Short
หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน

หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน

Por:  เฟิงอวี่Completado
Idioma: Thai
goodnovel4goodnovel
24Capítulos
16.8Kvistas
Leer
Agregar a biblioteca

Compartir:  

Reportar
Resumen
Catálogo
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP

คนทั่วไปล้วนรู้ดีว่าองค์รัชทายาทฉีมู่บริสุทธิ์ผุดผ่องดั่งลมโชยจันทร์กระจ่าง สุภาพสง่างามดั่งหยก เป็นบุรุษในฝันที่เหล่าสตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวงมากมายต่างใฝ่ฝันถึง ทว่ากลับหามีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า ยามค่ำคืนยามที่เขากดมู่เซิงเกอไว้บนเตียงแล้วพลิกคว่ำพลิกหงายนั้น ท่าทางของเขาจะบ้าคลั่งเพียงใด ในคืนที่หนึ่งพันเอ็ดของการลักลอบพบกับเขาในอุโมงค์ลับ มู่เซิงเกอนอนหมดเรี่ยวแรงอยู่ท่ามกลางผ้าห่มแพรไหมที่ยับย่น จ้องมองฉีมู่ผู้เปี่ยมด้วยความอิ่มเอม ในที่สุดก็รวบรวมความกล้าเอ่ยปาก “อีกครึ่งเดือน องค์รัชทายาทก็ต้องแต่งพี่หญิงเข้าสู่ตำหนักบูรพาแล้ว...” ปลายนิ้วของนางจิกแน่นที่มุมผ้าห่ม น้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “พอจะรับหม่อมฉันเป็นอนุในวันเดียวกันได้หรือไม่?” มือที่กำลังผูกสายรัดเอวของฉีมู่ชะงักไปชั่วครู่ “ไม่ได้หรอก” เขาหันกายกลับมา ใบหน้าอันหล่อเหลาดูไร้ความรู้สึกเป็นพิเศษภายใต้แสงเทียน “เราเคยรับปากจืออวี่ไว้ ชาตินี้จะมีนางเพียงผู้เดียว และจะไม่รับอนุเด็ดขาด” มู่เซิงเกอสีหน้าซีดเผือดลงในพริบตา “เช่นนั้น…หม่อมฉันนับเป็นตัวอันใดกัน?”

Ver más

Capítulo 1

บทที่ 1

น้ำเสียงของนางสั่นเครือ “หรือจะต้องเป็นเช่นนี้ไปชั่วชีวิต ต้องหลบๆ ซ่อนๆ งั้นหรือ?”

“มิฉะนั้นแล้วจะอย่างไรเล่า?” ฉีมู่มองนางกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง ทว่าแววตากลับแฝงความหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก คล้ายกำลังหัวเราะเยาะความไม่เจียมตัวของนาง “มู่เซิงเกอ เจ้าต้องการฐานะอันใดกัน?”

เขาโน้มตัวลงมา นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ คลึงเคล้นริมฝีปากของนาง “เราเคยบอกแล้วว่า ชาตินี้รักเพียงจืออวี่คนเดียว ทว่าเราชอบเรือนร่างของเจ้ายิ่งนัก ดังนั้นนอกจากฐานะตำแหน่งและความโปรดปรานแล้ว สิ่งอื่นใดเราล้วนให้เจ้าได้ทั้งหมด หลังจากเราแต่งงานกับจืออวี่แล้ว พวกเรายังคงนัดพบกันผ่านอุโมงค์ลับเช่นเดิม”

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันควัน “แต่จงจำไว้ เรื่องระหว่างเจ้ากับเราอย่าได้ไปก่อเรื่องต่อหน้าจืออวี่ หากนางรู้เรื่องแม้เพียงนิดเดียว จนทำให้นางต้องเสียใจ เจ้าคงรู้ถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา”

มู่เซิงเกอราวกับถูกอสนีบาตผ่าฟาดเข้าใส่ ยืนตะลึงงันอยู่ ณ ที่เดิม

ที่แท้เขาไม่เคยคิดจะมอบฐานะตำแหน่งใดๆ ให้แก่นางเลย

ที่แท้ในใจของเขา นางเป็นเพียงสิ่งของบำเรอที่ไม่อาจเปิดเผยต่อผู้คน

นางมองตามแผ่นหลังที่เดินจากไปของฉีมู่ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย ในสมองผุดภาพเรื่องราวต่างๆ ในอดีตขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้

นางเป็นบุตรีอนุของจวนมู่กั๋วกง ส่วนมู่จืออวี่คือบุตรีภรรยาเอกผู้สูงส่งเทียมฟ้า

ตั้งแต่เล็กจนโต พวกนางก็คือสิ่งเปรียบเทียบที่เด่นชัดที่สุด

มู่จืออวี่ได้สวมใส่ผ้าทอลายเมฆาชั้นเลิศที่สุด ได้ใช้เครื่องประดับที่ประณีตงดงามที่สุด แม้กระทั่งอาจารย์ผู้สอนตำราก็ล้วนเอ่ยปากชมว่า นางมีพรสวรรค์เฉลียวฉลาดมาแต่กำเนิด

ส่วนนางมู่เซิงเกอ ทำได้เพียงยืนอยู่ในเงามืดตลอดกาล สวมใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ที่พี่หญิงไม่ต้องการแล้ว และใช้พู่กันน้ำหมึกที่ธรรมดาสามัญที่สุด

