Share

บทที่ 2

Author: มู่หือ
“กินยาอย่างเดียวไม่พอหรอก คุณนวดกดจุดที่ท้องให้เธอด้วยสิ กลางคืนก็นอนกอดเธอ จะได้ช่วยให้มือเท้าเธออุ่นขึ้น”

หยางฉิงหน้าแดงก่ำ

“พี่ถังหว่าน ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ...”

คำแนะนำด้วยความหวังดีกลับถูกฟู่เหนียนมองว่าเป็นการประชดประชัน น้ำเสียงของเขาจึงเย็นชาลง

“คุณยังโกรธอยู่อีกเหรอ แค่เพราะผมไปทำงานต่างประเทศแล้วไม่ได้บอกคุณเนี่ยนะ”

เมื่อครึ่งเดือนก่อนเป็นวันเกิดของเขา

ฉันโหมทำโอทีปั่นโปรเจกต์อย่างบ้าคลั่งเพื่อแลกกับวันหยุดชดเชย ลงมือทำอาหารเต็มโต๊ะ และไปรับของขวัญที่สั่งทำไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมฉลองวันเกิดให้เขา

แต่รอจนถึงเที่ยงคืนฟู่เหนียนก็ยังไม่กลับบ้าน

จนกระทั่งเห็นโพสต์ในโซเชียลของหยางฉิง ฉันถึงได้รู้ว่าเขาไปเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศแล้ว

แต่ฟู่เหนียนกลับพูดถึงเรื่องนี้อย่างไม่ใส่ใจ

“ก็แค่ไปทำงาน ไม่เห็นจำเป็นต้องปรึกษาคุณเลย”

“วันเกิดน่ะมีทุกปี แต่โอกาสเข้าร่วมโครงการไม่ได้มีบ่อย ๆ ผมนึกว่าคุณจะแยกแยะได้ว่าอะไรสำคัญกว่ากันซะอีก”

“คุณไม่มีเรื่องของตัวเองให้ทำหรือไง ทำไมต้องคอยจับตาดูตารางงานของผมอยู่เรื่อย”

ความผิดหวังที่สะสมมานานปะทุขึ้นราวกับคลื่นสึนามิ ฉันอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า

“ฟู่เหนียน การเรียงลำดับความสำคัญของคุณ ฉันคือคนที่สำคัญน้อยที่สุด และไม่สำคัญอะไรเลยเสมอใช่ไหม!”

เมื่อเทียบกับอาการสติแตกของฉันแล้ว

ฟู่เหนียนกลับพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพียงประโยคเดียวก่อนจะวางสายไป

“ตอนนี้คุณยังอารมณ์ไม่ร้อน เอาไว้ผมกลับไปค่อยคุยกัน”

เมื่ออารมณ์เย็นลง ฉันก็เซ็นสัญญาย้ายไปประจำการที่สาขาอื่น

หัวหน้ามีท่าทีอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

“การย้ายตำแหน่งครั้งนี้ต้องไปอยู่ต่างเมืองเลยนะ! เรื่องใหญ่ขนาดนี้คุณไปปรึกษาแฟนก่อนดีไหม คนมีครอบครัวแล้วอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเลย”

ฉันตวัดปากกาเซ็นชื่ออย่างรวดเร็ว

“ไม่ต้องหรอกค่ะ”

ตอนย้ายงานคราวก่อน ฉันเคยเอาข้อเสนอสองที่ไปถามความเห็นจากเขา

ฟู่เหนียนแค่ปรายตามอง

“นี่มันชีวิตคุณ อย่าให้ผมต้องเป็นคนตัดสินใจเลย”

แต่เขากลับใจเย็นคอยให้คำปรึกษาหยางฉิงกรอกลำดับความประสงค์เข้ามหาวิทยาลัย จนเธอสอบติดวิทยาลัยแพทย์ที่ดีที่สุดในประเทศ และกลายมาเป็นรุ่นน้องของเขา

