All Chapters of ความในใจถึงเจาเจา: Chapter 11 - Chapter 20

26 Chapters

บทที่ 11

“เธอตายได้ยังไง...”เมื่อเผชิญกับคำถามของลู่จิ่นเหนียน เสิ่นจือเยี่ยนไม่อยากตอบ สุดท้ายหยางเจิ้นมู่จึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น “ยังไม่รู้ ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้ จากกล้องวงจรปิดที่ตรวจสอบได้ เห็นแค่ว่าเธอถูกพาตัวไปหลังออกจากบริษัทของนาย”จากบริษัทของเขางั้นเหรอนั่นก็คือ... วันที่เขาบอกเลิกเธอเมื่อเห็นความสำนึกผิดในดวงตาของลู่จิ่นเหนียน กู้เจาเจาก็ไม่รู้ว่าเขากำลังสำนึกผิดเรื่องอะไร น่าเสียดายที่ตอนนี้ ต่อให้เธอพูด เขาก็ไม่มีวันได้ยินแต่โชคดีที่วินาทีต่อมา เสิ่นจือเยี่ยนก็พูดแทนความในใจของเธอ“ลู่จิ่นเหนียน เลิกทำสีหน้าแบบนั้นได้แล้ว ตอนเธอยังมีชีวิต นายทรยศเธอ ตอนนี้เธอตายแล้ว ก็อย่ามาทำเป็นรักลึกซึ้งเลย” เขาช่วยจัดปกเสื้อให้ลู่จิ่นเหนียน ก่อนแค่นเสียงอย่างเย็นชา ความไม่พอใจที่มีต่อเขาแสดงออกมาอย่างชัดเจน “อย่าลืมว่าวันนี้เป็นวันแต่งงานของนายกับผู้หญิงคนนั้น”“เมื่อเช้า นายยังคิดจะให้เจาเจาหลบทางให้เธออยู่เลย”ลู่จิ่นเหนียนเพิ่งเข้าใจว่า ขบวนรถศพที่ไม่ยอมหลีกทางในตอนเช้า เป็นของกู้เจาเจาลำคอของเขาตีบตัน อยากพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นสีหน้าของทุกคน ก็พบว่าคนที่ไม่มีสิทธิ์พูดมากที
Read more

บทที่ 12

กู้เจาเจาที่ลอยอยู่ด้านหลัง เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ก็ชะงักไปทันทีจับตัวคนร้ายได้แล้วเหรอ หลังจากพบศพของเธอ เธอก็ไม่ต้องถูกกักอยู่ข้างกายลู่จิ่นเหนียนอีก ร่างของเธอก็ยิ่งโปร่งใสขึ้นถ้าอย่างนั้น วันที่ความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย ก็คงจะเป็นวันที่เธอสลายหายไปโดยสมบูรณ์เธอเฝ้ารอวันนั้น แต่ก็... หวาดกลัววันนั้นเช่นกันหากเธอหายไปอีกครั้ง เธอจะไปที่ใดกันแน่ จะได้กลับไปเกิดใหม่ หรือจะหายไปจากโลกนี้ตลอดกาลแต่ความจริงไม่ได้หายไปเพียงเพราะกู้เจาเจาหวาดกลัว เธอตามเสิ่นจือเยี่ยนไปยังสถานีตำรวจ และได้เห็นกลุ่มคนร้ายที่เคยกระทำทารุณต่อเธอนอกจากผู้บงการอย่างสวี่รั่วหลิง ทุกคนล้วนอยู่ที่นี่เพราะหลักฐานแน่นหนา หลังจากแก้ตัวแล้วพบว่าไม่มีช่องให้ปฏิเสธอีก พวกคนร้ายก็เริ่มซัดทอดกันเอง จนยอมเปิดเผยตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเพื่อหวังลดโทษ พวกเขาจึงนำหลักฐานทุกอย่างที่มีออกมามอบให้ และด้วยเหตุนี้ ความผิดของสวี่รั่วหลิงจึงกลายเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้วันที่ข่าวถูกเปิดเผย กู้เจาเจาก็ได้พบลู่จิ่นเหนียนอีกครั้งเพียงไม่กี่วันที่ไม่ได้เจอกัน เขาก็ดูซูบโทรมลงมาก เธอมองเขาจ้องสวี่รั่วหลิงที่ถูกควบคุ
Read more

