All Chapters of ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก: Chapter 11 - Chapter 20

30 Chapters

บทที่ 11

พอได้ยินดังนั้น หัวคิ้วของฮั่วหานซานก็ขมวดเข้าหากันแน่นของที่เธอชอบที่สุดที่เขาเคยให้งั้นเหรอเหมือนว่า...เขาจะไม่เคยตั้งใจเลือกของขวัญที่ดูเป็นชิ้นเป็นอันให้เธอเลยสักครั้งพวกของที่เธอทะนุถนอมราวกับของล้ำค่าก็เป็นแค่ของที่เขาให้ไปส่ง ๆ โดยไม่ได้ใส่ใจอะไรแล้วของที่อยากได้มาตลอดแต่ยังไม่ได้ล่ะเขานึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าหมิงเยียนเคยเอ่ยปากขออะไรจากเขาตรง ๆ บ้างหรือเปล่า เธอมักจะเป็นแบบนั้นเสมอ เอาแต่อยู่เคียงข้างเขาเงียบ ๆ ซ่อนความคาดหวังทั้งหมดไว้อย่างระมัดระวัง แต่กลับพร้อมที่จะยกโลกทั้งใบมาวางไว้ตรงหน้าเขาอย่างกระตือรือร้น...หานจิ้นมองท่าทางนิ่งเงียบและจับต้นชนปลายไม่ถูกของฮั่วหานซานแล้วก็อดเศร้าใจแทนหมิงเยียนไม่ได้เขาทำได้เพียงตอบอ้อมแอ้มไปว่า “...ก็เลือกของที่เธอชอบสิ หรือไม่ก็...แสดงความจริงใจออกมาให้เห็นหน่อย ขืนเอาแต่ซื้อของให้ เกรงว่า...”เหมือนฮั่วหานซานจะฟังเข้าหู แต่ก็เหมือนจะไม่ได้ฟังเลยเช่นกันเขากำกล่องแหวนไว้แน่น หมุนตัวก้าวยาว ๆ ไปที่ลิฟต์“อ้าว เหล่าฮั่ว นายจะไปไหนน่ะ”“ฉันจะไปหาเธอ”……ในขณะเดียวกัน ณ ล็อบบี้ของโรงแรมหรูใจกลางเมืองหมิงเยียนจัดการเรื่องเช
Read more

บทที่ 12

หมิงเยียนคุยกับประธานหวังต่ออีกสองสามคำ ก็บอกปัดอย่างสุภาพว่าเธอต้องรีบไปขึ้นเครื่อง และเตรียมตัวขอตัวลา“โปรเจกต์คราวนี้ร่วมงานกันราบรื่นมากเลยนะคะ หวังว่าต่อไปคงมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีก” หมิงเยียนยิ้มพลางยื่นมือออกไปประธานหวังรีบยื่นมือมาจับ พยักหน้ารัว ๆ “แน่นอนครับ ความสามารถของทนายหมิงน่าชื่นชมจริง ๆ หวังว่าจะได้ร่วมงานกันอีกนะครับ”“เอาละครับ ๆ งั้นไม่รบกวนแล้ว เดินทางปลอดภัยนะครับ วันหลังค่อยติดต่อกันใหม่!” ประธานหวังเอ่ยอย่างกระตือรือร้น“ค่ะ ไว้ติดต่อกันนะคะ” หมิงเยียนยิ้มพลางพยักหน้า คว้าที่จับกระเป๋าเดินทาง แล้วหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูโรงแรมแสงแดดส่องทะลุผนังกระจกของโรงแรมลงมากระทบพื้นหินอ่อน เกิดเป็นเงาทอดผ่านเป็นทางส่วนฉินหว่านที่เพิ่งส่งข้อความเสร็จกำลังจ้องมองแผ่นหลังของหมิงเยียนที่กำลังจะเดินจากไปด้วยความร้อนรนถ้าฮั่วหานซานมาถึงแล้วไม่เจอใคร เขาจะไม่หาว่าเธอกุเรื่องขึ้นมาหรอกเหรอไม่ได้การละ!ต้องรั้งตัวหมิงเยียนไว้ให้ได้!เมื่อเห็นว่าหมิงเยียนกำลังจะเดินพ้นประตูหมุนออกไป ฉินหว่านก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอสับส้นสูงวิ่งพรวดเข้าไปขวางหน้าหมิงเยียนไว้ทันทีเธอเชิ
Read more

