ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก

ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก

By:  มั่วมั่วชิงชิงOngoing
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10
1 rating. 1 review
30Chapters
522views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ความรักอันเร่าร้อนตลอดห้าปี แลกมากับการถูกเขาทิ้งกลางงานแต่ง เพียงเพื่อไปง้อเพื่อนวัยเด็กที่ขู่ฆ่าตัวตายเป็นครั้งที่ 99 ในที่สุดหมิงเยียนก็ตระหนักได้ว่าเธอไม่มีวันละลายหัวใจอันแสนเย็นชาของฮั่วหานซานได้เลย เธอจึงตัดสินใจตัดเยื่อใยอย่างเด็ดเดี่ยว หนีไปไกลถึงเจียงหนานเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าคาดไม่ถึงเลยว่าอาการเมาค้างเพียงครั้งเดียวจะทำให้เธอจับพลัดจับผลูไปหลับนอนกับผู้ชายที่ห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากที่สุดในแวดวงไฮโซเซี่ยงไฮ้ ซ้ำยังเป็นศัตรูตัวฉกาจของพี่ชายแท้ ๆ อย่าง ‘ฟู่ซิวเฉิน’ เข้าเสียนี่! รุ่งสาง หมิงเยียนพยายามย่องฝีเท้าหมายจะหลบหนีออกจากสถานที่เกิดเหตุ ทว่ากลับถูกฝ่ามือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้า แล้วกระชากร่างเธอกลับไปบนเตียงนุ่มอย่างไม่ปรานี น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแฝงความเกียจคร้านของชายหนุ่มดังกระซิบชิดข้างหู ขณะที่ปลายนิ้วของเขาลูบไล้รอยขบเม้มแดงระเรื่อบนลำคอขาวผ่องของเธอเบา ๆ “เสี่ยวหมิงเยียน กินเสร็จแล้วคิดจะหนีหรือไง เธอจูบฉันจนเป็นรอยขนาดนี้ ไม่คิดจะรับผิดชอบกันหน่อยเหรอ” *** ใคร ๆ ในแวดวงไฮโซเซี่ยงไฮ้ต่างก็รู้ดีว่าผู้นำตระกูลฟู่อย่าง ‘ฟู่ซิวเฉิน’ เป็นคนเย็นชา ไร้ความรู้สึก และสูงส่งจนยากจะเอื้อมถึง แต่กลับไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าเขาแอบเก็บน้องสาวของศัตรูตัวฉกาจไว้ในใจมาโดยตลอด นับแต่นั้นมา เทพบุตรผู้สูงส่งก็ยอมก้าวลงจากแท่นบูชา กลายเป็นคนคลั่งรักอย่างกู่ไม่กลับ เขายอมทุ่มเงินถึงห้าพันล้านเพื่อซื้อเมืองโบราณทั้งเมืองให้เป็นของขวัญ ซ้ำยังรวบตัวแม่สาวน้อยขี้เมามากักขังไว้ในอ้อมแขน เสื้อคลุมอาบน้ำที่แหวกกว้างเผยให้เห็นลอนกล้ามท้องตึงแน่นสวยงาม น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยหลอกล่อ “เสี่ยวหมิงเยียน...อยากลองจับดูไหม สัมผัสมันดีมากเลยนะ” หมิงเยียน : ... ไหนว่าเป็นคนเย็นชาไม่สนเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ไง ฟู่ซิวเฉิน : เย็นชาไม่สนเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ งั้นเหรอ นั่นมันเอาไว้ใช้กับคนอื่นต่างหาก แต่กับเธอ ฉันมีแค่ความอยากเท่านั้นแหละ #เมื่อเรื่องของรักแรกกลายเป็นเรื่องจริง# #ศัตรูของพี่ชายเหมือนจะสยบยอมอยู่บนเตียงฉัน# #มหกรรมตามง้อเมียเชิญเผาให้เป็นจุณไปเลยขอบคุณ#

View More

Chapter 1

บทที่ 1

“งานแต่งนี้คึกคักดีจริง ๆ พวกเธอได้ยินข่าวไหม เพื่อนสมัยเด็กของทนายฮั่วกำลังขู่ฆ่าตัวตายอยู่บนดาดฟ้าโรงแรมละ!”

เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบนินทาดังแว่วมาจากนอกประตู ความขมขื่นก็ตีตื้นขึ้นมาในใจของหมิงเยียน

นี่เป็นครั้งที่ 99 แล้วที่ฉินหว่านขู่จะฆ่าตัวตาย

เธอคิดว่าตัวเองชินชาไปแล้ว

แต่ว่าวันนี้มันต่างออกไป

วันนี้คืองานแต่งงานของเธอกับฮั่วหานซาน

การที่ฉินหว่านมาอาละวาดแบบนี้ เธอรู้ดีว่าตัวเองคงต้องเป็นฝ่ายยอมถอยให้อีกแล้ว

เธอคบกับฮั่วหานซานมาห้าปี ฉินหว่านก็ก่อเรื่องวุ่นวายมาตลอดห้าปีเช่นกัน

และทุกครั้งฮั่วหานซานก็จะรีบวิ่งไปปลอบโยนฉินหว่านเป็นคนแรกเสมอ

จนหมิงเยียนแอบคิดด้วยซ้ำว่าในความสัมพันธ์นี้ ตัวเองต่างหากที่เป็นมือที่สามซึ่งเปิดเผยไม่ได้

