจ้าเข้าวังมาในยามนี้ เป็นเพราะเหตุใด?”ฉีมู่มีหรือที่จะไม่รู้เรื่องการหย่าขาดกับมู่จืออวี่นั้นเอิกเกริกอื้อฉาวไปทั่ว ในเมื่อเรื่องนี้คนทั้งเมืองหลวงล้วนล่วงรู้แล้ว เช่นนั้นฮ่องเต้ย่อมต้องได้ยินกระแสข่าวมาบ้างเป็นแน่ ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของราชวงศ์ และหากมองในมุมของฮ่องเต้ ฉีมู่นับว่าได้กระทำเรื่องที่ผิดพลาดไปเสียแล้วความคิดหนึ่งแล่นแวบขึ้นมาในหัว เขาจึงคุกเข่าลงบนพื้นทันที “ลูกรู้ตัวว่าผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้ตรัสต่อไปว่า “สัญญาหมั้นหมายระหว่างเจ้ากับตระกูลมู่นั้นกำหนดไว้เรียบร้อยตั้งนานแล้ว หากว่าถอนหมั้นยามที่ยังมิได้แต่งงานก็คงไม่เท่าใด ทว่าเจ้ากลับประจวบเหมาะแต่งงานได้เพียงวันเดียว ก็หย่าขาดจากผู้อื่น เรื่องนี้ไม่ว่าจะจัดการอย่างไร เจ้าก็ล้วนทำลายเกียรติของตนเอง เจ้าไร้วุฒิภาวะเช่นนี้ วันหน้าเราจะวางใจส่งมอบราชบัลลังก์ให้เจ้าได้อย่างไรกัน
Read more

บทที่ 15

แม่ทัพเสิ่นประจำการปกปักรักษาชายแดนอยู่เป็นนิจ จึงไม่อาจปลีกตัวมารับเจ้าสาวด้วยตนเองได้ เพียงแค่กำชับสั่งความแก่องครักษ์ไม่กี่นาย ให้พวกเขานำพามู่เซิงเกอมายังด่านชายแดนให้จงได้แม้ระยะทางตลอดสายจะห่างไกลแสนไกล ทว่ามู่เซิงเกอกลับไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยสักนิด ทุกๆ ก้าวที่ย่ำเดินออกไปล้วนคืออนาคตของนาง ยิ่งไปกว่านั้น ทัศนียภาพของเขตชายแดนยังแตกต่างจากภายในตัวเมืองโดยสิ้นเชิงช่างน่าขันนัก หลายปีมานี้ยามที่อาศัยอยู่ในจวน มู่เซิงเกอไม่เคยออกไปเที่ยวข้างนอกเลยสักครั้ง ต่อให้คุณหนูคุณชายของตระกูลใดในเมืองหลวงส่งเทียบเชิญมา ก็จะมีเพียงมู่จืออวี่ผู้เดียวเท่านั้นที่ออกหน้า เพราะสถานะของนางเป็นแค่บุตรีอนุ จึงมักถูกครหาว่าไม่คู่ควรกับงานเลี้ยงเช่นนั้นอยู่ร่ำไปทว่ายามนี้จะมีคุณหนูจากตระกูลใด สามารถเดินทางมาถึงพื้นที่แถบชายแดนแห่งนี้ได้เช่นนางกันเล่า?และจะมีใครได้ชื่นชมทิวทัศน์ของทะเลทรายอันกว้างใหญ่ได้เหมือนอย่างนางอีก?มารดาเป็นกังวลว่านางจะแต่งออกไปไกลเกินไป แต่สำหรับมู่เซิงเกอแล้ว ยามนี้ยิ่งห่างไกลออกไปได้มากเท่าใดก็ยิ่งดีเท่านั้นนางนั่งโยกคลอนมาตลอดทาง เดินทางมานานครึ่งเดือนกว่า ในที่สุ
Read more

บทที่ 16

“ของพวกนี้ล้วนเป็นข้าที่ไหว้วานคนไปเสาะหามา ไม่รู้ว่าเจ้าจะชอบหรือไม่” น้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยนของเสิ่นอวิ๋นอี้แว่วอยู่ข้างใบหูเขาเพิ่งจะพบหน้านางเป็นครั้งแรกในวันนี้แท้ๆ ก็ตั้งใจจัดเตรียมของขวัญไว้มากมายถึงเพียงนี้แล้วแต่เมื่อนึกถึงกล่องผ้าไหมที่ฉีมู่มอบให้นางขึ้นมาอีก เขาไม่เคยคำนึงถึงเลยว่าสิ่งที่นางต้องการคืออะไร เพียงแต่ปักใจแน่วแน่อยากให้นางอยู่เคียงข้างเขาอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ไปตลอดกาล นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่าความรุ่งเรืองร่ำรวยไปชั่วชีวิต!ภายในใจของมู่เซิงเกอเกิดความสะเทือนใจขึ้นมา “ชอบเจ้าค่ะ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าชอบทั้งนั้น”สิ่งที่นางต้องการ มันก็คือสิ่งของที่สตรีทุกคนเหล่านี้ล้วนพึงใจชอบมิใช่หรือ?เมื่อเห็นเช่นนี้ เสิ่นอวิ๋นอี้จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก“ข้าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า รอข้านะ”เขาเอ่ยคำพลางสาวเท้าก้าวออกจากห้องไป หลังจากนั้นไม่นาน ยามที่เสิ่นอวิ๋นอี้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ชุดเกราะบนร่างกายก็ถูกถอดออก กลายเป็นชุดวิวาห์สีแดงมงคลทั้งตัว“ไปกันเถอะ พวกเราไปแต่งงานกัน”มู่เซิงเกอพยักหน้ารับเนื่องจากเป็นพื้นที่แถบชายแดน จึงสามารถตัดลดขั้นตอนอันซับซ้อนยุ่งยาก
Read more