ฟู่เหนียนมักจะบอกว่าฉันพึ่งพาตัวเองไม่ได้ และรำคาญที่ฉันทำตัวติดเขามากเกินไป

เวลาที่ฉันเล่าเรื่องสนุก ๆ ให้ฟังอย่างออกรส เขาก็มักจะหยิบหูฟังขึ้นมาฟังพอดแคสต์การแพทย์ ราวกับว่าฉันไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น

และตอนฉันกำลังจะสาย เขาก็ปฏิเสธที่จะขับรถไปส่ง พร้อมย้ำว่าตารางชีวิตของเขาจะมาพังเพราะฉันไม่ได้

ตอนฉันอยากไปร่วมงานเลี้ยงของเขากับเพื่อน เขากลับบอกว่าฉันควรสร้างสังคมของตัวเองบ้าง

ฉันเคยคิดว่าฟู่เหนียนแค่เป็นคนมีนิสัยเย็นชา

และฉัน หากพยายามก็จะเป็นข้อยกเว้นสำหรับเขาได้

จนกระทั่งหยางฉิงปรากฏตัว

เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนเก่าพ่อแม่ฟู่เหนียน ซึ่งฝากฝังให้เขาช่วยดูแล

ฉันนึกว่าเขาจะรำคาญ แต่เขากลับรับปากอย่างง่ายดาย

และคิดไม่ถึงเลยว่าเธอต่างหากที่เป็นข้อยกเว้นนั้น

ฟู่เหนียนคอยตอบรับทุกคำพูดเวลาที่เธอบ่นเรื่องรูมเมต

ยอมขับรถไปรับส่งเวลาที่เธออยากกินของหวานร้านดังในวันทำงาน

ตอนเธอมาฝึกงานที่โรงพยาบาล เขาก็เป็นฝ่ายแนะนำเธอกับเพื่อน ๆ ว่า

“นี่รุ่นน้องผม ฝากทุกคนช่วยดูแลด้วยนะ”

ทุกครั้งที่ฉันทะเลาะกับฟู่เหนียนเรื่องนี้

เขาก็มักจะขมวดคิ้วด้วยความผิดหวัง

“เธอเป็นเด็ก คุณเองก็เป็นเด็กหรือไง”

“ผมดูแลเธอเพราะความรับผิดชอบ เรื่องแค่นี้คุณก็ต้องหึงด้วยเหรอ”

“เธออายุเท่าไหร่ คุณอายุเท่าไหร่ ทำไมคุณไม่ไปเทียบกับเด็กทารกเพิ่งเกิดเลยล่ะ”

แต่เด็กจากปากของเขา อายุห่างจากฉันแค่สามปีเท่านั้น

ข้ออ้างต่าง ๆ นานาที่ฉันเคยคิดแทนเขา ไม่ว่าจะเป็นนิสัยส่วนตัว งานยุ่งเกินไป หรือเกลียดคนทำตัวติดหนึบ...

ล้วนพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี เมื่ออยู่ต่อหน้าความใจเย็นที่เขามีให้คนอื่น

ก็ดีเหมือนกัน

รอให้พรุ่งนี้ฉันผ่าตัดเสร็จแล้วจากไป ฟู่เหนียนก็จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉันอีก

เสี่ยวชิวเพื่อนสนิทรู้ว่าฉันต้องผ่าตัด เลยตั้งใจลางานมาอยู่เป็นเพื่อน

“รีบไปจัดห้องนอนแขกให้เรียบร้อยเลยนะ เพื่อต้อนรับสุดยอดพี่เลี้ยงคนนี้!”

ฉันพูดกลั้วหัวเราะ

“ฉันทำความสะอาดห้องนอนแขกไปสองรอบแล้ว ซื้อชุดเครื่องนอนใหม่ให้ด้วย รับรองว่าเธอจะต้องอยู่...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 10

