All Chapters of หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

“ผ่าตัดพรุ่งนี้เลยเหรอ ด่วนขนาดนี้เชียว”หมอเจ้าของไข้ยื่นเวชระเบียนให้ฉัน น้ำเสียงแฝงความสงสัย“หมอฟู่จะกลับจากทำงานต่างเมืองแล้ว คุณรอเขากลับมาอยู่เป็นเพื่อนดีกว่าไหม...”ฉันเอ่ยแทรกเบา ๆ “เรื่องของฉัน ฉันจัดการเองได้ค่ะ”หมอมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยเพราะฉันขึ้นชื่อเรื่องความสำออยประจำโรงพยาบาลแห่งนี้ ต่อให้เป็นแค่อาการปวดหัวตัวร้อนเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องคอยตามตอแยให้ฟู่เหนียนอยู่เป็นเพื่อนเสมอทว่าพอเดินพ้นประตูห้องตรวจฉันก็บังเอิญเจอกับร่างที่คุ้นตาฟู่เหนียนใช้มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทาง เหมือนเพิ่งลงเครื่องแล้วรีบตรงดิ่งมาที่โรงพยาบาลหยางฉิงยังคงเดินตามติดเขาเหมือนเช่นเคย บนตัวเธอคลุมด้วยเสื้อโค้ตผ้าแคชเมียร์สีดำ ซึ่งเป็นของขวัญครบรอบสามปีที่ฉันซื้อให้ฟู่เหนียนฟู่เหนียนขมวดคิ้ว“คุณมาทำอะไรที่นี่...ป่วยอีกแล้วเหรอ”อีกแล้ว...น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญที่คุ้นเคย ราวกับว่าฉันเป็นตัวปัญหาที่ต้องรีบจัดการให้พ้น ๆ ไปเขาฉวยเวชระเบียนไปกวาดตามองครู่หนึ่ง แล้วออกคำสั่ง“พรุ่งนี้ผมมีธุระ”“คุณเลื่อนเวลาผ่าตัดไปเป็นสัปดาห์หน้าเถอะ เดี๋ยวผมมาอยู่เป็นเพื่อน”ฉันโ
Read more

บทที่ 2

“กินยาอย่างเดียวไม่พอหรอก คุณนวดกดจุดที่ท้องให้เธอด้วยสิ กลางคืนก็นอนกอดเธอ จะได้ช่วยให้มือเท้าเธออุ่นขึ้น”หยางฉิงหน้าแดงก่ำ“พี่ถังหว่าน ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ...”คำแนะนำด้วยความหวังดีกลับถูกฟู่เหนียนมองว่าเป็นการประชดประชัน น้ำเสียงของเขาจึงเย็นชาลง“คุณยังโกรธอยู่อีกเหรอ แค่เพราะผมไปทำงานต่างประเทศแล้วไม่ได้บอกคุณเนี่ยนะ”เมื่อครึ่งเดือนก่อนเป็นวันเกิดของเขาฉันโหมทำโอทีปั่นโปรเจกต์อย่างบ้าคลั่งเพื่อแลกกับวันหยุดชดเชย ลงมือทำอาหารเต็มโต๊ะ และไปรับของขวัญที่สั่งทำไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมฉลองวันเกิดให้เขาแต่รอจนถึงเที่ยงคืนฟู่เหนียนก็ยังไม่กลับบ้านจนกระทั่งเห็นโพสต์ในโซเชียลของหยางฉิง ฉันถึงได้รู้ว่าเขาไปเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศแล้วแต่ฟู่เหนียนกลับพูดถึงเรื่องนี้อย่างไม่ใส่ใจ“ก็แค่ไปทำงาน ไม่เห็นจำเป็นต้องปรึกษาคุณเลย”“วันเกิดน่ะมีทุกปี แต่โอกาสเข้าร่วมโครงการไม่ได้มีบ่อย ๆ ผมนึกว่าคุณจะแยกแยะได้ว่าอะไรสำคัญกว่ากันซะอีก”“คุณไม่มีเรื่องของตัวเองให้ทำหรือไง ทำไมต้องคอยจับตาดูตารางงานของผมอยู่เรื่อย”ความผิดหวังที่สะสมมานานปะทุขึ้นราวกับคลื่นสึนามิ
Read more