บทที่ 17

นางถูกฉีมู่ย่ำยีโลมเล้ามานานถึงสามปี หากว่าเสิ่นอวิ๋นอี้พบเห็นสิ่งเหล่านี้เข้า...ใบหน้าของนางแดงก่ำ รู้สึกว่าร่างกายนี้ของตนไม่คู่ควรกับอีกฝ่าย นางคิดอยากจะฉีกทึ้งบาดแผลในใจของตัวเองออกมา วันหน้าหากว่าเสิ่นอวิ๋นอี้รังเกียจว่านางสกปรก แล้วลดสถานะนางลงเป็นอนุเพื่อตบแต่งภรรยาที่ดีงามเพียบพร้อมใหม่อีกครั้ง นางก็จะไม่ถือสาอันใดเลยทว่าในตอนที่มู่เซิงเกอกำลังจะอ้าปากพูด เสิ่นอวิ๋นอี้กลับคล้ายจะคาดเดาบางสิ่งออก จึงใช้จุมพิตปิดผนึกถ้อยคำของนางเอาไว้“ฮูหยิน ไม่จำเป็นต้องฝืนใจตนเอง ข้าจะรอวันที่เจ้ายอมรับข้าได้”ไม่ซักไซ้ไล่เลียงถึงสาเหตุ ไร้ซึ่งการฝืนใจบังคับขู่เข็ญ เสิ่นอวิ๋นอี้ดึงผ้าห่มผืนบางขึ้นมาคลุมกายให้นาง จากนั้นก็ถอยออกไปจากห้องผ่านไปไม่กี่อึดใจ มู่เซิงเกอก็ได้ยินเสียงน้ำไหลครั้นเมื่อเสียงนั้นเงียบลง ร่างกายอันเย็นเฉียบร่างหนึ่งก็แนบชิดแผ่นหลังของนาง พลางโอบกอดนางเข้ามาในอ้อมอก“วันนี้ก็รีบพักผ่อนให้เร็วหน่อยเถิด วันพรุ่งนี้ข้าจำต้องประจำการอยู่ด่านชายแดนต่อไป เพื่อเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของกองทัพศัตรูอยู่ตลอดเวลา คงไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนเจ้าได้ทั้งวัน จำต้องปล่อยให้ฮูหยินอยู่
Read more

บทที่ 18

“ท่านแม่ทัพ ท่านเพิ่งจะแต่งงานใหม่ ก็ยอมให้ฮูหยินออกมาแสดงความรักหวานชื่นต่อหน้าผู้คนแล้วหรือขอรับ?”เขาหันกลับไปด้วยความงงงวย ถึงได้พบว่ามู่เซิงเกอมานั่งอยู่ทางด้านหลังของตนนานเพียงใดแล้วก็สุดรู้เขารีบเดินเข้าไปหาทันที “เหตุใดเจ้าถึงมาได้ ทั้งยังไม่บอกกล่าวสักคำ นั่งอยู่ตรงนี้นานเท่าใดแล้ว?”มู่เซิงเกอหยิบตะกร้าอาหารที่อยู่ด้านข้างขึ้นมา “ข้านำอาหารมาส่งให้ท่าน ในเมื่อท่านแม่ทัพเสิ่นยังฝึกทหารไม่เสร็จ ข้าย่อมไม่อาจเข้าไปรบกวนตามอำเภอใจได้”“ข้าสั่งให้สาวใช้มาแล้วมิใช่หรือ? เจ้าพักผ่อนอยู่ที่จวนก็พอแล้ว” เสิ่นอวิ๋นอี้มองหยาดเหงื่อบนดวงหน้าของอีกฝ่ายด้วยความปวดใจมู่เซิงเกอกลับรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร นางจุดรอยยิ้มขึ้นมา “ข้าเป็นฮูหยินของท่าน ย่อมต้องมาส่งให้ท่านด้วยตนเองเป็นธรรมดา รีบกินเถิด”เสิ่นอวิ๋นอี้ยากที่จะปฏิเสธความหวังดีของมู่เซิงเกอได้ อีกทั้งผู้ใดเล่าจะไม่ชอบข้าวปลาอาหารที่ฮูหยินของตนนำมาส่งให้ด้วยมือตนเอง?เขาเปิดตะกร้าอาหารออก นำข้าวปลาอาหารด้านในมาจัดวางลงบนโต๊ะ ลิ้มรสชาติทีละคำๆ ทั้งยังกินอาหารทุกจานจนหมดเกลี้ยง จากนั้นจึงพยักหน้าให้มู่เซิงเกอเล็กน้อย
Read more