บทที่ 13

ทว่ามือของเธอยังค้างอยู่กลางอากาศก็ถูกหมิงเยียนคว้าข้อมือหมับเข้าให้อย่างแม่นยำแรงของหมิงเยียนเยอะกว่าที่ฉินหว่านคาดไว้มาก บีบจนกระดูกข้อมือของเธอเจ็บร้าวไปหมด“ทำไม เถียงสู้ไม่ได้ก็เลยคิดจะลงมือหรือไง” หมิงเยียนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา ปราศจากความหวาดกลัวใด ๆ มีเพียงความรังเกียจเข้มข้น “ฉินหว่าน เธอคงลืมไปแล้วมั้งว่าฉันไม่ใช่ฮั่วหานซาน จะได้มาคอยตามใจนิสัยเสีย ๆ ของเธอ”สิ้นคำพูด มือซ้ายที่ว่างอยู่ของหมิงเยียนก็เงื้อขึ้นสูง—“เพียะ!”ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของฉินหว่านอย่างจังจนเกิดเสียงดังฉาดใหญ่แรงตบนั้นไม่เบาเลย ฉินหว่านถูกตบจนหน้าหัน รอยนิ้วมือปรากฏขึ้นบนพวงแก้มชัดเจนทันที ความเจ็บแสบแล่นริ้วขึ้นมาเธอสมองขาวโพลน หูอื้ออึงไปหมด แทบไม่อยากเชื่อว่าหมิงเยียนจะกล้าตบเธอ!เพื่อนที่อยู่ด้านหลังเธอก็ตกใจจนหลุดอุทาน ยกมือขึ้นปิดปาก“ตบนี้ ถือเป็นการสอนให้เธอรู้จักพูดจาภาษาคนซะบ้าง” น้ำเสียงของหมิงเยียนยังคงราบเรียบเมื่อตั้งสติได้ ฉินหว่านก็กรีดร้องลั่นราวกับคนบ้าก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาอีก “หมิงเยียน นังสารเลว! เธอกล้าตบฉันเหรอ! ฉันจะสู้ตายกับเธอ!”ทว่าเพิ่งจะ
Read more

บทที่ 14

เสียงของฉินหว่านดังมากจนคนรอบข้างพากันหันมามองทว่าจังหวะก้าวเดินของหมิงเยียนกลับไม่มีชะงักเลยสักนิด ซ้ำยังไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองเธอคว้ากระเป๋าเดินทางเดินตรงไปยังริมถนนอย่างฉับไว แล้วยกมือขึ้นโบกเรียกแท็กซี่คันหนึ่ง“พี่คะ ไปสนามบินค่ะ ขอบคุณค่ะ”ประตูรถปิดลง ปิดกั้นเสียงด่าทออันระคายหูของฉินหว่านไว้ภายนอกอย่างสมบูรณ์รถยนต์แล่นเข้าสู่กระแสการจราจรอย่างมั่นคง มุ่งหน้าไปยังทิศทางของสนามบินหมิงเยียนเอนกายพิงพนักเบาะ ทอดสายตามองทิวทัศน์ริมถนนที่กำลังเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วเมืองแห่งนี้โอบรับความรักและความหวังตลอดห้าปีของเธอเอาไว้ที่นี่เคยเป็นสถานที่ที่เธอพยายามอย่างหนักเพื่อลงหลักปักฐานและสร้างอนาคต ทว่าบัดนี้กลับหลงเหลือเพียงซากปรักหักพังเธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูข้อมูลเที่ยวบินที่ยืนยันเรียบร้อยแล้ว ปลายนิ้วไล้ผ่านหน้าจอเบา ๆลาก่อน เมืองหลวงลาก่อน—ฮั่วหานซาน...……และในขณะที่รถแท็กซี่ซึ่งหมิงเยียนนั่งอยู่กำลังแล่นเข้าสู่ทางด่วนมุ่งหน้าไปยังสนามบิน รถเบนท์ลีย์สีดำคันหนึ่งก็ส่งเสียงเบรกดังลั่น ก่อนจะจอดสนิทลงที่หน้าประตูโรงแรมฮิลตันฮั่วหานซานแทบจะกระแทกประตูรถ
Read more