แม้แต่องค์รัชทายาทฉีมู่ที่เหล่าคุณหนูในห้องหอทั่วทั้งเมืองหลวงต่างใฝ่ฝันถึง ก็ยังมอบใจรักมั่นให้แก่มู่จืออวี่เพียงผู้เดียว

นางยังคงจำได้จนถึงยามนี้ ในเทศกาลโคมไฟเมื่อสามปีก่อน ฉีมู่ให้คำมั่นสัญญาต่อหน้าเหล่าขุนนางบุ๋นและบู๊เต็มราชสำนักว่า “ชาตินี้เรามีเพียงมู่จืออวี่ผู้เดียว และจะไม่รับอนุตลอดกาล”

ความยิ่งใหญ่ในวันนั้น จนถึงตอนนี้ยังคงเป็นเรื่องเล่าขานอันงดงามในเมืองหลวง

จนกระทั่งค่ำคืนฝนตกคืนนั้น…

คืนนั้นฉีมู่ถูกคนวางยา สำคัญผิดคิดว่านางคือมู่จืออวี่ จึงได้พรากพรหมจรรย์ของนางไป

เดิมทีนางคิดว่าสิ่งที่จะรอนางอยู่ในวันรุ่งขึ้นคือผ้าแพรขาวประทานความตาย ทว่านึกไม่ถึงว่าหลังจากผ่านพ้นคืนนั้น องค์รัชทายาทผู้เย็นชามาโดยตลอด ราวกับต้องมนตร์ เขาขุดสร้างอุโมงค์ลับ และเรียกตัวนางเข้าสู่ตำหนักบูรพาทุกค่ำคืน

ตลอดเวลาสามปีเต็ม นอกเหนือจากวันที่นางมีรอบเดือนแล้ว เขาล้วนครอบครองนางแทบทุกวัน

นางเคยพบเห็นด้านที่ไม่มีใครล่วงรู้มากเกินไป องค์รัชทายาทผู้เย็นชาและสำรวมตนต่อหน้าธารกำนัลผู้นั้น กลับหอบหายใจอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้อยู่บนร่างของนาง รัชทายาทผู้เฉยชาและห่างเหินกับทุกคนผู้นั้น กลับกดนางลงท่ามกลางตั่งเตียงแล้วตักตวงตามใจชอบ

นางคิดว่า ความใกล้ชิดสนิทสนมเช่นนี้ อย่างน้อยก็เป็นตัวแทนว่าเขามีใจจริงให้นางอยู่บ้าง…

“คุณหนูมู่ ได้เวลาดื่มยาแล้วเจ้าค่ะ”

แม่นมประคองชามยาเดินเข้ามา ขัดจังหวะความคิดของนาง

มู่เซิงเกอยื่นมืออันสั่นเทาไปรับมา กลิ่นอันขมฝาดพุ่งทะลักเข้าสู่โพรงจมูก แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรนางกลับกลืนไม่ลง

นางกำนัลด้านนอกประตูเร่งเร้าด้วยเสียงแผ่วเบา “แม่นมเร็วหน่อยเถิด ได้เวลาแล้ว คุณหนูมู่ยังต้องรีบดื่มน้ำแกงเลี่ยง…”

คำพูดยังไม่ทันจบ แม่นมก็ตวาดปรามเสียงเฉียบขาด “ปากมาก!”

มู่เซิงเกอมือสั่นไปชั่ววูบ ชามยาตกลงสู่พื้นเสียงดัง “โครม!”

“น้ำแกงเลี่ยงบุตร?” น้ำเสียงของนางสั่นสะท้าน ไม่อยากเชื่อหูตนเอง “ยาที่ข้าดื่มมาโดยตลอด…ล้วนเป็นยาคุมกำเนิดอย่างนั้นหรือ?”

แม่นมแสดงสีหน้าลำบากใจ “นี่เป็นความประสงค์ขององค์รัชทายาท”

มู่เซิงเกอรู้สึกเพียงว่าหัวใจของนางถูกคนแทงเข้ามาอย่างโหดเหี้ยมหนึ่งแผล

ที่แท้ตลอดสามปีที่ผ่านมานี้ เขาไม่เคยคิดจะให้นางตั้งครรภ์สืบทายาทเลย ส่วนนางกลับโง่งมคิดไปเองว่า นั่นคือยาบำรุงที่เขาจัดเตรียมไว้ให้แก่นางโดยเฉพาะ

นางหัวเราะเยาะหยันตนเอง พลางยกชามยาที่เพิ่งต้มใหม่ๆ ขึ้นมาแล้วดื่มรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง ยานั้นขมจนออกรสฝาด แต่กลับเทียบไม่ได้กับความขมขื่นภายในใจแม้เพียงหนึ่งในหมื่นส่วน

ยามที่เดินตามอุโมงค์ลับกลับมาถึงจวนตระกูลมู่ ฝีก้าวของนางล้วนลอยล่องไร้น้ำหนัก

“เซิงเกอ มานี่สิ”

เพิ่งจะกลับเข้าเรือน แม่มู่ก็เรียกนางให้เข้าไปหา ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี “แม่ทัพเสิ่นแห่งด่านชายแดนส่งคนมาทาบทามสู่ขอแล้วนะ!”