บทที่ 3

ทันทีที่เปิดประตู คำพูดของฉันก็ชะงักไปชุดเครื่องนอนใหม่เอี่ยมที่ฉันตั้งใจเตรียมไว้ถูกขยำกองทิ้งไว้บนพื้นอย่างไม่ไยดีภายในห้องนอนแขกเต็มไปด้วยข้าวของแปลกตา มีตุ๊กตาหมีตัวสูงครึ่งคนนอนแผ่หราอยู่บนเตียงราวกับจงใจประกาศความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งเสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงหัวเราะใสที่แว่วมา“หมอฟู่ ขอบคุณที่ไปกินข้าวร้านนั้นเป็นเพื่อนฉันนะคะ อร่อยมากจริง ๆ”“อารมณ์เสียเรื่องที่ถูกรูมเมตแบนหายไปเพราะของหวานเลยค่ะ”ฟู่เหนียนเห็นฉันเข้าก็อธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“หยางฉิงทะเลาะกับรูมเมตเลยอยู่หอไม่ได้ เธอตั้งใจจะย้ายออกมาอยู่ข้างนอก”“แต่ยังหาบ้านไม่ได้ก็เลยมาพักที่ห้องนอนแขกชั่วคราว”ฉันแค่นหัวเราะ“ฟู่เหนียน ฉันบอกคุณล่วงหน้าเป็นอาทิตย์แล้วนะว่าเสี่ยวชิวจะมาพักที่นี่”ฟู่เหนียนชะงักไปสีหน้าของเขาในชั่วอึดใจนั้นเป็นคำตอบได้ดีทุกอย่างเขาลืมไปแล้วตอนที่ฉันถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญใจ“เรื่องเล็กแค่นี้คุณตัดสินใจเองก็พอ ไม่ต้องมาถามผมทุกเรื่องได้ไหม น่ารำคาญ”ฟู่เหนียนเม้มปาก น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “ขอโทษที...”เขายกถุงขนมหวานในมือขึ้น น้ำเ
Read more

บทที่ 4

ฉันสะบัดเขาออก“คุณไม่มีเรื่องของตัวเองให้ทำหรือไง ทำไมต้องคอยจับตาดูตารางงานของฉันอยู่เรื่อย”ฟู่เหนียนชะงักไปคงนึกขึ้นได้ว่านี่คือคำพูดที่เขาเคยพูดกับฉันจึงเงียบไปอึดใจหนึ่ง“คราวก่อนไปทำงานต่างประเทศแล้วไม่ได้บอกคุณ ผมผิดเอง ต่อไปผมจะรายงานตารางงานให้คุณทราบ”“พรุ่งนี้ผมต้องไปที่มหาลัยหน่อย เรื่องหยางฉิงทะเลาะกับรูมเมตบานปลายใหญ่โตแล้ว อาจารย์ที่ปรึกษาขอพบผู้ปกครอง พ่อแม่เธอติดธุระมาไม่ได้ ผมเลยต้องไปแทน”“คุณเลื่อนผ่าตัดไปเป็นมะรืนนี้เถอะ เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อน”ดูท่าว่าในการจัดลำดับความสำคัญของฟู่เหนียน ฉันก็ยังรั้งท้ายอยู่ดีฉันเอ่ยปากอย่างสงบนิ่ง“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ คุณจะอยู่หรือไม่อยู่ก็ค่าเท่ากัน”ฟู่เหนียนดูเหมือนจะคิดว่าฉันไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างสองอย่างนี้จริง ๆ เขาเลยอธิบายอย่างใจเย็น“ผมช่วยคุณติดต่อหมอเฉพาะทางและอ่านผลตรวจให้ได้นะ หรืออย่างแย่ที่สุดก็ยังช่วยต่อคิวรับบัตรคิวให้คุณได้”คำปฏิเสธของฉันถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสายเรียกเข้าจากมือถือของเขาเสียงสะอื้นไห้ของหยางฉิงดังลอดออกมา“หมอฟู่คะ เหมือนมีคนกำลังงัดประตูอยู่ข้างนอกเลย...ฉันกลัว...”ฟู่เหนียนหน้า
Read more

