Short
หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว

หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว

By:  มู่หือCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10Chapters
27.6Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ฟู่เหนียนสังเกตเห็นว่าฉันไม่ได้คอยเล่าทุกเรื่องให้เขาฟังอีกแล้ว พอถูกบริษัทส่งไปทำงานต่างเมือง ฉันก็เซ็นชื่อรับทราบทันที งานแต่งเพื่อนสนิทที่เชิญให้ไปเป็นคู่ ฉันก็ไปร่วมงานคนเดียวแถมยังใส่ซองก้อนโต แม้แต่ตอนป่วยจนต้องแอดมิตผ่าตัด ฉันก็ยังนัดหมอเองคนเดียว พอฟู่เหนียนที่เป็นหมอรู้เข้าก็ถึงกับขมวดคิ้ว “คุณป่วยทำไมไม่บอกผม เอาเวชระเบียนมาสิ เดี๋ยวผมจัดการให้” ฉันตอบกลับไปโดยไม่ต้องคิดเลยว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทำเองได้ ไม่รบกวนคุณดีกว่า ขอบคุณนะคะ” สิ้นคำพูดนั้น เราทั้งคู่ก็ชะงักไป เพราะเมื่อครึ่งเดือนก่อน ฉันยังเป็นพวกตัวติดเขาอยู่เลย แม้แต่ตอนไปเดตจะใส่ชุดไหน หรือมื้อเที่ยงจะกินอะไร ก็ยังต้องส่งข้อความไปถามเขาทุกเรื่อง

View More

Latest chapter

More Chapters

reviews

Wichuda Manop
Wichuda Manop
ชอบ ตามมาจากคลิปสั้นในเฟส
2026-08-21 23:29:50
0
0
ไม่มีเงิน
ไม่มีเงิน
DDDDDDDDDDD
2026-08-15 12:56:30
2
0
jaruwan_kapook@hotmail.com
jaruwan_kapook@hotmail.com
อ่านถึงตอนที่ 3 แล้ว สนุกมากค่ะ ตามมาจากเฟส
2026-08-13 20:23:54
0
0
jaruwan_kapook@hotmail.com
jaruwan_kapook@hotmail.com
พึ่งหัดอ่าน
2026-08-13 20:21:45
0
0
jaruwan_kapook@hotmail.com
jaruwan_kapook@hotmail.com
จะอ่านตอนที่สี่ต่อต้องทำยังไงคะ
2026-08-13 20:21:02
2
0
10 Chapters
บทที่ 1
“ผ่าตัดพรุ่งนี้เลยเหรอ ด่วนขนาดนี้เชียว”หมอเจ้าของไข้ยื่นเวชระเบียนให้ฉัน น้ำเสียงแฝงความสงสัย“หมอฟู่จะกลับจากทำงานต่างเมืองแล้ว คุณรอเขากลับมาอยู่เป็นเพื่อนดีกว่าไหม...”ฉันเอ่ยแทรกเบา ๆ “เรื่องของฉัน ฉันจัดการเองได้ค่ะ”หมอมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยเพราะฉันขึ้นชื่อเรื่องความสำออยประจำโรงพยาบาลแห่งนี้ ต่อให้เป็นแค่อาการปวดหัวตัวร้อนเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องคอยตามตอแยให้ฟู่เหนียนอยู่เป็นเพื่อนเสมอทว่าพอเดินพ้นประตูห้องตรวจฉันก็บังเอิญเจอกับร่างที่คุ้นตาฟู่เหนียนใช้มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทาง เหมือนเพิ่งลงเครื่องแล้วรีบตรงดิ่งมาที่โรงพยาบาลหยางฉิงยังคงเดินตามติดเขาเหมือนเช่นเคย บนตัวเธอคลุมด้วยเสื้อโค้ตผ้าแคชเมียร์สีดำ ซึ่งเป็นของขวัญครบรอบสามปีที่ฉันซื้อให้ฟู่เหนียนฟู่เหนียนขมวดคิ้ว“คุณมาทำอะไรที่นี่...