บทที่ 19

มีหรือที่จะไม่รู้ ในเมื่อพระชายารัชทายาทองค์ปัจจุบันคือหญิงของนาง และก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกัน นางลอบพบปะกับองค์รัชทายาทอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บุรุษผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าสง่างามหมดจดดั่งสายลมและดวงจันทร์หลังพิรุณโปรยผู้นั้น ทุกคราที่พบหน้านางล้วนกดร่างนางไว้ใต้เรือนกาย ตักตวงเรียกร้องอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ราวกับว่ารักนางลึกซึ้งเข้าไปถึงส่วนลึกของจิตใจก็มิปานทว่าหลังเสร็จสิ้นกามกิจในทุกครา เขาก็จะแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและทำร้ายจิตใจกันอย่างถึงที่สุด เขาปล่อยให้ผู้อื่นเข้าใจนางผิดและทำร้ายนางตามอำเภอใจ เขาต้องการให้นางไม่อาจเปิดเผยตัวตนได้ตลอดชีวิต กลายเป็นเพียงของเล่นบำเรออารมณ์ของเขาเท่านั้นก็เพราะต้องการหลบหนีไปให้พ้นจากเขา มู่เซิงเกอจึงได้แต่งงานมายังพื้นที่แถบชายแดนแห่งนี้ ทว่านางคาดไม่ถึงว่าฉีมู่จะยังคงตามหาจนมาถึงที่นี่อยู่ดีนางกำนิ้วมือของตนเองแน่น ต่อให้มิได้รักใคร่หลงใหลในตัวคนผู้นั้นอีกต่อไปแล้ว แต่การต้องเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ให้อีกคนฟัง นางก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ในใจอยู่ดี เพราะนั่นคือเรื่องราวที่นางรู้สึกอัปยศอดสูที่สุดในชีวิต“ข้ารู้ว่าเขามาเพื่อตามหาข้า ผู
Read more

บทที่ 20

“เสิ่นอวิ๋นอี้อยู่ไหน!” เขาตวาดลั่นเสิ่นอวิ๋นอี้เก็บงำสีหน้า ก่อนจะก้าวเท้าออกไปเพียงลำพัง“องค์รัชทายาทมีเรื่องใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?” เขาเอ่ยถามด้วยความนอบน้อม“เราขอถามเจ้าว่า มู่เซิงเกอแต่งให้เจ้าแล้วใช่หรือไม่? เราต้องการให้พวกเจ้าหย่าขาดจากกันเดี๋ยวนี้!”ฉีมู่ลงจากหลังม้า ประสานสายตากับเสิ่นอวิ๋นอี้ ทว่าอีกฝ่ายกลับหาได้มีท่าทีล่าถอยเลยแม้แต่น้อย“ขอประทานอภัยที่กระหม่อมไม่อาจยินยอมได้ กระหม่อมกับเซิงเกอมีสายสัมพันธ์รักลึกซึ้งต่อกัน องค์รัชทายาทมีพระบัญชาเพียงประโยคเดียวก็คิดจะพรากพวกเราออกจากกัน เห็นเป็นเรื่องล้อเล่นเกินไปหน่อยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” เสิ่นอวิ๋นอี้หน้าตาถมึงทึง เขามิได้ลดตัวนอบน้อมประจบประแจง ทั้งมิได้ก้มศีรษะของตนลง ทว่ากลับจับจ้องไปยังฉีมู่ตาเขม็งอยู่เช่นนั้น“เราคือองค์รัชทายาท วันหน้าคือฮ่องเต้ เราเพียงสั่งให้เจ้าแยกทางกับมู่เซิงเกอเท่านั้น แม่ทัพเสิ่น ในเมื่อเจ้าเป็นแม่ทัพ เหตุใดจึงไม่ฟังคำสั่งของเรา? หรือว่าเจ้าคิดจะก่อกบฏ?” นอกจากเสด็จพ่อแล้ว เมื่อทุกคนพบเจอองค์รัชทายาทล้วนต้องนอบน้อมยำเกรง มีผู้ใดกล้าล่วงเกินบ้าง? ทว่าเสิ่นอวิ๋นอี้ตรึงกำลังพิทักษ์ด่านชายแดนมาเ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status