นางดึงมือของมู่เซิงเกอมาจับไว้ “เจ้าเป็นบุตรีอนุ ย่อมเทียบไม่ได้กับคุณหนูใหญ่ แม่ทัพเสิ่นแม้จะอยู่ไกลถึงชายแดน ทว่ารูปร่างหน้าตาหล่อเหลาคมคาย คุณธรรมความประพฤติสูงส่งน่ายกย่อง นี่คืองานมงคลที่ดีที่สุดเท่าที่แม่จะเสาะหาให้เจ้าได้แล้ว”

มู่เซิงเกอเงยหน้าขึ้น ถึงได้พบว่าจอนผมข้างหูของแม่มู่มีผมขาวงอกขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้

ในใจของนางเกิดความรู้สึกสะเทือนใจขึ้นมาสายหนึ่ง

หลายปีมานี้นางเฝ้าแต่รอคอยให้ฉีมู่มอบฐานะตำแหน่งสักอย่างให้ ปฏิเสธการทาบทามสู่ขอไปตั้งเท่าไหร่ จนเป็นเหตุให้แม่มู่ต้องกลัดกลุ้มใจจนผมขาวโพลนไปทั้งศีรษะ

“ตกลงเจ้าค่ะ” นางเอ่ยเสียงแผ่ว “ลูกแต่ง”

แม่มู่ดีใจเหลือคณานับ “ดี ดียิ่งนัก! เจ้าคิดตกได้ก็ดีแล้ว!”

นางเกรงว่ามู่เซิงเกอจะกลับคำเสียเหลือเกิน จึงรีบลุกขึ้นทันที “แม่จะไปติดต่อแม่สื่อเดี๋ยวนี้ ประจวบเหมาะกับที่พี่หญิงของเจ้าจะแต่งเข้าตำหนักบูรพาในอีกครึ่งเดือน พวกเราก็กำหนดเป็นวันเดียวกันเลย มงคลซ้อนมงคล!”

มู่เซิงเกอขานรับพร้อมทอดสายตาลงต่ำ ลุกขึ้นไปส่งแม่มู่ออกนอกประตูจวน ยามเดินกลับมา ก็ประจวบเหมาะเห็นคนของตำหนักบูรพากำลังแบกหามสินสอดเข้ามาทีละหีบๆ พอดี

“องค์รัชทายาททรงใส่พระทัยกับคุณหนูใหญ่จริงๆ!”

“ได้ยินว่าผ้าไหมเสฉวนพวกนี้ องค์รัชทายาททรงเจาะจงให้ขนส่งมาจากเจียงหนานโดยเฉพาะ ก็เพื่อนำมาตัดชุดวิวาห์ให้คุณหนูใหญ่!”

“องค์รัชทายาทตรัสไว้แล้ว คุณหนูใหญ่คู่ควรกับสิ่งที่ดีที่สุด!”

ทุกถ้อยคำ ราวมีดที่ทิ่มแทงลงบนหัวใจของมู่เซิงเกอ

นางหันหลังกลับหมายจะเดินกลับเรือนเล็ก ทว่ากลับไม่ระวังเหยียบโดนใครบางคนเข้า

มู่จืออวี่กรีดร้องขึ้นมาคำหนึ่ง ยกมือขึ้นตบหน้านางฉาดใหญ่ทันที “ไม่มีตาหรืออย่างไร? เหยียบรองเท้าคู่ใหม่ของข้าจนสกปรกหมดแล้ว! นี่เป็นถึงรองเท้าผ้าไหมสู่จิ่นที่องค์รัชทายาทเพิ่งส่งมาให้เชียวนะ!”

มู่เซิงเกอรีบเอ่ยขออภัย “พี่หญิงโปรดยกโทษให้ด้วย ข้ามิได้ตั้งใจเจ้าค่ะ…”

“ขอโทษแล้วมีประโยชน์อันใด?” มู่จืออวี่วางท่าเย่อหยิ่งจองหอง “บุตรีอนุที่ไร้ค่าคนหนึ่ง ช่างต่ำต้อยเสียจนออกงานมิได้เหมือนกับมารดาที่เป็นอนุผู้นั้นของเจ้าเสียจริง!”

ความอัดอั้นตันใจสารพัดประดังเดเข้าสู่หัวใจของมู่เซิงเกอ นางพูดจาสวนกลับไปเป็นครั้งแรก “พี่หญิงโปรดระวังวาจาด้วย! ท่านจะด่าว่าข้าอย่างไรก็ได้ แต่ห้ามลบหลู่มารดาของข้าเด็ดขาด!”

บริเวณโดยรอบพลันตกอยู่ในความเงียบงันทันที

มู่จืออวี่กลับไม่ได้หาเรื่องซ้ำอีก ทว่าสีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด มู่เซิงเกอหันกลับไปมองตามสายตาของนาง

เห็นเพียงฉีมู่ยืนอยู่ใต้ระเบียงทางเดินตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ แววตาของเขาเย็นเยียบ

เขาปราดมองนางแวบหนึ่งราวกับมองคนแปลกหน้า ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปหามู่จืออวี่ กุมมืออันเย็นเยียบทั้งสองข้างของนางขึ้นมา แล้วเป่าลมหายใจอุ่นๆ ให้อย่างแผ่วเบา “วันที่อากาศหนาวขนาดนี้ มายืนตรงทางลมทำไมกัน?”