บทที่ 5

ทว่าขั้นตอนการรายงานตัวเข้าทำงานที่บริษัทใหม่กลับไม่ค่อยราบรื่นนักเริ่มจากรายชื่อพนักงานใหม่ดันไม่มีชื่อของฉันอยู่เพียงคนเดียว ทำให้การเดินเรื่องเอกสารติดขัดไปหมดตามมาด้วยการถูกผู้อำนวยการโยนโปรเจกต์ชายขอบมาให้ พร้อมกำหนด KPI ที่ไม่มีทางทำได้จริงไม่กี่วันต่อมา ฉันก็พอจะจับต้นชนปลายสถานการณ์ได้หัวหน้าแผนกในนามคือลูกชายประธานบริษัทที่ถูกส่งตัวลงมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ หรือที่ใคร ๆ ต่างก็เรียกกันว่า ‘จักรพรรดิน้อย’แต่ผู้ที่กุมอำนาจอย่างแท้จริงกลับเป็นผู้อำนวยการที่ฝังรากลึกมานาน ซึ่งถูกเรียกขานลับหลังว่า ‘ผู้สำเร็จราชการ’ทั้งสองคนดูเหมือนจะปรองดองกันดีเมื่ออยู่ต่อหน้า แต่ลับหลังกลับชิงดีชิงเด่นกันอย่างดุเดือดตำแหน่งของฉันเดิมทีต้องขึ้นตรงกับจักรพรรดิน้อย ฉันจึงถูกบีบให้เลือกข้างโดยไม่รู้ตัวและนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ขั้นตอนการอนุมัติติดแหง็กอยู่ที่แผนกข้าง ๆ พอทักไปอีกฝ่ายก็อ่านแล้วไม่ตอบฉันกดเปิดหน้าต่างแชตที่ปักหมุดไว้นิ้วมือดันไวกว่าสมอง สติกเกอร์ [แมวร้องไห้] ถูกส่งออกไปเรียบร้อยแล้วเพิ่งจะเตรียมพิมพ์ระบายความอัดอั้นกับเสี่ยวชิวชุดใหญ่อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาในเสี้ยววินาท
Read more

บทที่ 6

ฉันถามกลับอย่างสงบนิ่ง“เรื่องเล็กแค่นี้ จำเป็นต้องเอามาปรึกษาด้วยหรือไง”ฟู่เหนียนถึงกับสะอึก ประโยคที่เขาเคยใช้ปัดรำคาญฉันนับครั้งไม่ถ้วน ถูกส่งคืนกลับไปให้เขาทั้งหมดโดยไม่ตกหล่นเขาลดเสียงให้อ่อนลง ราวกับจะง้อ“มะรืนนี้มีนัดกินข้าวกับเพื่อน ต้องพาแฟนไปด้วย ก่อนหน้านี้คุณก็อยากรู้จักเพื่อนผมมาตลอดไม่ใช่เหรอ”“ไม่ว่างค่ะ”ก่อนหน้านี้ฉันอยากเข้าไปอยู่ในสังคมของเขา แต่เขากลับรำคาญที่ฉันทำตัวติดแจ แล้วอ้างว่าอยากมีพื้นที่ส่วนตัวพอฉันจะไป เขากลับเป็นฝ่ายเปิดประตูรับเองซะงั้นฟู่เหนียนเหมือนจะคิดไม่ถึงว่าฉันจะปฏิเสธจึงชะงักไปครู่หนึ่ง“ทำไมคุณถึงอยู่กับเสี่ยวชิวทุกวันเลย คนที่คบกันอยู่คือคุณกับผมนะ”“คุณอยากไปเที่ยว เดินช็อปปิ้ง หรือดูหนัง ผมก็ไปเป็นเพื่อนคุณได้ ไม่เห็นต้องไปหาเธอตลอดเลย”ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยรบเร้าให้เขาไปทำกิจกรรมคู่รักด้วยกันแต่ฟู่เหนียนก็มักจะบอกว่าตัวเองยุ่งมาก ให้รอไปก่อนแต่จนสถานที่เที่ยวถูกไฟไหม้ไปแล้ว เสื้อผ้าก็ขายจนขาดตลาด หรือแม้แต่หนังออกจากโรงไปแล้ว เขาก็ยังหาเวลาว่างไม่ได้อยู่ดีฉันไม่อยากขุดเรื่องเก่า ๆ พวกนี้ขึ้นมาทะเลาะกับเขาเลยตัดสินใจพูด
Read more

