All Chapters of หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน: Chapter 1 - Chapter 10

24 Chapters

บทที่ 1

น้ำเสียงของนางสั่นเครือ “หรือจะต้องเป็นเช่นนี้ไปชั่วชีวิต ต้องหลบๆ ซ่อนๆ งั้นหรือ?”“มิฉะนั้นแล้วจะอย่างไรเล่า?” ฉีมู่มองนางกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง ทว่าแววตากลับแฝงความหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก คล้ายกำลังหัวเราะเยาะความไม่เจียมตัวของนาง “มู่เซิงเกอ เจ้าต้องการฐานะอันใดกัน?”เขาโน้มตัวลงมา นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ คลึงเคล้นริมฝีปากของนาง “เราเคยบอกแล้วว่า ชาตินี้รักเพียงจืออวี่คนเดียว ทว่าเราชอบเรือนร่างของเจ้ายิ่งนัก ดังนั้นนอกจากฐานะตำแหน่งและความโปรดปรานแล้ว สิ่งอื่นใดเราล้วนให้เจ้าได้ทั้งหมด หลังจากเราแต่งงานกับจืออวี่แล้ว พวกเรายังคงนัดพบกันผ่านอุโมงค์ลับเช่นเดิม”น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันควัน “แต่จงจำไว้ เรื่องระหว่างเจ้ากับเราอย่าได้ไปก่อเรื่องต่อหน้าจืออวี่ หากนางรู้เรื่องแม้เพียงนิดเดียว จนทำให้นางต้องเสียใจ เจ้าคงรู้ถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา”มู่เซิงเกอราวกับถูกอสนีบาตผ่าฟาดเข้าใส่ ยืนตะลึงงันอยู่ ณ ที่เดิมที่แท้เขาไม่เคยคิดจะมอบฐานะตำแหน่งใดๆ ให้แก่นางเลยที่แท้ในใจของเขา นางเป็นเพียงสิ่งของบำเรอที่ไม่อาจเปิดเผยต่อผู้คนนางมองตามแผ่นหลังที่เดินจากไปของฉีมู่ ร่างกายสั่นเทาเ
Read more

บทที่ 2

มู่เซิงเกอกลับมาถึงเรือนเล็ก นางคัดแยกเครื่องประดับอัญมณีที่ฉีมู่เคยมอบให้นางตลอดหลายปีมานี้ออกมาทีละชิ้นๆ เตรียมจะนำพวกมันไปจำนำแลกเป็นเงินก้อนเหลือทิ้งไว้ให้มารดาเครื่องประดับทุกชิ้นล้วนงดงามประณีต ครั้งหนึ่งเคยถูกเขาบรรจงสวมใส่บนเรือนผมและข้อมือของนางด้วยมือตนเอง ทว่ายามนี้กลับราวกับหนามแหลมคมนับอนันต์ที่ทิ่มแทงจนปลายนิ้วของนางปวดร้าววันถัดมา นางเพิ่งจะยกหีบเดินออกจากประตูเรือน ก็ไม่คาดคิดว่าจะชนเข้ากับมู่จืออวี่ที่เดินสวนมาพอดี“หยุดนะ!” มู่จืออวี่มองปราดเดียวก็เห็นหีบในมือของนาง สีหน้าเปลี่ยนไปฉับพลัน “ในมือของเจ้าถือสิ่งใดอยู่?”ไม่รอมู่เซิงเกอเอ่ยตอบ มู่จืออวี่ก็เอื้อมมือไปเปิดฝาหีบออกอย่างแรงแล้วยามที่นางเพ่งมองสิ่งของด้านในจนชัดเจน สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำในพริบตา“ดีเหลือเกิน! มู่เซิงเกอ เจ้าถึงกับบังอาจลักขโมยของๆ ข้า!” มู่จืออวี่หวีดร้องเสียงแหลม กระชากข้อมือของนางไว้แน่น “ใครก็ได้! เอาตัวหัวขโมยในบ้านผู้นี้ควบคุมตัวไปที่ศาลบรรพชนเดี๋ยวนี้!”“ข้าไม่ได้ขโมยนะเจ้าคะ!” มู่เซิงเกอดิ้นรนพยายามอธิบาย “สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของส่วนตัวของข้าทั้งหมด!”มู่จืออวี่ไม่รั
Read more