เมื่อมู่จืออวี่เห็นว่าฉีมู่หาได้โกรธเคืองเพราะความโอหังอวดดีของนางเมื่อครู่ ก็โล่งใจอย่างยิ่ง รีบเอ่ยเสียงออดอ้อนทันที “องค์รัชทายาท เมื่อครู่เซิงเกอเหยียบรองเท้าคู่ใหม่ของหม่อมฉัน หม่อมฉันก็แค่สั่งสอนนางไม่กี่คำ นางกลับบังอาจต่อปากต่อคำ ทำเอาหม่อมฉันโมโหแทบแย่แล้วเพคะ”

นางกล่าวพลางกระทืบเท้าเบาๆ ด้วยความแง่งอน

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ยังจะไปพูดจากับนางให้มากความทำไมอีก” ฉีมู่น้ำเสียงเฉยชาไร้ความรู้สึก ในที่สุดก็ปรายตามามองมู่เซิงเกอคราหนึ่ง “ผู้น้อยล่วงเกินผู้ใหญ่ วาจาสามหาวไม่ระวังปาก คุกเข่าสองชั่วยาม”

มู่จืออวี่พลันแย้มยิ้มงดงามปานบุปผา ขยับเข้าไปควงแขนของฉีมู่อย่างสนิทสนมชิดเชื้อ “องค์รัชทายาทดีที่สุดเลยเพคะ!”

นางปรายตามองมู่เซิงเกออย่างผู้ชนะคราหนึ่ง ก่อนจะดึงรั้งฉีมู่ให้จากไปด้วยความเบิกบานใจเป็นล้นพ้น

ลมหนาวหวีดหวิว มู่เซิงเกอคุกเข่าอยู่ท่ามกลางลานหิมะ อาภรณ์ตัวบางเฉียบถูกน้ำแข็งที่ละลายกัดเซาะจนเปียกชุ่มเนิ่นนานแล้ว

ความหนาวเหน็บเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจากหัวเข่าลุกลามไปทั่วทั้งร่าง ทว่ากลับเทียบไม่ได้กับความเยือกเย็นภายในใจแม้เพียงหนึ่งในหมื่นส่วน

สองชั่วยามให้หลัง สาวใช้ชิงเถาขอบตาแดงก่ำรี่เข้ามาประคองนาง “คุณหนูรีบลุกขึ้นเถิด หัวเข่าแทบจะแข็งจนใช้การไม่ได้แล้วนะเจ้าคะ!”

ขาทั้งสองข้างของมู่เซิงเกอไร้ความรู้สึกไปตั้งนานแล้ว ต้องอาศัยการพยุงไว้จึงจะพอฝืนหยัดยืนขึ้นมาได้

ชิงเถานวดคลึงหัวเข่าให้นางไปพลาง เอ่ยสะอื้นไห้ไปพลาง “สวรรค์ช่างไม่มีตาเสียจริง คุณหนูใหญ่เป็นบุตรีภรรยาเอก สิ่งดีๆ อันใดล้วนตกเป็นของนางทั้งหมด แม้กระทั่งองค์รัชทายาทก็ยัง…”

“อย่าพูดอีกเลย” มู่เซิงเกอเอ่ยขัดขึ้นเบาๆ ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“แต่คุณหนูทำสิ่งใดผิดหรือเจ้าคะ?” ชิงเถากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ร้องไห้พลางกล่าวว่า “เห็นๆ อยู่ว่าเป็นคุณหนูใหญ่ที่ลงมือก่อน องค์รัชทายาทก็ทรงเห็นอยู่เต็มตา แต่กลับยังจะลงโทษคุณหนูอีก ช่างไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ…”

มู่เซิงเกอทอดสายตามองไปทางทิศของตำหนักบูรพา พลันหัวเราะออกมา

รอยยิ้มนั้นช่างน่าโศกเศร้าเวทนาเสียจนทำเอาชิงเถาต้องหยุดเสียงร้องไห้ลง

นั่นสินะ ไม่ยุติธรรมเลย

ทว่านางกลับไม่นึกอยากแย่งชิงแล้ว

นางเพียงเฝ้ารอคอยให้กำหนดวันมงคลมาถึงโดยเร็ววัน เพื่อจะได้จากไปจากเมืองหลวง และไม่หันหลังกลับมาอีกตลอดกาล

