登入คนทั่วไปล้วนรู้ดีว่าองค์รัชทายาทฉีมู่บริสุทธิ์ผุดผ่องดั่งลมโชยจันทร์กระจ่าง สุภาพสง่างามดั่งหยก เป็นบุรุษในฝันที่เหล่าสตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวงมากมายต่างใฝ่ฝันถึง ทว่ากลับหามีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า ยามค่ำคืนยามที่เขากดมู่เซิงเกอไว้บนเตียงแล้วพลิกคว่ำพลิกหงายนั้น ท่าทางของเขาจะบ้าคลั่งเพียงใด ในคืนที่หนึ่งพันเอ็ดของการลักลอบพบกับเขาในอุโมงค์ลับ มู่เซิงเกอนอนหมดเรี่ยวแรงอยู่ท่ามกลางผ้าห่มแพรไหมที่ยับย่น จ้องมองฉีมู่ผู้เปี่ยมด้วยความอิ่มเอม ในที่สุดก็รวบรวมความกล้าเอ่ยปาก “อีกครึ่งเดือน องค์รัชทายาทก็ต้องแต่งพี่หญิงเข้าสู่ตำหนักบูรพาแล้ว...” ปลายนิ้วของนางจิกแน่นที่มุมผ้าห่ม น้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “พอจะรับหม่อมฉันเป็นอนุในวันเดียวกันได้หรือไม่?” มือที่กำลังผูกสายรัดเอวของฉีมู่ชะงักไปชั่วครู่ “ไม่ได้หรอก” เขาหันกายกลับมา ใบหน้าอันหล่อเหลาดูไร้ความรู้สึกเป็นพิเศษภายใต้แสงเทียน “เราเคยรับปากจืออวี่ไว้ ชาตินี้จะมีนางเพียงผู้เดียว และจะไม่รับอนุเด็ดขาด” มู่เซิงเกอสีหน้าซีดเผือดลงในพริบตา “เช่นนั้น…หม่อมฉันนับเป็นตัวอันใดกัน?”
查看更多“เซิงเกอ...เราผิดไปแล้ว เรารู้ตัวว่าผิดไปแล้ว ยกโทษให้เราเถิดนะ เซิงเกอ เจ้ายังรักเราอยู่ใช่หรือไม่?” เขาพึมพำกับตนเอง นึกเพ้อเจ้ออยากจะยื่นมือออกไปไขว่คว้าเงาร่างอันเลือนรางนั้นทว่ามู่เซิงเกอจะขานรับเขาได้อย่างไรกัน?ต่อให้เป็นเพียงภาพมายาที่เขาคิดไปเอง มู่เซิงเกอก็ยังคงยืนอยู่ในระยะห่างที่เขาไม่มีวันเอื้อมถึง พลางจ้องมองเขาด้วยสายตาอันเย็นชา“ยะ อย่ามองเราด้วยสายตาเช่นนี้เลย เซิงเกอ...”เขาหลั่งน้ำตาออกมาอย่างมิอาจกลั้น พลางหวนคิดอีกคราว่าหากในวันนั้น เขาตอบรับคำขอของมู่เซิงเกอหากมิใช่เพียงให้นางเป็นอนุ แต่ตอบตกลงที่จะตบแต่งนางเป็นภรรยาเอกทันที ระหว่างพวกเขาจะแตกต่างไปจากยามนี้หรือไม่?ฉีมู่กัดฟันแน่น น้ำตาไหลทะลักลงมาดั่งสายธาร ท่ามกลางความเจ็บปวดอันแสนสาหัส ในท้ายที่สุดเขาก็หลับตาลงเสิ่นอวิ๋นอี้มองภาพนั้นด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ฉีมู่สิ้นชีพแล้ว ทหารของเขาล้วนยอมจำนน แม้กระทั่งองครักษ์ข้างกายของเขาก็ยอมจำนนอยู่ใต้เงื้อมมือ ไม่มีเจตนาที่จะดิ้นรนขัดขืนเลยแม้แต่น้อยเขาชนะแล้ว มู่เซิงเกอจะไม่มีวันถูกผู้ใดแย่งชิงไปอีกเสิ่นอวิ๋นอี้เหลือบมองเขาคราหนึ่ง ยกทวนยาวของตนขึ้น “กบฏถ
ในวันเดียวกันนั้น ฉีมู่กำลังเขียนแผนการของตนเองอยู่“เสด็จพ่อจะต้องเรียกตัวเสิ่นอวิ๋กลับเมืองหลวงเพื่ออารักขาคุ้มกันภัยเป็นแน่ ขอเพียงแค่สังหารมันเสีย เช่นนั้นก็ไม่มีผู้ใดขัดขวางเราได้แล้ว” เขาพูดออกมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่ในแววตายังคงเปี่ยมด้วยความยึดมั่นดึงดันองครักษ์ที่ติดตามเขาเอ่ยขึ้นด้วยความลำบากใจ “แม่ทัพเสิ่นประจำการอยู่ชายแดนมาโดยตลอด ใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนเขาก็จะสามารถเร่งมาถึงเมืองหลวง ถึงเวลานั้นทหารฝีมือดีในมือเขามีร่วมแสนนาย...พวกเราก็ยากที่จะรบชนะพ่ะย่ะค่ะ”“ชนะมิได้ก็ต้องชนะให้เราให้ได้!” ฉีมู่ตบโต๊ะอย่างแรงคราหนึ่งองครักษ์ตกใจเสียจนรีบคุกเข่าลง “พ่ะย่ะค่ะ! แต่ผู้น้อยมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจ...องค์รัชทายาท ฝ่าบาททรงเตรียมที่จะมอบบัลลังก์ให้แก่ท่านตั้งนานแล้ว เพียงรอเวลาไม่กี่ปี รอจนฮ่องเต้เสด็จสวรรคตตามอายุขัย ท่านก็สามารถขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้อย่างถูกต้องชอบธรรมได้แล้ว เหตุใดตอนนี้จึงต้องเสี่ยงถึงปานนี้...”ไม่ผิด ในสายตาของผู้ใดก็ตาม ฉีมู่ล้วนขาดความสุขุมรอบคอบ เขาดำรงตำแหน่งรัชทายาทมาตั้งนานแล้ว ไม่ช้าก็เร็วบัลลังก์ก็ต้องเป็นของเขา ไม่จำเป็นต้องแย่งชิงเลยแม้แ
ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวมากมาย พลันได้ยินเสียงของผู้อื่นดังขึ้น“ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพ แม่ทัพเสิ่น!”เสิ่นอวิ๋นอี้ได้สติกลับมาโดยพลัน เขายังคงอยู่ภายในค่ายทหาร“ขออภัย เมื่อครู่มีเรื่องให้คิดเล็กน้อย พวกเรามาต่อกันเถอะ” เขาหยิบทวนยาวของตนเองขึ้นมาเหล่าทหารพากันยิ้มร่า “หาได้ยากที่แม่ทัพเสิ่นจะใจลอยเช่นนี้ กำลังคิดถึงเรื่องของพี่สะใภ้อยู่กระมัง? ได้ยินมาว่าวันนี้รัชทายาทองค์ปัจจุบันคล้ายจะไปหาพี่สะใภ้แล้ว คงมิใช่ว่าคิดจะแย่งชิงคนรักของผู้อื่นหรอกกระมัง?”“นั่นเป็นถึงองค์รัชทายาทเชียวนะ จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!”“ทว่าพี่สะใภ้ดีขนาดนั้น หากมิใช่เรื่องราวเช่นนี้ องค์รัชทายาทจะเสด็จไปที่นั่นด้วยเหตุใดเล่า? ถ้าหากมีราชกิจก็บอกกับท่านแม่ทัพตรงๆ เสียก็สิ้นเรื่องแล้ว”พวกเขาคาดเดาไปต่างๆ นานา เสิ่นอวิ๋นอี้ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว เหตุใดพวกเขาจึงกล้าล้อเล่นเรื่องขององค์รัชทายาทเช่นนี้? นี่เป็นความผิดฐานลบหลู่เบื้องสูง หากถูกผู้อื่นล่วงรู้เข้า ในกรณีที่ร้ายแรงย่อมต้องโทษบั่นศีรษะเขาเพิ่งจะอ้าปาก ก็พลันได้ยินคำพูดที่อบอุ่นของพวกเขา“ทว่าหากองค์รัชทายาทคิดจะแย่งชิงคนรักของผู้อื่นจร
ช่างเป็นคำมั่นสัญญาที่ไพเราะจับใจเหลือเกิน พระชายารัชทายาท หรือแม้กระทั่งฮองเฮา อันเป็นฐานะที่ผู้คนมากมายต่างอ้อนวอนขอแทบตายก็ไม่ได้มา ฉีมู่กลับสัญญาว่าจะมอบให้มู่เซิงเกอหากเป็นเมื่อก่อน นางย่อมปรีดาเป็นล้นพ้นเป็นแน่ แท้จริงแล้วนางเคยรักเขาจนลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ ยามนี้เขาบอกว่าจะตบแต่งนาง มีหรือนางจะไม่ตื่นเต้นอารมณ์พลุ่งพล่าน?ทว่ายามนี้ นอกจากความอนาถใจอันหาที่สุดมิได้และความเฉยชาแล้ว มู่เซิงเกอกลับไร้ซึ่งความรู้สึกอื่นใดนางหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ตนเองพกติดกายมาโดยตลอดขึ้นมากำแน่นไว้ในอุ้งมือ “องค์รัชทายาท ท่านยังจำได้หรือไม่เพคะ ก่อนหน้านี้ตอนที่ท่านเอาเลือดจากขั้วหัวใจของหม่อมฉัน หม่อมฉันเคยบอกว่าหม่อมฉันมีความปรารถนาประการหนึ่ง และตอนนั้นท่านได้ประทับตราให้หม่อมฉันแล้ว”ฉีมู่พยักหน้า ยอมรับว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงมู่เซิงเกอคลี่ผ้าเช็ดหน้าออก ลายลักษณ์อักษรบนนั้นล้วนจารึกด้วยหยาดเลือดและน้ำตาในทุกตัวอักษร“นี่คือสิ่งที่หม่อมฉันปรารถนา องค์รัชทายาท โปรดรักษาคำมั่นสัญญาด้วยเพคะ”ฉีมู่ตะลึงงันไปแวบหนึ่ง ก่อนหน้านี้เขาร้อนรนใจเพราะเป็นห่วงมู่จืออวี่ จึงได้ประทับตราลงไปส่งเดช คิด