บทที่ 13

กู้เจาเจาสลายหายไปแล้ว เธอหายไปโดยสมบูรณ์หลังจากได้ฟังคำพิพากษาประหารชีวิตของคนร้ายทุกคนเธอคิดว่าตัวเองจะได้ไปเกิดใหม่ แต่ไม่คาดคิดว่า เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอกลับย้อนเวลากลับมาอยู่ในช่วงเทอมแรกของชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายในตอนที่เสิ่นจือเยี่ยนยังไม่ได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ และลู่จิ่นเหนียนก็ยังไม่ได้สารภาพรักกับเธอตอนที่เธอกลับมา เป็นช่วงปลายเดือนธันวาคมแล้ว ซึ่งก็หมายความว่า หากเธอกลับมาช้ากว่านี้อีกนิด เธอก็คงต้องตอบรับคำสารภาพรักของลู่จิ่นเหนียนอีกครั้งเมื่อได้เริ่มต้นใหม่ และรู้ตอนจบทุกอย่างแล้ว เธอก็ไม่อยากเดินซ้ำรอยเดิมในชาติก่อนอีกแต่ตอนนี้ เธอมองลู่จิ่นเหนียนที่ทำตัวเป็นปกติ ยิ้มเต็มหน้า ชวนเธอไปกินข้าวเย็นที่โรงอาหาร พร้อมกับหยางเจิ้นมู่ หยวนจื่อเหวินที่เดินกอดคอเขา และเสิ่นจือเยี่ยนที่เงียบไม่พูดอะไรในสายตาของคนอื่น เวลานี้กู้เจาเจากับลู่จิ่นเหนียนก็เหลือเพียงก้าวสุดท้ายก่อนจะคบกันอย่างเป็นทางการเธอไม่ได้ปฏิเสธตรง ๆ แต่เดินตามทุกคนไปที่โรงอาหารด้วยกัน ระหว่างทาง เธอปฏิเสธที่จะเดินเคียงข้างลู่จิ่นเหนียนเหมือนเคย จงใจถอยหลังมาหนึ่งก้าว จนพอดีได้เดินเคียงกับเสิ่นจือ
Read more

บทที่ 14

กู้เจาเจาได้รู้จักเพื่อนใหม่ ตั้งแต่กินข้าวไปจนถึงไปโรงเรียนและกลับบ้าน ก็มีเพื่อนร่วมทางคนใหม่แล้วดูเหมือนว่าเธอจะโยนลู่จิ่นเหนียนและอีกสามคนทิ้งไว้ข้างหลังโดยสิ้นเชิง แม้จะยังอยู่ห้องเดียวกัน แต่การติดต่อระหว่างพวกเขาก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่เวลาที่เพื่อนในห้องล้อเธอกับลู่จิ่นเหนียนเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งแต่ก่อนเธอจะได้แต่เขินอายและยอมรับกลาย ๆ แต่ตอนนี้เธอกลับยิ้มแล้วอธิบายพวกเขาเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่มีความสัมพันธ์อื่นจากนั้นก็พูดเสริมในใจเงียบ ๆ ว่า บางทีในอนาคต แม้แต่เพื่อนก็คงไม่ใช่แล้วเวลาผ่านไป เพื่อนในห้องก็ค่อย ๆ ยอมรับว่ากู้เจาเจากับลู่จิ่นเหนียนเลิกกันแล้ว แม้ในตอนแรกที่ได้ยินคำว่าเลิกกัน เธอจะเผลออยากอธิบายว่า พวกเขาไม่เคยคบกันตั้งแต่แรก แล้วจะเรียกว่าเลิกกันได้อย่างไรแต่คิดไปคิดมา เธอก็คร้านจะอธิบายเพราะที่ผ่านมา ความสนิทสนมของพวกเขาเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นกันมาตลอด ต่อให้อธิบาย คนอื่นก็ยังคงคิดว่าเป็นการเลิกกันอยู่ดี ขอแค่สุดท้ายพวกเขาไม่จับเธอกับลู่จิ่นเหนียนมาโยงเข้าหากันอีกก็พอลู่จิ่นเหนียนเองก็สัมผัสได้ถึงความห่างเหินของกู้เจาเจา แต่มันไม่ใช่กับทั้งสี่คน หากเ
Read more