    พอกินข้าวเสร็จ เขาก็ไม่เคยคิดจะบอกฉันก่อนหรือถามไถ่ว่าฉันทำอะไรอยู่ตอนนั้นฉันไม่ได้เก็บมาคิดเล็กคิดน้อย เลยคุยกับเขาต่อไปจนกระทั่งต่อมา ฟู่เหนียนก็เริ่มไม่ตอบข้อความพอฉันเซ้าซี้ถาม เขาก็จะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “คุณไม่มีเรื่องของตัวเองให้ทำหรือไง”……แม้จะเลยวัยที่ต้องมานั่งคิดมากกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการตอบแชตเร็วไปนานแล้วก็ตามแต่พอได้เห็นคำอธิบายของหลินเฉียว ในใจลึก ๆ กลับรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ฉันก็ยังคงตอบกลับไปตามมารยาทว่า[ไม่เป็นไรค่ะ คุณทำงานไปเถอะ ไม่ต้องตอบข้อความฉันหรอก]ทว่าด้านบนของหน้าต่างแชตกลับเปลี่ยนเป็นสถานะ ‘อีกฝ่ายกำลังพิมพ์...’ ทันทีผ่านไปเนิ่นนานข้อความยาวเหยียดก็ถูกส่งเข้ามา[ทหารช่วงสงครามโลกครั้งที่สองยังมีเวลาเขียนจดหมายรักหาคนรัก นักพากย์โอลิมปิกยังโทรหาแฟนตอนพักครึ่ง นักดนตรีเล่นคอนเสิร์ตอยู่ยังหยุดเล่นเพื่อตอบแชตแฟน][เมื่อเทียบกันแล้ว คนธรรมดาอย่างผม ต่อให้ยุ่งแค่ไหน ก็ยังพอจะปลีกเวลามาตอบข้อความได้อยู่ดี][เพราะงั้น คุณยินดีจะให้ผมเป็นแฟนคุณไหมครับ]ฉันจงใจเลิกงานก่อนเวลาเพื่อหลบหน้าหลินเฉียวคิดไม่ถึงว่าถึงจะหลบเข

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 9

    หยางฉิงมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอเดินเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้ม“เธอไปหาหมอเวรหรืออาจารย์หมอเถอะ ต่อไปไม่ต้องมาหาฉันอีกแล้ว”หยางฉิงชะงักไป รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลง ก่อนจะหันมามองฉันราวกับขอความช่วยเหลือ“พี่ถังหว่านคะ ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ พี่อย่าทำให้หมอฟู่ลำบากใจได้ไหมคะ”ฉันยิ้มบาง ๆ“เราเลิกกันแล้ว เรื่องของพวกเธอไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”แววตาของหยางฉิงทอประกายวาบขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด แต่น้ำเสียงกลับเจือเสียงสะอื้น“พวกพี่อย่าทะเลาะกันเพราะฉันเลยได้ไหมคะ ไม่งั้นฉันคงรู้สึกผิดแย่เลย...”ฟู่เหนียนพูดแทรกด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ตำราเรียนเล่มเดียวกัน ทำไมคนอื่นถึงเข้าใจ มีแต่เธอที่ไม่เข้าใจหรือไง”“ถ้าแม้แต่ปัญหาพื้นฐานแค่นี้ยังไม่เข้าใจ ก็แสดงว่าเธอไม่เหมาะกับวงการแพทย์หรอก รีบเปลี่ยนสายงานซะตั้งแต่เนิ่น ๆ เถอะ”ขอบตาของหยางฉิงแดงระเรื่อเธอแทบไม่อยากเชื่อเลยว่า นี่คือคำพูดจากคนที่เคยใจเย็นกับเธอมาตลอด“ฉันก็แค่กลัวพลาด เลยอยากถามให้แน่ใจ...”ฟู่เหนียนพูดตัดบทอีกครั้ง“ที่นี่คือโรงพยาบาล ไม่ใช่ที่เรียนพิเศษของเธอ ฉันเป็นหมอ ไม่ใช่ติวเตอร์ส่วนตัวของเธอนะ”“เ