ป่วยอีกแล้วเหรอ”อีกแล้ว...น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญที่คุ้นเคย ราวกับว่าฉันเป็นตัวปัญหาที่ต้องรีบจัดการให้พ้น ๆ ไปเขาฉวยเวชระเบียนไปกวาดตามองครู่หนึ่ง แล้วออกคำสั่ง“พรุ่งนี้ผมมีธุระ”“คุณเลื่อนเวลาผ่าตัดไปเป็นสัปดาห์หน้าเถอะ เดี๋ยวผมมาอยู่เป็นเพื่อน”ฉันโ
Read more
บทที่ 2
“กินยาอย่างเดียวไม่พอหรอก คุณนวดกดจุดที่ท้องให้เธอด้วยสิ กลางคืนก็นอนกอดเธอ จะได้ช่วยให้มือเท้าเธออุ่นขึ้น”หยางฉิงหน้าแดงก่ำ“พี่ถังหว่าน ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ...”คำแนะนำด้วยความหวังดีกลับถูกฟู่เหนียนมองว่าเป็นการประชดประชัน น้ำเสียงของเขาจึงเย็นชาลง“คุณยังโกรธอยู่อีกเหรอ แค่เพราะผมไปทำงานต่างประเทศแล้วไม่ได้บอกคุณเนี่ยนะ”เมื่อครึ่งเดือนก่อนเป็นวันเกิดของเขาฉันโหมทำโอทีปั่นโปรเจกต์อย่างบ้าคลั่งเพื่อแลกกับวันหยุดชดเชย ลงมือทำอาหารเต็มโต๊ะ และไปรับของขวัญที่สั่งทำไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมฉลองวันเกิดให้เขาแต่รอจนถึงเที่ยงคืนฟู่เหนียนก็ยังไม่กลับบ้านจนกระทั่งเห็นโพสต์ในโซเชียลของหยางฉิง ฉันถึงได้รู้ว่าเขาไปเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศแล้วแต่ฟู่เหนียนกลับพูดถึงเรื่องนี้อย่างไม่ใส่ใจ“ก็แค่ไปทำงาน ไม่เห็นจำเป็นต้องปรึกษาคุณเลย”“วันเกิดน่ะมีทุกปี แต่โอกาสเข้าร่วมโครงการไม่ได้มีบ่อย ๆ ผมนึกว่าคุณจะแยกแยะได้ว่าอะไรสำคัญกว่ากันซะอีก”“คุณไม่มีเรื่องของตัวเองให้ทำหรือไง ทำไมต้องคอยจับตาดูตารางงานของผมอยู่เรื่อย”ความผิดหวังที่สะสมมานานปะทุขึ้นราวกับคลื่นสึนามิ
Read more
บทที่ 3
ทันทีที่เปิดประตู คำพูดของฉันก็ชะงักไปชุดเครื่องนอนใหม่เอี่ยมที่ฉันตั้งใจเตรียมไว้ถูกขยำกองทิ้งไว้บนพื้นอย่างไม่ไยดีภายในห้องนอนแขกเต็มไปด้วยข้าวของแปลกตา มีตุ๊กตาหมีตัวสูงครึ่งคนนอนแผ่หราอยู่บนเตียงราวกับจงใจประกาศความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งเสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงหัวเราะใสที่แว่วมา“หมอฟู่ ขอบคุณที่ไปกินข้าวร้านนั้นเป็นเพื่อนฉันนะคะ อร่อยมากจริง ๆ”“อารมณ์เสียเรื่องที่ถูกรูมเมตแบนหายไปเพราะของหวานเลยค่ะ”ฟู่เหนียนเห็นฉันเข้าก็อธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“หยางฉิงทะเลาะกับรูมเมตเลยอยู่หอไม่ได้ เธอตั้งใจจะย้ายออกมาอยู่ข้างนอก”“แต่ยังหาบ้านไม่ได้ก็เลยมาพักที่ห้องนอนแขกชั่วคราว”ฉันแค่นหัวเราะ“ฟู่เหนียน ฉันบอกคุณล่วงหน้าเป็นอาทิตย์แล้วนะว่าเสี่ยวชิวจะมาพักที่นี่”ฟู่เหนียนชะงักไปสีหน้าของเขาในชั่วอึดใจนั้นเป็นคำตอบได้ดีทุกอย่างเขาลืมไปแล้วตอนที่ฉันถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญใจ“เรื่องเล็กแค่นี้คุณตัดสินใจเองก็พอ ไม่ต้องมาถามผมทุกเรื่องได้ไหม น่ารำคาญ”ฟู่เหนียนเม้มปาก น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “ขอโทษที...”เขายกถุงขนมหวานในมือขึ้น น้ำเ
Read more
บทที่ 4
ฉันสะบัดเขาออก“คุณไม่มีเรื่องของตัวเองให้ทำหรือไง ทำไมต้องคอยจับตาดูตารางงานของฉันอยู่เรื่อย”ฟู่เหนียนชะงักไปคงนึกขึ้นได้ว่านี่คือคำพูดที่เขาเคยพูดกับฉันจึงเงียบไปอึดใจหนึ่ง“คราวก่อนไปทำงานต่างประเทศแล้วไม่ได้บอกคุณ ผมผิดเอง ต่อไปผมจะรายงานตารางงานให้คุณทราบ”“พรุ่งนี้ผมต้องไปที่มหาลัยหน่อย เรื่องหยางฉิงทะเลาะกับรูมเมตบานปลายใหญ่โตแล้ว อาจารย์ที่ปรึกษาขอพบผู้ปกครอง พ่อแม่เธอติดธุระมาไม่ได้ ผมเลยต้องไปแทน”“คุณเลื่อนผ่าตัดไปเป็นมะรืนนี้เถอะ เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อน”ดูท่าว่าในการจัดลำดับความสำคัญของฟู่เหนียน ฉันก็ยังรั้งท้ายอยู่ดีฉันเอ่ยปากอย่างสงบนิ่ง“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ คุณจะอยู่หรือไม่อยู่ก็ค่าเท่ากัน”ฟู่เหนียนดูเหมือนจะคิดว่าฉันไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างสองอย่างนี้จริง ๆ เขาเลยอธิบายอย่างใจเย็น“ผมช่วยคุณติดต่อหมอเฉพาะทางและอ่านผลตรวจให้ได้นะ หรืออย่างแย่ที่สุดก็ยังช่วยต่อคิวรับบัตรคิวให้คุณได้”คำปฏิเสธของฉันถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสายเรียกเข้าจากมือถือของเขาเสียงสะอื้นไห้ของหยางฉิงดังลอดออกมา“หมอฟู่คะ เหมือนมีคนกำลังงัดประตูอยู่ข้างนอกเลย...ฉันกลัว...”ฟู่เหนียนหน้า
Read more
บทที่ 5
ทว่าขั้นตอนการรายงานตัวเข้าทำงานที่บริษัทใหม่กลับไม่ค่อยราบรื่นนักเริ่มจากรายชื่อพนักงานใหม่ดันไม่มีชื่อของฉันอยู่เพียงคนเดียว ทำให้การเดินเรื่องเอกสารติดขัดไปหมดตามมาด้วยการถูกผู้อำนวยการโยนโปรเจกต์ชายขอบมาให้ พร้อมกำหนด KPI ที่ไม่มีทางทำได้จริงไม่กี่วันต่อมา ฉันก็พอจะจับต้นชนปลายสถานการณ์ได้หัวหน้าแผนกในนามคือลูกชายประธานบริษัทที่ถูกส่งตัวลงมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ หรือที่ใคร