บทที่ 3

“ท่านพ่อเจ้าคะ!” มู่จืออวี่ประกาศก้องเสียงดัง “โปรดลงโทษตามกฎประจำตระกูลด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”มู่กั๋วกงกำลังจะออกคำสั่งลงโทษพอดี ทว่าฉีมู่พลันเอ่ยปากออกมาฉับพลัน “ช้าก่อน”ภายในศาลบรรพชนพลันตกอยู่ในความสงบเงียบลงในทันใด สายตาของทุกคนล้วนหันไปจับจ้องที่ตัวเขา“วันมงคลใกล้จะมาถึงแล้ว ไม่ควรให้เกิดเรื่องนองเลือดขึ้นมา” น้ำเสียงของฉีมู่เรียบราบธรรมดา “ก็แค่แก้วแหวนอัญมณีเพียงเล็กน้อย ถือเสียว่าตัวเรามอบเป็นของขวัญแสดงความยินดีล่วงหน้าให้แก่สตรีในจวนของท่านก็แล้วกัน”มู่กั๋วกงเข้าใจความหมายในทันที จึงรีบหาทางลงตามน้ำ “องค์รัชทายาททรงเมตตากรุณา ยังไม่รีบขอบคุณพระเมตตาอีก?”มู่เซิงเกอโขกศีรษะลงอย่างแข็งทื่อ หน้าผากแนบสนิทอยู่บนแผ่นกระเบื้องอันเย็นเยียบ “ขอบพระทัยในพระเมตตาเพคะองค์รัชทายาท”“ไม่ได้นะเพคะ!” มู่จืออวี่กลับไม่ยอมลดละ “กฎประจำตระกูลจะละเลยมิได้! อย่างน้อยต้องโบยสักสามสิบแส้ เพื่อมิให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่างเพคะ!”ฉีมู่เบนสายตามองไปทางมู่จืออวี่ แววตาฉายแววระอาใจสายหนึ่ง “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ตามใจเจ้า”กล่าวจบ เขาก็หันกายเดินไปด้านข้าง ไม่สอดมือเข้ายุ่งเกี่ยวอีกต่อไปมู่เซิ
Read more

บทที่ 4

มู่เซิงเกอยิ้มขื่นออกมาคราหนึ่ง พยายามจะดึงมือกลับคืนมา “องค์รัชทายาททรงล้อเล่นแล้ว หม่อมฉันไหนเลยจะกล้าละเมิดเบื้องสูง”ทว่าฉีมู่กลับบีบแน่นยิ่งขึ้น “คืนนี้จงมาหาเรา”“ท่านแม่ล้มป่วยหนัก หม่อมฉันจำต้องคอยปรนนิบัติอยู่ข้างเตียงเพคะ”“พรุ่งนี้” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นเฉียบขาดไร้ช่องว่างให้ปฏิเสธโต้แย้ง“พรุ่งนี้ก็ต้องอยู่ปรนนิบัติท่านแม่ดื่มยาเพคะ”“วันมะรืน”“วันมะรืนนัดหมายกับท่านหมอเอาไว้…”“มู่เซิงเกอ!” ในที่สุดฉีมู่ก็บันดาลโทสะ เขาออกแรงกระชากร่างนางเข้ามาประชิดตัวในคราเดียว “เจ้าจะแง่งอนไปถึงเมื่อใดกัน!”สายลมจากภูเขาพัดโชยมาเบาๆ พัดพาเอาปอยผมตรงหน้าผากของนางให้ปลิวไสว มู่เซิงเกอเงยหน้าขึ้นมองเขา ในดวงตามีแต่ความราบเรียบสงบนิ่ง “หม่อมฉันหาได้แง่งอนเพคะ”ฉีมู่จ้องเขม็งไปที่นางอยู่ครู่ใหญ่ พลันแค่นยิ้ม “ดี รอจนเรากับจืออวี่จัดการเรื่องแต่งงานเสร็จสิ้น ค่อยกลับมาสะสางความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับเรา”เขาพูดจบก็หันหลังเดินจากไป ชายเสื้อสีขาวนวลสะบัดพลิ้วไปตามสายลมมู่เซิงเกอมองตามแผ่นหลังของเขา พลันเอ่ยเสียงแผ่ว “ไม่จำเป็นอีกแล้วล่ะ”ในวันที่เขาเข้าพิธีวิวาห์ นางเองก็ต้องออกเร
Read more