บทที่ 15

“เลขห้อง!” ฮั่วหานซานแทบจะเค้นคำนี้ลอดไรฟัน“...2808 ค่ะ” พนักงานต้อนรับบอกเลขห้องเสียงแผ่ว ก่อนจะยื่นคีย์การ์ดสำรองให้ด้วยตัวสั่นเทาฮั่วหานซานคว้าคีย์การ์ดมา แล้วเดินตรงไปที่ลิฟต์ทันทีลิฟต์ค่อย ๆ เลื่อนขึ้น ตัวเลขชั้นเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องฮั่วหานซานกำกล่องแหวนกำมะหยี่และคีย์การ์ดไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาวเสียง ‘ติ๊ง’ ดังขึ้น ลิฟต์มาถึงชั้น 28ฮั่วหานซานก้าวยาว ๆ ออกไปหาห้อง 2808 จนพบแล้วแตะคีย์การ์ดเปิดประตูภายในห้องน่าจะยังไม่ทันได้ทำความสะอาด แต่กลับยังคงดูเป็นระเบียบเรียบร้อย อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมเฉพาะของโรงแรมที่ให้ความรู้สึกเย็นชาและไม่คุ้นเคยสายตาของเขากวาดมองทุกซอกทุกมุมในห้องอย่างร้อนรนเตียงนอนถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ โต๊ะสะอาดสะอ้าน ตู้เสื้อผ้าว่างเปล่าไร้ร่องรอยท้ายที่สุดสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ถังขยะใบเล็กตรงมุมห้องในถังขยะค่อนข้างสะอาด มีเพียงกระดาษทิชชูขยำทิ้งหนึ่งถึงสองแผ่น และ...ก้อนกระดาษสีขาวที่ถูกพับทบไว้ คล้ายกับใบรายงานอะไรบางอย่างฮั่วหานซานค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่ง หยิบก้อนกระดาษนั้นขึ้นมา แล้วบรรจงคลี่กระดาษที่ยับยู่ยี่ออกทีละนิดข้อความตัว
Read more

บทที่ 16

โรงพยาบาลศูนย์กลางเมืองฮั่วหานซานพุ่งพรวดเข้าไปในโถงแผนกฉุกเฉินราวกับพายุพัด ใบหน้าของเขาซีดเผือด แววตาน่ากลัว เสื้อสูทราคาแพงหลุดลุ่ยเล็กน้อยจากการวิ่งตะลุยมาเมื่อครู่ ช่างดูแตกต่างจากภาพลักษณ์อันเย็นชาและสูงส่งตามปกติของเขาอย่างสิ้นเชิงเขาพุ่งเข้าไปคว้าแขนพยาบาลที่เดินผ่านมา น้ำเสียงแหบพร่าอย่างหนัก “หนึ่งสัปดาห์ก่อน คนไข้ที่ชื่อหมิงเยียนผ่าตัดไส้ติ่งทะลุ ใครเป็นคนผ่าตัดให้เธอ?!”พยาบาลสะดุ้งตกใจ พยายามขืนตัวให้หลุดจากการเกาะกุม “คุณผู้ชายคะ ใจเย็น ๆ ก่อนค่ะ! ข้อมูลคนไข้เราไม่สามารถ...”“บอกผมมา!” ฮั่วหานซานคำรามต่ำ นัยน์ตาแดงก่ำแฝงความบ้าคลั่ง “ตอนนั้นอาการเธอเป็นยังไง ร้ายแรงไหม!”ท่าทางของเขาดูน่ากลัวเกินไปจนหัวหน้าพยาบาลที่อายุมากกว่าซึ่งเห็นเหตุการณ์ต้องรีบเดินเข้ามา “คุณผู้ชายคะ กรุณาปล่อยมือก่อนค่ะ! ทำแบบนี้พวกเราก็ตรวจประวัติให้ไม่ได้นะคะ!”ฮั่วหานซานสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มอารมณ์ที่เกือบจะเตลิดให้สงบลง เขายอมปล่อยมือ แต่สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย “รบกวนคุณช่วยตรวจประวัติให้ผมที หมิงเยียน ผ่าตัดไส้ติ่งเมื่อประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อน”หัวหน้าพยาบาลรู้สึกสะเทือนใจก
Read more