ๆ ต่างก็เรียกกันว่า ‘จักรพรรดิน้อย’แต่ผู้ที่กุมอำนาจอย่างแท้จริงกลับเป็นผู้อำนวยการที่ฝังรากลึกมานาน ซึ่งถูกเรียกขานลับหลังว่า ‘ผู้สำเร็จราชการ’ทั้งสองคนดูเหมือนจะปรองดองกันดีเมื่ออยู่ต่อหน้า แต่ลับหลังกลับชิงดีชิงเด่นกันอย่างดุเดือดตำแหน่งของฉันเดิมทีต้องขึ้นตรงกับจักรพรรดิน้อย ฉันจึงถูกบีบให้เลือกข้างโดยไม่รู้ตัวและนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ขั้นตอนการอนุมัติติดแหง็กอยู่ที่แผนกข้าง ๆ พอทักไปอีกฝ่ายก็อ่านแล้วไม่ตอบฉันกดเปิดหน้าต่างแชตที่ปักหมุดไว้นิ้วมือดันไวกว่าสมอง สติกเกอร์ [แมวร้องไห้] ถูกส่งออกไปเรียบร้อยแล้วเพิ่งจะเตรียมพิมพ์ระบายความอัดอั้นกับเสี่ยวชิวชุดใหญ่อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาในเสี้ยววินาท
Read more
บทที่ 6
ฉันถามกลับอย่างสงบนิ่ง“เรื่องเล็กแค่นี้ จำเป็นต้องเอามาปรึกษาด้วยหรือไง”ฟู่เหนียนถึงกับสะอึก ประโยคที่เขาเคยใช้ปัดรำคาญฉันนับครั้งไม่ถ้วน ถูกส่งคืนกลับไปให้เขาทั้งหมดโดยไม่ตกหล่นเขาลดเสียงให้อ่อนลง ราวกับจะง้อ“มะรืนนี้มีนัดกินข้าวกับเพื่อน ต้องพาแฟนไปด้วย ก่อนหน้านี้คุณก็อยากรู้จักเพื่อนผมมาตลอดไม่ใช่เหรอ”“ไม่ว่างค่ะ”ก่อนหน้านี้ฉันอยากเข้าไปอยู่ในสังคมของเขา แต่เขากลับรำคาญที่ฉันทำตัวติดแจ แล้วอ้างว่าอยากมีพื้นที่ส่วนตัวพอฉันจะไป เขากลับเป็นฝ่ายเปิดประตูรับเองซะงั้นฟู่เหนียนเหมือนจะคิดไม่ถึงว่าฉันจะปฏิเสธจึงชะงักไปครู่หนึ่ง“ทำไมคุณถึงอยู่กับเสี่ยวชิวทุกวันเลย คนที่คบกันอยู่คือคุณกับผมนะ”“คุณอยากไปเที่ยว เดินช็อปปิ้ง หรือดูหนัง ผมก็ไปเป็นเพื่อนคุณได้ ไม่เห็นต้องไปหาเธอตลอดเลย”ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยรบเร้าให้เขาไปทำกิจกรรมคู่รักด้วยกันแต่ฟู่เหนียนก็มักจะบอกว่าตัวเองยุ่งมาก ให้รอไปก่อนแต่จนสถานที่เที่ยวถูกไฟไหม้ไปแล้ว เสื้อผ้าก็ขายจนขาดตลาด หรือแม้แต่หนังออกจากโรงไปแล้ว เขาก็ยังหาเวลาว่างไม่ได้อยู่ดีฉันไม่อยากขุดเรื่องเก่า ๆ พวกนี้ขึ้นมาทะเลาะกับเขาเลยตัดสินใจพูด
Read more
บทที่ 7
ฉันกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันทีขณะกำลังเตรียมเรียบเรียงคำพูดอย่างรัดกุมเพื่ออธิบายว่าไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงเขาเลยหลินเฉียวก็ส่งข้อความมาอีก[บอกใบ้ผมเหรอ]วินาทีต่อมา เขาก็ส่งอะไรบางอย่างสีเหลืองอร่ามมาให้ยอดโอนเงินห้าหลัก!