บทที่ 7

ฉันกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันทีขณะกำลังเตรียมเรียบเรียงคำพูดอย่างรัดกุมเพื่ออธิบายว่าไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงเขาเลยหลินเฉียวก็ส่งข้อความมาอีก[บอกใบ้ผมเหรอ]วินาทีต่อมา เขาก็ส่งอะไรบางอย่างสีเหลืองอร่ามมาให้ยอดโอนเงินห้าหลัก!จักรพรรดิน้อย: [ไม่ได้ส่งผิด][สุดสัปดาห์นี้ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อย][ลูกพี่ลูกน้องของหลานสาวปู่เล็กผมจะแต่งงาน][คนที่บ้านคงจะเร่งให้ผมแต่งงาน น่ารำคาญ คุณโสดใช่ไหม นี่ค่าทำโอที]งานแต่งของเสี่ยวชิวก็จัดวันเสาร์เหมือนกัน...มิตรภาพของฉันกับเสี่ยวชิวกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!ฉันจ้องมองเลขศูนย์ยาวเหยียดเหล่านั้น ในใจเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดสุดท้ายฉันก็ทนต่อบททดสอบของระบบทุนนิยมได้ ด้วยมโนสำนึก ฉันกลั้นใจใช้นิ้วที่สั่นเทาพิมพ์ตอบกลับไปว่า“ขอบคุณค่ะประธานหลิน แต่วันเสาร์เพื่อนสนิทที่สุดของฉันจะแต่งงาน ฉันจำเป็นต้องไปร่วมงานค่ะ”ในชั่วอึดใจที่ส่งข้อความสำเร็จฉันราวกับได้ยินเสียงเงินบินหนีไปพร้อมกับเสียงเพลงมิตรภาพนิรันดร์ที่ดังแว่วขึ้นมาอย่างโหยหวนทว่าในวันงานแต่ง ฉันกลับได้พบกับคนที่ไม่คาดคิดนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีห้า
Read more

บทที่ 8

“ความรู้สึกอยากแชร์เรื่องราวคือความโรแมนติกขั้นสูงสุด ผมหวังว่าคุณจะเต็มใจแชร์ทุกเรื่องให้ผมฟัง ไม่ต้องเก็บไว้แบกรับคนเดียว ทุกครั้งที่เสียงข้อความมือถือดังขึ้น ผมหวังเสมอว่าจะเป็นคุณ”เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั้งงานท่ามกลางผู้คนมากมาย ฉันมองเห็นฟู่เหนียนได้ตั้งแต่แวบแรกเขายืนพิงกรอบประตู เหม่อมองเจ้าบ่าวที่กำลังกล่าวคำสาบานจากนั้นราวกับมีอะไรดลใจ สายตาของเขาก็สบเข้ากับฉันจากที่ไกล ๆ เหมือนตอนเจอกันครั้งแรกสมัยมัธยมปลายในพิธีปฐมนิเทศ เขาก็หันกลับมามองท่ามกลางฝูงชน จนสบตาเข้ากับฉันแบบนี้แหละแต่ฉันไม่มีความรู้สึกใจเต้นแรงเหมือนตอนนั้นอีกแล้วเหลือเพียงความสงบนิ่ง ไร้ซึ่งอารมณ์อื่นใดเจือปนหลังพิธีจบลง ฉันก็ไปเปลี่ยนชุดที่หลังเวทีเพื่อเตรียมกินเลี้ยงแต่ปรากฏว่าการจัดที่นั่งดันเกิดข้อผิดพลาดกะทันหัน ฉันเลยถูกจัดให้นั่งโต๊ะเด็กเด็กโปรยดอกไม้จูงมือฉันเดินไปที่โต๊ะ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“หม่าม้าหนูบอกว่าผู้ใหญ่ที่ถูกจัดให้นั่งตรงนี้เป็นคนโสดทั้งนั้นแหละค่ะ”“นั่นไงคะ คนนั้นคือคุณอาของหนูเอง พวกพี่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความโสดกันได้เลยนะคะ”ท่ามกลางเด็ก ๆ ที่นั่งกันเต
Read more