บทที่ 17

“คนไข้บอกว่าไปดื่มเหล้าเป็นเพื่อนลูกค้าครับ ตอนแรกแค่กระเพาะอาหารอักเสบ แต่ช่วงหลังงานยุ่ง ก็เลยลากยาวมาจนเป็นแบบนี้”ดื่มเหล้าเป็นเพื่อนลูกค้า...ฮั่วหานซานพลันนึกขึ้นได้ว่าช่วงแรกของการก่อตั้งสำนักงานทนายความหมิงหาน เขาเบื่อหน่ายแม้กระทั่งการจับมือทักทายผู้คน และมักจะทำพังทุกครั้งเวลาที่ต้องเจรจากับลูกค้า ก็มีแต่หมิงเยียนที่คอยตามเช็ดตามล้างปัญหาให้เขาอยู่เบื้องหลังอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขายึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองมากเกินไปจนไปทำให้ลูกค้ารายสำคัญโกรธจัด อีกฝ่ายถึงขั้นประกาศกร้าวว่าจะไม่มีทางร่วมงานด้วยอีกแม้ตอนนั้นเขาจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนักนึกไม่ถึงว่าเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ลูกค้ารายนี้กลับเป็นฝ่ายหวนกลับมาหาพวกเขาเอง แถมการร่วมงานยังราบรื่นกว่าเดิมเสียอีกตอนนั้นเขายังคิดว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายยอมรับในความเป็นมืออาชีพของพวกเขา...มารู้ทีหลังว่าเป็นเพราะหมิงเยียนยอมไปดื่มเหล้าเป็นเพื่อน พวกเขาถึงได้ดึงลูกค้ารายนี้กลับมาได้ตอนนั้นเขายังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ต่อว่าเธอว่าทำตัวไร้ราคา...หาว่าเธอทำทุกวิถีทางแบบไม่เลือก...ฮั่วหาน
Read more

บทที่ 18

เดือนสิบ ณ เจียงหนานสายฝนโปรยปรายราวกับเจือด้วยสีครามเข้ม ย้อมผืนฟ้าและแผ่นดินให้กลายเป็นสีเขียวอมเทาอันเลือนรางหมิงเยียนทอดสายตามองสายฝนแห่งเจียงหนานที่เคลื่อนผ่านหน้าต่างรถ พลันนึกขึ้นมาได้ว่าที่เมืองหลวงไม่มีทางมีทิวทัศน์งดงามเช่นนี้“ต้องแต่งตัวแบบนี้จริง ๆ เหรอ” ลู่เฟิ่งกุยขยับเนกไทสีแดง กระจกมองหลังสะท้อนภาพคิ้วของเขาที่ขมวดจนเป็นปม “รู้สึกเหมือนพวกขายประกันเลย”หมิงเยียนละสายตากลับมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นี่เป็นคดีแรกของสำนักงานทนายความเรานะ ต้องเปิดให้สวย ๆ หน่อยสิ”ลู่เฟิ่งกุยปรายตามองหมิงเยียนในกระจกมองหลัง ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดง ชุดสูทสีดำเข้ารูปเผยให้เห็นเอวคอด บนหน้าอกประดับด้วยเข็มกลัดปะการังสีแดง...สวยน่ะมันก็สวยอยู่หรอกแต่มันจะใช้ได้ผลเหรอนี่เริ่มพึ่งไสยศาสตร์แล้วหรือไงลู่เฟิ่งกุยเบ้ปาก แม้จะรู้ตัวว่ากำลังทำลายความมั่นใจของฝั่งตัวเองและไปเพิ่มบารมีให้คนอื่น แต่ก็ยังทำหน้ามุ่ยเอ่ยขึ้น “บอส ฝ่ายกฎหมายของเยว่หวาเลี้ยงทีมทนายระดับทองไว้ถึงสามทีมเลยนะ ฟู่ซิวเฉินเจ้านายของพวกเขาเพิ่งจะฟ้องร้องบริษัทคู่แข่งจนล้มละลายไปเมื่อปีที่แล้วเอง...”เมื่อได้ยินชื
Read more