บทที่ 15

กู้เจาเจาลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าจะไปดีไหม แต่เมื่อนึกดูอีกที ชาติก่อนกับชาตินี้ก็ไม่เหมือนกันเธอไม่มีความจำเป็นต้องยอมพลาดการชมดอกไม้ไฟที่มีเพียงปีละครั้ง เพียงเพราะลู่จิ่นเหนียนคนเดียวเมื่อนึกได้เช่นนั้น เธอก็เปลี่ยนเสื้อผ้าออกจากบ้าน พอไปถึงสถานที่จัดแสดงดอกไม้ไฟ ก็โทรหาพ่อกับแม่ ถามว่าทั้งคู่อยู่ตรงไหนเมื่อหาเจอ ก็เป็นไปตามคาด เธอเห็นคนอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ที่นั่นด้วยลู่จิ่นเหนียน เสิ่นจือเยี่ยน หยางเจิ้นมู่และหยวนจื่อเหวิน ล้วนอยู่กันพร้อมหน้าพวกเขาอาศัยอยู่ใกล้กัน เป็นลูกบ้านตึกเดียวกัน อีกทั้งพ่อแม่ของแต่ละครอบครัวก็สนิทกัน ดังนั้นการได้เจอพวกเขาที่นี่ กู้เจาเจาจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจเธอทักทายทุกคนทีละคน ก่อนจะเดินไปยืนข้างพ่อกับแม่ แต่พอเห็นเธอมา เหล่าผู้ใหญ่ก็พากันส่งเสียงเชียร์ให้พวกเด็ก ๆ แยกไปเดินเล่นกันเอง“พวกหนูไปเดินเล่นกันเองเถอะ พวกผู้ใหญ่อยู่ด้วย เดี๋ยวก็เล่นกันไม่เต็มที่หรอก”เดิมทีกู้เจาเจาอยากอยู่ติดกับพ่อแม่ แต่สุดท้ายก็ถูกทั้งสองผลักออกมา ด้วยเหตุผลว่าพวกผู้ใหญ่เองก็ต้องการมีเวลาส่วนตัวเหมือนกันเธอจึงได้แต่เดินตามอีกหลายคนไปอีกทางเสิ่นจือเยี่ยน หยางเจิ้
Read more

บทที่ 16

แม่ค้าใช้เวลาไม่นานก็ชงชานมตามที่ทุกคนสั่งเสร็จ แต่ละคนถือชานมคนละแก้ว แล้วค่อย ๆ เดินเล่นเลียบแม่น้ำไปอย่างช้า ๆชานมหวานมาก หวานจนเลี่ยนเล็กน้อย เธอค่อย ๆ จิบไปเรื่อย ๆ และในเวลานี้ก็ไม่มีใครพูดอะไรกระทั่งผู้คนริมแม่น้ำเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เวลาก็ค่อย ๆ ผ่านไป กู้เจาเจามองดูเวลา ถึงได้รู้ว่าใกล้จะเที่ยงคืนแล้วดอกไม้ไฟจะถูกจุดเรียงรายตลอดแนวริมแม่น้ำ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจนักว่าจะยืนดูจากตรงไหนเมื่อมันเบ่งบานอยู่เหนือศีรษะ ทุกคนก็จะมองเห็นเหมือนกันแต่กู้เจาเจาและลู่จิ่นเหนียนกับคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้เดินต่อไป เพียงแต่ถอยห่างจากริมแม่น้ำออกมาเล็กน้อยแบบนี้พอถึงเวลาก็จะมองเห็นได้กว้างกว่า และถ่ายรูปก็จะออกมาสวยกว่ากลางแม่น้ำมีเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง บนเกาะมีประภาคาร ทุกครั้งที่ถึงคืนข้ามปี บนประภาคารจะมีตัวเลขนับถอยหลังสว่างขึ้นและในเวลานี้ ตัวเลขนับถอยหลังก็ค่อย ๆ ลดลงทีละวินาที ขณะที่หัวใจของลู่จิ่นเหนียนก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆโดยไม่รู้ตัว เสิ่นจือเยี่ยนและคนอื่น ๆ ต่างก็ถอยออกไปไกลขึ้นเล็กน้อย เปิดพื้นที่ไว้ให้กู้เจาเจากับลู่จิ่นเหนียนเมื่อการนับถอยหลังเข้าสิบวินาที
Read more