แต่ตอนฮั่วหานซานทิ้งเธอไปหาฉินหว่านคราวก่อน เขาเคยให้สัญญากับเธอไว้ว่า—นั่นจะเป็นครั้งสุดท้าย

เพราะเธอเชื่อคำว่า ‘ครั้งสุดท้าย’ ของเขา ถึงได้มีงานแต่งงานในวันนี้

“เธออยากตายก็ปล่อยให้ตายไปสิ! โทรมาหาฉันแล้วมีประโยชน์อะไร”

หมิงเยียนเงยหน้าขึ้น ประตูระเบียงปิดไม่สนิท เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของฮั่วหานซานจึงเล็ดลอดเข้ามาในห้อง

“กระโดดตึกเหรอ เธอไม่กล้าหรอก! ขู่ฆ่าตัวตายมาตั้งกี่ครั้งแล้ว เคยมีครั้งไหนเลือดตกยางออกจริง ๆ บ้างไหม”

ท้ายที่สุดเธอได้ยินฮั่วหานซานกดเสียงต่ำสั่งการอะไรอีกสองสามประโยค แต่เพราะเสียงเบาเกินไป เธอจึงฟังไม่ชัด

พอฮั่วหานซานวางสายและหันกลับมา เขาก็สบเข้ากับสายตาของหมิงเยียนพอดี

หมิงเยียนรู้สึกได้เพียงว่าหัวใจกำลังเต้นแรง—ครั้งนี้เขาไม่ได้ไปหาฉินหว่านจริง ๆ สินะ...

ดังนั้นเขาไม่ได้หลอกเธอเหรอ

นี่เป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ ใช่ไหม

“มองฉันแบบนี้ทำไม งานแต่งใกล้จะเริ่มแล้ว เตรียมตัวพร้อมหรือยัง” ฮั่วหานซานเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ

ถึงอย่างนั้นหมิงเยียนก็ยังคงรู้สึกดีใจมากอยู่ดี

เธอรู้ดีว่าฮั่วหานซานมีภาวะแยกตัวทางอารมณ์มาตั้งแต่กำเนิด หลายครั้งที่เขาไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นได้

แต่จากความรู้สึกชอบๆ ในวัยเด็ก จนกลายมาเป็นความรักที่มอบให้จากใจจริงในปัจจุบัน เธอรู้สึกว่าในที่สุดความพยายามของตนเองก็สัมฤทธิ์ผลเสียที

สำหรับฮั่วหานซานแล้ว เธอคงเป็นคนพิเศษจริง ๆ

ไม่อย่างนั้นเขาจะยอมตกลงแต่งงานกับเธอได้ยังไง

หมิงเยียนยิ้มแย้มสดใสพลางควงแขนเขา แววตาและสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข “ฮั่วหานซาน ในที่สุดเราก็จะได้แต่งงานกันแล้วนะ...”

ฮั่วหานซานยังคงมีสีหน้าไร้อารมณ์ “อืม ฉันรู้”

ประตูห้องพักรับรองถูกเปิดออก—

“ขอเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นมาบนเวทีเลยครับ” เสียงก้องกังวานของพิธีกรงานแต่งดึงดูดความสนใจของทุกคนในงานได้ทันที

หมิงเยียนควงแขนฮั่วหานซานเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข

“ขอแสดงความยินดีกับ...”

พูดยังไม่ทันจบ จู่ ๆ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของฮั่วหานซานก็ดังขัดขึ้นมา

ใบหน้าของพิธีกรฉายแววกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาแวบหนึ่ง ขณะที่แขกเหรื่อด้านล่างเวทีพากันหัวเราะครืน

รอยยิ้มบนใบหน้าของหมิงเยียนแข็งค้าง เสียงเรียกเข้านี้เปรียบเสมือนฝันร้ายสำหรับเธอ เพราะมันเป็นเสียงเรียกเข้าเฉพาะของฉินหว่าน

ฮั่วหานซานล้วงโทรศัพท์ออกมาจากอกเสื้อแล้วกดรับสาย “ฮัลโหล มีอะไรอีก”

พิธีกรรีบออกมากู้สถานการณ์ พยายามดึงบรรยากาศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง—ทำอาชีพนี้มาตั้งหลายปี นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาเจอเรื่องแบบนี้

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก

“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”

ฮั่วหานซานทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะก้าวยาว ๆ ลงจากเวทีไป

ในชั่วอึดใจนั้น ทุกคนต่างพากันส่งเสียงฮือฮา

“อย่าไปเลยนะ...” หมิงเยียนรวบชายชุดแต่งงานแล้ววิ่งตามไป ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเว้าวอน “นายเคยบอกว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนี่”

หัวคิ้วของฮั่วหานซานขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายกำลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียอย่างเยือกเย็น

ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็อธิบายกับเธอด้วยความใจเย็น “ฉินหว่านกระโดดตึกจริง ๆ ฉันต้องไปดูหน่อย เธอช่วยรับหน้าแขกในงานไปก่อนนะ ไปเดี๋ยวเดียวฉันก็กลับมาแล้ว”

“ฮั่วหานซาน!” หมิงเยียนจับข้อมือเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “ถ้านายไป ฉันจะไม่แต่งงานด้วยแล้ว!”