บทที่ 5

น้ำเสียงของฉีมู่เย็นเยียบราวกับลิ่มน้ำแข็งที่ทิ่มแทงเข้ามา แม่มู่ตกใจจนตัวสั่นเทา รีบฉุดดึงมู่เซิงเกอให้คุกเข่าลงทันทีมู่เซิงเกอก้มกายหมอบลงบนพื้น นางสะกดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้สุดกำลัง ก่อนจะชิงเอ่ยปากขึ้นก่อนก้าวหนึ่ง “พี่หญิงเพคะ”“เมื่อครู่นี้หม่อมฉันกับท่านแม่กำลังหารือเรื่องงานวิวาห์ของพี่หญิงอยู่เพคะ”ฉีมู่ขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย สายตากวาดมองสองแม่ลูกแวบหนึ่ง ทว่าสุดท้ายก็มิได้ซักไซ้ไล่เลียงสิ่งใดต่อ เขาอุ้มมู่จืออวี่สาวเท้าก้าวใหญ่ตรงเข้าสู่เรือนชั้นในทันทีแม่มู่รีบประคองมู่เซิงเกอกลับมายังเรือนเล็ก ท่ามกลางแสงเทียนสลัว นางค่อยๆ เช็ดล้างทำความสะอาดบาดแผลให้มู่เซิงเกออย่างทะนุถนอมระมัดระวัง น้ำตาไหลรินลงมาไม่ขาดสาย“เซิงเกอ เจ้าเคียดแค้นแม่หรือไม่?” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้ “ที่บีบคั้นให้เจ้าแต่งงานออกเรือนไปยังสถานที่อันห่างไกลขนาดนั้น…”มู่เซิงเกอส่ายศีรษะเบาๆ “ไฉนเลยจะเป็นเช่นนั้น? ลูกพึงพอใจและเต็มใจยิ่งเจ้าค่ะ”“จริงหรือ?” มือที่กำลังทำแผลของนางชะงักกึก “เจ้า...ตัดใจจากชายในดวงใจผู้นั้นได้ลงคอแล้วจริงๆ หรือ?”มู่เซิงเกอตัวแข็งทื่อไปฉับพลันนางหวนนึกไปถึงเรื่องเมื
Read more

บทที่ 6

ทว่ายามที่นางลืมตาขึ้นมาอีกครา กลับพบว่าสิ่งที่องค์หญิงเก้าหยิบออกมาจากถุงหอมนั้น กลับกลายเป็นภาพวาดใบหน้าย่อส่วนของมู่จืออวี่เสียได้!“เสด็จพี่ถึงขั้นพกภาพวาดใบหน้าย่อส่วนของจืออวี่ไว้แนบกายเชียวหรือเพคะ?” องค์หญิงเก้าเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “เห็นทีว่าคงจะรักและปักใจอย่างยิ่งยวดเป็นแน่”ฉีมู่เผยรอยยิ้มละไม “ย่อมเป็นเช่นนั้น ยามมิได้พบหน้า อย่างน้อยก็ยังใช้สิ่งนี้ช่วยคลายความคะนึงหาได้บ้าง”เหล่าแขกเหรื่อในงานต่างพากันส่งเสียงร้องแสดงความอิจฉาตาร้อนขึ้นมาอีกระลอกยามนั้นเอง คุณหนูท่านหนึ่งพลันเอ่ยทักขึ้นมา “ทว่าฝีเข็มของถุงหอมใบนี้...ดูไปแล้วมิคล้ายกับเป็นฝีมือของคุณหนูใหญ่เลยนะเจ้าคะ?”ฉีมู่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “เราไม่ใจดำพอที่จะปล่อยให้จืออวี่ต้องเหน็ดเหนื่อย ทั้งยังนึกห่วงกลัวว่าเข็มจะทิ่มแทงจนมือของนางต้องบาดเจ็บ จึงได้สั่งให้ช่างปักผ้าทำขึ้นมาสักชิ้น”มู่เซิงเกอรู้สึกราวกับว่ากำลังร่วงหล่นลงสู่ธารน้ำแข็งอันหนาวเหน็บที่แท้การที่เขายอมรับถุงหอมของนางไว้ในครานั้น มิใช่เพราะมีใจปฏิพัทธ์ต่อนางเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะเห็นนางเป็นเพียงช่างปักผ้าผู้หนึ่งเท่านั้นหรือ?ด้ว
Read more