บทที่ 17

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า การสารภาพรักที่ทุกคนต่างมั่นใจว่าจะต้องประสบความสำเร็จ สุดท้ายกลับจบลงด้วยความล้มเหลวทุกคนต่างแยกย้ายกันไปด้วยความกระอักกระอ่วน กู้เจาเจาเดินกลับไปหาพ่อกับแม่เพียงลำพัง เมื่อเห็นว่าลู่จิ่นเหนียนไม่ได้เดินตามเธอมา พ่อกับแม่ของเธอก็รู้สึกสงสัย จึงเผลอถามออกมาว่า “จิ่นเหนียนล่ะ พวกหนูไม่ได้มาด้วยกันเหรอ”กู้เจาเจาส่ายหน้า ก่อนจะคล้องแขนคุณแม่ แล้วออดอ้อนทั้งสองโดยไม่รู้ตัว“คุณพ่อ คุณแม่ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ”“ไม่ดูดอกไม้ไฟแล้วเหรอ เดือนก่อนตอนหนูหยุดพัก ยังบอกว่าตั้งตารอดูดอกไม้ไฟอยู่เลยนะ” พ่อกับแม่ของกู้เจาเจาเองก็สัมผัสได้ว่าลูกสาวมีบางอย่างผิดปกติ จึงลองถามหยั่งเชิงว่า “ทะเลาะกับจิ่นเหนียนเหรอ”“เปล่าค่ะ แค่รู้สึกเหนื่อนิดหน่อย” น้ำเสียงของเธออ่อนแรงอยู่บ้าง จึงสอดคล้องกับคำพูดของเธอเองเมื่อเห็นเช่นนั้น พ่อกับแม่ของกู้เจาจึงกล่าวลาและทักทายคนอื่น ๆ ก่อนจะพาเธอกลับบ้านส่วนลู่จิ่นเหนียนที่ตามมาช้ากว่าหนึ่งก้าว มองตามทิศทางที่พวกเขาจากไป ภายในใจเต็มไปด้วยความผิดหวังพ่อกับแม่ของลู่จิ่นเหนียนรู้ว่าเขาตั้งใจจะสารภาพรักในวันนี้ และเช่นเดียวกัน พวกเขาเองก็ไม
Read more

บทที่ 18

กู้เจาเจานิ่งเงียบอยู่นาน สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่ปิดบังเขา เพียงแต่เปลี่ยนวิธีเล่าออกมาเท่านั้น“ฉันฝันไปฝันหนึ่ง ในฝันฉันตอบรับคำสารภาพรักของนาย”“ช่วงแรกนายรักฉันมากจริง ๆ เราคบกันสิบปี สอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยกัน ร่วมกันสร้างธุรกิจ เติบโตมาด้วยกัน นายขอฉันแต่งงาน ยังบอกว่าจะจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้ฉัน” เธอดึงสติกลับมา มองไปที่เขา ก่อนหัวเราะเบา ๆ “เก้าปีแรก ฉันเลือกที่จะเชื่อนายมาตลอด แต่พอถึงปีที่สิบ นายกลับผิดคำสัญญา นายตกหลุมรักคนอื่น งานแต่งงานที่ฉันเฝ้ารอมาสิบปี แต่เธอคนนั้นใช้เวลาแค่สามเดือนก็ได้มันไป”“ในฝัน ฉันตาย... ตายอย่างน่าอนาถมาก และนายคือคนสุดท้ายที่รู้ข่าวการตายของฉัน ไม่ใช่ว่าไม่มีใครบอกนาย แต่เป็นเพราะนายหยิ่งผยองเกินไป คิดว่าฉันแค่กำลังงอน คิดว่าสิ่งที่ฉันต้องการคือเงินของนาย ดังนั้นความผิดปกติทุกอย่างที่เกี่ยวกับฉัน นายจึงไม่เคยใส่ใจเลยสักนิด”“ลู่จิ่นเหนียน ในเมื่อฉันรู้แล้วว่าตอนจบของเรื่องนี้เป็นแบบไหน ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะเดินซ้ำรอยเดิมอีก”ลู่จิ่นเหนียนยืนนิ่ง ฟังเธอเล่าอย่างเงียบงัน สีหน้าของเธอสงบนิ่ง ราวกับกำลังเล่าเรื่องของคนอื่น แต่ยิ่งฟัง เข
Read more