Expandir
Siguiente capítulo
Descargar

Último capítulo

Más capítulos

reseñasMás

ศิริยา นววงศ์ศิริ
ศิริยา นววงศ์ศิริ
ฝูกเนื้อเรื่องได้ดี สนุกมาก
2026-08-10 08:08:37
0
0
Phattharawalan Changthong
Phattharawalan Changthong
สนุกมากค่ะ อ่านเพลิน น่าติดตาม
2026-08-09 10:06:00
1
0
Katkant Ket
Katkant Ket
เนื้อเรื่องสนุกน่าสนใจจนไม่อยากหยุดอ่านเลยจ้า
2026-08-04 12:37:57
0
0
Anchale Sroysomjit
Anchale Sroysomjit
สนุกดีน่าติดตาม
2026-07-31 05:29:01
0
0
ญาณิศา
ญาณิศา
ชอบมากเลยค่ะ🤍🤍🤍
2026-07-27 00:32:35
2
0
24 Capítulos
บทที่ 1
น้ำเสียงของนางสั่นเครือ “หรือจะต้องเป็นเช่นนี้ไปชั่วชีวิต ต้องหลบๆ ซ่อนๆ งั้นหรือ?”“มิฉะนั้นแล้วจะอย่างไรเล่า?” ฉีมู่มองนางกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง ทว่าแววตากลับแฝงความหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก คล้ายกำลังหัวเราะเยาะความไม่เจียมตัวของนาง “มู่เซิงเกอ เจ้าต้องการฐานะอันใดกัน?”เขาโน้มตัวลงมา นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ คลึงเคล้นริมฝีปากของนาง “เราเคยบอกแล้วว่า ชาตินี้รักเพียงจืออวี่คนเดียว ทว่าเราชอบเรือนร่างของเจ้ายิ่งนัก ดังนั้นนอกจากฐานะตำแหน่งและความโปรดปรานแล้ว สิ่งอื่นใดเราล้วนให้เจ้าได้ทั้งหมด หลังจากเราแต่งงานกับจืออวี่แล้ว พวกเรายังคงนัดพบกันผ่านอุโมงค์ลับเช่นเดิม”น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันควัน “แต่จงจำไว้ เรื่องระหว่างเจ้ากับเราอย่าได้ไปก่อเรื่องต่อหน้าจืออวี่ หากนางรู้เรื่องแม้เพียงนิดเดียว จนทำให้นางต้องเสียใจ เจ้าคงรู้ถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา”มู่เซิงเกอราวกับถูกอสนีบาตผ่าฟาดเข้าใส่ ยืนตะลึงงันอยู่ ณ ที่เดิมที่แท้เขาไม่เคยคิดจะมอบฐานะตำแหน่งใดๆ ให้แก่นางเลยที่แท้ในใจของเขา นางเป็นเพียงสิ่งของบำเรอที่ไม่อาจเปิดเผยต่อผู้คนนางมองตามแผ่นหลังที่เดินจากไปของฉีมู่ ร่างกายสั่นเทาเ
Leer más
บทที่ 2
มู่เซิงเกอกลับมาถึงเรือนเล็ก นางคัดแยกเครื่องประดับอัญมณีที่ฉีมู่เคยมอบให้นางตลอดหลายปีมานี้ออกมาทีละชิ้นๆ เตรียมจะนำพวกมันไปจำนำแลกเป็นเงินก้อนเหลือทิ้งไว้ให้มารดาเครื่องประดับทุกชิ้นล้วนงดงามประณีต ครั้งหนึ่งเคยถูกเขาบรรจงสวมใส่บนเรือนผมและข้อมือของนางด้วยมือตนเอง ทว่ายามนี้กลับราวกับหนามแหลมคมนับอนันต์ที่ทิ่มแทงจนปลายนิ้วของนางปวดร้าววันถัดมา นางเพิ่งจะยกหีบเดินออกจากประตูเรือน ก็ไม่คาดคิดว่าจะชนเข้ากับมู่จืออวี่ที่เดินสวนมาพอดี“หยุดนะ!” มู่จืออวี่มองปราดเดียวก็เห็นหีบในมือของนาง สีหน้าเปลี่ยนไปฉับพลัน “ในมือของเจ้าถือสิ่งใดอยู่?”ไม่รอมู่เซิงเกอเอ่ยตอบ มู่จืออวี่ก็เอื้อมมือไปเปิดฝาหีบออกอย่างแรงแล้วยามที่นางเพ่งมองสิ่งของด้านในจนชัดเจน สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำในพริบตา“ดีเหลือเกิน! มู่เซิงเกอ เจ้าถึงกับบังอาจลักขโมยของๆ ข้า!” มู่จืออวี่หวีดร้องเสียงแหลม กระชากข้อมือของนางไว้แน่น “ใครก็ได้! เอาตัวหัวขโมยในบ้านผู้นี้ควบคุมตัวไปที่ศาลบรรพชนเดี๋ยวนี้!”“ข้าไม่ได้ขโมยนะเจ้าคะ!” มู่เซิงเกอดิ้นรนพยายามอธิบาย “สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของส่วนตัวของข้าทั้งหมด!”มู่จืออวี่ไม่รั
Leer más
บทที่ 3