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 8

    “ความรู้สึกอยากแชร์เรื่องราวคือความโรแมนติกขั้นสูงสุด ผมหวังว่าคุณจะเต็มใจแชร์ทุกเรื่องให้ผมฟัง ไม่ต้องเก็บไว้แบกรับคนเดียว ทุกครั้งที่เสียงข้อความมือถือดังขึ้น ผมหวังเสมอว่าจะเป็นคุณ”เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั้งงานท่ามกลางผู้คนมากมาย ฉันมองเห็นฟู่เหนียนได้ตั้งแต่แวบแรกเขายืนพิงกรอบประตู เหม่อมองเจ้าบ่าวที่กำลังกล่าวคำสาบานจากนั้นราวกับมีอะไรดลใจ สายตาของเขาก็สบเข้ากับฉันจากที่ไกล ๆ เหมือนตอนเจอกันครั้งแรกสมัยมัธยมปลายในพิธีปฐมนิเทศ เขาก็หันกลับมามองท่ามกลางฝูงชน จนสบตาเข้ากับฉันแบบนี้แหละแต่ฉันไม่มีความรู้สึกใจเต้นแรงเหมือนตอนนั้นอีกแล้วเหลือเพียงความสงบนิ่ง ไร้ซึ่งอารมณ์อื่นใดเจือปนหลังพิธีจบลง ฉันก็ไปเปลี่ยนชุดที่หลังเวทีเพื่อเตรียมกินเลี้ยงแต่ปรากฏว่าการจัดที่นั่งดันเกิดข้อผิดพลาดกะทันหัน ฉันเลยถูกจัดให้นั่งโต๊ะเด็กเด็กโปรยดอกไม้จูงมือฉันเดินไปที่โต๊ะ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“หม่าม้าหนูบอกว่าผู้ใหญ่ที่ถูกจัดให้นั่งตรงนี้เป็นคนโสดทั้งนั้นแหละค่ะ”“นั่นไงคะ คนนั้นคือคุณอาของหนูเอง พวกพี่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความโสดกันได้เลยนะคะ”ท่ามกลางเด็ก ๆ ที่นั่งกันเต

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 7

    ฉันกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันทีขณะกำลังเตรียมเรียบเรียงคำพูดอย่างรัดกุมเพื่ออธิบายว่าไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงเขาเลยหลินเฉียวก็ส่งข้อความมาอีก[บอกใบ้ผมเหรอ]วินาทีต่อมา เขาก็ส่งอะไรบางอย่างสีเหลืองอร่ามมาให้ยอดโอนเงินห้าหลัก!จักรพรรดิน้อย: [ไม่ได้ส่งผิด][สุดสัปดาห์นี้ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อย][ลูกพี่ลูกน้องของหลานสาวปู่เล็กผมจะแต่งงาน][คนที่บ้านคงจะเร่งให้ผมแต่งงาน น่ารำคาญ คุณโสดใช่ไหม นี่ค่าทำโอที]งานแต่งของเสี่ยวชิวก็จัดวันเสาร์เหมือนกัน...มิตรภาพของฉันกับเสี่ยวชิวกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!ฉันจ้องมองเลขศูนย์ยาวเหยียดเหล่านั้น ในใจเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดสุดท้ายฉันก็ทนต่อบททดสอบของระบบทุนนิยมได้ ด้วยมโนสำนึก ฉันกลั้นใจใช้นิ้วที่สั่นเทาพิมพ์ตอบกลับไปว่า“ขอบคุณค่ะประธานหลิน แต่วันเสาร์เพื่อนสนิทที่สุดของฉันจะแต่งงาน ฉันจำเป็นต้องไปร่วมงานค่ะ”ในชั่วอึดใจที่ส่งข้อความสำเร็จฉันราวกับได้ยินเสียงเงินบินหนีไปพร้อมกับเสียงเพลงมิตรภาพนิรันดร์ที่ดังแว่วขึ้นมาอย่างโหยหวนทว่าในวันงานแต่ง ฉันกลับได้พบกับคนที่ไม่คาดคิดนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีห้า