บทที่ 9

หยางฉิงมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอเดินเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้ม“เธอไปหาหมอเวรหรืออาจารย์หมอเถอะ ต่อไปไม่ต้องมาหาฉันอีกแล้ว”หยางฉิงชะงักไป รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลง ก่อนจะหันมามองฉันราวกับขอความช่วยเหลือ“พี่ถังหว่านคะ ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ พี่อย่าทำให้หมอฟู่ลำบากใจได้ไหมคะ”ฉันยิ้มบาง ๆ“เราเลิกกันแล้ว เรื่องของพวกเธอไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”แววตาของหยางฉิงทอประกายวาบขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด แต่น้ำเสียงกลับเจือเสียงสะอื้น“พวกพี่อย่าทะเลาะกันเพราะฉันเลยได้ไหมคะ ไม่งั้นฉันคงรู้สึกผิดแย่เลย...”ฟู่เหนียนพูดแทรกด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ตำราเรียนเล่มเดียวกัน ทำไมคนอื่นถึงเข้าใจ มีแต่เธอที่ไม่เข้าใจหรือไง”“ถ้าแม้แต่ปัญหาพื้นฐานแค่นี้ยังไม่เข้าใจ ก็แสดงว่าเธอไม่เหมาะกับวงการแพทย์หรอก รีบเปลี่ยนสายงานซะตั้งแต่เนิ่น ๆ เถอะ”ขอบตาของหยางฉิงแดงระเรื่อเธอแทบไม่อยากเชื่อเลยว่า นี่คือคำพูดจากคนที่เคยใจเย็นกับเธอมาตลอด“ฉันก็แค่กลัวพลาด เลยอยากถามให้แน่ใจ...”ฟู่เหนียนพูดตัดบทอีกครั้ง“ที่นี่คือโรงพยาบาล ไม่ใช่ที่เรียนพิเศษของเธอ ฉันเป็นหมอ ไม่ใช่ติวเตอร์ส่วนตัวของเธอนะ”“เ
Read more

บทที่ 10

พอกินข้าวเสร็จ เขาก็ไม่เคยคิดจะบอกฉันก่อนหรือถามไถ่ว่าฉันทำอะไรอยู่ตอนนั้นฉันไม่ได้เก็บมาคิดเล็กคิดน้อย เลยคุยกับเขาต่อไปจนกระทั่งต่อมา ฟู่เหนียนก็เริ่มไม่ตอบข้อความพอฉันเซ้าซี้ถาม เขาก็จะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “คุณไม่มีเรื่องของตัวเองให้ทำหรือไง”……แม้จะเลยวัยที่ต้องมานั่งคิดมากกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการตอบแชตเร็วไปนานแล้วก็ตามแต่พอได้เห็นคำอธิบายของหลินเฉียว ในใจลึก ๆ กลับรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ฉันก็ยังคงตอบกลับไปตามมารยาทว่า[ไม่เป็นไรค่ะ คุณทำงานไปเถอะ ไม่ต้องตอบข้อความฉันหรอก]ทว่าด้านบนของหน้าต่างแชตกลับเปลี่ยนเป็นสถานะ ‘อีกฝ่ายกำลังพิมพ์...’ ทันทีผ่านไปเนิ่นนานข้อความยาวเหยียดก็ถูกส่งเข้ามา[ทหารช่วงสงครามโลกครั้งที่สองยังมีเวลาเขียนจดหมายรักหาคนรัก นักพากย์โอลิมปิกยังโทรหาแฟนตอนพักครึ่ง นักดนตรีเล่นคอนเสิร์ตอยู่ยังหยุดเล่นเพื่อตอบแชตแฟน][เมื่อเทียบกันแล้ว คนธรรมดาอย่างผม ต่อให้ยุ่งแค่ไหน ก็ยังพอจะปลีกเวลามาตอบข้อความได้อยู่ดี][เพราะงั้น คุณยินดีจะให้ผมเป็นแฟนคุณไหมครับ]ฉันจงใจเลิกงานก่อนเวลาเพื่อหลบหน้าหลินเฉียวคิดไม่ถึงว่าถึงจะหลบเข
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status