“ท่านพ่อเจ้าคะ!” มู่จืออวี่ประกาศก้องเสียงดัง “โปรดลงโทษตามกฎประจำตระกูลด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”มู่กั๋วกงกำลังจะออกคำสั่งลงโทษพอดี ทว่าฉีมู่พลันเอ่ยปากออกมาฉับพลัน “ช้าก่อน”ภายในศาลบรรพชนพลันตกอยู่ในความสงบเงียบลงในทันใด สายตาของทุกคนล้วนหันไปจับจ้องที่ตัวเขา“วันมงคลใกล้จะมาถึงแล้ว ไม่ควรให้เกิดเรื่องนองเลือดขึ้นมา” น้ำเสียงของฉีมู่เรียบราบธรรมดา “ก็แค่แก้วแหวนอัญมณีเพียงเล็กน้อย ถือเสียว่าตัวเรามอบเป็นของขวัญแสดงความยินดีล่วงหน้าให้แก่สตรีในจวนของท่านก็แล้วกัน”มู่กั๋วกงเข้าใจความหมายในทันที จึงรีบหาทางลงตามน้ำ “องค์รัชทายาททรงเมตตากรุณา ยังไม่รีบขอบคุณพระเมตตาอีก?”มู่เซิงเกอโขกศีรษะลงอย่างแข็งทื่อ หน้าผากแนบสนิทอยู่บนแผ่นกระเบื้องอันเย็นเยียบ “ขอบพระทัยในพระเมตตาเพคะองค์รัชทายาท”“ไม่ได้นะเพคะ!” มู่จืออวี่กลับไม่ยอมลดละ “กฎประจำตระกูลจะละเลยมิได้! อย่างน้อยต้องโบยสักสามสิบแส้ เพื่อมิให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่างเพคะ!”ฉีมู่เบนสายตามองไปทางมู่จืออวี่ แววตาฉายแววระอาใจสายหนึ่ง “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ตามใจเจ้า”กล่าวจบ เขาก็หันกายเดินไปด้านข้าง ไม่สอดมือเข้ายุ่งเกี่ยวอีกต่อไปมู่เซิ
Leer más
บทที่ 4
มู่เซิงเกอยิ้มขื่นออกมาคราหนึ่ง พยายามจะดึงมือกลับคืนมา “องค์รัชทายาททรงล้อเล่นแล้ว หม่อมฉันไหนเลยจะกล้าละเมิดเบื้องสูง”ทว่าฉีมู่กลับบีบแน่นยิ่งขึ้น “คืนนี้จงมาหาเรา”“ท่านแม่ล้มป่วยหนัก หม่อมฉันจำต้องคอยปรนนิบัติอยู่ข้างเตียงเพคะ”“พรุ่งนี้” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นเฉียบขาดไร้ช่องว่างให้ปฏิเสธโต้แย้ง“พรุ่งนี้ก็ต้องอยู่ปรนนิบัติท่านแม่ดื่มยาเพคะ”“วันมะรืน”“วันมะรืนนัดหมายกับท่านหมอเอาไว้…”“มู่เซิงเกอ!” ในที่สุดฉีมู่ก็บันดาลโทสะ เขาออกแรงกระชากร่างนางเข้ามาประชิดตัวในคราเดียว “เจ้าจะแง่งอนไปถึงเมื่อใดกัน!”สายลมจากภูเขาพัดโชยมาเบาๆ พัดพาเอาปอยผมตรงหน้าผากของนางให้ปลิวไสว มู่เซิงเกอเงยหน้าขึ้นมองเขา ในดวงตามีแต่ความราบเรียบสงบนิ่ง “หม่อมฉันหาได้แง่งอนเพคะ”ฉีมู่จ้องเขม็งไปที่นางอยู่ครู่ใหญ่ พลันแค่นยิ้ม “ดี รอจนเรากับจืออวี่จัดการเรื่องแต่งงานเสร็จสิ้น ค่อยกลับมาสะสางความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับเรา”เขาพูดจบก็หันหลังเดินจากไป ชายเสื้อสีขาวนวลสะบัดพลิ้วไปตามสายลมมู่เซิงเกอมองตามแผ่นหลังของเขา พลันเอ่ยเสียงแผ่ว “ไม่จำเป็นอีกแล้วล่ะ”ในวันที่เขาเข้าพิธีวิวาห์ นางเองก็ต้องออกเร
Leer más
บทที่ 5
น้ำเสียงของฉีมู่เย็นเยียบราวกับลิ่มน้ำแข็งที่ทิ่มแทงเข้ามา แม่มู่ตกใจจนตัวสั่นเทา รีบฉุดดึงมู่เซิงเกอให้คุกเข่าลงทันทีมู่เซิงเกอก้มกายหมอบลงบนพื้น นางสะกดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้สุดกำลัง ก่อนจะชิงเอ่ยปากขึ้นก่อนก้าวหนึ่ง “พี่หญิงเพคะ”“เมื่อครู่นี้หม่อมฉันกับท่านแม่กำลังหารือเรื่องงานวิวาห์ของพี่หญิงอยู่เพคะ”ฉีมู่ขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย สายตากวาดมองสองแม่ลูกแวบหนึ่ง ทว่าสุดท้ายก็มิได้ซักไซ้ไล่เลียงสิ่งใดต่อ เขาอุ้มมู่จืออวี่สาวเท้าก้าวใหญ่ตรงเข้าสู่เรือนชั้นในทันทีแม่มู่รีบประคองมู่เซิงเกอกลับมายังเรือนเล็ก ท่ามกลางแสงเทียนสลัว นางค่อยๆ เช็ดล้างทำความสะอาดบาดแผลให้มู่เซิงเกออย่างทะนุถนอมระมัดระวัง น้ำตาไหลรินลงมาไม่ขาดสาย“เซิงเกอ เจ้าเคียดแค้นแม่หรือไม่?” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้ “ที่บีบคั้นให้เจ้าแต่งงานออกเรือนไปยังสถานที่อันห่างไกลขนาดนั้น…”มู่เซิงเกอส่ายศีรษะเบาๆ “ไฉนเลยจะเป็นเช่นนั้น? ลูกพึงพอใจและเต็มใจยิ่งเจ้าค่ะ”“จริงหรือ?” มือที่กำลังทำแผลของนางชะงักกึก “เจ้า...ตัดใจจากชายในดวงใจผู้นั้นได้ลงคอแล้วจริงๆ หรือ?”มู่เซิงเกอตัวแข็งทื่อไปฉับพลันนางหวนนึกไปถึงเรื่องเมื