ฮั่วหานซานแกะมือเธอออก “งั้นก็อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน”

หมิงเยียนรู้สึกราวกับหัวใจแตกสลายไม่มีชิ้นดี น้ำตาหยดแหมะลงมาทันที

พอฮั่วหานซานเห็นน้ำตาของเธอ หัวใจก็อดสั่นสะท้านขึ้นมาไม่ได้ แต่เขาก็รู้ดีว่าเธอกำลังยอมอ่อนให้เขาแล้ว

เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา

เธอตัดใจจากเขาไม่ลงหรอก

เขารู้ดีว่าหมิงเยียนชอบเขามากแค่ไหน ทั้งที่เป็นถึงคุณหนูผู้บอบบาง แต่กลับยอมผิดใจกับครอบครัวเพื่อมาดิ้นรนสร้างตัวกับเขาที่เมืองหลวง

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็มักจะคอยยืนอยู่เคียงข้างเขาเสมอ

ความปรารถนาสูงสุดของเธอก็คือการได้แต่งงานกับเขา

อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ตอนฉินหว่านก่อเรื่องตั้งหลายครั้ง เธอก็เป็นคนคอยตามล้างตามเช็ดให้เขาทุกครั้ง

แต่คราวนี้ถึงขั้นเอาเรื่อง ‘ไม่แต่งงาน’ มาขู่เขา เห็นได้ชัดว่าคงถูกต้อนให้จนตรอกจริง ๆ

เพียงแต่ทางฝั่งของฉินหว่านเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ

เขาจะปล่อยให้หมิงเยียนมาทำตัวงี่เง่าไม่ได้

ฮั่วหานซานขยับริมฝีปากแบบอัตโนมัติ ทว่าโทรศัพท์ในกระเป๋ากลับสั่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาจึงกดรับสายแล้วหันหลังวิ่งออกไปทันที

บรรดาแขกเหรื่อต่างพากันมองหน้ากันเลิ่กลั่กไปชั่วขณะ

นี่มัน...สถานการณ์แบบไหนกัน

ทำไมเจ้าบ่าวถึงวิ่งหนีไปล่ะ

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์กำลังวุ่นวาย หมิงเยียนจึงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ฝืนทำใจดีสู้เสือ หันไปคว้าไมโครโฟนมาจากมือพิธีกรที่กำลังยืนอึ้ง “ต้องขอโทษทุกท่านด้วยนะคะ งานแต่งงานในวันนี้ขอยกเลิกค่ะ...”

ทั่วทั้งงานเกิดเสียงเซ็งแซ่ขึ้นมาทันที

ทว่าหมิงเยียนไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจเรื่องพวกนี้อีกแล้ว

เธอรู้ดีว่าเมื่อวันนี้ผ่านพ้นไป ตัวเองจะกลายเป็นตัวตลกที่น่าสมเพชที่สุดในเมืองหลวง

ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าหมิงเยียนรักฮั่วหานซานหัวปักหัวปำ ยอมทิ้งตัวเลือกที่เป็นถึงลูกรักสวรรค์ตั้งมากมาย หันมาเลือกหนุ่มยากจน ร่วมกัดก้อนเกลือกินมาด้วยกัน จนตอนนี้อุตส่าห์เจอฟ้าหลังฝนแล้วแท้ ๆ แต่กลับถูกฮั่วหานซานทิ้งกลางงานแต่งเสียได้

และเมื่อหมิงเยียนวิ่งตามออกมานอกโรงแรมก็พบว่าบริเวณหน้าประตูนั้นถูกผู้คนมุงดูจนแน่นขนัด

ห่างออกไปไม่ไกล ฉินหว่านถูกฮั่วหานซานอุ้มลงมาจากเบาะลม เธอสวมชุดแต่งงานพร้อมกับร้องไห้จนตาแดงก่ำ

“ฮั่วหานซาน นายทิ้งฉันไว้คนเดียวได้ยังไง เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไปน่ะ”

“เธอเลิกงี่เง่าได้แล้ว” ฮั่วหานซานขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้ายังคงราบเรียบไร้อารมณ์

ฉินหว่านยกมือขึ้นประคองใบหน้าเขา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำขลับดุจน้ำหมึกคู่นั้น “ฉันไม่เลิก!”

หมิงเยียนมองการกระทำของฉินหว่าน ปฏิกิริยาแรกในหัวของเธอคือฮั่วหานซานจะต้องโกรธแน่ ๆ

ตอนเด็ก ๆ เธอเคยประคองใบหน้าเขาแล้วมองแบบนี้เหมือนกัน แต่เขากลับมองเธอด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดว่า “ฉันไม่ชอบให้ใครมาจับหน้า”

น้ำเสียงเยียบเย็น แววตาปราศจากความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น

แต่ฮั่วหานซานในตอนนี้กลับไม่มีท่าทีขัดขืนใด ๆ ปล่อยให้ฉินหว่านขยำใบหน้าหล่อเหลาของเขาระบายอารมณ์ จนในที่สุดฉินหว่านก็ยอมยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