จักรพรรดิน้อย: [ไม่ได้ส่งผิด][สุดสัปดาห์นี้ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อย][ลูกพี่ลูกน้องของหลานสาวปู่เล็กผมจะแต่งงาน][คนที่บ้านคงจะเร่งให้ผมแต่งงาน น่ารำคาญ คุณโสดใช่ไหม นี่ค่าทำโอที]งานแต่งของเสี่ยวชิวก็จัดวันเสาร์เหมือนกัน...มิตรภาพของฉันกับเสี่ยวชิวกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!ฉันจ้องมองเลขศูนย์ยาวเหยียดเหล่านั้น ในใจเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดสุดท้ายฉันก็ทนต่อบททดสอบของระบบทุนนิยมได้ ด้วยมโนสำนึก ฉันกลั้นใจใช้นิ้วที่สั่นเทาพิมพ์ตอบกลับไปว่า“ขอบคุณค่ะประธานหลิน แต่วันเสาร์เพื่อนสนิทที่สุดของฉันจะแต่งงาน ฉันจำเป็นต้องไปร่วมงานค่ะ”ในชั่วอึดใจที่ส่งข้อความสำเร็จฉันราวกับได้ยินเสียงเงินบินหนีไปพร้อมกับเสียงเพลงมิตรภาพนิรันดร์ที่ดังแว่วขึ้นมาอย่างโหยหวนทว่าในวันงานแต่ง ฉันกลับได้พบกับคนที่ไม่คาดคิดนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีห้า
Read more
บทที่ 8
“ความรู้สึกอยากแชร์เรื่องราวคือความโรแมนติกขั้นสูงสุด ผมหวังว่าคุณจะเต็มใจแชร์ทุกเรื่องให้ผมฟัง ไม่ต้องเก็บไว้แบกรับคนเดียว ทุกครั้งที่เสียงข้อความมือถือดังขึ้น ผมหวังเสมอว่าจะเป็นคุณ”เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั้งงานท่ามกลางผู้คนมากมาย ฉันมองเห็นฟู่เหนียนได้ตั้งแต่แวบแรกเขายืนพิงกรอบประตู เหม่อมองเจ้าบ่าวที่กำลังกล่าวคำสาบานจากนั้นราวกับมีอะไรดลใจ สายตาของเขาก็สบเข้ากับฉันจากที่ไกล ๆ เหมือนตอนเจอกันครั้งแรกสมัยมัธยมปลายในพิธีปฐมนิเทศ เขาก็หันกลับมามองท่ามกลางฝูงชน จนสบตาเข้ากับฉันแบบนี้แหละแต่ฉันไม่มีความรู้สึกใจเต้นแรงเหมือนตอนนั้นอีกแล้วเหลือเพียงความสงบนิ่ง ไร้ซึ่งอารมณ์อื่นใดเจือปนหลังพิธีจบลง ฉันก็ไปเปลี่ยนชุดที่หลังเวทีเพื่อเตรียมกินเลี้ยงแต่ปรากฏว่าการจัดที่นั่งดันเกิดข้อผิดพลาดกะทันหัน ฉันเลยถูกจัดให้นั่งโต๊ะเด็กเด็กโปรยดอกไม้จูงมือฉันเดินไปที่โต๊ะ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“หม่าม้าหนูบอกว่าผู้ใหญ่ที่ถูกจัดให้นั่งตรงนี้เป็นคนโสดทั้งนั้นแหละค่ะ”“นั่นไงคะ คนนั้นคือคุณอาของหนูเอง พวกพี่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความโสดกันได้เลยนะคะ”ท่ามกลางเด็ก ๆ ที่นั่งกันเต
Read more
บทที่ 9
หยางฉิงมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอเดินเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้ม“เธอไปหาหมอเวรหรืออาจารย์หมอเถอะ ต่อไปไม่ต้องมาหาฉันอีกแล้ว”หยางฉิงชะงักไป รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลง ก่อนจะหันมามองฉันราวกับขอความช่วยเหลือ“พี่ถังหว่านคะ ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ พี่อย่าทำให้หมอฟู่ลำบากใจได้ไหมคะ”ฉันยิ้มบาง ๆ“เราเลิกกันแล้ว เรื่องของพวกเธอไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”แววตาของหยางฉิงทอประกายวาบขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด แต่น้ำเสียงกลับเจือเสียงสะอื้น“พวกพี่อย่าทะเลาะกันเพราะฉันเลยได้ไหมคะ ไม่งั้นฉันคงรู้สึกผิดแย่เลย...”ฟู่เหนียนพูดแทรกด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ตำราเรียนเล่มเดียวกัน ทำไมคนอื่นถึงเข้าใจ มีแต่เธอที่ไม่เข้าใจหรือไง”“ถ้าแม้แต่ปัญหาพื้นฐานแค่นี้ยังไม่เข้าใจ ก็แสดงว่าเธอไม่เหมาะกับวงการแพทย์หรอก รีบเปลี่ยนสายงานซะตั้งแต่เนิ่น ๆ เถอะ”ขอบตาของหยางฉิงแดงระเรื่อเธอแทบไม่อยากเชื่อเลยว่า นี่คือคำพูดจากคนที่เคยใจเย็นกับเธอมาตลอด“ฉันก็แค่กลัวพลาด เลยอยากถามให้แน่ใจ...”ฟู่เหนียนพูดตัดบทอีกครั้ง“ที่นี่คือโรงพยาบาล ไม่ใช่ที่เรียนพิเศษของเธอ ฉันเป็นหมอ ไม่ใช่ติวเตอร์ส่วนตัวของเธอนะ”“เ
Read more
บทที่ 10
พอกินข้าวเสร็จ เขาก็ไม่เคยคิดจะบอกฉันก่อนหรือถามไถ่ว่าฉันทำอะไรอยู่ตอนนั้นฉันไม่ได้เก็บมาคิดเล็กคิดน้อย เลยคุยกับเขาต่อไปจนกระทั่งต่อมา ฟู่เหนียนก็เริ่มไม่ตอบข้อความพอฉันเซ้าซี้ถาม เขาก็จะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “คุณไม่มีเรื่องของตัวเองให้ทำหรือไง”……แม้จะเลยวัยที่ต้องมานั่งคิดมากกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการตอบแชตเร็วไปนานแล้วก็ตามแต่พอได้เห็นคำอธิบายของหลินเฉียว ในใจลึก ๆ กลับรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ฉันก็ยังคงตอบกลับไปตามมารยาทว่า[ไม่เป็นไรค่ะ คุณทำงานไปเถอะ ไม่ต้องตอบข้อความฉันหรอก]ทว่าด้านบนของหน้าต่างแชตกลับเปลี่ยนเป็นสถานะ ‘อีกฝ่ายกำลังพิมพ์...’ ทันทีผ่านไปเนิ่นนานข้อความยาวเหยียดก็ถูกส่งเข้ามา[ทหารช่วงสงครามโลกครั้งที่สองยังมีเวลาเขียนจดหมายรักหาคนรัก นักพากย์โอลิมปิกยังโทรหาแฟนตอนพักครึ่ง นักดนตรีเล่นคอนเสิร์ตอยู่ยังหยุดเล่นเพื่อตอบแชตแฟน][เมื่อเทียบกันแล้ว คนธรรมดาอย่างผม ต่อให้ยุ่งแค่ไหน ก็ยังพอจะปลีกเวลามาตอบข้อความได้อยู่ดี][เพราะงั้น คุณยินดีจะให้ผมเป็นแฟนคุณไหมครับ]ฉันจงใจเลิกงานก่อนเวลาเพื่อหลบหน้าหลินเฉียวคิดไม่ถึงว่าถึงจะหลบเข
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status