Leer más
บทที่ 6
ทว่ายามที่นางลืมตาขึ้นมาอีกครา กลับพบว่าสิ่งที่องค์หญิงเก้าหยิบออกมาจากถุงหอมนั้น กลับกลายเป็นภาพวาดใบหน้าย่อส่วนของมู่จืออวี่เสียได้!“เสด็จพี่ถึงขั้นพกภาพวาดใบหน้าย่อส่วนของจืออวี่ไว้แนบกายเชียวหรือเพคะ?” องค์หญิงเก้าเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “เห็นทีว่าคงจะรักและปักใจอย่างยิ่งยวดเป็นแน่”ฉีมู่เผยรอยยิ้มละไม “ย่อมเป็นเช่นนั้น ยามมิได้พบหน้า อย่างน้อยก็ยังใช้สิ่งนี้ช่วยคลายความคะนึงหาได้บ้าง”เหล่าแขกเหรื่อในงานต่างพากันส่งเสียงร้องแสดงความอิจฉาตาร้อนขึ้นมาอีกระลอกยามนั้นเอง คุณหนูท่านหนึ่งพลันเอ่ยทักขึ้นมา “ทว่าฝีเข็มของถุงหอมใบนี้...ดูไปแล้วมิคล้ายกับเป็นฝีมือของคุณหนูใหญ่เลยนะเจ้าคะ?”ฉีมู่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “เราไม่ใจดำพอที่จะปล่อยให้จืออวี่ต้องเหน็ดเหนื่อย ทั้งยังนึกห่วงกลัวว่าเข็มจะทิ่มแทงจนมือของนางต้องบาดเจ็บ จึงได้สั่งให้ช่างปักผ้าทำขึ้นมาสักชิ้น”มู่เซิงเกอรู้สึกราวกับว่ากำลังร่วงหล่นลงสู่ธารน้ำแข็งอันหนาวเหน็บที่แท้การที่เขายอมรับถุงหอมของนางไว้ในครานั้น มิใช่เพราะมีใจปฏิพัทธ์ต่อนางเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะเห็นนางเป็นเพียงช่างปักผ้าผู้หนึ่งเท่านั้นหรือ?ด้ว
Leer más
บทที่ 7
ฉีมู่ขมวดคิ้วมุ่น ปรายสายตามองมู่จืออวี่ที่ยังคงหมดสติอยู่บนตั่งเตียง ก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ “ย่อมได้”หมอหลวงชรารีบยื่นมีดเงินส่งให้ทันทีมู่เซิงเกอยื่นมือไปรับ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ คราหนึ่ง ก่อนจะจ่อปลายมีดตรงตำแหน่งหัวใจยามเมื่อใบมีดอันแหลมคมทิ่มแทงทะลุผ่านผิวเนื้อเข้าไป ความเจ็บปวดอันรุนแรงมหาศาลก็ทำให้ภาพตรงหน้าของนางมืดดับไปวูบหนึ่งนางฝืนขบกัดริมฝีปากล่างเอาไว้แน่น กลืนเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดกลับคืนลงไปในลำคอโลหิตสีแดงฉานไหลรินไปตามมีดเงิน ไหลลงสู่ถ้วยหยกทีละหยาดหยด หนึ่งหยด สองหยด...จนสติสัมปชัญญะของนางค่อยๆ เลือนรางลงไปทุกทีไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ท่ามกลางสติอันเลือนราง นางพลันได้ยินน้ำเสียงยินดีปรีดาของหมอหลวงเอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูใหญ่ฟื้นแล้ว!”ฉีมู่ถลาเข้าไปข้างเตียงในทันที พลางโอบกอดมู่จืออวี่เอาไว้ในอ้อมอกแน่น น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างน่าเหลือเชื่อ “จืออวี่ ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว...”ในเวลาเดียวกันนั้นเอง มู่เซิงเกอก็พยุงร่างอันซวนเซหยัดยืนขึ้น พร้อมเค้นเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย กัดปลายนิ้วจนฉีกขาด ก่อนจะเขียนลงบนผ้าเช็ดหน้าไหมเนื้อละเอียดสีขาวบริสุทธิ์
Leer más
บทที่ 8
ในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ฉีมู่กุมมือมู่จืออวี่เอาไว้แน่นขณะก้าวเท้าเดินเข้าสู่โถงเรือนหลัก มู่กั๋วกงสามีภรรยากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานเบื้องบน ต่างพากันทอดสายตามองดูพวกเขาด้วยสีหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความปีติยินดีทว่าเหล่าแขกเหรื่อที่มาร่วมงานโดยรอบล้วนแต่เป็นแขกผู้มีเกียรติและญาติพี่น้องที่ตระกูลมู่เชื้อเชิญมา ฉีมู่กวาดสายตามองไปทางนั้นรอบหนึ่งตามสัญชาตญาณ ทว่ากลับไม่เห็นเงาร่างของมู่เซิงเกอภายในใจของเขาพลันผุดความกระวนกระวายใจระลอกหนึ่งขึ้นมา