เดิมทีหมิงเยียนเคยคิดว่าภาวะแยกตัวทางอารมณ์ของฮั่วหานซานทำให้เขาเย็นชา เหินห่างกับทุกคน แต่วินาทีนี้ เมื่อเห็นเขาอุ้มฉินหว่านเดินไปที่รถพยาบาล เธอถึงได้เข้าใจว่าตัวเองเป็นตัวตลกขนาดไหน

เธอเคยคิดว่าผ่านวันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า สักวันหนึ่งเธอจะหลอมละลายหัวใจอันแสนเย็นชาของเขาได้ ในที่สุดเขาก็จะหันมาชอบเธอ และดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาคู่นั้นจะเปี่ยมไปด้วยความยินดีและคอยตามใจเธอ

แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า—

เธอถูกตบหน้าฉาดใหญ่

ที่แท้ฮั่วหานซานก็มีความรู้สึก เพียงแต่มันไม่ได้มีไว้สำหรับเธอ

หมิงเยียนยิ้มไปยิ้มมาน้ำตาก็ร่วงเผาะลงมา

ห้าปีที่ผ่านมานี้

เธอเป็นตัวอะไรกันแน่

หมิงเยียน เธอมันช่างไร้เดียงสา ช่างน่าขำจริง ๆ

เวลาห้าปีที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ความฝันของเธอเท่านั้น

ตอนนี้ความฝันได้แตกสลายแล้ว

เธอเองก็ควรจะตื่นได้แล้ว

หมิงเยียนกลับไปที่ห้องรับรอง ถอดชุดแต่งงานออก แล้วเปลี่ยนกลับไปใส่เสื้อผ้าของตัวเอง

ตอนนี้กระแสความวุ่นวายจากงานแต่งยังคงคุกรุ่นอยู่ เพราะแบบนั้นพอหมิงเยียนกลับมาถึงสำนักงานทนายความ บรรดาเพื่อนร่วมงานที่กำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรสก็พากันเงียบกริบทันที

ถึงกระนั้นหมิงเยียนก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เธอเป็นคนหน้าหนามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตอนวัยรุ่นที่ตามจีบหนุ่มอัจฉริยะแห่งคณะนิติศาสตร์อย่างฮั่วหานซาน เธอก็กลายเป็นตัวตลกของคนทั้งมหาวิทยาลัยมาแล้ว

เธอใช้ความกล้าหาญอันโดดเดี่ยวบุกตะลุยไปข้างหน้า จนกระทั่งตอนนี้ที่หัวร้างข้างแตก ในที่สุดเธอก็เข้าใจเสียทีว่าฮั่วหานซานไม่ได้ชอบเธอเลยจริง ๆ

หมิงเยียนกลับไปที่โต๊ะทำงาน สั่งพิมพ์ใบลาออกจากคอมพิวเตอร์ เซ็นชื่อกำกับ แล้วนำไปวางไว้บนโต๊ะทำงานในห้องของฮั่วหานซาน

เพิ่งจะวางลง โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมา

เป็นสายจากฮั่วหานซาน

“ฉันได้ยินมาว่าเธอยกเลิกงานแต่งเหรอ ทำไมไม่ปรึกษาฉันก่อน รู้ไหมว่ามันส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานเรามากแค่ไหน”

“ไม่ยกเลิกแล้วจะให้ทำยังไงล่ะ” หมิงเยียนสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “จะปล่อยให้แขกตั้งมากมายนั่งรอนายไปเป็นฮีโร่ช่วยสาวงามกลับมาหรือไง”

ฮั่วหานซานเงียบไปอึดใจหนึ่ง คล้ายกับคิดไม่ถึงว่าหมิงเยียนจะกล้าเถียงเขากลับ

ตั้งแต่พวกเขาเริ่มคบกัน หมิงเยียนก็เป็นเหมือนพระอาทิตย์ดวงน้อยที่คอยวนเวียนพูดเจื้อยแจ้วอยู่รอบตัวเขามาตลอด เหมือนเธอจะเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานและมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ

และไม่เคยเหวี่ยงวีนใส่เขาสักครั้ง

“ฉันผิดเอง” ฮั่วหานซานยังคงมีเหตุผลและเยือกเย็นเสมอ “ฉันคิดไม่รอบคอบเอง”

หมิงเยียนแค่นยิ้มขื่น เมื่อก่อนเธอมันก็แค่ลูกวัวแรกเกิดที่ไม่รู้จักเกรงกลัวเสือ ทำไมถึงไปคิดว่าคนที่มีความบกพร่องทางอารมณ์มาตั้งแต่กำเนิดจะมารักเธอได้

หมิงเยียนปรายตามองจดหมายลาออกบนโต๊ะ “ฮั่วหานซาน จดหมายลา...”