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 6

    ฉันถามกลับอย่างสงบนิ่ง“เรื่องเล็กแค่นี้ จำเป็นต้องเอามาปรึกษาด้วยหรือไง”ฟู่เหนียนถึงกับสะอึก ประโยคที่เขาเคยใช้ปัดรำคาญฉันนับครั้งไม่ถ้วน ถูกส่งคืนกลับไปให้เขาทั้งหมดโดยไม่ตกหล่นเขาลดเสียงให้อ่อนลง ราวกับจะง้อ“มะรืนนี้มีนัดกินข้าวกับเพื่อน ต้องพาแฟนไปด้วย ก่อนหน้านี้คุณก็อยากรู้จักเพื่อนผมมาตลอดไม่ใช่เหรอ”“ไม่ว่างค่ะ”ก่อนหน้านี้ฉันอยากเข้าไปอยู่ในสังคมของเขา แต่เขากลับรำคาญที่ฉันทำตัวติดแจ แล้วอ้างว่าอยากมีพื้นที่ส่วนตัวพอฉันจะไป เขากลับเป็นฝ่ายเปิดประตูรับเองซะงั้นฟู่เหนียนเหมือนจะคิดไม่ถึงว่าฉันจะปฏิเสธจึงชะงักไปครู่หนึ่ง“ทำไมคุณถึงอยู่กับเสี่ยวชิวทุกวันเลย คนที่คบกันอยู่คือคุณกับผมนะ”“คุณอยากไปเที่ยว เดินช็อปปิ้ง หรือดูหนัง ผมก็ไปเป็นเพื่อนคุณได้ ไม่เห็นต้องไปหาเธอตลอดเลย”ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยรบเร้าให้เขาไปทำกิจกรรมคู่รักด้วยกันแต่ฟู่เหนียนก็มักจะบอกว่าตัวเองยุ่งมาก ให้รอไปก่อนแต่จนสถานที่เที่ยวถูกไฟไหม้ไปแล้ว เสื้อผ้าก็ขายจนขาดตลาด หรือแม้แต่หนังออกจากโรงไปแล้ว เขาก็ยังหาเวลาว่างไม่ได้อยู่ดีฉันไม่อยากขุดเรื่องเก่า ๆ พวกนี้ขึ้นมาทะเลาะกับเขาเลยตัดสินใจพูด

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 5

    ทว่าขั้นตอนการรายงานตัวเข้าทำงานที่บริษัทใหม่กลับไม่ค่อยราบรื่นนักเริ่มจากรายชื่อพนักงานใหม่ดันไม่มีชื่อของฉันอยู่เพียงคนเดียว ทำให้การเดินเรื่องเอกสารติดขัดไปหมดตามมาด้วยการถูกผู้อำนวยการโยนโปรเจกต์ชายขอบมาให้ พร้อมกำหนด KPI ที่ไม่มีทางทำได้จริงไม่กี่วันต่อมา ฉันก็พอจะจับต้นชนปลายสถานการณ์ได้หัวหน้าแผนกในนามคือลูกชายประธานบริษัทที่ถูกส่งตัวลงมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ หรือที่ใคร ๆ ต่างก็เรียกกันว่า ‘จักรพรรดิน้อย’แต่ผู้ที่กุมอำนาจอย่างแท้จริงกลับเป็นผู้อำนวยการที่ฝังรากลึกมานาน ซึ่งถูกเรียกขานลับหลังว่า ‘ผู้สำเร็จราชการ’ทั้งสองคนดูเหมือนจะปรองดองกันดีเมื่ออยู่ต่อหน้า แต่ลับหลังกลับชิงดีชิงเด่นกันอย่างดุเดือดตำแหน่งของฉันเดิมทีต้องขึ้นตรงกับจักรพรรดิน้อย ฉันจึงถูกบีบให้เลือกข้างโดยไม่รู้ตัวและนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ขั้นตอนการอนุมัติติดแหง็กอยู่ที่แผนกข้าง ๆ พอทักไปอีกฝ่ายก็อ่านแล้วไม่ตอบฉันกดเปิดหน้าต่างแชตที่ปักหมุดไว้นิ้วมือดันไวกว่าสมอง สติกเกอร์ [แมวร้องไห้] ถูกส่งออกไปเรียบร้อยแล้วเพิ่งจะเตรียมพิมพ์ระบายความอัดอั้นกับเสี่ยวชิวชุดใหญ่อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาในเสี้ยววินาท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status