บทที่ 7

ฉีมู่ขมวดคิ้วมุ่น ปรายสายตามองมู่จืออวี่ที่ยังคงหมดสติอยู่บนตั่งเตียง ก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ “ย่อมได้”หมอหลวงชรารีบยื่นมีดเงินส่งให้ทันทีมู่เซิงเกอยื่นมือไปรับ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ คราหนึ่ง ก่อนจะจ่อปลายมีดตรงตำแหน่งหัวใจยามเมื่อใบมีดอันแหลมคมทิ่มแทงทะลุผ่านผิวเนื้อเข้าไป ความเจ็บปวดอันรุนแรงมหาศาลก็ทำให้ภาพตรงหน้าของนางมืดดับไปวูบหนึ่งนางฝืนขบกัดริมฝีปากล่างเอาไว้แน่น กลืนเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดกลับคืนลงไปในลำคอโลหิตสีแดงฉานไหลรินไปตามมีดเงิน ไหลลงสู่ถ้วยหยกทีละหยาดหยด หนึ่งหยด สองหยด...จนสติสัมปชัญญะของนางค่อยๆ เลือนรางลงไปทุกทีไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ท่ามกลางสติอันเลือนราง นางพลันได้ยินน้ำเสียงยินดีปรีดาของหมอหลวงเอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูใหญ่ฟื้นแล้ว!”ฉีมู่ถลาเข้าไปข้างเตียงในทันที พลางโอบกอดมู่จืออวี่เอาไว้ในอ้อมอกแน่น น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างน่าเหลือเชื่อ “จืออวี่ ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว...”ในเวลาเดียวกันนั้นเอง มู่เซิงเกอก็พยุงร่างอันซวนเซหยัดยืนขึ้น พร้อมเค้นเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย กัดปลายนิ้วจนฉีกขาด ก่อนจะเขียนลงบนผ้าเช็ดหน้าไหมเนื้อละเอียดสีขาวบริสุทธิ์
Read more

บทที่ 8

ในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ฉีมู่กุมมือมู่จืออวี่เอาไว้แน่นขณะก้าวเท้าเดินเข้าสู่โถงเรือนหลัก มู่กั๋วกงสามีภรรยากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานเบื้องบน ต่างพากันทอดสายตามองดูพวกเขาด้วยสีหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความปีติยินดีทว่าเหล่าแขกเหรื่อที่มาร่วมงานโดยรอบล้วนแต่เป็นแขกผู้มีเกียรติและญาติพี่น้องที่ตระกูลมู่เชื้อเชิญมา ฉีมู่กวาดสายตามองไปทางนั้นรอบหนึ่งตามสัญชาตญาณ ทว่ากลับไม่เห็นเงาร่างของมู่เซิงเกอภายในใจของเขาพลันผุดความกระวนกระวายใจระลอกหนึ่งขึ้นมา นับตั้งแต่ตอนที่มอบของขวัญมงคลให้เมื่อครู่ เขาก็รู้สึกว่าท่าทางที่แสดงออกของมู่เซิงเกอนั้นดูไม่ค่อยปกติ ยามนี้เมื่อไม่เห็นอีกฝ่าย เขาก็ยิ่งรู้สึกใจสั่นลนลานขึ้นทุกทีแต่ท่ามกลางงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสระหว่างตนเองกับมู่จืออวี่ เขาเองก็ไม่สะดวกใจที่จะไต่ถามถึงมู่เซิงเกอเช่นกันเขาดำเนินพิธีการตามลำดับขั้นตอนของงานมงคลไปเรื่อยๆ จนเสร็จสิ้น กระทั่งมาถึงขั้นตอนสุดท้าย เข้าห้องหอภายในห้องหอ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่เป็นสีแดงมงคลฉีมู่ขยับริมฝีปากเอ่ยขึ้น “จืออวี่ เจ้าเห็น...”มู่จืออวี่ใช้นิ้วมือแนบริมฝีปากของเขาไว้ “วันนี้เป็นคืนแต่งงานของพวกเร
Read more