พูดยังไม่ทันจบ เสียงออดอ้อนของหญิงสาวก็แทรกเข้ามาในสาย “ฮั่วหานซาน ฉันปวดเอว รีบมานวดให้หน่อยสิ”

“ฉันยุ่งอยู่ แค่นี้ก่อนนะ”

จากนั้นไม่นานในสายก็มีเสียง ‘ตื๊ด ๆ’ ดังออกมา

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

PEACHPLEASE
PEACHPLEASE
รออัปต่อนะคะ
2026-10-04 02:56:18
0
0
30 Chapters
บทที่ 1
“งานแต่งนี้คึกคักดีจริง ๆ พวกเธอได้ยินข่าวไหม เพื่อนสมัยเด็กของทนายฮั่วกำลังขู่ฆ่าตัวตายอยู่บนดาดฟ้าโรงแรมละ!”เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบนินทาดังแว่วมาจากนอกประตู ความขมขื่นก็ตีตื้นขึ้นมาในใจของหมิงเยียนนี่เป็นครั้งที่ 99 แล้วที่ฉินหว่านขู่จะฆ่าตัวตายเธอคิดว่าตัวเองชินชาไปแล้วแต่ว่าวันนี้มันต่างออกไปวันนี้คืองานแต่งงานของเธอกับฮั่วหานซานการที่ฉินหว่านมาอาละวาดแบบนี้ เธอรู้ดีว่าตัวเองคงต้องเป็นฝ่ายยอมถอยให้อีกแล้วเธอคบกับฮั่วหานซานมาห้าปี ฉินหว่านก็ก่อเรื่องวุ่นวายมาตลอดห้าปีเช่นกันและทุกครั้งฮั่วหานซานก็จะรีบวิ่งไปปลอบโยนฉินหว่านเป็นคนแรกเสมอจนหมิงเยียนแอบคิดด้วยซ้ำว่าในความสัมพันธ์นี้ ตัวเองต่างหากที่เป็นมือที่สามซึ่งเปิดเผยไม่ได้แต่ตอนฮั่วหานซานทิ้งเธอไปหาฉินหว่านคราวก่อน เขาเคยให้สัญญากับเธอไว้ว่า—นั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายเพราะเธอเชื่อคำว่า ‘ครั้งสุดท้าย’ ของเขา ถึงได้มีงานแต่งงานในวันนี้“เธออยากตายก็ปล่อยให้ตายไปสิ! โทรมาหาฉันแล้วมีประโยชน์อะไร”หมิงเยียนเงยหน้าขึ้น ประตูระเบียงปิดไม่สนิท เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของฮั่วหานซานจึงเล็ดลอดเข้ามาในห้อง“กระโดดตึกเหรอ เธอไ
Read more
บทที่ 2
หมิงเยียนสูดหายใจเข้าลึก ฝืนกลั้นความรู้สึกปวดหนึบในใจ แล้วหันไปมองนอกหน้าต่างบานกระจกใหญ่จรดพื้นภายนอกแสงแดดเจิดจ้า รถราขวักไขว่ ทิวทัศน์ของเมืองหลวงอันกว้างใหญ่ปรากฏแก่สายตาอย่างชัดเจนจู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าสำนักงานทนายความหมิงหานที่เวลานี้โด่งดังในเมืองหลวง แท้จริงแล้วจุดเริ่มต้นมีเพียงสำนักงานเล็ก ๆ ห้องนี้เท่านั้นแถมตอนนั้นเธอยังเป็นคนขายบ้านเพียงหลังเดียวที่มีชื่อตัวเองเป็นเจ้าของ เพื่อเอาเงินมาช่วยฮั่วหานซานเช่าที่นี่ไว้ทว่าตอนนี้พื้นที่ทั้งชั้นล้วนตกเป็นของฮั่วหานซานแล้วเธอจำได้ว่าวันที่ตกลงเช่าสำนักงานห้องนี้ อากาศก็แจ่มใสแบบนี้เช่นกัน“สำนักงานทนายความชื่อหมิงหานดีไหม”“ชื่ออะไรก็ได้” ฮั่วหานซานมีสีหน้าราบเรียบ “เธอตัดสินใจก็แล้วกัน”หมิงเยียนโผเข้ากอดเขาด้วยความตื่นเต้น ทว่ากลับถูกเขาดึงแก้มให้ออกจากอ้อมอกอย่างไม่ไยดี “ฉันไม่ชอบให้คนอื่นมากอด”ถึงอย่างนั้นหมิงเยียนก็ยังคงยิ้มกว้างอย่างไม่คิดอะไร แล้วมุดตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเขาอีกครั้ง “แต่ฉันจะกอด”เธอเคยยิ้มและบอกกับฮั่วหานซานด้วยความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมว่าตัวเองจะช่วยให้เขากลายเป็นทนายความที่เก่งที่สุดในเมืองห
Read more
บทที่ 3