บทที่ 19

หลังทานอาหารกลางวันเสร็จ กู้เจาเจาก็กลับไปโรงเรียน อีกไม่นานก็จะสอบปลายภาคแล้ว และภาคเรียนหน้าก็จะเป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัย อาจารย์ทุกคนต่างเร่งใช้เวลาช่วยนักเรียนทบทวนและอุดช่องโหว่ของความรู้ให้มากที่สุดเมื่อได้กลับมาใช้ชีวิตในช่วงมัธยมปลายอีกครั้ง กู้เจาเจาไม่ได้หวาดกลัวการสอบ เพียงแต่เพราะเธอห่างจากโรงเรียนมาหลายปี ความรู้ในตำราจึงยังต้องกลับมาทบทวนใหม่อีกครั้งครั้งนี้ เมื่อไม่มีลู่จิ่นเหนียนแล้ว เธอเชื่อว่า ตัวเองจะทำได้ดีกว่าชาติก่อนเสียอีกวันแรกที่กลับเข้าโรงเรียนหลังหยุดปีใหม่ มีเพียงการเรียนภาคค่ำ ภายในห้องเรียนเต็มไปด้วยเสียงกระซิบพูดคุย บ้างก็เมาท์เรื่องซุบซิบกับเพื่อนสนิท บ้างก็พูดคุยถึงดอกไม้ไฟฉลองปีใหม่เมื่อคืนอย่างออกรสออกชาติมีเพียงกู้เจาเจาเท่านั้น ที่ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดให้กับการเรียนและด้วยเหตุนี้เอง เธอจึงไม่ทันสังเกตว่า ลู่จิ่นเหนียนที่นั่งอยู่ด้านหลัง เอาแต่จับจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลาสี่ทุ่ม เมื่อเลิกเรียน นักเรียนต่างทยอยออกจากห้อง เพื่อนร่วมโต๊ะเอ่ยลาเธอก่อนกลับหอพัก ส่วนเธอก็เก็บของเตรียมกลับบ้านเช่นกันกู้เจาเจาออกจากห้องค่อนข้างช้า พอเดินออกมาถึงหน้าโ
Read more

บทที่ 20

“เจาเจา!”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง กู้เจาเจาไม่คิดเลยว่าเสิ่นจือเยี่ยนจะวิ่งตามมา เพราะนับตั้งแต่เธอเกิดใหม่ เสิ่นจือเยี่ยนก็คอยเว้นระยะห่างจากเธอมาโดยตลอดแม้บางครั้งจะเข้าใกล้เธอบ้าง ก็ล้วนเป็นตอนที่ลู่จิ่นเหนียนไม่ทันสังเกตเห็นเธอหันไปมองเสิ่นจือเยี่ยนที่วิ่งตามมา ก่อนเลิกคิ้วถาม “นายมาทำไม ไม่เดินกลับกับพวกเขาเหรอ”“ไม่ล่ะ” เขาส่ายหน้า มองไปทางกู้เจาเจา น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังเป็นพิเศษ “เจาเจา ฉันขอถามได้ไหม ช่วงนี้ทำไมเธอถึงไม่อยู่กับพวกเราแล้ว เป็นเพราะโกรธพวกเราหรือเปล่า”กู้เจาเจาเบนสายตากลับ ถอนหายใจเบา ๆ “เปล่า ฉันแค่มีบางเรื่องที่ยังคิดไม่ตก”เธอเดินไปพลาง ใช้ปลายเท้าเขี่ยก้อนหินเล็ก ๆ ข้างทางไปพลาง เงียบอยู่นาน นานเสียจนเสิ่นจือเยี่ยนคิดว่าเธอคงไม่ตอบแล้ว แต่เมื่อบ้านของเธอปรากฏอยู่ตรงหน้า เธอกลับยิ้มออกมา“เสิ่นจือเยี่ยน ฉันไม่อยากชอบลู่จิ่นเหนียนอีกแล้ว”เมื่อได้ยินคำตอบนี้กะทันหัน เสิ่นจือเยี่ยนทั้งคนก็นิ่งอึ้งไป ครู่ใหญ่จึงถามออกมาอย่างตะกุกตะกัก “ทำไมล่ะ เธอไม่ใช่ว่าชอบเขามาตลอดหรอกเหรอ”“คนเราย่อมเปลี่ยนแปลงกันได้” กู้เจาเจาวิ่งเหยาะ ๆ ไปสองก้าว
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status