นับตั้งแต่ตอนที่มอบของขวัญมงคลให้เมื่อครู่ เขาก็รู้สึกว่าท่าทางที่แสดงออกของมู่เซิงเกอนั้นดูไม่ค่อยปกติ ยามนี้เมื่อไม่เห็นอีกฝ่าย เขาก็ยิ่งรู้สึกใจสั่นลนลานขึ้นทุกทีแต่ท่ามกลางงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสระหว่างตนเองกับมู่จืออวี่ เขาเองก็ไม่สะดวกใจที่จะไต่ถามถึงมู่เซิงเกอเช่นกันเขาดำเนินพิธีการตามลำดับขั้นตอนของงานมงคลไปเรื่อยๆ จนเสร็จสิ้น กระทั่งมาถึงขั้นตอนสุดท้าย เข้าห้องหอภายในห้องหอ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่เป็นสีแดงมงคลฉีมู่ขยับริมฝีปากเอ่ยขึ้น “จืออวี่ เจ้าเห็น...”มู่จืออวี่ใช้นิ้วมือแนบริมฝีปากของเขาไว้ “วันนี้เป็นคืนแต่งงานของพวกเร
Leer más
บทที่ 9
เรื่องนี้จะเป็นไปได้อย่างไรกัน! เมื่อวานเขายังพบหน้ามู่เซิงเกออยู่ชัดๆ ตนยังซื้อเรือนส่วนตัวให้นางหลังหนึ่งด้วยซ้ำ!ฉีมู่หันมองบริเวณโดยรอบ พบว่าดูเหมือนทุกคนจะรู้เรื่องนี้หมด ยกเว้นเพียงแค่เขาเท่านั้น บนใบหน้าของทุกคนล้วนมีแต่สีหน้าที่เห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดาเขาเอ่ยถามแฝงความโกรธเคืองเล็กน้อย “เหตุใดถึงไม่มีใครบอกเรา?”มู่จืออวี่คล้ายได้ยินคำพูดที่น่าขบขัน “แค่บุตรีอนุคนหนึ่ง ข่าวคราวเช่นนี้ไม่มีความสำคัญอันใดต่อท่านพี่เลยแม้แต่น้อย ย่อมมิได้นำมาบอกเล่าเจ้าค่ะ”ฉีมู่พูดไม่ออก ถูกต้อง มู่เซิงเกอเป็นเพียงบุตรีอนุคนหนึ่ง บุตรีอนุคนหนึ่งจะแต่งให้ใคร เหตุใดต้องรายงานให้องค์รัชทายาททรงทราบด้วยเล่า ทว่าต่อให้ผู้อื่นไม่รู้ ไฉนแม้กระทั่งตัวนางเองก็ยังไม่ยอมปริปากบอกสักคำ?เมื่อหวนนึกถึงท่าทางของมู่เซิงเกอในช่วงนี้ ฉีมู่จึงเพิ่งได้สติว่า นางรู้ตัวตั้งนานแล้วว่าจะต้องแต่งงานไปที่ด่านชายแดน ทว่าจนถึงนาทีสุดท้ายกลับยังคงปิดบังไม่ยอมบอกเขามาตลอดความรู้สึกที่ยากจะอธิบายพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก อุดตันอยู่กลางใจจนทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก ที่แท้เมื่อวานนี้ ในวันเดียวกับที่เขาแต่งงานกับมู่จืออวี่ ม
Leer más
บทที่ 10
ยามที่มู่จืออวี่ไล่ตามมาถึงในห้อง ก็พบว่าฉีมู่กำลังพูดคุยบางอย่างอยู่กับมารดาของมู่เซิงเกอคนหนึ่งสงบนิ่ง ส่วนอีกคนหนึ่งตื่นตระหนกแม่มู่ที่ไม่เคยพบเจอโลกกว้างอันใดมาก่อน เมื่อเห็นองค์รัชทายาทเสด็จมา ก็ลนลานจนเกือบจะเสียกิริยา“องค์รัชทายาท ท่านทรงมีธุระอันใดกับหม่อมฉันหรือเพคะ?”ฉีมู่พยักหน้าลงเล็กน้อย “มู่เซิงเกอไปที่ใดแล้ว? เรามีใจจะรับนางมาเป็นอนุ ไม่ต้องให้นางไปแต่งกับพวกไร้หัวนอนปลายเท้าที่ไหนแล้ว ให้รีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”แม่มู่คิดไม่ถึงว่าเป็นเรื่องเช่นนี้ บนใบหน้าของนางเผยอารมณ์ลำบากใจออกมา “องค์รัชทายาททรงล้อเล่นแล้ว สัญญาแต่งงานได้กำหนดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว จะให้บอกว่ากลับมาก็กลับมาได้อย่างไรกัน?”ฉีมู่หน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย “แต่งให้เรา มิใช่ดีกว่าแต่งให้แม่ทัพผู้หนึ่งที่อยู่ด่านชายแดนหรอกหรือ? อีกอย่าง ขอเพียงเจ้าอ้างนามของเรา มู่เซิงเกอย่อมกลับมาอย่างแน่นอน”ไม่ผิดแน่ ขอเพียงนางรู้ว่าตนยอมเติมเต็มความปรารถนาของนางด้วยการรับนางเป็นอนุ มู่เซิงเกอจะต้องกลับมาอย่างแน่นอนอย่างไรเสียตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่มู่เซิงเกอต้องการก็มีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว ในเมื่อนางรอไม่ไห
Leer más
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status