ฮั่วหานซานอดชะงักไปไม่ได้เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดเด็ดขาดโหดร้ายเช่นนี้จากปากหมิงเยียน เพราะที่ผ่านมาเธอโอนอ่อนผ่อนตามเขามาโดยตลอดเขารู้ว่าเธอกลัวเข็มมาก ทุกครั้งที่โดนเจาะเลือดเธอจะตัวสั่นอย่างหนัก ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะกลับมาเป็นปกติ...แต่เธอก็ยังยอมให้เลือดกับฉินหว่านตั้งหลายครั้งเพื่อเขาฮั่วหานซานมีสีหน้าลังเล เขาเงยหน้ามองหมิงเยียน “งั้น...”“พี่หมิงเยียน...” ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ฉินหว่านที่อยู่ข้าง ๆ พลันเอ่ยแทรกขึ้นมา น้ำตาร่วงเผาะก่อนเอ่ย “พี่...พี่หมายความว่ายังไงคะ พี่กำลังแช่งให้ฉันตายเหรอ”หมิงเยียนมองอีกฝ่ายเย็นชา ความร้ายกาจและความดันทุรังของผู้หญิงคนนี้ ผนวกกับฝีมือการแสดงชั้นยอด หลอกฮั่วหานซานจนหัวปั่นได้ทุกครั้งบางที...เขาอาจจะเต็มใจให้หลอกเองก็ได้หมิงเยียนแค่นยิ้มหยัน “ใครอยากให้ก็ให้ไปเถอะ ยังไงฉันก็ไม่มีวันให้เลือดกับเธออีกแล้ว!”ฉินหว่านหันไปควงแขนฮั่วหานซาน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “หานซาน นายดูพี่สิ พี่แช่งให้ฉันตาย หรือพี่อยากให้ฉันย้ายไปนอนในห้องไอซียูกับแม่ฉันถึงจะพอใจเหรอ”เมื่อห้าปีก่อนแม่ของฉินหว่านช่วยชีวิตฮั่วหานซ
Read more
บทที่ 4
“คุณป้าคะ ที่นี่โรงพยาบาลนะคะ ในธนาคารเลือดมีเลือดทุกกรุ๊ปอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นจะต้องมาเจาะเลือดฉันเลย” หมิงเยียนเอ่ยเสียงเย็นชาหวังเหมยมีสีหน้ากลัดกลุ้มและลังเล “แต่ว่า...”ทว่าหมิงเยียนไม่ได้สนใจเธออีก แต่หันไปมองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แทน “ฮั่วหานซาน จดหมายลาออกฉันวางไว้บนโต๊ะทำงานนายแล้วนะ ข้าวของก็เก็บหมดแล้ว ถ้ามีเวลาเมื่อไหร่ก็กลับไปเซ็นชื่อให้ด้วย”“จดหมายลาออกอะไร” ฮั่วหานซานขมวดคิ้วแน่น“เด็กคนนี้นี่!” พอหวังเหมยได้ยินก็ร้อนรนขึ้นมาทันที “เธอจะมาโมโหอะไรใส่ฉันเนี่ย ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นสักหน่อย”หมิงเยียนยิ้มบาง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “คุณป้าพักผ่อนให้สบายนะคะ รักษาสุขภาพด้วย ฉันยังต้องกลับไปเก็บของต่อ ขอตัวก่อนค่ะ”พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินออกไปโดยไม่สนใจสีหน้าของคนอื่นเพียงแต่ทันทีที่เธอเดินเข้าลิฟต์ไป จังหวะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดลง ฝ่ามือใหญ่คู่หนึ่งก็สอดเข้ามาขวางไว้ประตูลิฟต์ค่อย ๆ เปิดออก หมิงเยียนสบเข้ากับดวงตาสีดำคู่นั้นหมิงเยียนแทบจะไม่เคยเห็นอารมณ์อื่นใดในแววตาของฮั่วหานซานเลยครั้งเดียวที่เคยเห็นก็คือตอนที่เขาถูกชาวบ้านกดลงกับพื้น แววตาของเขาในตอนนั้น เ
Read more
บทที่ 5
“คุณหมิงคะ”เสียงเรียกของพยาบาลปลุกให้เธอหลุดจากภวังค์หมิงเยียนรวบรวมสติแล้วเซ็นชื่อของตัวเองลงไปไม่นานหมิงเยียนก็ถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัดเมื่อยาชาถูกฉีดเข้าสู่ร่างกาย เธอรู้สึกราวกับความมืดมิดถาโถมเข้าปกคลุมท่ามกลางความเลือนราง คล้ายกับมีคนกำลังเรียกชื่อเธอเสียงนั้นทะลุผ่านม่านหมอกหนาทึบ ปะปนมากับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและกลิ่นคาวเลือดเธอราวกับมองเห็นฮั่วหานซานในวัยสิบเจ็ดปีถูกชาวบ้านกดลงกับพื้น สายตาที่ดุดันราวกับหมาป่าของเด็กหนุ่มสบตากับเธอผ่านฝูงชนเธอยังมองเห็นภาพตอนเพิ่งก่อตั้งสำนักงานทนายความหมิงหาน เธอโผเข้ากอดฮั่วหานซานพร้อมกับหัวเราะอย่างมีความสุขสุดท้ายเธอเห็นภาพฉินหว่านสวมชุดแต่งงานอยู่ในอ้อมกอดของฮั่วหานซาน ส่วนตัวเธอทำได้เพียงยืนนิ่งเงียบ บนใบหน้าปราศจากรอยยิ้มเมื่อได้สติกลับมาอีกครั้ง หมิงเยียนก็ได้ยินเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะอย่างชัดเจนแสงจันทร์ลอดผ่านมู่ลี่เข้ามา อาบไล้สรรพสิ่งให้กลายเป็นสีเงินเย็นเยียบหมิงเยียนมองเส้นกราฟที่บ่งบอกถึงสัญญาณชีพนั้นเมื่อฤทธิ์ยาชาเริ่มหมด รอยแผลผ่าตัดก็เริ่มประท้วง ความเจ็บปวดแล่นริ้วราวกับมีเลื่อยทื่อ ๆ เล