บทที่ 9

เรื่องนี้จะเป็นไปได้อย่างไรกัน! เมื่อวานเขายังพบหน้ามู่เซิงเกออยู่ชัดๆ ตนยังซื้อเรือนส่วนตัวให้นางหลังหนึ่งด้วยซ้ำ!ฉีมู่หันมองบริเวณโดยรอบ พบว่าดูเหมือนทุกคนจะรู้เรื่องนี้หมด ยกเว้นเพียงแค่เขาเท่านั้น บนใบหน้าของทุกคนล้วนมีแต่สีหน้าที่เห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดาเขาเอ่ยถามแฝงความโกรธเคืองเล็กน้อย “เหตุใดถึงไม่มีใครบอกเรา?”มู่จืออวี่คล้ายได้ยินคำพูดที่น่าขบขัน “แค่บุตรีอนุคนหนึ่ง ข่าวคราวเช่นนี้ไม่มีความสำคัญอันใดต่อท่านพี่เลยแม้แต่น้อย ย่อมมิได้นำมาบอกเล่าเจ้าค่ะ”ฉีมู่พูดไม่ออก ถูกต้อง มู่เซิงเกอเป็นเพียงบุตรีอนุคนหนึ่ง บุตรีอนุคนหนึ่งจะแต่งให้ใคร เหตุใดต้องรายงานให้องค์รัชทายาททรงทราบด้วยเล่า ทว่าต่อให้ผู้อื่นไม่รู้ ไฉนแม้กระทั่งตัวนางเองก็ยังไม่ยอมปริปากบอกสักคำ?เมื่อหวนนึกถึงท่าทางของมู่เซิงเกอในช่วงนี้ ฉีมู่จึงเพิ่งได้สติว่า นางรู้ตัวตั้งนานแล้วว่าจะต้องแต่งงานไปที่ด่านชายแดน ทว่าจนถึงนาทีสุดท้ายกลับยังคงปิดบังไม่ยอมบอกเขามาตลอดความรู้สึกที่ยากจะอธิบายพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก อุดตันอยู่กลางใจจนทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก ที่แท้เมื่อวานนี้ ในวันเดียวกับที่เขาแต่งงานกับมู่จืออวี่ ม
Read more

บทที่ 10

ยามที่มู่จืออวี่ไล่ตามมาถึงในห้อง ก็พบว่าฉีมู่กำลังพูดคุยบางอย่างอยู่กับมารดาของมู่เซิงเกอคนหนึ่งสงบนิ่ง ส่วนอีกคนหนึ่งตื่นตระหนกแม่มู่ที่ไม่เคยพบเจอโลกกว้างอันใดมาก่อน เมื่อเห็นองค์รัชทายาทเสด็จมา ก็ลนลานจนเกือบจะเสียกิริยา“องค์รัชทายาท ท่านทรงมีธุระอันใดกับหม่อมฉันหรือเพคะ?”ฉีมู่พยักหน้าลงเล็กน้อย “มู่เซิงเกอไปที่ใดแล้ว? เรามีใจจะรับนางมาเป็นอนุ ไม่ต้องให้นางไปแต่งกับพวกไร้หัวนอนปลายเท้าที่ไหนแล้ว ให้รีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”แม่มู่คิดไม่ถึงว่าเป็นเรื่องเช่นนี้ บนใบหน้าของนางเผยอารมณ์ลำบากใจออกมา “องค์รัชทายาททรงล้อเล่นแล้ว สัญญาแต่งงานได้กำหนดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว จะให้บอกว่ากลับมาก็กลับมาได้อย่างไรกัน?”ฉีมู่หน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย “แต่งให้เรา มิใช่ดีกว่าแต่งให้แม่ทัพผู้หนึ่งที่อยู่ด่านชายแดนหรอกหรือ? อีกอย่าง ขอเพียงเจ้าอ้างนามของเรา มู่เซิงเกอย่อมกลับมาอย่างแน่นอน”ไม่ผิดแน่ ขอเพียงนางรู้ว่าตนยอมเติมเต็มความปรารถนาของนางด้วยการรับนางเป็นอนุ มู่เซิงเกอจะต้องกลับมาอย่างแน่นอนอย่างไรเสียตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่มู่เซิงเกอต้องการก็มีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว ในเมื่อนางรอไม่ไห
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status