บทที่ 19

เมื่อเห็นอีกฝ่ายเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาสร้างความคุ้นเคยก่อน ครั้งนี้หมิงเยียนจึงยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรที่สุด “รุ่นพี่โจว ไม่เจอกันนานเลยนะคะ”“สำนักงานทนายความเยียนหราน...” โจวมู่เหยียนมองหมิงเยียนด้วยรอยยิ้มที่คล้ายจะไม่ได้ยิ้ม “ในที่สุดน้องหมิงก็ตาสว่าง เลิกตามใครบางคนไปทำเรื่องไม่ดีสักที”หมิงเยียนรู้ดีว่า ‘ใครบางคน’ ที่โจวมู่เหยียนพูดถึงนั้นหมายถึงใครหากพูดถึงความแม่นยำในข้อกฎหมาย โจวมู่เหยียนอาจจะเทียบฮั่วหานซานไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องทักษะการเข้าสังคมแล้วละก็...ต่อให้เอาฮั่วหานซานสิบคนมามัดรวมกัน ก็ยังสู้โจวมู่เหยียนไม่ได้เลยเพียงแต่ในตอนนั้น ข้างกายฮั่วหานซานมักจะมีหมิงเยียนคอยช่วยฝ่าฟันอุปสรรคอยู่ด้วยเสมอการที่โจวมู่เหยียนต้องออกจากเมืองหลวงไปในปีนั้น ก็เป็นเพราะตรรกะที่ว่า ‘เมื่อฟ้าส่งฮั่วหานซานมาเกิด แล้วจะส่งโจวมู่เหยียนมาทำไม’ ทว่าตอนนี้เขากลับมากอบโกยความสำเร็จได้อย่างยิ่งใหญ่ในเจียงหนาน ก็ถือว่าพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสแต่หมิงเยียนนี่สิ เผลอแป๊บเดียวก็ต้องเข้ามาทำมาหากินในถิ่นของโจวมู่เหยียนเสียแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโชคชะตาช่างเล่นตลกจริง ๆลู่เฟิ่งกุยที่ยืนตัวสั่นเท
Read more

บทที่ 20

ฟู่ซิวเฉินเห็นหมิงเยียนเงียบไป จู่ ๆ ก็หลุดหัวเราะเบา ๆ ออกมา งอนิ้วเคาะโต๊ะหนึ่งที “ไม่รำลึกความหลังแล้วก็ได้...งั้นทนายหมิงคิดว่าหลักฐานแบบไหนถึงจะเข้าข่ายมีเจตนาร้ายล่ะครับ”หมิงเยียนรู้สึกว่าลำคอแห้งผาก ความจริงแล้วเรื่องที่ว่ามีเจตนาสุจริตหรือเจตนาร้ายนี่แหละ คือช่องโหว่ที่ทนายความสามารถสอดมือเข้าไปใช้โวหารพลิกแพลงได้และยังเป็นจุดพลิกผันของคดีด้วยแต่การที่ฟู่ซิวเฉินเปิดฉากมาก็พุ่งเป้าโจมตีจุดตายทันทีแบบนี้ แทบจะไม่เหลือทางรอดให้เธอเลยสักนิด!ทว่าการยอมแพ้กลางคันก็ไม่ใช่นิสัยของหมิงเยียนเช่นกันเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เธอจึงทำได้เพียงฝืนใจยกตัวอย่างแจกแจงออกมาทีละข้อนี่คือช่องโหว่เพียงหนึ่งเดียวที่เธอหาเจอ หลังจากอดหลับอดนอนค้นข้อมูลมาถึงสามวันสามคืนไม่ได้หวังว่าจะพลิกสถานการณ์กลับมาชนะได้ ขอแค่ไม่แพ้ราบคาบจนเกินไปก็พอ“อืม พูดได้มีเหตุผลดีครับ”“???”ฟู่ซิวเฉินเสียสติไปแล้วหรือไงคำแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ ของเธอไปมีเหตุผลตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!ตัวเธอเองยังไม่รู้เลยว่ามันมีเหตุผลตรงไหน...เมื่อเห็นใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงงของหมิงเยียน ฟู่ซิวเฉินก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ก่อนสำ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status