Read more
บทที่ 6
“ฉันยื่นจดหมายลาออกไปแล้วค่ะ”“คะ?” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลถึงกับชะงักไปทันทีผ่านไปพักใหญ่ถึงได้เอ่ยปาก “งั้น...งั้นคุณ...”หมิงเยียนรู้ดีว่าตามขั้นตอนการลาออกที่ถูกต้อง หลังจากยื่นจดหมายลาออกแล้วยังต้องมีระยะเวลาส่งมอบงานอีกครึ่งเดือนเธอไม่ใช่คนทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆในเมื่อตัดสินใจจะลาออกแล้ว การส่งมอบงานที่จำเป็นก็ยังคงต้องทำ จะสร้างภาระให้คนอื่นไม่ได้“เดี๋ยวฉันจะเข้าไปส่งมอบงานที่บริษัทค่ะ”“ได้ค่ะ ๆ งั้นฉันจะรอคุณมานะคะ”หลังจากวางสาย หมิงเยียนก็อดสูดหายใจเข้าลึกไม่ได้ตอนนี้เธอขายบ้านไปแล้ว รอจัดการเรื่องส่งมอบงานเสร็จเมื่อไหร่ เธอก็จะไปจากที่นี่ได้เสียทีเพียงแต่แผลผ่าตัดที่หน้าท้องยังคงปวดหนึบ ๆ อยู่บ้างหมิงเยียนนั่งพักอยู่พักใหญ่ ถึงได้เรียกรถแท็กซี่ไปที่สำนักงานทนายความและทันทีที่เธอปรากฏตัว บรรยากาศของทั้งสำนักงานทนายความก็ดูผ่อนคลายขึ้นมาก“พี่หมิงเยียน...”“พี่หมิงเยียน พี่มาสักทีนะคะ...”ผู้ช่วยหลายคนดีใจกันยกใหญ่ พากันเข้ามาห้อมล้อมหมิงเยียนแล้วส่งเสียงเจื้อยแจ้วแววตาของพวกเธอเปี่ยมไปด้วยความยินดีและพึ่งพาอย่างแท้จริง ทำให้หมิงเยียนรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ“ฉั
Read more
บทที่ 7
สิ้นเสียงของฮั่วหานซาน ภายในห้องทำงานก็ตกอยู่ในความเงียบเขามองหมิงเยียนด้วยสายตาแผดเผา ราวกับมั่นใจว่าหลังจากที่เขาข่มขู่ไปแล้ว เธอต้องยอมก้มหัวรับผิดแน่นอนตลอดห้าปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็มักจะยอมโอนอ่อนผ่อนตามเขาอย่างไม่มีเงื่อนไขเสมอเขามั่นใจว่าเธอไม่กล้าลาออกจริง ๆ หรอกคนทั้งโลกอาจจะทิ้งเขาไป แต่ต้องไม่ใช่หมิงเยียนคนนี้เธอไม่มีวันทิ้งเขาไม่มีวันเด็ดขาดทว่าท่าทีลนลานหรือการเอ่ยปากยอมรับผิดของหมิงเยียนอย่างที่เขาคิดกลับไม่เกิดขึ้น เธอเพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ อยู่ตรงนั้น ซ้ำมุมปากยังยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง“ฉันคิดมาดีแล้วค่ะ” หมิงเยียนวางจดหมายลาออกลงบนโต๊ะทำงาน น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น “ทนายฮั่ว ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ”พูดจบเธอก็ไม่แม้แต่จะปรายตามองฮั่วหานซานอีก หมุนตัวเดินตรงไปยังประตูห้องทำงานทันทีท่วงท่าเด็ดเดี่ยวฉับไว ปราศจากความอาลัยอาวรณ์ใด ๆฮั่วหานซานถึงกับชะงักเขาจินตนาการถึงความเป็นไปได้นับร้อยนับพัน แต่กลับไม่เคยนึกถึงเหตุการณ์ในรูปแบบนี้เลยเธอควรจะอ้อนวอนขอร้องไม่ให้เขาไล่เธอออกไม่ใช่เหรอควรจะร้อนรนอธิบายว่าเธอโวยวายเฉย ๆ ไม่ใช่เ
Read more
บทที่ 8
หลังจากหมิงเยียนจากไป สำนักงานทนายความหมิงหานก็ราวกับตกอยู่ท่ามกลางบรรยากาศกดดันอย่างน่าประหลาดฮั่วหานซานพยายามใช้เรื่องงานมาบดบังความรู้สึก แต่ประสิทธิภาพในการทำงานกลับลดต่ำลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเขานวดคลึงหัวคิ้ว พยายามดึงความสนใจกลับมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทว่ากลับลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปที่พื้นที่ทำงานส่วนรวมด้านนอกอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้โต๊ะทำงานของหมิงเยียนว่างเปล่าไปแล้วสะอาดสะอ้านราวกับไม่เคยมีใครนั่งทำงานอยู่ตรงนั้นมาตลอดห้าปีคุณป้าแม่บ้านกำลังเข็นรถทำความสะอาดเข้ามา และเริ่มเทขยะจากถังขยะข้างโต๊ะทำงานแต่ละตัวเมื่อมาถึงโต๊ะของหมิงเยียน คุณป้าก็เทของในถังขยะใบเล็กลงในถุงดำใบใหญ่ตามความเคยชินฮั่วหานซานปรายตาไปเห็นเข้าโดยบังเอิญ ร่างกายของเขาพลันแข็งทื่อไปทันที—ท่ามกลางกองกระดาษและซองขนมเหล่านั้น มีของหลายชิ้นที่ทิ่มแทงสายตาอย่างจังตั๋วหนังสีซีดจาง...ที่คั่นหนังสือสั่งทำพิเศษสลักคำว่า ‘หมิงหาน’...ลูกอมรสผลไม้ที่ละลายจนเสียรูปติดอยู่กับกระดาษห่อ...และ...ของกระจุกกระจิกที่คล้ายกันอีกมากมายของชิ้นเล็กชิ้นน้อยพวกนี้ล้วนแต่เป็น ‘ของล้ำค่า’ ของหมิงเยียนทั้ง
Read more
บทที่ 9
ในห้องของหมิงเยียน...ทำไมถึงมีผู้ชายอยู่ได้?! แถมยังใส่ผ้ากันเปื้อนอีก?! ทำตัวเหมือนกำลังใช้ชีวิตครอบครัวอย่างนั้นแหละ?!ความคิดบ้า ๆ บอ ๆ ที่ทำให้เขาโกรธจนแทบคลั่งผุดขึ้นมาในหัว—เธอหาคนใหม่ได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?!ที่เธอจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวแบบนี้ ก็เพราะมีคนอื่นรอเสียบอยู่แล้วงั้นสิ?!ความโกรธเกรี้ยวราวกับเปลวเพลิงและความรู้สึกเหมือนถูกทรยศกลืนกินสติสัมปชัญญะของฮั่วหานซานจนหมดสิ้น!ความเยือกเย็นและการควบคุมตัวเองที่เขาเคยภูมิใจนักหนา มลายหายไปจนหมดสิ้นในวินาทีนี้!“หมิงเยียนอยู่ไหน?!” ฮั่วหานซานกระชากคอเสื้อของผู้ชายคนนั้น เค้นเสียงลอดไรฟันถามชายคนนั้นตกใจสุดขีด พยายามดิ้นให้หลุด “เฮ้ย คุณเป็นใครเนี่ย จะทำอะไร?! ปล่อยนะเว้ย!”“ฉันถามว่าหมิงเยียนอยู่ไหน?!” ฮั่วหานซานสติหลุดโดยสมบูรณ์ เงื้อหมัดซัดเข้าที่หน้าอีกฝ่าย!เขาเคยฝึกเทควันโดและศิลปะการต่อสู้มาบ้าง หมัดที่ซัดออกไปด้วยความโกรธจัดนั้น รุนแรงเกินกว่าที่คนธรรมดาจะรับไหวชายคนนั้นไม่ทันตั้งตัว ถูกชกจนเซถลาไปชนกรอบประตู เลือดกลบปากทันที ตะหลิวในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง ‘เคร้ง’“ไอ้บ้าเอ๊ย! แกมีสิทธิ์อะไรมาต่อยคนอื่น!” ชาย
Read more
บทที่ 10
ท่ามกลางกองของกระจุกกระจิก มีกล่องกำมะหยี่เล็ก ๆ กล่องหนึ่งนอนนิ่งอยู่อย่างโดดเดี่ยว มันทิ่มแทงสายตาจนหัวใจของเขาแทบหยุดเต้นลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ เสียงรอบข้างจางหาย โลกทั้งใบเหลือเพียงเสียงอื้ออึงในหูเขาจำกล่องใบนั้นได้นิ้วมือของฮั่วหานซานสั่นเทาเล็กน้อย ขณะล้วงมือเข้าไปในถุง แล้วหยิบกล่องใบนั้นออกมา‘แกร๊ก’ เสียงเปิดฝากล่องดังขึ้นเบา ๆข้างในมีแหวนเพชรวงหนึ่ง เป็นแหวนที่หมิงเยียนใช้เวลาเลือกอยู่นานหลายเดือนกว่าจะตัดสินใจเลือกแบบนี้เพียงแต่ตอนนี้มันกลับนอนนิ่งอยู่อย่างเดียวดาย สะท้อนแสงประกายเย็นเยียบและงดงามออกมาส่วนหานจิ้น หลังจากจัดการส่งสองสามีภรรยากลับไปแล้ว พอหันกลับมาก็เห็นฮั่วหานซานกำลังจ้องเขม็งไปที่กล่องแหวนในมือ สันกรามของเขาขบเข้าหากันแน่น แววตาแฝงไปด้วยคลื่นอารมณ์รุนแรงที่หานจิ้นไม่เคยเห็นมาก่อนลางสังหรณ์ร้ายในใจของหานจิ้นพุ่งขึ้นมาถึงขีดสุด เขารีบก้าวเข้าไปหาพลางกดเสียงต่ำถาม “เหล่าฮั่ว นี่มัน...อะไรเนี่ย”ฮั่วหานซานมีสีหน้าเย็นชา น้ำเสียงแหบต่ำ “แหวนแต่งงาน”“หา” หานจิ้นอึ้งไปชั่วขณะแหวนแต่งงานเหรอนี่หมิงเยียนถึงขั้นทิ้งแหวนแต่งงานเลยเหรอหรือว่าแค่ท
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status